เดินสายกลาง..ไม่อ้างว้าง..ไม่วุ่นวาย
Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
งานแรกที่ขั้วโลก (1)

เราคิดว่าเราเป็นคนหนึ่งที่โชคดีไม่น้อยเลย ที่มาอยู่นอร์เวย์ได้สิบเดือนเราก็ได้ทำงานประจำ ทั้งๆที่ยังเรียนรู้ภาษาบ้านเขาได้ไม่เท่าไหร่เลย (มาอยู่นอร์เวย์เมื่อ 20 กุมภา 2545 เริ่มทำงาน 25 พ.ย.2545)แม้จะเป็นแค่สาวโรงงานก็ตามที

ตอนนั้นที่ได้งานก็เพราะได้รู้จักกับพี่คนไทยคนนึง ซึ่งทำงานอยู่โรงงานปลาซัลมอนรมควัน และวันดีคืนดีพี่เขาบอกว่าทางโรงงานต้องการคนงาน พร้อมกับชักชวนให้ไปทำงานที่โรงงานด้วยกัน ไอ้เราก็รีบปรึกษาสามี ตอนแรกสามีไม่เห็นด้วย เพราะอยากให้เรียนภาษานอร์สค์ให้คล่องก่อน แล้วค่อยหางานทำ แต่เราก็ดื้ออ่ะนะ

เพราะเราใคร่ครวญดูแล้ว คิดว่าตัวเองเรียนรู้"การพูด"ได้ช้ากว่าคนอื่น แต่ด้านการอ่านการเขียน การแต่งประโยค หรือหลักไวยากรณ์ พอไหวอยู่ (ครูบอกว่าเราทำได้ดี) จะขาดก็แต่ทักษะการพูด เพราะเราเป็นคนเงียบๆ หงิมๆ เฉยๆ ชอบเก็บตัว นอกจากที่โรงเรียนกับบ้านแล้วก็ไม่เคยได้ออกไปไหนเลย ตอนที่ไปอยู่ใหม่ๆ วันๆขลุกอยู่แต่กับการเขียนจดหมาย เขียนบันทึก ท่องเน็ต และทำงานฝีมือ ซึ่งมันไม่เป็นผลดีต่อการเรียนรู้ภาษาเลย ดังนั้นเราจึงคิดว่าน่าจะทำงานไปด้วยดีกว่า จะได้เจอะเจอและคุยกับฝรั่งคนอื่นๆบ้างในที่ทำงาน ได้ประสบการณ์ แถมได้เงินอีกด้วย

ว่าแล้วก็ไปปรึกษาครูสอนภาษาที่ รร. ทางคุณครูก็ให้คำแนะนำและช่วยเหลือเราดีมากๆ โดยจัดให้เราไปเรียนภาษาภาคค่ำแทน ในที่สุดเราก็ได้ทำงานแรกเป็นสาวโรงงาน โดยไม่เสียการเรียน

วันที่ไปให้ทางโรงงานสัมภาษณ์(วันศุกร์ที่ 22 พ.ย.2545) ฝ่ายบุคคลไม่ได้ถามไถ่อะไรมาก แค่พาไปจอบๆดูกระบวนการแพ็คปลาซัลมอนรมควันตรงช่องกระจกหน้าต่าง พร้อมกับอธิบาย เสร็จแล้วก็ถามว่าเราสนใจจะทำมั้ย? คิดว่าทำไหวมั้ย? แค่นั้นเอง พอตกลงก็ให้เริ่มงานวันจันทร์ที่ 25 พย.เลย รวดเร็วทันใจซะไม่มี

ที่โรงงานเราเข้างาน 06.30 น.(เช้ามากเลยเนาะ) เลิกงาน 14.30 น. ซึ่งกรุ๊ปคนที่เข้างานรอบนี้จะมีอยู่ 4 คนด้วยกัน เมื่อถึงเวลาเริ่มงาน สิ่งแรกเลยคือเราต้องสวมชุดกราวนด์ ไม่ต้องเปลี่ยนชุด เพียงแค่สวมชุดทับไปเลย สวมหมวกคลุมผมสีขาว และรองเท้า ที่ทางโรงงานจัดไว้ให้ จากนั้นก็เข้าไปข้างในล้างมือให้สะอาด เช็ดให้แห้ง ฉีดน้ำยาฆ่าเชื้อโรคฟี๊บๆอีกรอบ แล้วจึงสวมถุงมือยาง ทั้งนี้เพราะความสะอาดจะต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง อย่างที่เรารู้ๆกันดีว่าฝรั่งเขาเข้มงวดกวดขันมากๆในเรื่องนี้ พอเรียบร้อยแล้วจึงเริ่มงาน



งานของคนเข้างานกะเช้า 6.30 ก็คือประกอบชิ้นส่วนเครื่องสไลซ์ชิ้นปลาเพื่อให้พร้อมสำหรับใช้งาน ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 6 เครื่อง โดยแบ่งงานกันดังนี้ 3 คนประกอบเครื่องสไลซ์ชิ้นปลา อีก 1 คนไปประกอบเครื่องลอกหนังปลา เราได้ประกอบเครื่องสไลซ์ ซึ่งก็ไม่ยากเย็นอะไรนัก คือยกชิ้นส่วนมาประกอบกับตัวเครื่องให้เข้าล็อกแล้วไขน็อตให้แน่นหนา แต่จะลำบากหน่อยอีตอนที่ยกแผงเข้าประกบกับเครื่องนั่นแหละ เพราะมันหนักมาก แรกๆกว่าเราจะเซ็ตเข้าล็อกได้ก็แทบตาย ไหล่แทบทรุดเลยล่ะ เพราะเราตัวเล็กและเตี้ยมากนั่นเอง ในทีมเขาเลยให้เราประกอบแค่เครื่องเดียว แล้วให้ไปเตรียมอย่างอื่น ได้แก่กล่องถุงมือยาง (เอ่อ อย่าอ่านผิดเป็นถุงยางน๊า อิๆๆ), คีมถอนก้าง และแผ่นกระดาษแข็งสำหรับวางปลาเป็นแพ็คๆ โดยเอาไปวางประจำแต่ละจุดที่คนยืนแพ็คปลา เสร็จแล้วก็เซ็ต/วอร์มอัพเครื่องอัดสูญญากาศ

เมื่อจัดเตรียม/เซ็ตเครื่องเสร็จเรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เป็นเวลาใกล้ๆจะเจ็ดโมงเช้า อันเป็นช่วงที่พนักงานทุกคนจะทยอยเข้ามาประจำที่ตามจุดต่างๆคือแพ็คปลา 12 คน , บรรจุลงถุง 1-2 คน , ประจำเครื่องรีดอากาศ 2 คน ตอนนี้เองที่พวกเราสี่สาวกรุ๊ปเช้า ก็พากันไปเริ่มต้นเปิดฉากกระบวนการทำงานคือ คนหนึ่งไปเข็นเอาปลาซัลมอนรมควันที่ผ่าซีกยาวทั้งตัว (เอาก้างออกแล้ว) วางเรียงๆเป็นชั้นๆเต็มรถเข็น ซึ่งคนนอร์เวย์เขาเรียกว่า"วง" (Vogn) ก็เข็นออกมาจากห้องเย็น วงนี้จะหนักมาก เราเข็นคนเดียวไม่เคยไหวเลย ต้องเรียกคนมาช่วยตลอด กลัวมันล้มมาทับน่ะสิครับท่าน เพราะปกติเฉพาะตัววงเปล่าๆก็หนักโขแล้วอ่ะนะ แต่นี่วงแต่ละวงมันจะมีชิ้นปลาซัลมอนใหญ่ๆวางเรียงอยู่ชั้นละ12 ชิ้น เป็นอย่างต่ำ ทั้งวงมีทั้งหมด 12 ชั้น ก็ตก 144 ชิ้นเข้าไปแล้ว ถ้าล้มทับล่ะก็ไม่ว่าใครก็คงก็คงแบนตะแล๊ดแต๊ดแต๋ ต้องไปนอนหยอดน้ำข้าวต้มเป็นเดือนๆอ่ะนะ

พอเข็นออกมาแล้วก็ลงมือป้อนปลาทีละชิ้นๆเข้าเครื่องลอกหนัง โดยมีอีกคนก็จะคอยรับชิ้นปลาที่ไหลออกมาหลังจากลอกหนังแล้ว คอยพลิกหงายตรวจดูชิ้นปลานั้น ว่าลอกหนังเกลี้ยงเกลาหรือไม่ ถ้าลอกไม่หมด มีหนังติดขอบปะหล็อมปะแหล็ม ก็จัดการแก้ไขซะ พร้อมกับคลำหาก้างที่อาจจะหลงเหลืออยู่ไปด้วย ถ้าคลำเจอก็ใช้คีมดึงก้างออก

ส่วนอีกสองคนที่เหลือก็จะคอยจับชิ้นปลา ที่ผ่านการตรวจสภาพแล้วไหลมาตามสายพานนั้น วางเรียงใส่เครื่องสไลซ์ชิ้น ซึ่งเครื่องหนึ่งๆ จะวางปลาได้สองชิ้น การที่จะต้องวิ่งป้อนชิ้นปลาใส่เครื่องจะถี่แค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความเร็วของคนแพ็ค ซึ่งยืนแพ็คเครื่องละสองคนหันหน้าเข้าหากัน โดยจัดวางใส่แผ่นกระดาษแข็ง ชั่งให้ได้น้ำหนักตามที่กำหนด ซึ่งก็ต้องแพ็คอย่างรวดเร็วและสวยงาม แข่งกับเครื่องจักร สำหรับคนที่เข้าใหม่ๆที่ยังแพ็คไม่คล่อง เขาก็จะจัดให้คนที่แพ็คเก่งๆมายืนแพ็คด้วย-ช่วยกัน หรือไม่ก็เซ็ตโปรแกรมของเครื่องสไลซ์ชิ้นปลาให้ช้าลง ซึ่งช่วยได้แต่ไม่ใช่วิธีที่ดีนัก เนื่องจากต้องทำเวลา แต่ละวันจะต้องแพ็คให้ได้ตามเป้าที่กำหนด หรือต้องแพ็คให้เสร็จกี่วงๆ

นึกถึงภาพที่ตัวเองเริ่มแพ็คปลาใหม่ๆทีไรแล้วก็ขำตัวเองเหลือหลาย ช้าอืดอาด เงอะๆเงิ่นๆ มัวแต่ประดิษฐ์ประดอยอยู่นั่นแล้ว กว่าจะได้แต่ละแพ็ค สังเกตจากสายตาของเพื่อนร่วมงาน หลายคนคงจะหมั่นไส้น่าดู ตอนนั้นรู้สึกว่าสังคมจะรังเกียจเราน่าดู ไม่ค่อยมีใครอยากจะยืนแพ็คคู่กับเราด้วยเลย

ปลาที่แพ็คเสร็จก็จะวางใส่สายพาน เลื่อนไหลไปหาคนที่ทำหน้าที่บรรจุลงถุง แล้วก็ถูกส่งไปอัดสูญญากาศ ก็เป็นอันเสร็จกระบวนการใส่ส่วนนี้ที่เราทำ แต่ทุกๆครึ่งชม. ทุกคนจะต้องเปลี่ยนจุดปฏิบัติงานกันโดยอัตโนมัติ เช่นคนที่อยู่จุดลอกหนังปลา ก็ต้องเปลี่ยนไปแพ็คปลา หรือใส่ถุง หรือเคลือบสูญญากาศ ตามแต่ว่าจะเปลี่ยนกับใคร ทำงานไปก็ต้องหมั่นดูนาฬิกาเป็นระยะๆตลอด พอใกล้ถึงเวลาเปลี่ยนก็จะพากันมองหาจุดเปลี่ยน ส่วนมากจะใช้วิธีมองตากันแล้วพยักหน้า หรือทำสัญญาณโบกไม้โบกมือว่าเรามาเปลี่ยนที่กันนะ ประมาณนั้น ถ้าต่างฝ่ายต่างพยักหน้าหงึกๆทั้งคู่ก็เป็นอันตกลง แต่ถ้าฝ่ายหนึ่งส่ายหัวก็แสดงว่าไม่ตกลง เพราะมีคนขอเปลี่ยนก่อนหน้าแล้ว คนนั้นก็ต้องหาคนอื่น/จุดอื่นเปลี่ยนไปจนกว่าจะได้ เพราะกฎของโรงงานที่นี่เขาไม่ให้ยืนทำจุดเดิมซ้ำๆ ถึงแม้จะชอบทำจุดใดจุดหนึ่งมากเป็นพิเศษก็ต้องเปลี่ยนไปทำที่จุดอื่นก่อน แล้วค่อยหาทางจับจองมาที่จุดโปรดอีกที ส่วนใหญ่แล้วคนจะชอบทำตรงจุดใส่ถุง เพราะเป็นจุดเดียวที่ได้นั่งทำงาน ขณะที่จุดอื่นๆจะต้องยืนหมด เราคิดว่าการที่โรงงานออกกฎแบบนี้ก็ถือว่าดีที่ทำให้ไม่น่าเบื่อ และได้ทักษะงานหลากหลาย

กรุ๊บของเราเมื่อทำงานไปถึงเวลา 8.00 น.ก็จะได้ไปพัก 30 นาทีจะดื่มน้ำชา กาแฟ หรือกินอาหารเช้าก็ตามสะดวก ทางโรงงานจะมีห้องอาหารไว้ให้อย่างดี มีบริการน้ำร้อน น้ำชา กาแฟ และอาหารบางอย่างให้ พร้อมเตาไมโครเวฟสำหรับอุ่นอาหาร ถ้าเราไม่ชอบอาหารที่เขามีให้ก็ห่อมาจากบ้านได้ พอพักครบ 30 นาทีก็กลับเข้าไปทำงาน แล้วกรุ๊ปต่อมา(กรุ๊บละ 4-5คน) ก็ได้มาพัก สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนไปเรื่อยๆ โดยที่แต่ละคนละได้พักคนละ 3 รอบด้วยกัน กรุ๊ปของเราจะได้พักช่วง 08.00 น. 10.00 น. และ 12.00 น.

งานแรกที่ต่างแดนของเราก็ถือเป็นงานที่สนุกพอสมควร เพราะต้องทำงานแข่งกับเครื่องจักรกลและเวลา ตอนที่เราเข้าไปทำงานนั้น มีคนไทยทำอยู่ก่อนแล้วหลายคนทีเดียว และก็มีหลากหลายชนชาติด้วยกัน ทั้งเยอรมัน รัสเซีย โปแลนด์ ยูโกสลาเวีย ฟิลิปปินด์ กาน่า สวีเดนและเดนมาร์ก จะนับไปแล้วคิดว่าทั้งโรงงานมีคนนอร์เวย์กับต่างชาติในสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งก็น่าจะได้

สำหรับเรื่องระบบค่าแรงและสวัสดิการต่างๆก็เป็นระบบระเบียบชัดเจนดีมากๆเลยค่ะ เขาจ่ายค่าแรงเป็นชั่วโมง มีเงินพักร้อนประจำปีพร้อมกับมีวันหยุดพักร้อนประจำปีคนละ 4 สัปดาห์ต่อปี

ที่เล่าๆมาดูเหมือนชีวิตเริ่มต้นทำงานของเรานั้นช่างราบรื่นดีซะเหลือเกิน ทั้งๆที่จริงๆไม่ใช่เลยนะ อันที่จริงในรายละเอียดปลีกย่อยของชีวิตทำงานแต่ละวันมันก็มีเรื่องน่าปวดหัว เรื่องน่าคับแค้นใจ เรื่องน่าโมโห เรื่องของความขี้อิจฉาริษยา และการกลั่นแกล้งกันในหมู่เพื่อนร่วมงานซึ่งมีไม่เว้นแต่ละวัน จะว่าไปมันก็คงเหมือนๆกันในทุกหนแห่งอ่ะแหละเนาะ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะปรับตัวอย่างไร จึงจะผ่านพ้นสถานการณ์กดดันเหล่านั้นมาได้ด้วยดี งวดนี้ขอเล่าแบบรวบยอดแค่นี้ก่อนละกันน๊า งวดหน้าว่ากันใหม่เน้อ..


ปล. ขอบคุณเพื่อนๆมากๆค่าที่แวะเข้ามาอ่านจนถึงบรรทัดนี้




Create Date : 28 มีนาคม 2553
Last Update : 4 เมษายน 2553 17:55:47 น. 13 comments
Counter : 1118 Pageviews.

 
หวัดดีค่ะ ขอบคุณที่ทักทายกัน
และขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ


โดย: คนไกลหัวใจเป็นไทย วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:17:22:10 น.  

 
น่าไปเนาะ


โดย: จีนี่ในกระจกแก้ว วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:18:51:00 น.  

 
ดีใจด้วยจังเลยค่ะ ที่ได้ไปไกลบ้าน มีครอบครัว มีความสุข

เรากลับมาจากอเมริกาได้ซักพักแล้วรู้สึกว่าทำไมประเทศไทยโหดร้ายจัง
ความคิดของเพื่อนบ้านเป็นใหญ่ และทำการใหญ่ไม่ได้ถ้าไม่กว้างขวาง

สามีที่แต่งงานกันก็อารมณ์เดียวกัน

ตอนนี้อยากไปต่างประเทศอีกครั้ง ที่นอร์เวย์เค้ามี Apply PR เหมือนออสเตรเลียหรือแคนาดารึเปล่าคะ

(ขอโทษทีนะคะที่ระบายให้ฟัง แต่ตอนนี้เศร้ามากเลย)


โดย: TinyPhoenix IP: 114.128.19.237 วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:20:12:20 น.  

 
ดีใจด้วยนะ ที่ได้งานทำน่ะ น้อยเห็นด้วยที่หลายคนบอกว่า การได้สัมผัสกับชีวิตนอกบ้าน(งาน) มันจะทำให้ภาษาการพูด กับการฟังน่ะ ดีขึ้นอย่างอัติโนมัติ เกิดความมั่นใจ ได้ศัพท์ใหม่ ๆ แถมได้ตังค์เก็บส่วนตัวอีกด้วยเน๊อะ
น้อยแวะมาทักทายนะ ขอให้สนุกกับงานจ๊ะ ท่องเอาไว้เสมอ เหนื่อยหน่อย แต่ได้ตังค์น่า แล้วก้อจะหายเหนื่อย ว่ามั๊ย


โดย: น้อยนะ (GLA_GAW ) วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:21:40:58 น.  

 
น่าสนใจมากค่ะ

เราเคยถามแฟนว่าที่ออสโลมีโรงงานปลาบ้างหรือเปล่า เผื่อว่าเราย้ายไปอยู่แล้วจะได้ทำงานโรงงานปลาบ้าง แฟนบอกไม่มีอะ แต่ตอบมาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งก็จำไม่ได้แล้วว่าอะไร เราเลยสงสัยว่าแถวๆ ออสโลแถบๆ ชานเมือง รอบเมืองอะ มีบ้างหรือเปล่า


โดย: noi IP: 124.157.192.47 วันที่: 28 มีนาคม 2553 เวลา:22:48:50 น.  

 
ฟังดูเหมือนง่าย แต่อ่านดูแล้วงานละเอียดเหมือนกันนะคะ ท่าทางเหนื่อยด้วย กิ๊ฟว่าแบบนี้ได้ภาษาและได้สังคมดีนะคะ ชอบจังคนที่ทำงานเลี้ยงตัวเองแบบนี้

ถ้ากิ๊ฟไปอยู่นอเวย์ คงหางานยากเพราะภาษาก็ไม่กระดิกเลยค่ะ มีหวังเรียนกันจนหัวฟูแน่ๆเลย


โดย: grippini วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:18:20:51 น.  

 
โอว ขั้นตอนเป็นแบบนี้เอง ซับซ้อนหลายขั้นตอน ถือว่าเป็นประสบการณืที่ดีนะคะ


โดย: j a r n i k วันที่: 29 มีนาคม 2553 เวลา:21:57:37 น.  

 
แวะมาเยีียม มาให้กำลังใจคนทำงาน เล่าเห็นภาพเลย นึกว่าถ้าเอ๊ะไปสมัครคงเริ่มงานได้ทันที เล่าซะละเอียดเลย น่ารักมากๆ

บล็อคก็หว้าน..หวาน สอนเอ๊ะทำบ้างนะค่ะ ตอนนี้ยังมึนๆ อยู่


โดย: aehaeh55 วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:2:04:29 น.  

 
เล่าอีก เล่าอีก เล่าอีก


โดย: แหม่ม IP: 160.1.10.77, 58.8.173.2 วันที่: 30 มีนาคม 2553 เวลา:15:53:53 น.  

 
หวัดดีค่ะพี่ตา

ถึงจะเป็นสาวโรงงาน แต่ก็เป็นงานที่น่าภูมิใจนะคะ เงินที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเรา ทำให้เราเป็นคุณค่ากว่าการที่เค้าหยิบยื่นให้นะคะ

พี่ตาโชคดีแล้วค่ะที่มีงานทำ



โดย: พีชค่ะ (somjaidean100 ) วันที่: 31 มีนาคม 2553 เวลา:8:13:10 น.  

 
ดีจังค่ะได้งานประจำทำแล้ว ขอให้สนุกกับงานนะคะพี่

ส่วนคนรองานก็รอต่อไปค่ะ


โดย: thainurse@norway วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:1:51:30 น.  

 
ดีจังเลยค่ะ ขยันทำงาน ไม่ว่าจะทำอะไร เป็นอะไร ถ้าเราเป็นคนดี ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน ก็เป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจแล้วค่ะ เป็นอะไรก็ตาม แต่เป็นให้ดีทีุ่สุดค่ะ

แล้วจะแวะมาเยี่ยมใหม่นะคะ


โดย: นางฟ้าของผม วันที่: 2 เมษายน 2553 เวลา:20:49:45 น.  

 
อ๊ายยยย.. มีวันหยุดพักร้อนตั้งเดือน!!! ทั้งๆที่จ่ายเป็นรายชม. อิจฉาๆๆๆๆ

ฟังๆดูน่าสนุกดีเนอะ ทำงานแข่งกับเครื่องจักร ของป้าโซก็แข่งเหมือนกัน แข่งกับสายพานส่งขนมที่ไหลมาให้คว้ามาใส่อ่างน้ำตาลร้อนๆแล้วใช้คีมคีบจุ่มขนมใส่ช่องเล็กๆเพื่อปาดน้ำตาลส่วนเกิน ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องหยิบขนมให้ทันก่อนที่สายพานจะพาขนมเลื่อนหนีเราไป ขนมที่ว่านี่รับผิดชอบแถวใครแถวมันจ้า..


โดย: ป้าโซ วันที่: 6 เมษายน 2553 เวลา:13:25:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

เกลือหนึ่งกำน้อย
Location :
กาญจนบุรี Norway

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 32 คน [?]







มิตรดี มีเพียงหนึ่ง ถึงจะน้อย
ยังดีกว่า มิตรร้อย คอยคิดริษยา
เหมือนเกลือหนึ่ง กำน้อย ด้อยราคา
ยังดีกว่า น้ำเค็ม เต็มทะเล

...เป็นคนใจดี ที่ไม่เรื่องมาก แต่มากเรื่อง 555




Friends' blogs
[Add เกลือหนึ่งกำน้อย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.