Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
นักวิจัยเผยพันธุกรรม

FurnitureAshley FurnitureValue City FurniturePatio FurnitureWicker FurnitureBedroom FurnitureDiscount FurnitureBroyhill FurnitureEthan Allen FurnitureLane FurnitureOutdoor FurnitureUnfinished FurnitureIkea FurnitureBig Lots FurnitureCheap FurnitureSauder FurnitureAmerican Signature FurnitureDonate FurnitureLiving Room FurnitureHome Office FurnitureLazyboy FurnitureBobs Discount FurnitureJordans FurnitureTarget FurnitureUsed FurnitureAmish FurnitureHooker FurnitureModern FurnitureFree FurnitureJc Penney FurnitureBobs FurnitureContemporary FurnitureDining Room FurnitureLexington FurnitureReplacement Cushions For Outdoor FurnitureRustic FurnitureMor FurnitureRooms To Go FurnitureCat FurnitureBob'S FurnitureBathroom FurnitureHom FurnitureLevin FurnitureAshley Home FurnitureLazy Boy FurnitureCharities Take Used FurnitureMission Style FurnitureLeons FurnitureLeather FurnitureLog Furniture





วช. เปิดตัว 5 โครงการวิจัย “ไข้หวัดนก” ยันหวัดนกยังไม่กลายพันธุ์ แต่เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงด้านพันธุกรรมบ้างแล้ว ระบุเชื้อที่พบใน จ.นครพนม มีพันธุกรรมคล้ายเชื้อที่พบทางภาคใต้ของจีน ขณะที่เชื้อที่พบในส่วนอื่นๆ ของประเทศยังไม่พบความเปลี่ยนแปลงที่น่าวิตก พร้อมเดินหน้าสร้างการรับรู้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเลี้ยงสัตว์ปีกให้ ประชาชน

วันนี้ (21 ส.ค.) สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จัดการแถลงข่าว "วช.มุ่งงานวิจัยเชิงรุก แก้วิกฤติไข้หวัดนก" ขึ้น ณ โรงแรมมารวยการ์เด้น กรุงเทพฯ เพื่อเผยแพร่งานวิจัยเกี่ยวกับการติดตามเฝ้าระวัง และการตรวจสอบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในประเทศไทย ซึ่ง วช.จัดสรรงบประมาณวิจัยเชิงบูรณาการและงบวิจัยการเปลี่ยนแปลงพลวัตโลกเพื่อ การวิจัยเชื้อไข้หวัดประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2549 ราว 25 ล้านบาท โดยมีผลงานวิจัยที่นำมาแถลงข่าว 5 โครงการด้วยกัน

เริ่มตั้งแต่โครงการ "การศึกษาวิวัฒนาการของเชื้อไข้หวัดนก (H5N1) ที่แยกได้จากไก่และเป็ดในประเทศไทย" ของ ผศ.น.สพ.ดร.อลงกร อมรศิลป์ คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้ศึกษา ลำดับเบสทั้งหมดของเชื้อที่แยกได้จากเป็ดและไก่ในช่วงระยะการระบาดต่างๆ ทำให้เข้าใจวิวัฒนาการและการเปลี่ยนแปลงของเชื้อไข้หวัดนกในไก่และเป็ดใน ประเทศไทย

ทั้งนี้ การศึกษาดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อรวบรวมตัวอย่างเชื้อไข้หวัดนกในปี 2547 จากนั้นจึงเก็บตัวอย่างและตรวจพิสูจน์เชื้อไข้หวัดนกที่แยกได้จากไก่และเป็ด ในบริเวณ จ.นครนายก กาญจนบุรี และนครปฐม ตลอดจนจังหวัดใกล้เคียงในช่วงเวลาต่างๆ ในปี 2548 แล้วจึงนำมาหาลำดับเบสทั้งหมดของไข้หวัดนก เพื่อหาความสัมพันธ์ทางพันธุกรรมของเชื้อที่แยกได้ โดยวิธีการเปรียบเทียบพันธุกรรมและการวิเคราะห์กลุ่ม

ผศ. น.สพ.ดร.อลงกร เผยผลการศึกษาว่า เชื้อไข้หวัดที่พบในประเทศไทยในปี 2547-2548 ยังเป็นเชื้อกลุ่มเดียวกันอยู่ แต่แยกได้เป็น 2 กลุ่มย่อยที่มีความแตกต่างทางพันธุกรรมเพียง 1-2 % ซึ่งไม่ส่งผลถึงความร้ายแรงต่อการระบาดของโรคเพิ่มขึ้น ส่วน ในปี 2549 ได้มีการศึกษาในพื้นที่ จ.พิจิตรและนครพนม พบว่า เชื้อไข้หวัดนกในพื้นที่ จ.พิจิตร ที่มีผู้เสียชีวิตจากไข้หวัดนกไปเมื่อเร็วๆ นี้ยังเป็นเชื้อตัวเดิมที่มีการระบาดอยู่ก่อนหน้านี้ การระบาดครั้งล่าสุดจึงเป็นเพียงการระบาดซ้ำซาก

ขณะ ที่เชื้อไข้หวัดนกที่พบที่ จ.นครพนมกลับมีความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมสอดคล้องกับเชื้อไข้หวัดนกที่มี การระบาดในตอนใต้ของประเทศจีน ทว่ายังต้องมีการศึกษาทางระบาดวิทยาและเก็บตัวอย่างมาศึกษามากขึ้นต่อไป จึงจะทราบผลว่ามีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมไปมากน้อยอย่างไรบ้าง อย่างไรก็ดี เขาเชื่อว่า เชื้อไข้หวัดนกที่ระบาดอยู่ทั้ง 2 แห่งนั้นก็ยังไม่มีผลต่อความรุนแรงของเชื้อที่มากขึ้นแต่อย่างใด

“เชื้อ ไข้หวัดนกได้มีการเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมอยู่ตลอดเวลา แต่ก็ยังไม่มีการกลายพันธุ์ที่ทำให้เกิดอันตรายหรือมีความรุนแรงของโรคมาก ขึ้น” ผศ.น.สพ.ดร. อลงกร กล่าว

ส่วนโครงการที่ 2 คือโครงการ “การศึกษาเชื้อไวรัสไข้หวัดนก H5N1 ในนกธรรมชาติและนกสวยงาม” โดย ผศ.น.สพ.ปานเทพ รัตนากร คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่ง ผศ.น.สพ.ปานเทพ กล่าวว่า จากการศึกษาพบว่าการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในเป็ดพันธุ์พื้นเมืองของไทยเกิดความรุนแรงของโรคต่ำกว่า แต่สามารถแพร่กระจายเชื้อได้ยาวนาน

การ ที่มีสัตว์ติดเชื้อโดยไม่มีอาการชัดเจนและปล่อยให้เชื้อสร้าง ปัญหาอย่างมากในการควบคุมการระบาด ได้ส่งผลกระทบต่อสัตว์ปีกอื่นๆ ตามไปด้วย อาทิ นกธรรมชาติที่อพยพเข้ามาในประเทศอย่างนกเป็ดแดงที่ยังไม่มีการศึกษาที่ ชัดเจน นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อนกสวยงาม ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่ประเทศไทยผลิตและส่งออกได้ปีละกว่า 700 ล้านบาทให้ต้องพลอยซบเซาไปด้วย

“จากการศึกษาที่ผ่านมา ประเทศไทยยังไม่พบการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในนกสวยงามเลย ดังนั้นจึงต้องมีการศึกษาที่ชัดเจน เชื่อถือได้ เพื่อดึงตลาดการค้านกสวยงามกลับคืนมา” ผศ.น.สพ. ปานเทพ กล่าว

สำหรับโครงการ “ระบาดวิทยาของโรคไข้หวัดนกในระดับหมู่บ้านในพื้นที่ภาคกลาง” ของ ผศ.น.สพ.ดร.ธีระ รักความสุข คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) เป็นโครงการที่ศึกษาถึงความชุกชุมของการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกโดยใช้วิธีสุ่มตรวจ เพื่อสร้างหมู่บ้านต้นแบบปลอดเชื้อไข้หวัดนก ก่อนพัฒนาสร้างเป็นเครือข่ายในลำดับต่อไป

ผศ.น.สพ.ดร.ธีระ เผยว่า นอกจากเขาจะศึกษาการระบาดของเชื้อไข้หวัดนกในสัตว์ปีกแล้ว ยังได้ศึกษาถึงการระบาดของเชื้อในสุกรและม้าในพื้นที่การศึกษาด้วย โดยจะนำเทคโนโลยีภูมิสารสนเทศเป็นเครื่องมือวิเคราะห์ปัจจัยเสี่ยงเพื่อควบ คุมการระบาดได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้ได้รูปแบบการเลี้ยงและผลสัมฤทธิ์ของการสื่อต่อการป้องกันโรคไข้หวัด นกในสัตว์ปีกของผู้เลี้ยงไก่พันธุ์พื้นเมือง

ด้านโครงการที่ 4 “การประเมินฟาร์มสัตว์ปีกเพื่อเข้าสู่ระบบคอมพาร์ทเม้นท์ทาไลเซชั่น” ของ ผศ.น.สพ.ดร.ศิริชัย วงษ์นาคเพ็ชร คณะสัตวแพทยศาสตร์ มก. โดยเจ้าของโครงการเผยว่า ระบบดังกล่าวคือระบบการเฝ้าติดตามโรคไข้หวัดนกเพื่อการป้องกัน ซึ่งจากการประชุมของสำนักระบาดวิทยานานาชาติได้มีการเสนอว่า ระบบดังกล่าวเป็นตัวเลือกที่ดีที่สามารถนำมาจัดการกับการระบาดของโรคไข้หวัด นกได้ โดยขณะนี้ กรมปศุสัตว์ได้นำระบบดังกล่าวไปดำเนินการในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกที่สมัครเข้า ร่วมโครงการแล้ว คาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีฟาร์มสัตว์ปีกราว 1,000 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมโครงการ

ส่วนในโครงการของ ผศ.น.สพ.ดร.ศิริชัย จะเริ่มดำเนินการศึกษาถึงผลดีผลเสียของระบบดังกล่าวตั้งแต่ ส.ค.2548 เป็นต้นไปจนถึงราวเดือน ก.ค.2550 โดยระบบดังกล่าวจะเน้นถึงมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพเป็นหลัก ที่สำคัญคือการปรับปรุงระบบการจัดการการเลี้ยงสัตว์ให้ได้มาตรฐานที่ปลอดภัย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกสัตว์ปีกของไทย

สำหรับโครงการสุดท้ายคือ โครงการ “การศึกษาปัจจัยเสี่ยง ความรู้ ทัศนคติ และแนวทางการดำเนินการควบคุมป้องกันโรคไข้หวัดนก” ของ ผศ.น.สพ.ดร.สุวิชัย โรจนเสถียร คณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเจ้าของโครงการระบุว่า ใน การป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกที่ได้ผลเป็นที่น่าพอใจมากที่สุด น่าจะเกิดมาจากการรับรู้และการมีส่วนร่วมของผู้เลี้ยงสัตว์ปีกเป็นหลัก การใช้มาตรการทางกฎหมายมาบังคับจะได้ผลแต่ก็เพียงระยะสั้นๆ เท่านั้น

ดัง นั้น การป้องกันการระบาดของโรคไข้หวัดนกที่ได้ผลจะต้องสร้างการรับรู้เกี่ยวกับ โรคไข้หวัดนกให้แก่ผู้เลี้ยงได้เข้าใจอย่างชัดเจน เพื่อปรับเปลี่ยนทัศนคติ และพฤติกรรมการเลี้ยงและจัดการสัตว์ของผู้เลี้ยงให้เหมาะสม โดยเป็นการกระทำโดยตัวเอง ไม่ใช่เป็นผลมาจากการบังคับทางกฎหมาย จากในปัจจุบันที่ยังพบการเลี้ยงและการจัดการสัตว์ปีกที่ไม่เหมาะสมนัก ทั้งในในสถานที่ฆ่าและชำแหละสัตว์ปีก สนามไก่ชน และฟาร์มเลี้ยงไก่ไข่


ขอบคุณแหล่งที่มา///www.manager.co.th


Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 24 มีนาคม 2553 10:29:40 น. 0 comments
Counter : 272 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

somkitjar
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add somkitjar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.