Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
อ้อมกอดแห่งรักของ 'แม่'


แสนยิ่งใหญ่แม้ในโลกมืด

"อ้อมกอดใครสักคนอาจไม่ อบอุ่นเท่าเธอ กำลังใจจากใครหลายคนอาจไม่ยิ่งใหญ่เท่าเธอ เธอผู้ให้กำเนิดและมอบโอกาสให้แก้ตัวใหม่ทุกครั้งที่ลูกทำผิดพลาด” สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงเศษเสี้ยวในนิยามคำว่า “แม่”

1 ปี มี 365 วัน ลองมานั่งทบทวนดู เราให้เวลากับแม่มากน้อยเพียงไร ท่ามกลางชีวิตที่ต้องเร่งรีบเพื่อทำงานจนบางครั้งไออุ่นของแม่ที่มีต่อลูกก็ ตกหล่นไปตามรายทางแห่งชีวิตของคนยุคใหม่ แต่ด้วยสังคมไทยมีพื้นฐานให้ความสำคัญต่อความกตัญญู วันแม่วันนี้จึงเป็นอีกวันสำคัญของลูก ๆ ทุกคน

ซึ่งกว่าแม่จะ เลี้ยงลูกให้เติบใหญ่ต้องใช้ความพยายามและการเสียสละมากมาย ยิ่งแม่ตาบอดที่ต้องเลี้ยงลูกตาดีย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย หากไม่มีความอดทน

การใช้ชีวิตบนโลกมืดกับภาระที่ต้องเลี้ยงลูก 2 คน ทั้งยังต้องแยกทางกับสามีตั้งแต่ลูกยังเล็ก เป็นมรสุมชีวิตลูกโตที่ ธัญญาพร กิตติปริคุณ เคยคิดฆ่าตัวตายหนีปัญหามาแล้ว!!

แต่วันนี้ ธัญญาพร ในวัย 54 ปี กลับมายิ้มได้อีก ครั้งหลังจากลูกทั้งสองประสบ ความสำเร็จในการเรียนและสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ลบคำสบประมาทจากผู้คนที่มองว่า เธอเป็นคนตาบอดไม่สามารถเลี้ยงลูกได้จนจบปริญญา

“ตอนแรกที่เลิก กับสามีชีวิตเหมือนเจอทางตัน แต่พอลองไปเรียนนวดแผนโบราณดูก็ทำได้และยึดเป็นอาชีพจนเลี้ยงลูกมาจนโต เลี้ยงลูกคนเดียวหลายครั้งท้อ แต่ก็ต้องสู้ เพราะหลายคนอาจมองว่า เราตาบอดเป็นปมด้อย แต่เราพยายามพลิกปมด้อยมาเป็นปมเด่น” ธัญญาพร กล่าว

ความเป็นแม่ตาบอดที่ต้องเลี้ยงลูกตาดี หลายครั้งทำให้ธัญญาพรอึดอัดในช่วงลูกเล็ก ๆ เช่น พ่อแม่ตาปกติหลายคนไปคอยเฝ้าดูแลลูก อย่างใกล้ชิดที่โรงเรียน แต่เธอไม่สามารถทำได้ หลายครั้งที่ ลูกถาม แต่ต้องปฏิเสธเพราะกลัวลูกถูกล้อเลียนจากเพื่อน ๆ กระทั่งลูกเห็นครอบครัวข้างบ้านทำกับข้าวก็อยากให้แม่ทำให้กินบ้าง แต่ด้วยปัญหาการมองเห็นจึงไม่สามารถทำได้ สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอต้องอดทนกว่าแม่คนอื่นหลายเท่า

ธัญญาพร เล่าถึงเคล็ดลับการเลี้ยงลูกว่า ตนต้องเป็นทั้งพ่อ แม่ และเพื่อน ให้ลูกไม่รู้สึกกลัวและพร้อมจะปรึกษาเมื่อเจอปัญหา พยายามพูดด้วยเหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์ดุด่า ขณะเดียวกันต้องสัมผัสลูกให้มาก เนื่องจากสายตาไม่สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกได้ และต้องใช้การสังเกตโดยประสาทหู ตอนเล็ก ๆ ต้องแขวนกระพรวนให้ลูกเพราะจะ ได้ยินเสียงว่า ลูกไปทางไหน แต่พอโตขึ้นแม่ก็ยิ่งต้องสังเกต จากการฟังมากขึ้น ซึ่งหากมีเสียงอะไรผิดปกติจะถามลูกทันที

ใน ทางตรงกันข้ามเมื่อแม่ไม่สามารถมองเห็นได้จะเป็นการฝึกให้ลูกช่วยเหลือตัว เอง โดยตั้งแต่เล็กป้อนข้าว หากช้อนไม่ตรงปากเด็กจะจับช้อนเข้าปากเอง พอโตขึ้นช่วงปิดเทอมจะให้ลูกทำงานพิเศษ เพื่อให้เด็กรู้จักความยากลำบากในการหาเงิน

“การสอนลูกเรา พยายามยกตัวอย่างข้อดีและเสียผ่านคนที่อยู่รอบข้างเพื่อให้ลูก เห็นภาพได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งการที่แม่ต้องเลี้ยงลูกคนเดียวยิ่งต้องเน้นย้ำให้เขารับรู้มากขึ้น ถึงแม้พ่อแม่แยกกันอยู่ลูกก็ต้องทำตัวให้ดี อย่าไปมองว่ามันเป็นปมด้อย” ธัญญาพร เล่า

ธัญญาพร ฐานะผู้ผ่านมรสุมชีวิตมาก่อนให้กำลังใจคนที่ประสบปัญหาอยู่ว่า การคิดฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาเป็นเรื่องที่ผิด เพราะปัญหามีไว้แก้ไข ไม่ใช่ให้คนวิ่งหนี ลองอดทนไปสักพักเดี๋ยวทางออกก็จะมาเอง ในวันแม่นี้จึงอยากให้กำลังใจแม่ ทุกคนที่ท้อแท้ หากคิดจะทำอะไรไม่ดีก็ให้คิดถึงลูกก่อน

“สำหรับครอบครัวคนตาบอด อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือลูก ๆ ที่ตาดี ในการมี โควตาให้เรียนในโรงเรียนดี ๆ เพราะแม่ที่ตาบอดไม่มีทางได้เห็นโลกกว้าง ซึ่งหากภาครัฐช่วยเหลือลูก ๆ ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้กับเด็ก” ธัญญาพร ทิ้งท้าย

ไม่ต่างจาก บุญช่วย ขำสุขเปี่ยม ตาเริ่มพร่ามัวตั้งแต่ยังเล็ก หมอวินิจฉัยเป็นโรคกระจกตาเสื่อมทำให้มองไม่เห็น หลังจากนั้นเธอจึงถูกเพื่อน ๆ ล้อเลียนความพิการอยู่บ่อยครั้ง ทำให้พอมีลูกเธอพยายามถามถึงความรู้สึกลูกทั้งสองอยู่เสมอว่า อายหรือไม่ที่มีแม่ตาบอด ?

ครั้งบุญช่วยอุ้มท้องลูกคนแรกสิ่งที่ กลัวมากที่สุดคือ กลัวลูกจะออกมาพิการเพราะทั้งพ่อและแม่ต่างตาบอด แต่เมื่อลูกลืมตาดูโลกสิ่งที่ผู้เป็นแม่ ถามหมอทำคลอดคือ ลูกครบ 32 หรือไม่ ? เมื่อรู้ว่า ลูกไม่พิการ ชีวิตและความหวังของเธอจึงเริ่มต้นอีกครั้ง

“ลูกเปรียบเสมือนดวงตาที่ทดแทน” บุญช่วย กล่าวเพื่อตอกย้ำถึงการเลี้ยงลูกที่ถึงจะตาบอดเธอก็จะเลี้ยงด้วยตัวเอง เพื่อให้ลูกเข้าใจชีวิตในโลกมืดของพ่อแม่ ขณะเดียวกันก็พยายามทดแทนความเป็นแม่ที่ขาดหายไปให้กับลูก ๆ ด้วยการสัมผัสทั้งการกอด หอม อยู่เป็นประจำ

“สิ่งหนึ่งที่คน พิการเจอคือ ลูกที่เป็นปกติ รับแม่ที่ตาบอดไม่ได้ แต่เราพยายามพูดกับเขาดี ๆ เวลาเพื่อนที่โรงเรียนล้อว่า แม่ตาบอด ก็ พยายามพูดให้เด็กเข้าใจเหตุและผล ซึ่งเหตุการณ์ที่ประทับใจคือ เรากำลังเดินกลับบ้านผ่านป้ายรถเมล์ แล้วลูกตะโกนจากบนรถว่า แม่จะไปไหน ครั้งนั้นทำให้เราตื้นตันเพราะลูกไม่อายที่มีแม่ตาบอด” บุญช่วย เล่าถึงความประทับใจ

ขณะที่ลูกของบุญช่วย เข้าสู่วัยรุ่น เธอต้องปรับเปลี่ยนตัวเองด้วยการรับฟังลูกมากขึ้น และตื่นตัวอยู่ตลอดเวลาในการดูแลลูก ซึ่งบางครั้งต้องมีคนตาดีที่เป็นญาติคอยช่วยดูอีกแรง

สิ่งที่ อยากฝากไว้กับแม่ทุกคนคือ อยากให้รักลูกมาก ๆ ส่วนใครที่ไม่พร้อมจะมีก็ให้ป้องกัน เพราะหากทำแท้งจะเป็นตราบาปกับตัวเองตลอดไปและยังสร้างปัญหาให้กับสังคม

สำหรับวันแม่นี้ อยากให้ทุกคนรักแม่ให้มากขึ้น เพราะเรามีแม่อยู่คนเดียวต้องคอยดูแลท่านเมื่อตอนยังมีชีวิตอยู่ ก่อนที่จะมานั่งเสียใจเมื่อท่านจากไปแล้ว

นอกจากนี้ บุญช่วยยังกล่าวทิ้งท้ายว่า อยากให้ภาครัฐมีทุนเพื่อช่วยเหลือลูกของคนพิการ เนื่องจากศักยภาพในการทำงานน้อยกว่าคนปกติ ทำให้รายได้ยังไม่ค่อยเพียงพอในการส่งลูกเรียน

วันแม่ ปีนี้ กลับไปหาอ้อมกอดที่คุ้นเคยกันแล้วหรือยัง...?.


Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 24 มีนาคม 2553 12:03:25 น. 0 comments
Counter : 282 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

somkitjar
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add somkitjar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.