Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
“เพคติน” เปลือกผลไม้นำส่งยา รักษาโรคร้าย


นัก ศึกษา คปก. ใช้สารเพคตินในเปลือกแอปเปิล ส้ม มะนาว ทำระบบนำส่งยา ช่วยการดูดซึมยาในทางเดินอาหาร ผู้ป่วยไม่ต้องกินยาหลายครั้ง ทดลองใช้กับฮอร์โมนรักษาโรคกระดูกพรุนในหนูได้ผลดี 5 เท่า แย้มจะพัฒนาต่อไปให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะจุดและออกฤทธิ์นานขึ้น ทั้งยามะเร็ง อินซูลิน และยารักษาแผลในช่องปาก

“การกินยา” มองผิวเผินคงไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร แต่ใครจะรู้ว่าการทำให้ยาออกฤทธิ์ถูกจุดและออกฤทธิ์ได้นานพอที่จะรักษาโรค ได้ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะระบบทางเดินอาหารของคนเราจะกำจัดยาที่กินเข้าไปจนหมดภายใน 4 ชั่วโมง การหาระบบนำส่งยา (drug delivery system) ที่ทำให้ยาอยู่ในทางเดินอาหารได้นานกว่านั้น จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ

นาง นาตยา ถีระวงษ์ นักศึกษาโครงการปริญญาเอกกาญจนาภิเษก (คปก.) ภาควิชาเทคโนโลยีเภสัชกรรม คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ผู้วิจัย “คุณสมบัติและกลไกการยึดติดเยื่อเมือกของเพคติน” เล่าว่า ปัจจุบันระบบนำส่งยาแบบยึดติดเยื่อเมือกทางเดินอาหารถือเป็นวิธีหนึ่งที่ทำ ให้ร่างกายดูดซึมยาเข้าสู่กระแสเลือดได้ดีขึ้น โดยมีสารยึดติดเยื่อเมือกหลายชนิด เช่น คาร์โบเมอร์ และไคโตซาน

แต่ ก็ไม่ใช่ว่าสารยึดติดทุกชนิดจะให้ผลดีเหมือนๆ กันหมด เพราะแต่ละชนิดจะมีคุณสมบัติในการยึดติดต่างกัน บางชนิดติดได้ดีบริเวณกระเพาะอาหาร ลำไส้เล็ก หรือแม้แต่ลำไส้ใหญ่ เภสัชกรจึงต้องพัฒนาสารยึดติดชนิดอื่นๆ เพื่อให้หลากหลายที่จะนำไปใช้กับยาแต่ละชนิดด้วย

นางนาตยา บอกว่าด้วยเหตุนี้ จึงทำให้เริ่มทำวิจัยเพคตินขึ้น โดยมี รศ.ดร.พรศักดิ์ ศรีอมรศักดิ์ เป็นที่ปรึกษาโครงการ ผล วิจัยพบว่า เพคตินเป็นสารสกัดจากพืชและผลไม้ เช่น กากแอปเปิล เปลือกส้มและมะนาว ที่ใช้เป็นสารยึดติดได้ดี อีกทั้งยังย่อยสลายได้ในร่างกาย จึงไม่เป็นพิษ และมีความปลอดภัยสูง

เมื่อ ทราบคุณสมบัติดังกล่าวแล้ว นักวิจัยรายนี้เล่าว่า จึงเริ่มทดสอบกับยาฮอร์โมนเพื่อรักษาหนูทดลองที่ป่วยเป็นโรคโรคกระดูกพรุน ซึ่งยาฮอร์โมนชนิดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นยาที่ออกฤทธิ์ได้ดีที่ลำไส้ แต่สลายตัวเร็วมาก จึงถือเป็นแบบทดสอบสำหรับการใช้เพคตินเป็นสารยึดติดได้เป็นอย่างดี

ผล วิจัยพบว่า เพคตินสามารถทำให้ยาฮอร์โมนอยู่ในระบบทางเดินอาหารของหนูได้นานขึ้น และออกฤทธิ์ดีขึ้นกว่าเดิมถึง 2.5 เท่า ยิ่งกว่านั้นจะได้ผลดีขึ้นอีกหากใช้คู่กับ "ไลโปโซม" ซึ่งเป็นไขมันฟิล์มบางก้อนกลมขนาดเล็ก ที่เก็บกักตัวยาไว้ภายใน ที่จะทำให้ระบบนำส่งยานี้มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิมถึง 5 เท่า

“ส่วน สิ่งที่ต้องทดสอบต่อไป คือ การทดสอบเพื่อยืนยันผลในหนูที่ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน เมื่อได้สูตรที่ให้ผลน่าพอใจแล้วจึงจะทดสอบในคนได้ แต่หากตรวจสอบผลทางคลินิกคาดว่าน่าจะนำเพคตินไปใช้กับยาที่ใช้รักษาโรคต่างๆ ได้ด้วย เช่น ยารักษามะเร็ง อินซูลินรักษาโรคเบาหวาน ซึ่งปกติยากลุ่มนี้จะถูกทำลายโดยเอนไซม์ในกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก หากทำให้ยาออกฤทธิ์เฉพาะที่ในลำไส้ใหญ่ได้ จะทำให้ยาถูกดูดซึมและออกฤทธิ์ได้ดีขึ้น” นางนาตยา กล่าว

นอกจากนั้น นักวิจัย ยังบอกด้วยว่า เวลา นี้ยังทดลองใช้เพคตินกับเยื่อบุกระพุ้งแก้มด้วย โดยนำเม็ดเพคตินไปติดไว้ที่เนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มหมู พบว่าเพคตินยึดติดได้ดีเช่นกัน จึงเป็นไปได้สูงที่จะนำเพ็คตินไปพัฒนายารักษาแผลในปาก ยาฆ่าเชื้อราในช่องปาก หรือใส่ยาที่ต้องการให้ดูดซึมเข้ากระแสเลือดผ่านทางช่องปากให้ออกฤทธิ์ทันที เช่น ยารักษาโรคหัวใจ และยานิโคตินสำหรับคนที่ต้องการเลิกบุหรี่ เป็นต้น


Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 24 มีนาคม 2553 11:03:16 น. 0 comments
Counter : 294 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

somkitjar
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add somkitjar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.