Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
จตนามี กรรมมา...เจตนาไม่มา กรรมไม่มี

Side TableWood Dining TableFirepit TableStone Dining TableLifetime TableFolding Camp TableCommercial Patio Picnic TableAccent TablePlastic Picnic TableSmall TableChairside TableChinese Display TableLowest Price For Lucite Nesting TableMarble Coffee TableFolding Craft TablePedestal Dining TableFolding Bar TableMosaic Tile Dining TableShadow Box Coffee TableDrop Leaf Kitchen TableBed Tray TableSamsonite Folding TableFolding Drafting TableSmall Lacquer TableMetal Coffee TableBarrel Stave TableDog Crate End TablePortable Picnic TableMarble Top Coffee TableSquare Coffee TableOutdoor Sofa TableTop TableWrought Iron TableGlass Top Kitchen TableFlip Top TableHall TableRound Folding TableAdjustable Height Patio TableWall Mounted TableFolding Kitchen TableRound Pedestal Dining TableAlvin Drafting TableReaders TableOak Kitchen TableKitchen Island TableGranite Top Dining TableCounter Height Dining TableContemporary Dining TableWooden Picnic TableMission End Table

เจตนา กรรมมี...เจตนาไม่มี กรรมไม่มา
กรรม......
ที่แท้จะ ต้องประกอบด้วยหลักเกณฑ์ 2 ปรการคือ...
หลักเกณฑ์ข้อที่ 1. 'ผู้ทำมีเจตนา' มีหลักการที่พระพุทธเจ้า
ได้ตรัสไว้ในนิพเพธิกสูตร ฉักกนิบาต อังคุตตรนิกาย ว่า...
'เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ'...แปลว่า
ภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาเป็นกรรม...

เจตนา......
ได้แก่ ความตั้งใจหรือความรับรู้ ซึ่งแบ่งได้เป็น 3 อย่างคือ...
1. บุพเจตนา...เจตนาก่อนทำ
2. มุญจนเจตนา...เจตนาในเวลาทำ
3. อปราปรเจตนา...เจตนาเมื่อได้ทำไปแล้ว

การกระทำโดยมีเจตนา เกิดขึ้นในตอนใดตอนหนึ่ง ถือว่าเป็นกรรม
ทั้งสิ้น ส่วนการกระทำที่ไม่มีเจตนา คือใจไม่ได้สั่งให้ทำไม่จัดว่าเป็น
กรรม เช่น คนเจ็บซึ่งมีไข้สูง เกิดเพ้อคลั่ง แม้จะพูดคำหยาบออก
มา เอามือหรือเท้าไปถูกใครเข้าก็ไม่เป็นกรรม ในทางวินัยก็ยกเว้นให้
พระที่ วิกลจริตซึ่งล่วงเกินสิกขาวินัย ไม่ต้องอาบัติ ทั้งนี้ก็โดยหลัก
ที่ว่า ถ้าผู้ทำไม่มีเจตนา การกระทำนั้นก็ไม่เป็นกรรม...

ส่วนหลักเกณฑ์ข้อ ที่ 2 การกระทำนั้นจะต้องให้ผลเป็นบุญหรือบาป
ก็เพื่อแยก การกระทำของพระอรหันต์ออกจากการกระทำของปุถุชน
เนื่องจากพระอรหันต์ เป็นผู้หลุดพ้นจากกิเลสอาสวะ ไม่มีความยึด
ถือในตัวตน การกระทำเรียกว่า อัพยากฤต ไม่นับว่าเป็นกรรมดีหรือ
กรรมชั่ว บุญและบาปไม่มี การกระทำของพระอรหันต์ จึงไม่เรียกว่า
กรรม...แต่เรียก กิริยา...

ส่วน ปุถุชน ยังมีความยึดมั่นถือมั่นในตัวตนอยู่ จะทำอะไรก็ยังยึดถือ
ว่าตน เป็นผู้กระทำ 'การกระทำ' ของปุถุชน..จึงเป็นกรรม ย่อมจะก่อให้
เกิดวิบาก หรืิอผล..เสมอ....

'กรรมดี'...ก็ก่อให้เกิด...บุญ...
'กรรมชั่ว '...ก็ก่อให้เกิด...บาป...

~~พระธรรมสิงหบุราจารย์~~
หลวงพ่อจรัญ จิตธัมโม
ขอนอบน้อมแด่คุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์


Create Date : 23 มีนาคม 2553
Last Update : 23 มีนาคม 2553 11:47:02 น. 0 comments
Counter : 374 Pageviews.
Share to Facebook

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

somkitjar
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]




Friends' blogs
[Add somkitjar's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.