Group Blog
 
<<
พฤษภาคม 2554
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
2 พฤษภาคม 2554
 
All Blogs
 

อันตราย การกินวิตามินซี กับอาหารประเภทกุ้ง

ไต้หวัน-- -- หญิงคนหนึ่งเลือดออกทางทวารทั้ง 7 โดยไม่รู้สาเหตุ
เสียชีวิตในข้ามคืนเดียว จากการชันสูตรศพเบื้องต้น ลงความเห็นว่าตายเพราะพิษสารหนู
แล้วสารหนูมาจากไหนล่ะ ตำรวจเริ่มสืบสวนในวงกว้าง
และเชิญศาสตราจารย์นิติเวชมาร่วมคลี่คลายคดี ศาสตราจารย์ตรวจวิเคราะห์สิ่งตกค้างในกระเพาะ
ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็เปิดโปงสาเหตุการตายฉับพลัน
"ผู้ตายไม่ได้ฆ่าตัวตาย ไม่ได้ถูกลอบสังหาร แต่ตายเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ถูกมันฆ่า" ศาสตราจารย์ฟันธง
ผู้คนงงเป็นไก่ตาแตก อะไรคือ"มันฆ่า" แล้วสารหนูมาจากไหน
ศาสตราจารย์กล่าวว่า สารหนูเกิดในกระเพาะผู้ตาย ผู้ตายกินวิตามินซีทุกวัน
นี่ไม่ใช่ปัญหา ปัญหาอยู่ที่เธอกินกุ้งจำนวนมากในมื้อเย็น กินกุ้งโดยลำพังก็ไม่มีปัญหา
คนในบ้านกินกันก็ไม่เห็นเป็นไร แต่ผู้ตายกินวิตามินซีพร้อมกัน
กับการกินกุ้ง ปัญหาจึงเกิดขึ้นตรงนี้

นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทำการทดลอง
พบว่าสัตว์เปลือกอ่อน เช่น กุ้ง มีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง
สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร

แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน
จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5
หรืออาเซนิกออกไซด์ ซึ่งไม่มีพิษ
กลายเป็น สารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์
ซึ่งมีพิษ หรือทั่วไปที่รู้กัน เรียกว่า สารหนู นั้นเอง

พิษสารหนู จะทำให้การทำงานของเส้นโลหิตฝอยและ
เอนไซม์ของซัลฟีดรีลขัดข้อง
ซึ่งทำให้เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจ ตับ ไต และลำไส้
เซลล์ผิวหนังตายด้าน เส้นโลหิตฝอยขยายตัว
ดังนั้น ผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด

**
เพราะฉะนั้น ในระยะที่รับประทานวิตามินซี ต้องงดกินอาหารประเภทกุ้ง เพื่อความไม่ประมาท **




 

Create Date : 02 พฤษภาคม 2554
0 comments
Last Update : 2 พฤษภาคม 2554 16:30:37 น.
Counter : 757 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


sodacawaii
Location :
เชียงใหม่ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add sodacawaii's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.