--[เมื่อผมขาเป๋ แล้วไปเจอคนเป๋กว่า]--
สวัสดีครับ เพื่อน ๆ ทุกท่าน เอ่อ นี่มันตีอะไรแล้ววะเนี่ย
(****เหลือบดูนาฬิกาบนเครื่อง****)

พระเจ้า ตี 4!!!!

นี่กรูตื่นมาทำส้นตึกอะไรวะเนี่ย T_T

ก็หลังจากที่ชีวิตช่วงนี้มีงานประจำให้ทำเพิ่มขึ้นอีก 1 อย่าง นั่นก็คือ การไปล้างแผลที่โรงพยาบาลในช่วงเย็น ๆ

ชีวิตเหมือนจะมีรสชาดมากขึ้น เพราะปกติ ชีวิตผมโคตรจืดชืด วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไร เช้าตื่น กลางวันทำงาน เย็นก็กลับบ้าน เปิดเนท แล้วก็นอน ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าจะเปิดเนททิ้งไว้ทำด๋อยอะไรเหมือนกัน

ไม่รู้ล่ะ จะใช้หรือไม่ใช้ไม่ว่า ขอข้าได้เปิดเครื่องทิ้งไว้ก็ยังดี ประมาณว่าอุ่นใจ
ชีวิตผม 90% ต่อวัน ขลุกอยู่กับคอมพิวเตอร์ จนทุกวันนี้จะเอาคอมเป็นเมียอยู่แล้ว

ดู ๆ ไป เออ เอ็งก็สวยดีเหมือนกันนะ T_T

นี่ถ้าอยู่ดี ๆ คอมผมเกิดเดี้ยงขึ้นมา ผมคงขาดใจตายเพราะไม่มีเมีย เอ้ย ไม่มีอะไรจะทำ

วันนี้ก็เช่นเดียวกันครับ เมื่อเย็นเดินทางไปโรงพยาบาลเพื่อล้างแผล ที่คุณหมอท่านได้วินิจฉัยว่าเกิดจาก

"น้ำกัดเท้า"

ผมก็เพิ่งจะรู้ ว่าน้ำที่คุณหมอว่า แมร่งมีฟันด้วย ไม่รู้ว่ามากัดผมตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะปกติ ผมกลัวน้ำจะตาย คล้าย ๆ กับคุณนายคะน้าที่บ้าน ที่เห็นน้ำแล้ววิ่งหนี ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้บ้า แต่เสือกเป็นโรคกลัวน้ำ!!!!

2 วันหลังนี่ ผมไม่ได้เจอกับกระเทยพยาบาลท่านเดิมที่ล้างแผลให้ผมในวันแรก
จริง ๆ ผมเองแหล่ะที่พยายามหลบเลี่ยง เพราะว่า พยายามไปให้มันผิดเวลาเข้าไว้
แล้วก็ได้ผล 2 ครั้งหลัง ผมเจอเข้ากับนางพยาบาลสุดสวย ^ ^

แต่ตามสุภาษิต ได้บอกไว้ว่า ผู้หญิงบางคน

"สวยแต่รูป จูปไม่หอม T_T"

เปล่าครับ ผมไม่ได้ไปดูดปากกับนางพยาบาลท่านนั้นแต่อย่างใด แต่ผมกำลังเปรียบเทียบให้ฟังว่า เมื่อครั้งแรกที่ผมมาบ่น ว่ากระเทยพยาบาลคนนั้น แมร่งมือโคตรหนัก ไอ้นั่น ผมก็ว่ามันเกินจะทนแล้ว

แต่พอมาได้เจอกับนางพยาบาลน่ารักคนนี้ ทุกอย่างที่ผมคิดเปลี่ยนไปหมดกับ กระเทยพยาบาลคนแรก เพราะ ผมต้องขอถอนคำพูดที่ได้กล่าวถึงกระเทยพยาบาลนั่นทั้งหมด

เนื่องจากว่า นางพยาบาลสาว แสนสวย น่ารัก ขาวจั๊วคนนี้
คนที่ผมเห็นครั้งแรก ก็ตั้งใจว่าจะป่วยตลอดชีวิต จะไม่ยอมให้แผลหายเป็นอันขาด จะได้มาทำแผลทุกวันเลย T_T

แต่ ผมคิดผิด เมื่อเธอได้ลงมือล้างแผลให้ผม

แค่ตอนเอาผ้าก๊อซออกจากแผล ผมก็ร้องเป็นควายออกลูก ก็เจ๊เล่นแบบว่า เอากรรไกรตัด แล้วก็ยัดกรรไกรเข้าไปซะลึก

ลึกมาก ลึกถึงแผล เธอโคตรเจ๋งเลยที่สามารถเอากรรไกรเข้าไปจิ้มกับแผลผมได้โดยที่มีผ้าก๊อซพันอยู่ T_T

เอาผ้าก๊อซออก เลือดก็ท่วมตรีน

หลังจากเอาผ้าก๊อซออกแล้ว เธอก็ลงมือล้างแผล
โอ้ย อย่าให้พูด ถ้าผมหลับตาโดยไม่มองตอนเธอล้างนะ ผมต้องคิดว่า เธอเอาส้นตรีนเธอล้างแผลให้ผมแน่ ๆ

คนอะไรสวยซะเปล่า ตรีน เอ้ย มือหนักชิบหาย T_T

ไม่มีเบามือเลยครับ ทั้งขัด ทั้งถู เลือดไหลไม่หยุดเลย เหมือนเธอจะมันส์ในอารมณ์ที่ได้ทำให้ ผู้ชายอกสามศอกอย่างผม ได้ร้องครวญคราง (ด้วยความเจ็บนะครับ อย่าคิดเป็นอื่น)

แล้วประโยคเดิม ๆ ก็ตามมา ไม่รู้ว่าตอนที่เรียนโรงเรียนพยาบาล เค้ามีสอนประโยคนี้มาหรือเปล่าก็ไม่รู้ เพราะพูดเหมือนกันหมด

"ไม่เจ็บนะคะ ไม่เจ็บ อย่าร้องค่ะ"
แสดดดดดดด ไม่เจ็บแล้วกรูจะร้องเร๊อะ!!!!!!!


"เป็นผู้ชายต้องอดทนค่ะ"
แสดดดดดดดด ผู้ชายแล้วเจ็บไม่เป็นไงวะ


ครับ โดนอย่างนี้มา 2 วันแล้ว เมื่อวานซืน กับเมื่อวาน (เพราะนี่มันตี 4 แล้ว เลยต้องเรียกว่าเมื่อวาน)

มือหนักจริง ๆ สุดยอด!!!!!

คิดไปคิดมา วันนี้กรูล้างเองดีกว่า โดนมือตัวเอง ก็ยังดีกว่าไปโดนมือพยาบาลสุดสวย ที่มือกับตรีน ไม่ต่างกันเท่าไหร่

เอาล่ะ หลังจากล้างแผลเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็กลับบ้าน นั่งรถเมล์มาลงที่ฟิวเจอร์ เพื่อจะต่อรถเข้าบ้าน แต่ด้วยความที่ว่า ว่าง ๆ ไม่รู้จะทำอะไรก็เลยแวะข้ามฝั่งไปเมเจอร์รังสิต หวังว่าจะหาหนังดูซักเรื่อง

เข้าไปในเมเจอร์ ดูโปรแกรม และ หนังที่เข้าฉายก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะว่า หนังที่กำลังฉายอยู่ตอนนี้

ไม่มีเรื่องไหนเลย ที่ผมยังไม่ได้ดู T_T

ยืนดูโปรแกรมไป ผมก็คิดไปว่า เดี๋ยวนี้ผมสำส่อนมาก สำส่อนในการดูหนัง มีกี่เรื่อง ดูแมร่งหมดไม่ว่าหนังอะไร ดีหรือไม่ดี ผมไม่สน!!!

แล้วไปดูคนเดียวด้วยนะ ดูจนคนฉีกตั๋วจำหน้าผมได้แล้ว
น้องเค้าคงคิดแหล่ะ ว่าไอ้หมอนี่มันยังไงของมัน มาทีไรก็มาคนเดียวทุกที
แต่เมื่อเหลือบมองหน้าผมแล้ว น้องเค้าก็คงเข้าใจว่า ทำไมผมถึงได้ไปคนเดียว


"อ้อ ก็หน้าตามรึงหมาไม่รับประทานอย่างนี้นี่เอง ถึงได้ต้องมาดูคนเดียว!!!!"

ขอบใจมากน้อง T_T



เมื่อหาหนังดูไม่ได้ซักเรื่อง ผมก็ต้องกลับบ้าน เพราะไม่รู้จะไปแล่ดที่ไหนได้อีก จะไปเดินฟิวเจอร์ ก็กลัวความดันโลหิตจะพุ่งสูงเกินไป เพราะเดี๋ยวนี้ สาว ๆ มันเยอะเหลือเกิน โดยเฉพาะนักศึกษา

โอ๋ย อย่าให้พูดครับ เดี๋ยวนี้แฟชั่นชุดนักศึกษาออกมาแนวใหม่แล้ว ใส่กระโปรงเกือบ ๆ หลุดตรูด
ไอ้คนใส่สวย มันก็สวยไปเลย มีก้น มีเอว มีอก มันก็ดูดีอยู่นะ แต่สำหรับบางคนที่ไม่มีอะไรเลย อุปมาคล้ายไม้กระดาน พอใส่อย่างนี้สภาพมัน ดูยังไงก็เหมือนดุ้นอะไรซักอย่างที่เป็นแท่ง ๆ ไม่มีเว้า ไม่มีโค้ง

แต่ถึงจะไปว่าเค้า พอผมเข้าไปทีไร ความดันเลือดก็พุ่งออกจมูกทุกทีสิน่า T_T
เดินมาก ๆ เลือดจะพาลหมดตัวเอาง่าย ๆ

เมื่อไปฟิวเจอร์ไม่ได้ซะแล้ว ผมก็ต้องกลับบ้าน
เมื่อผมจะกลับบ้าน ผมก็ต้องเดินข้ามสะพานลอยหน้าเมเจอร์รังสิต เพื่อจะเดินมาต่อรถเข้าบ้าน

มองดูสภาพตัวเองในตอนนั้น สภาพก็คงไม่ต่างจากคนพิการเท่าไหร่ นี่ถ้าผมเอากระป๋องมาตั้งข้างหน้า แล้วนั่งลงบนสะพานลอยนั่นนะ



"ขอทานชัด ๆ"


จะไม่ให้เหมือนได้ไง ขาก็เป๋ หน้าก็โทรม แถมตัวยังสกปรกอีก เพราะว่าอาบน้ำลำบากเหลือเกินทำให้ขัดถูได้ไม่ทั่วเท่าไหร่ เพราะเป็นห่วงตรีนตัวเอง


ผมเดินขึ้นสะพานลอยมาด้วยสภาพทุลักทุเล ค่อย ๆ กระดึ๊บ ๆ ขึ้นมาทีละขั้น เพราะขาตัวเองก็เดี้ยงอยู่
เอาตัวรอดขึ้นมาบนสะพานลอยจนได้ ขึ้นมาปุ๊ป ก็เจอเข้ากับขอทานที่เป็นผู้หญิงตัวดำ ๆ อุ้มเด็กน้อย ตัวขาวจั๊ว!!!!!

ผมหยุดแล้วก็นั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ พร้อมเอ่ยปากถาม ซึ่งก็ไม่รู้ว่าคิดยังไงเหมือนกัน ถึงได้ไปถามเค้า เพราะปกติจะเดินผ่านอย่างเดียว

อาจจะเป็นเพราะว่า ผมไม่รู้จะรีบกลับบ้านไปทำไมก็ได้นะ ถึงทำให้ผมทำอะไรบ้า ๆ บอ ๆ อย่างนั้น ถ้าวันนี้มีเพื่อน ๆ เดินบนสะพานลอยหน้าเมเจอร์รังสิต ตอนเย็น ๆ ก็จะเห็นไอ้เป๋คนหนึ่ง นั่งคุยอยู่กับขอทานแม่ลูกอ่อนบนสะพานลอย

"นี่ลูกเหรอครับ"

ขอทานหญิงคนนั้น ทำหน้าเหมือนไม่ค่อยอยากจะตอบเท่าไหร่ แต่เมื่อรู้ว่าเลี่ยงไม่ได้ เธอก็ตอบกลับมาว่า


"ลู่ ค่ะ" <<< "ลูกค่ะ"

ป๊าดดดดดดดด พูดไม่ชัดอย่างนี้ ถ้าไม่พม่า ก็ กระเหรี่ยงแหล่ะวะ T_T

ผมคิดในใจ ..... ลูกเหรอ มองยังไงก็ไม่เหมือน ทำไมหน้าตาลูกคุณดูมีชาติตระกูลดีจังเลย ตัวข๊าว ขาว อ้วนตุบเลย แต่ทำไมตัวเจ๊เอง ถึงได้ดำเป็นเหนี่ยงอย่างนี้ล่ะ

คิดไปก็เท่านั้น เลยหยอดตังค์ลงกระป๋องที่ตั้งอยู่ข้างหน้าไป 5 บาท!!!!

"ข่อ คู ค่ะ" <<< "ขอบคุณค่ะ"


ได้ยินเธอขอบคุณแล้ว ผมอยากให้เธอร้องเพลงชาติไทยให้ฟังจังเลย ดูสิว่าจะร้องออกมายังไง

หลังจากที่สัมภาษณ์ขอทานแม่ลูกอ่อนเสร็จแล้ว ผมก็ลุกขึ้น เดินเป๋ ๆ ต่อไปเพื่อจะไปลงสะพานลอยอีกฝั่งหนึ่ง แต่ว่า เมื่อผมมองตรงไปข้างหน้า ผมเห็นเข้ากับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป๋

ใช่แล้วครับ ขอทานอีกคนนึง

ขาเป๋ แต่ไม่ได้เป๋ธรรมดา เป๋แบบเดินไม่ได้เลย ต้องลากตัวเองไปข้างหน้า
อืมมม จะอธิบายยังไงดี ประมาณว่า ขอทานคนนี้มีอวัยวะครบ 32 เหมือนเรานี่แหล่ะ เพียงแต่เดินไม่ได้ ต้องเอามือลากตัวเองไปทีละคืบ ๆ โดยมีหมอนใบนึงรองหัวตัวเองไว้


"โห เป็นหนักกว่ากรูอีก"


ในใจผมตอนแรก โทษโชคชะตาว่า ทำไมถึงได้ทำให้ผมเป็นเช่นนี้ ทำไมผมต้องมาเดินลากขาตัวเองไปไหนมาไหนด้วย แต่พอเห็นขอทานคนนี้แล้ว ผมก็รู้สึกว่าสิ่งตัวเองเป็น มันช่างเล็กน้อยนัก เมื่อเปรียบเทียบกับเค้า

อีกประมาณ 7-8 เมตร ผมก็จะเป๋ไปถึงเค้าแล้ว ผมควักเศษเงินทันที กะว่า สำหรับเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป๋คนนี้ ผมต้องให้ 10 บาท!!!

ผมหยุดอยู่กับที่ เพื่อควานหาเศษเงินในกระเป๋ากางเกง แต่ว่า 5 บาทสุดท้าย ผมได้ให้กับขอทานแม่ลูกอ่อน ที่พูดไทยมะชัดไปก่อนหน้านี้แล้ว

ทำให้ผมต้องเสียเวลาควักกระเป๋าเงินมาเปิดดูว่ามีเศษเงินอยู่ในนั้นมั่งหรือเปล่า

ขณะที่กำลังควานหาเศษเงินอยู่นั่นเอง เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อ

มีผู้ชายคนหนึ่งวิ่งขึ้นมาบนสะพานลอยด้วยท่าทางกระหืดกระหอบ แล้วเดินปรี่ไปที่แผงลอยที่ตั้งอยู่บนสะพานลอยนั่น ทีละแผง ๆ

ใช่แล้ว เค้าเป็นหน่วยดูต้นทาง เพื่อแจ้งให้กับผู้ที่หากินบนสะพานลอยได้ทราบว่า ตอนนี้มีเทศกิจ หรือว่า ตำรวจ มาแล้ว ต้องรีบเก็บของ และย้ายสถานที่

รวมถึงขอทานด้วย!!!!!!

ขอทานแม่ลูกอ่อนที่ผมให้เงินไปเมื่อกี๊ ตอนนี้อุ้มลูกน้อยเดินหนีไปแล้ว ผมคิดทันที


"แล้วพี่เป๋คนนั้นล่ะ เค้าจะหนียังไง เดินก็ไม่ได้!!!!"


ด้วยความห่วงใยในเพื่อนร่วมอุดมการณ์เป๋
ก็แค่ห่วงใยครับ แต่ก็ไม่ได้คิดจะช่วยอะไรหรอก แหม ผมไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้น!!!

คนดูต้นทางเดินบอกทุกแผง ผ่านหน้าผมที่กำลังยืนควานหาเงินอยู่ (ควานนานมาก ประมาณว่าเงินเยอะ เยอะจนหาไม่เจอ T_T) ตรงไปที่พี่เป๋คนนั้นทันที

ผมมองตาม ว่าเค้าจะช่วยเอากันลงไปยังไง คงทุลักทุเลน่าดู

แต่แล้ว ภาพที่ผมไม่คิดจะเห็น มันก็เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาผม มันเป็นภาพที่บาดอารมณ์ผมเหลือเกิน ผมแทบร้องไห้ออกมาดัง ๆ กับการกระทำของคนดูต้นทางคนนั้น








เค้าทำอะไรน่ะเหรอครับ................ เค้าคว้าย่ามของพี่เป๋ของผมขึ้นมา ทำท่าจะเดินไป ในใจผมคิดว่า เค้าต้องขโมยเงินของพี่เป๋ของผมแน่ ๆ เพราะพี่เป๋เดินไม่ได้

แต่..........


เค้าก้าวไปได้แค่ก้าวสองก้าวแค่นั้นแหล่ะครับ เค้าก็หันมามองพี่เป๋ แล้วพูดอะไรกันซักอย่างนี่แหล่ะ ผมไม่ได้ยิน เพราะห่างจากจุดเกิดเหตุพอสมควร

คุณรู้ไหมเกิดอะไรขึ้น


พี่เป๋ของผม ที่เมื่อกี๊นี้ลากตัวแถก ๆ ไปกับพื้นประมาณว่ากรูเดินไม่ได้นะ เห็นใจกรูหน่อย
พี่เป๋คนนี้ อยู่ดี ๆ









แกก็ยืนขึ้น!!!!!



แมร่งยืน!!!! ยืนด้วยตรีนของตัวเอง พี่แกยืนเฉยเลย
ยืนขึ้น เอามือปัดฝุ่นออกจากเสื้อผ้า มองซ้ายมองขวา



แล้วก็เดินตามคนดูต้นทางไปเลย!!!!!!!!!!!



ป๊าดดดดดดดดดดดดดดดดดด แมร่งเดินได้นี่หว่า
แล้วไอ้ที่แถก ๆ ไปกับพื้นเมื่อกี๊นี้มันอะไรวะ
ทำซะน่าสงสาร ทำจนกรูเห็นใจ เห็นว่าเป็นพวกเดียวกัน

เป๋เหมือนกัน กรูอุตส่าห์คิดไปในทางที่ดีว่า โลกนี้ยังมีคนที่เป็นยิ่งกว่ากรูมากนัก
แต่แล้ว อยู่ดี ๆ มรึงก็ลุกขึ้นยืน แล้วก็เดินจากไปเหมือนคนปกติ!!!!!!!!!


แสดดดดดด ทิ้งกันเลยนี่หว่า ปล่อยให้กรูเป๋อยู่คนเดียว T_T




มรึงหลอกกรู ไอ้เป๋จอมปลอม มรึงหลอกกรู!!!!!!!


คิดในแง่ดี อย่างน้อย ผมก็ยังโชคดีที่ไม่ได้ให้เงินเค้าไปซะก่อนไม่งั้นผมคงเสียความรู้สึกยิ่งกว่านี้ เพราะถ้าผมให้เงินเค้าไปก่อน ให้เงินไปแล้วและระหว่างที่ผมเดินขาเป๋จากมาอยู่ดี ๆ ไอ้คนที่ผมให้เงินไปเมื่อกี๊ คนที่นอนลากตัวเองอยู่กับพื้นเมื่อกี๊นี้ มันเดินแซงผมไป อะไรจะเกิดขึ้น!!!!


ไม่เป็นไรไอ้เป๋ กรูเห็นมรึงมาลากตัวเองแถก ๆ ประจำบนสะพานลอยนี้ เอาไว้ขากรูหายเป๋ก่อน แล้วเจอกัน!!!!


เพื่อน ๆ คงคิดว่าผมจะไปทำอะไรเค้าใช่ไหมครับ ฮ่ะ ๆ ๆ เปล่าหรอกครับผมก็พูดไปงั้นแหล่ะ ผมทำอะไรใครเป็นที่ไหนกัน ผมรักสันติจะตาย



ผมรักสงบครับ ไม่ชอบมีเรื่อง แต่ "รอกรูก่อนนะไอ้เป๋ ให้กรูหายเป๋ก่อน"




สมันน้อย ขาเป๋ เบอร์ 14



Create Date : 25 มิถุนายน 2549
Last Update : 25 มิถุนายน 2549 23:35:21 น.
Counter : 400 Pageviews.

8 comments
  
โอ๊ยยย anti climax มาก ๆ เลย
ตอนแรกก็แอบสงสารไปด้วย
แต่ตามประสาพวกชอบหวาดระแวงไปก่อนก็อดหวั่นใจไม่ได้ว่า
พี่แกเป๋จริงไหมหว่า
แล้วก็ แล้วก็ .....

ฮ่าฮ่าฮ่า

โลกนี้ดูด้วยตา โดยไม่ประเมินตามไม่ได้จริง ๆ ค่า
นับตั้งแต่น้องพยาบาลยันพี่เป๋!
โดย: หมาเลี้ยงแกะ วันที่: 26 มิถุนายน 2549 เวลา:1:29:41 น.
  
จอตรงให้คอมเม้นท์น่ากลัวมากๆ

ว่าจะอ่านแล้วออกไปเฉยๆแล้วนะ

พี่สมันน้อยนี่เขียนอะไรก็ฮาเนอะ

คราวหน้าลองเขียนเรื่องเศร้าเคล้าน้ำตาดูบ้างนะคะ

ดูซิว่าจะเวิร์กแบบแนวตลกไม๊

หนูพากระต่ายน้อยหนูมาเยี่ยมด้วยนะ



โดย: กระต่ายลงพุง วันที่: 26 มิถุนายน 2549 เวลา:1:40:20 น.
  
น่าจ๋งจ๋าน (น้าหมันนะ ไม่ใช่พี่เป็ :P)
โดย: ลูกลิง กลิ้งไปกลิ้งมา วันที่: 26 มิถุนายน 2549 เวลา:4:50:58 น.
  
จะเป๋ไปอีกนานไหมคะนี่

หนูว่าพี่กลับไปหาพยาบาลกระเทยดีกว่านะคะ ล้างเองแผลเน่าแน่เลยอ่า

ปล.ถ้าเปงหนูเจอแบบลากๆแล้วเดินเฉยงี้คงเข้าไปด่าแน่เลยอ่ะ โดยเฉพาะถ้าให้ตังค์ไปแล้วอ่านะ
โดย: การีก้า (การีก้า ) วันที่: 26 มิถุนายน 2549 เวลา:12:06:05 น.
  
ที่แท้น้าหมันก็แอบชอบพยาบาลกระเทยนี้เอง...
อรุณสวัสดิ์ตอนเช้าๆ ค่ะ
โดย: คริสตอลสีชมพู วันที่: 28 มิถุนายน 2549 เวลา:8:34:33 น.
  
5555+ ขำดีค่า เอามาเล่าใหม่นะคะ
อาชีพ เค้านี่นะ
เอาค สงสารของคนเป็นที่ตั้งเนอะ แย่จริง
โดย: vodca วันที่: 28 มิถุนายน 2549 เวลา:22:24:36 น.
  
55+

หายป่วยเร็วๆนะน้อง จะได้ไปเล่นบาสกัน

เอาภาพขี้เหร่ๆ มาฝากง่ะ

โดย: ป๋าโหน่ง IP: 58.8.76.195 วันที่: 29 มิถุนายน 2549 เวลา:10:25:42 น.
  
เหมือนเคยได้ยินมาว่า อาชีพขอทาน เป็นอาชีพที่รายได้ดีพอสมควรทีเดียว ... สงสัยจะจริง
โดย: แค่ก้อนหินที่อยากบินได้ วันที่: 18 ตุลาคม 2550 เวลา:20:36:01 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมันน้อย เบอร์ 14
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 6 คน [?]






สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2539 ห้ามผู้ใดละเมิด โดยนำ ภาพถ่าย,รูปภาพ, บทความ,งานเขียน รวมถึงข้อความต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใด หรือทั้งหมดใน Blog แห่งนี้ ไปใช้เผยแพร่ .ไม่ว่าส่วนตัวหรือเชิงพาณิชย์ โดยไม่ได้ รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะถูกดำเนินคดี ตามที่กฏหมายบัญญัติไว้สูงสุด

:: หลังไมค์หาผมได้ครับ ::


Custom Search



มิถุนายน 2549

 
 
 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
 
 
All Blog
MY VIP Friend