บทความเก่าของคุณ ปิติ เลิศลุมพลีพันธุ์ "สนามวิจารณ์ : คารวะแด่ Morricone"

ไม่รู้เจ้าของบล็อกมัวไปงมโข่งอยู่แห่งหนใด ถึงได้เพิ่งเจอบทความดีๆ แบบนี้ หลังจากที่ท่านเทพ Morricone ได้รับรางวัลออสการ์เกียรติยศ และบทความนี้มาอายุผ่านไปแล้ว ๑ ปี ทั้งๆ ที่ที่บ้านก็รับหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ด้วยนะ







เรื่อง : ปิติ เลิศลุมพลีพันธุ์
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ (คลิก)



คงจะไม่ช้าเกินไปหากจะกล่าวถึงค่ำคืนที่ โกดัก เธียเตอร์ กันอีกครั้งสำหรับงานแจกรางวัลออสการ์ครั้งที่ผ่านมา

กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ : ไม่ใช่เพื่อพูดถึงรางวัลใหญ่ๆ ตามที่ได้ทราบกันแล้ว ...หากแต่เป็นสปอตไลท์จุดเล็กๆ ของงานที่ฉาดฉายแสงไปยังรางวัลสำคัญของบุคคลที่หลายสำนักข่าวอาจจะมองข้ามเขาไป นั่นคือรางวัล Honorary Academy Award ซึ่งเป็นรางวัลที่มอบให้กับศิลปิน ผู้กำกับ หรือผู้เกี่ยวข้องต่อวงการภาพยนตร์ เพื่อเป็นเกียรติสำหรับความสำเร็จตลอดอายุและชีวิตของบุคคลอันทรงเกียรติเหล่านั้น

สำหรับในปีนี้ รางวัล Lifetime Achievement Award สถาบัน Academy มอบรางวัลให้กับสุดยอดนักประพันธ์เพลงตลอดกาลชาวอิตาลีนามว่า เอนนิโญ มอร์ริคอเน่ (Ennio Morricone)

ด้วยอายุกว่า 78 ปี ปรมาจารย์แห่ง Score เพลงประกอบภาพยนตร์กว่า 500 เรื่อง จึงดูเหมือนจะไม่มีหวังกับรางวัลออสการ์ ทั้งที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในสาขาเพลงประกอบถึง 5 ครั้ง จาก Days of Heaven (1979) The Mission (1987) The Untouchables (1988) Bugsy (1992) และ Malena (2001) แต่ไม่เคยได้รับรางวัลใดบนเวทีนี้เลย - คล้ายกับ สแตนลีย์ คูบริค ที่มักจะพลาดออสการ์เสมอมา

จวบจนถึงในปีนี้ ช่วงเวลาสั้นๆ ของคืนประกาศผล หนึ่งในพระเอกคู่บุญของมอร์ริคอเน่ นั่นคือ คลินท์ อีสต์วู้ด ได้ประกาศผลรางวัลเกียรติยศให้กับ ยอดผู้ประพันธ์จาก โรม ประเทศอิตาลี ที่แม้ว่าหลายคนอาจจะมองข้ามรางวัลนี้ไป แต่ก็เป็นรางวัลอันควรค่าแห่งการรอคอยเกือบ 30 ปี

...................

มอร์ริคอเน่ เริ่มต้นชีวิตนักแต่งเพลงจากนักดนตรีวงออร์เคสตราทั่วไป ก่อนที่จะหันมาเริ่มประพันธ์บทเพลงประกอบภาพยนตร์แนว Western Italian เรื่อยมา จนมาแต่งบทเพลงประกอบให้กับภาพยนตร์ในฝั่งฮอลลีวู้ด และยังคงประพันธ์เรื่อยมาจวบจนวันนี้

ผลงานบทเพลงของเขาหลายต่อหลายเรื่องที่เป็นการทำงานร่วมกันกับผู้กำกับคนเดิม ซึ่งดูเหมือนจะมีความคุ้นเคยกันเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในชุดภาพยนตร์หลายสิบเรื่องของ เซอร์จิโอ เลโอเน่ (Sergio Leone) และ จูเซ็ปเป้ ทอนาทอเร่ (Guiseppe Tornatore) และด้วยความที่ภาพยนตร์ส่วนใหญ่เป็นแนวชีวิต จึงทำให้แนวเพลงประกอบภาพยนตร์เหล่านั้นค่อนข้างบีบอารมณ์ผู้ฟัง และแสดงความอ่อนไหวของตัวละครออกมา

ท่วงทำนองของมอร์ริคอเน่มีเอกลักษณ์ที่ชัดเจน สวยงาม ฟังง่าย และดูยิ่งใหญ่ จนอาจจะทำให้ผู้คนเคลิบเคลิ้มไปกับเสียงเสนาะหูเหล่านั้นได้ไม่ยาก หลายเรื่องที่บทเพลงของมอร์ริคอเน่ ตรึงให้ผู้ฟังหลั่งไหลอารมณ์ร่วมไปกับภาพยนตร์ได้อย่างง่ายงาม ภาพยนตร์หลายเรื่องที่ประสบความสำเร็จ ส่วนหนึ่งก็ด้วยการสนับสนุนจากดนตรีประกอบภาพยนตร์ที่มาจากมันสมองของผู้ประพันธ์คนนี้

หากยังจำได้ กับฮาโมนิก้าทรงพลังใน The Good, the Bad and the Ugly, เสียงดนตรีติดหูจาก A Fistful of Dollars/ Once Upon a Time in America/ Sacco and Vanzetti, ท่วงทำนองมหัศจรรย์ของ On Earth as it is in Heaven จาก The Mission, โน้ตพรมเปียโนของภาพยนตร์แห่งความเหงา 1900, ดนตรีที่หนักแน่นของ The Ecstasy of Gold บทเพลงที่วงดนตรีร็อค Metallica หยิบยืมไปเป็นเพลงเปิดคอนเสิร์ต และที่ขาดไม่ได้กับอัลบั้มไพเราะตลอดกาลอย่างเพลงประกอบภาพยนตร์ Cinema Paradiso

เป็นเรื่องไม่น่าเชื่อว่าบุคคลที่ผ่านเรื่องราวมากมาย รางวัลจากสถาบันต่างๆ กว่า 100 รางวัล ความสำเร็จจากการแสดงคอนเสิร์ตกว่า 100 ครั้ง รวมถึงการใช้ชีวิตอย่างแสนลำบากในระหว่างสงครามโลก จะยังคงมีพลังการทำงานอย่างเหลือเฟือ และสร้างสรรค์ผลงานออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากจะเขียนชื่อบทเพลง หรือตัวโน้ตที่มอร์ริคอเน่ คิดเรียงร้อยออกมาก็อาจจะต้องใช้แผ่นกระดาษที่ไม่อาจนับจำนวนได้

....................

หลังจากที่ คลินท์ อีสต์วู้ด ได้มอบรางวัล Academy ให้กับมอร์ริคอเน่แล้ว เขาได้กล่าวคำขอบคุณเป็นภาษาอิตาเลียน ซึ่งได้ถอดความโดยปู่คลินท์นั่นเอง มอร์ริคอเน่ขอบคุณและให้เกียรติแก่ผู้กำกับทั้งหลายที่ศรัทธาในตัวเขา รวมไปถึงการกล่าวสดุดีบรรดาศิลปินคนอื่นๆ ที่ถึงแม้จะพลาดรางวัล แต่ก็ถือว่าได้สร้างสรรค์ผลงานที่มีคุณค่าเอาไว้

"...Oscar is not a point of arrival but a starting point to continue writing with the same passion and dedication..."

"ออสการ์หาใช่ฝั่งฝัน หากแต่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเขียนดนตรีด้วยแรงปรารถนาและความทุ่มเทเหมือนเดิมต่อไป"

คำบอกกล่าวในช่วงท้ายของชายวัย 78 บนเวทีออสการ์คืนนั้น ดูจริงจัง และแสดงความเป็นศิลปินของเขาอย่างแท้จริง

...ขอคารวะแด่ Ennio Morricone.






คลิปนี้เป็นคลิปงานแสดงและประกวดพลุนานาชาติเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเจ้าเมื่อปีที่แล้ว ที่เมืองทองธานี ซึ่งเจ้าของบล็อกได้มาจากคนใจดีแห่งพันทิปอัพไว้ให้ค่ะ หนึ่งในประเทศที่เข้าประกวดก็คือประเทศอิตาลี และได้มีการใช้เพลงของ Ennio Morricone เข้ามาประกอบการแสดงพลุด้วย ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเจ้าของบล็อกเชียร์พลุจากประเทศไหนเป็นพิเศษ



Bangkok International Fireworks Contest - Italy

The background music is composed by Ennio Morricone for the movie "Once Upon the Time in the West"













 

Create Date : 03 มีนาคม 2551
0 comments
Last Update : 3 มีนาคม 2551 3:40:08 น.
Counter : 807 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


snodgrass
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]





แสงหนึ่ง - ครอบครัว "ศรีณรงค์"
บรรเลงสดในรายการ "จับเข่าคุย"



ทำให้ใจเต้นแรง


บล็อกล่าสุด

รวมรูปคนดัง (6 มี.ค. 51) - Catherine Zeta Jones, Rachel McAdams, Maria Sharapova และอีกมากมาย

รวมรูปคนดัง (ครั้งยิ่งใหญ่) - Winona Ryder, Natalie Portman, Maria Sharapova และอีกมากมาย

รวมรูปคนดัง (ครั้งยิ่งใหญ่) - Jessica Alba, Kate Beckinsale, Jennifer Hawkins และอีกมากมาย

สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ ในความทรงจำของ "หมึกแดง"

บทความเก่าของคุณ ปิติ เลิศลุมพลีพันธุ์ "สนามวิจารณ์ : คารวะแด่ Morricone"

: Users Online
Group Blog
 
<<
มีนาคม 2551
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
3 มีนาคม 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add snodgrass's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.