Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
ไม่แก่... ก็ (ข้อ) เสื่อมได้


บรรดาหนุ่มสาววัยทำงานทั้งหลายอาจ คิดว่าปัญหา "ข้อเสื่อม" เป็นปัญหาไกลตัว เป็นโรคที่เกิดกับผู้สูงอายุเท่านั้น แต่จริงๆแล้วไม่แก่ก็เสื่อมได้ เพราะหากไม่รู้จักดูแลสุขภาพข้อตัวเองให้ดี โรคข้อเสื่อมก็อาจจะถามหาตั้งแต่อายุยังน้อย เพราะสาเหตุสำคัญอย่างหนึ่งที่นำมาซึ่งภาวะข้อเสื่อม ก็คือ พฤติกรรมการใช้ชีวิตในแต่ละวัน ตั้งแต่อากัปกิริยาที่ร่างกายใช้ไม่ถูกวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเดิน นั่ง วิ่ง ยกของ หรือแม้แต่การออกกำลังกายบางอย่าง การรับประทานอาหารบางชนิดที่มีผลกระทบต่อระบบการทำงานของข้อกระดูก ก็อาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหาข้อเข่าเสื่อมตามมาได้

ผศ.นพ.พัชรพล อุดมเกียรติ ศัลยแพทย์โรคกระดูกและข้อ ภาควิชาศัลยศาสตร์ออร์โธปิดิคส์ โรงพยาบาลศิริราช กล่าวแนะนำระหว่างการบรรยายเรื่อง “สตรีไทยห่างไกลโรคข้อเสื่อม” ให้กับสมาชิกสมาคมบัณฑิตสตรีทางกฎหมายแห่งประเทศไทยฯ เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า ผู้หญิงจะมีโอกาสเกิดภาวะข้อเสื่อมมากกว่าผู้ชาย เนื่องจากผู้หญิงมีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อน้อยกว่าผู้ชาย และหากไม่ได้รับการบริหารกล้ามเนื้ออย่างถูกต้อง ก็มีโอกาสที่จะเกิดข้อเสื่อมตั้งแต่อายุยังน้อยได้หากมีปัจจัยเสี่ยง

ทั้งนี้ ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดภาวะข้อเข่าเสื่อมมีหลายปัจจัย ที่สำคัญ ได้แก่ การมีน้ำหนักตัวมากเพราะจะทำให้ข้อเข่าทำงานหนักและเกิดการสึกหรอได้เร็ว หรือผู้ที่มีอาชีพที่ต้องใช้ข้อมากกว่าคนปกติและมีการใช้งานของข้อซ้ำๆ รวมทั้งมีแรงกดที่ข้อเพิ่มมากขึ้น เช่น ผู้ที่ทำงานแบกหาม นักกีฬาที่ต้องมีการกระโดดบ่อยๆ พนักงานขายของในห้างสรรพสินค้า แม่บ้าน ฯลฯ รวมถึงผู้มีพฤติกรรมการใช้ข้อแบบผิด ๆ เช่น ผู้ที่ชอบนั่งพับเพียบ นั่งยองๆ นั่งคุกเข่า หรือผู้ที่ชอบอยู่ในท่างอข้อเข่าเป็นเวลานาน เดินขึ้น-ลงบันไดบ่อยๆ ใช้ส้วมนั่งยอง นับเป็นอันตรายต่อข้อเข่าอย่างมาก เพราะการใช้ข้อในลักษณะที่ผิดเป็นเวลานานๆ ก็จะนำไปสู่ภาวะข้อเสื่อมได้ง่าย

ผู้ป่วยสามารถสังเกตอาการเริ่ม แรกได้ เช่น ปวดข้อเข่าเวลายืน เดิน หรือเดินขึ้นลงบันได เวลาพักหรือใช้งานน้อยลงจะไม่ปวด และเมื่อข้อเข่าเสื่อมมากขึ้นจะมีอาการกล้ามเนื้อด้านหลังเข่าตึงและปวด และไม่ว่าจะเดินมากหรือไม่มากก็จะปวด นอกจากนี้ยังอาจมีอาการปวดข้อเข่าตอนกลางคืนหรือเวลาอากาศเย็นชื้น บางทีอาจมีเสียงดังกร๊อบแกร๊บขณะเคลื่อนไหว หรืออาจปวดมากเวลาเปลี่ยนจากท่านั่งเป็นยืน

โดยเฉพาะเวลานั่งคุกเข่า พับเพียบ ขัดสมาธินานๆ หรือยกของหนัก ซึ่งหากมีอาการเหล่านี้แล้วผู้ป่วยเพิกเฉยไม่ทำการรักษาอย่างจริงจัง จะส่งผลให้ข้อเข่าโก่งงอ ทำให้เกิดอาการปวดทุกครั้งที่เคลื่อนไหว โดยเฉพาะเวลาลงน้ำหนัก เนื่องจากกระดูกบริเวณข้อเข่าจะสัมผัสกันโดยตรง โดยไม่มีกระดูกอ่อนคั่นกลาง การทรุดตัวของกระดูกอ่อน และกระดูกข้อเข่าจะทำให้ข้อเข่ามีลักษณะโก่งงอผิดรูปเพิ่มขึ้นจนเดินไม่ได้ ต้องใช้ไม้เท้า หรืออุปกรณ์ช่วยเดินชนิด 4 ขา

ดังนั้น เพื่อยืดอายุการใช้ของข้อเข่าให้ยาวนานขึ้น ผศ.นพ.พัชรพล กล่าวแนะนำเพิ่มเติมว่า ควรดูแลสุขภาพข้อให้แข็งแรง ด้วยการออกกำลังกายที่ไม่ต้องลงน้ำหนักมากนัก เช่น ว่ายน้ำ ขี่จักรยาน เดินเร็วๆ วิ่งเหยาะๆ เป็นต้น แต่ไม่ควรออกกำลังกายที่ต้องมีการลงน้ำหนักที่เข่าเพิ่มขึ้น เช่น วิ่งเร็วๆ ฟุตบอล เทนนิส แบดมินตัน บาสเกตบอล เพราะจะทำให้เกิดการกระแทกแรงๆ ที่บริเวณข้อเข่าได้

“นอกจากนี้ควรหลีกเลี่ยงพฤติกรรมการใช้ข้อเข่าแบบผิดๆ เช่น การนั่งยองๆ นั่งขัดสมาธิ การขึ้นลงบันไดบ่อยๆ และหากผู้ป่วยที่เป็นข้อเข่าเสื่อมต้องขึ้น-ลงบันได ให้ใช้หลักการ “ดีขึ้น-เลวลง” คือ ในกรณีขึ้นบันไดให้ใช้ขาข้างที่ไม่ปวดหรือปวดน้อยกว่าก้าวขึ้นก่อนแล้วจึง ตามด้วยขาข้างที่ปวด แต่ในทางกลับกันในกรณีลงบันไดให้ใช้ขาข้างที่ปวดมากก้าวลงก่อนแล้วจึงตาม ด้วยขาข้างที่ไม่ปวดหรือปวดน้อยกว่า โดยให้ก้าวขึ้น-ลงทีละขั้น” ผศ.นพ.พัชรพลแนะนำ

ทั้งนี้ หากผู้ป่วยมีอาการเริ่มปวดข้อดังที่กล่าวมา ควรปรึกษาแพทย์โรคกระดูกและข้อ เพื่อแพทย์จะได้วินิจฉัยและเลือกวิธีการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งมีอยู่หลายวิธี เช่น การให้ยาลดการอักเสบ ยาเสริมกระดูกอ่อนเพื่อช่วยกระตุ้นการสร้างกระดูกอ่อนและน้ำหล่อเลี้ยงภายใน ข้อเข่า การฉีดน้ำไขข้อเทียม การทำกายบริหารซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่สุดในการควบคุมโรคข้อเสื่อม รวมทั้งการผ่าตัดด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งปัจจุบันเทคโนโลยีการผ่าตัดมีความก้าวหน้ากว่าแต่ก่อนมาก

“แต่อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมจะเป็นวิธีการสุดท้ายที่แพทย์จะนำมาใช้ในการ รักษาโรคข้อเสื่อม โดยแพทย์จะพิจารณาในรายที่ข้อเข่ามีการเสื่อมสภาพอย่างรุนแรง และได้พยายามรักษาด้วยวิธีอื่นแล้วไม่ได้ผล เช่น กินยาแล้วไม่หายปวด หรือกินยาแล้วหายปวดจริง แต่หยุดยาไม่ได้ หรือแพ้ยา กินยาไม่ได้ และในรายที่มีข้อเข่าโก่ง, หลวม, และไม่มั่นคง จนเดินลำบากเป็นปัญหาในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งการผ่าตัดจะช่วยแก้ไขความผิดปกติจากโรคข้อเสื่อม ช่วยลดความเจ็บปวดและทำให้ผู้ป่วยเคลื่อนไหวข้อได้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดเปลี่ยนข้อเทียมจะได้ผลดีหรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น รูปแบบของการผ่าตัด การรักษาทางยาร่วมกับกายภาพบำบัดก่อนและภายหลังการผ่าตัด และที่สำคัญที่สุดคือการให้ความร่วมมือในการรักษาของตัวผู้ป่วยเอง” ผศ.นพ.พัชรพลสรุป


Create Date : 23 มีนาคม 2553
Last Update : 23 มีนาคม 2553 12:56:00 น. 0 comments
Counter : 347 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

somkitjar
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add somkitjar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.