มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
8
9
10
11
12
13
15
16
18
19
20
22
23
25
26
27
29
30
 
 
จุติวิบัติ - บทที่ 12
จุติวิบัติ
บทที่ 12

“ท่านนายพลอยากปรึกษากับคุณอาด่วนครับ ต้องเข้าประชุมเย็นพรุ่งนี้ เลยขอรบกวน”

คุณอา?... เจ้าเอยอยากจะยืนเท้าสะเอว จ้องเตชุให้ตาถลน เชอะ... ใครอนุญาตให้มาเรียกนับญาติกับพ่อของฉันมิทราบ!

คนตัวโตเหมือนจะรู้ว่าถูกค่อนแคะในใจ เลยเผื่อแผ่รอยยิ้มให้ “ท่านเชิญคุณอาผู้หญิงกับคุณเจ้าเอยด้วยครับ หวังว่าจะให้เกียรติ”

เจ้าเอยทำหน้านิ่ง พยายามยิ่งที่จะไม่ปรี๊ดแตกที่อีกฝ่ายยั่วโมโห มารยาท... มารยาท... นึกเอาไว้ ขืนตะบึงตะบอน เขาจะหาว่าไม่รู้จักโต เสียหายลามปามมาถึงพ่อแม่ด้วย

“อาไปไม่ได้หรอกจ้ะ นัดมีตติ้งกับกลุ่มผ้าไทยไว้ ฝากขอโทษท่านประจักษ์ด้วย” 

แม่พูดเรียบง่ายและตรงประเด็น

“แล้วคุณเจ้าเอย?” เตชุถาม

“เอ๋ย หนูไปเป็นเพื่อนพ่อเถอะ” แม่ดักทางก่อนเธอจะทันอ้าปาก เจ้าเอยอยากจะค้านเต็มแก่ หากแววตาคนเป็นแม่เหมือนจะบอกว่า ลองดูสิ! เธอเลยต้องยอมแพ้ พูดเสียงอ่อยๆ 

“ค่า ไปก็ไป” 

ในเมื่อตกลงเช่นนั้น เจ้าเอยเลยขอตัวเปลี่ยนชุดสำรองในรถโดยให้เหตุผลทางด้านกาลเทะ ทั้งที่ใจจริงคือหาเรื่องถ่วงเวลา กะจะเกเรสักครึ่งชั่วโมง แต่แม่กลับจับเธอยัดลงชุดราตรีสีแดงกุหลาบภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที พ่อดูจะปลื้มสุดๆ ที่เธอถูกแม่ปราบได้ เซ็งชะมัด!

เตชุใช้เวลาไม่นานก็พาเธอกับพ่อมาถึงบ้านท่านนายพล เจ้าของบ้านรอท่าในห้องรับแขกสไตล์จีนโบราณ ทั้งแจกันลายครามและระแนงไม้ กับภาพวาดลายดอกโบตั๋นทำเอาเจ้าเอยนึกว่าหลุดไปอยู่ในยุคจิ๋นซีฮ่องเต้ ท่านนายพลเป็นคนตัวผอม หน้าตาท่าทางอิดโรย ผมเป็นสีขาวทั้งหัว จากท่าทางที่เขากับพ่อสนทนาปราศรัย อายุของท่านนายพลคงไม่ห่างจากพ่อของเธอนัก ภายในห้องรับแขกมีเพียงเจ้าเอย พ่อ ท่านนายพล และเตชุ

นายพลประจักษ์มีโครงการบูรณะโบราณสถานเชียงแสน เพื่อยกชูให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ของภาคเหนือ เลยอยากให้พ่อร่วมสนับสนุนโครงการ ซึ่งถ้าแผนร่างผ่านการอนุมัติจากคณะกรรมการกลาง ธนาคารจะได้สิทธิ์ในการคุ้มครองโบราณสถานแห่งนี้และแห่งอื่นๆ ที่จะบูรณะเพิ่มเติมร่วมกับรัฐบาลในฐานะภาคี ตรงจุดนี้เองจะสร้างโอกาสทางธุรกิจให้กับธนาคารมากขึ้น

หากเจ้าเอยไม่คิดว่าโครงการจะประสบความสำเร็จได้โดยง่าย เชียงแสนเป็นเมืองท่าติดแม่น้ำโขง มีสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์มากมายก็จริง แต่เหตุผลยังไม่พอ เชียงรายมีการส่งเสริมและสนับสนุนด้านการศึกษาไม่น้อย มีสถาบันการเรียนรู้หลายแห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง มหาวิทยาลัยเชียงราย และสถาบันอื่นๆ รวมถึงห้องสมุดประจำจังหวัด หอเก็บบันทึกจดหมายเหตุ หากโครงการใหม่ไม่มีอะไรโดดเด่นชัดเจน สู้เอาเงินทุนไปต่อยอดกับสิ่งที่ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์จะดีกว่า

“รัฐมนตรีวัฒนธรรมกับรัฐมนตรีท่องเที่ยวเห็นชอบด้วย” ท่านนายพลแจกแจง “ถ้าผ่านชั้นแรก เราจะสามารถดึงจีนมาร่วมมือด้วยได้ คุณกำพลมีความเห็นยังไง”

พ่อครุ่นคิดแค่ครู่ แล้วตอบ “เป็นนโยบายที่ดีครับ แต่ยังขาดความชัดเจน” 

“คุณกำพลไม่เข้าใจตรงไหนหรือ” 

“ผมหมายถึง แผนร่างค่อนข้างสับสน และมองไม่เห็นภาพจริง จับต้องไม่ได้”

“คุณช่วยอธิบายเพิ่มเติมด้วย” ท่านนายพลบอก

“ตามที่ผมบอก ศูนย์กลางการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ภาคเหนือไม่สามารถสร้างขึ้นได้จริง แต่ถ้าท่านบอกว่า จะสร้างให้เป็นสถานที่ที่ ‘ถ้าพูดถึงล้านนา ต้องมาที่เชียงแสนเท่านั้น’ อย่างนี้พอจะมีทางเป็นไปได้ การเผยแพร่องค์ความรู้ทางวัฒนธรรม จับต้องไม่ได้เมื่อเทียบกับ ‘มีผู้เข้าชมโบราณสถานหนึ่งล้านคนภายในหนึ่งปีแรก’”

“แผนถูกเขียนโดยผู้เชี่ยวชาญ” ท่านนายพลเอ่ยสั้น

“ครับ ซึ่งบางทีผู้เชี่ยวชาญก็ไม่เข้าใจผู้ไม่เชี่ยวชาญ”

นายพลประจักษ์หน้าแดง เจ้าเอยนึกว่าเขาจะจับเธอกับพ่อเหวี่ยงออกนอกบ้านเสียแล้ว โทษฐานบังอาจลบหลู่แผนงานอันเปี่ยมด้วยความรู้ทรงภูมิและศัพท์แสงอลังการงานสร้าง ทว่า ฉับพลัน สีหน้าของท่านนายพลก็แปรเปลี่ยน สายตาจับจ้องไปทางประตูห้องรับแขก

“คุณน้อย!”

คุณน้อย คือผู้หญิงตัวเล็ก ผมยาว ผิวขาว ใบหน้าซีดเซียว แลละม้ายตุ๊กตาเซรามิก นั่งบนวีลแชร์ บนตักห่มผ้าสีขาวชายลูกไม้ มีแม่บ้านสีหน้าปราศจากอารมณ์คอยประกบดูแล อายุพอๆ กับเจ้าเอย ผิวพรรณดูอ่อนล้า นัยน์ตาโศก จนชวนให้นึกสงสัย เธอแบกความทุกข์ใจใดไว้หนักหนา และคนอึกอักอึดอัดไม่ได้มีแค่ท่านนายพล ยังมีเตชุอีกคนหนึ่ง เขาจ้องตาค้างราวกับถูกใครสักคนกระชากวิญญาณออกจากตัว 

“คุณน้อย... ทำไม...” ท่านนายพลเริ่มติดอ่าง

“ขอประทานโทษค่ะคุณพ่อที่น้อยเสียมารยาท” หญิงสาวค้อมศีรษะเล็กน้อย ดูเย็นชา “แม่หนอมบอกว่าคุณเจ้าเอยมาบ้านเรา น้อยดีใจ จึงถือวิสาสะเข้ามา”

“ไม่... ไม่เป็นไรคุณน้อย” ท่านนายพลลุกขึ้น เดินไปหาลูกสาว แต่แค่เธอขยับตัวเบาแล้วมองนิ่ง ก็เหมือนมีสายตาเย็นชาทิ่มแทงผู้เป็นบิดาบังเกิดเกล้า นายพลประจักษ์กลับนั่งที่ บรรยากาศตึงเครียด “คุณน้อยจะเข้ามานั่งฟังด้วยไหม พ่อกำลังปรึกษาโครงการ...”

“ไม่เป็นไรค่ะ น้อยแค่อยากมาเชิญคุณเจ้าเอยไปคุยที่ศาลาหลังบ้าน”

เจ้าเอยเลิ่กลั่ก คุยกับฉัน...เนี่ยนะ แล้วคุยเรื่องอะไร ผู้หญิงคนนี้รู้จักฉันตอนไหน ที่สำคัญฉันรู้จักผู้หญิงคนนี้ตอนไหน

“ถ้าพี่เต้สะดวก” คุณน้อยเลื่อนสายตาเหมือนจะทำให้คนถูกแช่แข็งได้ไปยังเตชุ “น้อยขอรบกวนพาคุณเจ้าเอยไปส่ง”

คนตัวโตเม้มริมฝีปากเป็นเส้นตรง 

“ค่ะ คุณน้อย เสร็จแล้วพี่จะพาคุณเอ๋ยไปหา”

หญิงสาวบนวีลแชร์สั่งคนข้างตัวให้พาออกไป นายพลประจักษ์กับเตชุเหมือนตกอยู่ภายใต้ภวังค์ ส่วนเจ้าเอยได้แต่มองหน้าคนโน้นคนนี้ไปมาเหมือนกับต้องการคำตอบว่าจะอะไรยังไงกับชีวิตของฉันกันยะ! จะมีแต่พ่อหันมาพูดกับเธอเรียบๆ ราวกับไม่มีอะไรผิดปกติ

“หนูไปเป็นเพื่อนคุณน้อยเถอะ ฟังพ่อคุยงานนานๆ คงเบื่อ” 

เจ้าเอยยกนิ้วชี้ตัวเอง เบิกตากว้าง เหมือนกับจะถาม เอาจริงเหรอคะคุณพ่อขา คนเป็นพ่อเลยให้เหตุผลเพิ่มยืนยัน 

“พ่อกับท่านประจักษ์คงหารือจนดึก” แปลว่า พ่อเห็นชอบแต่ยังไม่ถูกใจ และที่บอกอยู่จนดึก ดีไม่ดี อาจมีการลากตัวนักวิชาการทั้งหลายมาร่วมด้วยช่วยกัน แก้ไขร่างให้เสร็จภายในคืนนี้แหงม “ถ้าถึงเวลา หนูกลับก่อนพ่อได้... เต้ อาฝากน้องได้ไหม”

ไม่เอา! เจ้าเอยกรีดร้องในใจ หันขวับ ส่งสายตาสะกดจิตคุณหมวด จงปฏิเสธ... จงปฏิเสธ... ทว่าดูเหมือนคลื่นความคิดของเธอจะไม่แรงกล้าพอ ตาบ้านั่นเลยทำเมิน รับคำพ่อง่ายด๊าย ง่ายดาย

“ครับ คุณอา”

จบเห่!!

เจ้าเอยเดินเคียงคู่เตชุไปยังศาลาหลังบ้านอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก ผ่านระเบียงทางเดินยาว ค่ำมากแล้ว ภายนอกจึงมืดสนิท ต้นไม้ใบหญ้าครึ้มทำให้อากาศเย็นเยียบ ยามสายลมพัด หมู่ไม้ก็เอนไหวภายใต้เงามืดแลคล้ายภูติพรายกำลังเต้นรำ กลิ่นเหม็นอับชื้นโชยจมูกมาเป็นระยะ แสงสว่างเดียวมาจากหลอดไฟนอกตัวเรือนซึ่งส่องสลัวลาง และมีแมลงตัวเล็กตัวน้อยบินวนล้อไฟเล่น ชวนให้นึกถึงหนังสยองขวัญสั่นประสาท ประเภทมีผียืนนิ่งๆ ทำหน้าเขียวหน้าแดงหลบมุมตรงพุ่มไม้ เจ้าเอยมองหวาดๆ รอบตัว ไม้ทุกแผ่น ผนังปูนทุกตารางนิ้ว แม้จะสะอาด แต่มีคราบความเก่าฝังแน่น

เผลอเบียดเข้าใกล้ชิดคนตัวโตโดยอัตโนมัติ กว่าจะรู้สึกตัวก็ตอนแขนชนแขน

“กลัวเหรอคุณ” เขาถาม

“ไม่!” เจ้าเอยโกหก “อากาศเย็น ฉันหนาว”

“เลยอยากกอดผมว่างั้น ได้นะครับ ผมไม่ถือ”

เจ้าเอยกระทุ้งศอกใส่สีข้างเขา... อีตาหมวดไม่ยักกะเจ็บแฮะ 

“คุณแม่ของคุณน้อยเคยพักอยู่ฟากนี้ของตึก” เตชุเฉเรื่องอื่น “ตั้งแต่ท่านเสีย ท่านนายพลสั่งให้คงสภาพเดิม ห้าม มีอะไรเปลี่ยนแปลง เลยไม่ค่อยมีใครเข้ามา นานๆ ถึงจะมีคนมาทำความสะอาดตามคำสั่ง”

เจ้าเอยมองเตชุ ตาเหลือก ช่างสรรหาเวลาเล่าเรื่องได้พอเหมาะพอเจาะเหลือเกิน พ่อเจ้าประคุณรุนช่องเอ๊ย

“คนผ่านไปมาเป็นประจำมีแค่คุณน้อย เวลาเธอจะไปศาลาหลังบ้าน” เตชุพูด เหมือนพูดรื้อฟื้นความทรงจำกับตัวเองมากกว่า “แต่นั่นก็เจ็ดปีมาแล้ว พอเกิดอุบัติเหตุ คุณน้อยขังตัวเองในห้อง ไม่ยอมพบปะใคร ทั้งเพื่อนฝูง ญาติ แม้กระทั่งท่านนายพล มีแค่คุณถนอมแม่บ้าน ที่คุณน้อยยอมให้นำอาหารเข้าไปให้ และรับคำสั่งว่าคุณน้อยเธอต้องการอะไรออกมา”

เจ็ดปี... เจ้าเอยนึกถึงความทุกข์ทรมานและเปลี่ยวเหงาอันยาวนานขนาดนั้นไม่ออกเลย

“ครั้งแรกในรอบเจ็ดปี คุณน้อยยอมออกมา... เพื่อพบคุณ?” น้ำเสียงเตชุมีร่องรอยแห่งความสงสัยปรากฏ 

ศาลาหลังบ้านเป็นศาลาไม้สีขาวตามสไตล์ตะวันตก ตีฉากกั้นด้วยไม้ระแนงเตี้ยๆ ตรงทางเข้า ทำเป็นซุ้มโค้ง รอบเสาทุกต้นมีต้นวิรงรองพันเลื้อย ใบเขียวสดชุ่มชื่นตา คุณน้อยนั่งรอตามลำพัง ไร้วี่แววแม่บ้านประจำตัว เธอกำลังอ่านหนังสือ บนโต๊ะตรงหน้ามีขนมของขบเคี้ยวและกาน้ำชาทรงยุโรป เจ้าเอยสัมผัสได้ว่าคนข้างๆ เริ่มตัวแข็งทื่อ... อีตาหมวดต้องมีอะไรสักอย่างกับคุณน้อยแหง 

เจ้าเอยกับเตชุเข้าประจำตำแหน่งใครตำแหน่งมันในศาลา คนเชิญเอ่ยเบา “ขอบคุณที่สละเวลานะคะ” 

“เรียกฉันมามีธุระอะไรรึเปล่าคะ” เจ้าเอยถาม

เตชุเบือนหน้ามองมาทางเธอ สายตาเขาทำเอานึกถึงคำพูดและสำเนียงค่อนขอดออกทันที... คุณนี่ตรงประเด็นจังนะครับ หรือจริงๆ แล้ว เธอจะเป็นคนไร้มนุษยสัมพันธ์ตามเขาบอก... ตายแล้ว เธอควรกล่าวทักทาย ยินดีที่ได้รู้จักค่ะคุณน้อย หรือคุณน้อยสบายดีไหมคะ ไม่ก็ บ้านสวยจังเลยค่ะ ประมาณนี้ก่อนงั้นสิ เฮ้อ... ไม่ทันละ ช่างหัวมันเหอะ 

คุณน้อยยิ้มน้อยๆ เจ้าเอยเพิ่งสังเกต ผู้หญิงตรงหน้ามีปากนิด จมูกหน่อย ในสัดส่วนพอดิบพอดี ถ้าไม่ติดโทรมและซีด ลูกสาวท่านนายพลนับเป็นคนสวยจัดคนหนึ่งเชียวล่ะ

“คุณเจ้าเอยกับพี่เต้รู้จักกันนานรึยังคะ”

“ไม่นานค่ะ” เจ้าเอยพูดเร็วปรื๋อ “บังเอิญเจอตอนงานคุณหญิงผ่อง หลังจากนี้ก็จะไม่เจอกันอีกแล้ว เนาะคุณหมวด” 

เจ้าเอยหันไปถามคนตัวโต เตชุคำรามในคอ ไม่สนใจตอบ เขาเทชาร้อนๆ ใส่แก้วกาแฟ ใช้ปลายช้อนแตะน้ำตาลทรายแดงแค่นิดเดียว คนละลายลงในชา แล้วยื่นส่งเจ้าบ้าน

“ใส่น้ำตาล?” เจ้าของบ้านถาม

“คุณน้อยไม่ชอบแล้วเหรอคะ”

“ตั้งนานแล้ว พี่เต้ยังจำได้” หญิงสาวยิ้ม รับแก้วชา 

“จำได้สิ พี่ไม่ลืมหรอก”

เจ้าเอยเสยผมทัดหู ผินหน้าไปอีกทาง รู้สึกเป็นเนื้องอกส่วนเกิน... ไม่น่าเชื่อ อีตาหมวดคนปากเสีย จะมีโหมดโรแมนติกกับเขาด้วย 

“น้อยชอบอ่านหนังสือของคุณ... ตัวจริงของคุณไม่เหมือนกับที่คิดไว้ คุณน่ารัก” 

เจ้าเอยอยากยกมือขึ้นกุมประกบตรงหน้าอก แล้วทำตาเปล่งประกายวับวิบ... คุณน้อยช่างเป็นคนดีจริงๆ

“คุณน้อยชมเกินไป” เจ้าเอยอยากหัวเราะ โฮะ โฮะ โฮะ ถึงจะเป็นความจริงก็ต้องถล่มตัวบ้าง “คุณน้อยน่ารักกว่าเอ๋ยเยอะค่ะ” 

เตชุเหมือนพยักหน้าเห็นด้วย... แหม ทีงี้ล่ะคล้อยตาม

“แต่กับบางคน น้อยคงไม่น่าจะรักมั้งคะ” 

คนสวยเหมือนตุ๊กตายิ้มบาง แววตาโศกสื่อความหมายซับซ้อน ไม่น่าจะรัก หมายถึงใครล่ะเนี่ย หมวดเต้เหรอ แต่ดูท่าทางนายทหารขี้เก๊กนี่น่าจะชอบคุณน้อยเอาจริงๆ จังๆ... ไม่น่าใช่เขามั้ง

“น้อยชอบเวลาคุณเล่าเกร็ดความรู้ทางประวัติศาสตร์กับตำนานโบราณ” เจ้าของบ้านกลับเปลี่ยนเรื่องเฉย ก็ดี ไม่งั้น เธอคงทำหน้าไม่ถูก “ยังนึกแปลกใจที่คุณหันมาเขียนเรื่องมนุษย์ต่างดาว ถึงจะใช้ชื่อทีมบรรณาธิการ แต่น้อยจำเอกลักษณ์การเขียนของคุณได้”

“ไม่เชิงเปลี่ยนหรอกค่ะ” เจ้าเอยตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสาปให้กลายเป็นหิน เหล่มองคนข้างตัวว่าเขาจะมีปฏิกิริยาอะไรไหม แต่เตชุเล่นเนี๊ยนเนียน ไม่แสดงอะไรออกมาให้รู้เลยว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “แค่อยากลองนำเสนออะไรใหม่ๆ ดูบ้าง เดี๋ยวก็กลับไปเขียนเรื่องผีๆ เหมือนเดิมแล้ว” ประโยคหลังตั้งใจจะบอกคุณทหาร

“น้อยชอบนะคะ ถึงมนุษย์ต่างดาวจะเป็นเรื่องลึกลับ และไม่นับเป็นวิทยาศาสตร์ แต่น้อยคิดว่า นี่เป็นจุดเริ่มต้นให้คนหันมาศึกษา ค้นคว้า ด้วยกระบวนการทางความคิดเป็นเหตุเป็นผลได้มากกว่าเรื่องผีสางนางไม้ อย่างน้อยก็กระตุ้นให้เกิดคำถามว่า มีสิ่งมีชีวิตแค่บนโลกของเราจริงๆ หรือ หรืออาจมีบนดาวดวงอื่นด้วย นอกโลกของเรามีสิ่งอื่นอีกไหม... บางที ในชั่วอายุนี้ น้อยอาจจะได้เห็นคนไทยสร้างจรวดออกไปสำรวจอวกาศ”

“ดีค่ะ” เจ้าเอยยิ้มแห้ง รู้สึกถูกยกยอเกินเหตุ ดูท่าคุณน้อยจะมองโลกในแง่ดีมากกว่าที่เธอคิด 

คุณน้อยตบมือแปะเหมือนเพิ่งนึกอะไรออก

“น้อยมีหนังสือให้คุณเจ้าเอย เผอิญลืมไว้ในบ้าน” หญิงสาวหันไปทางชายหนุ่มซึ่งกำลังชงชาอีกแก้ว “รบกวนพี่เต้เอามาให้หน่อยได้ไหมคะ ถามแม่หนอม”
“ค่ะ เดี๋ยวพี่ไปเอาให้” 

คนตัวโตรับคำ ก่อนจะส่งแก้วชาให้เจ้าเอย แล้วเดินออกไป... อะไรจะเชื่องปานน้าน

เมื่อเตชุคล้อยลับตา คุณน้อยก็รีบคว้ามือเจ้าเอย สีหน้าอ่อนโยนกลับเปลี่ยนเป็นความตึงเครียด น้ำเสียงเคร่งขรึม จริงจัง ทำเอาเจ้าเอยปรับอารมณ์ตามไม่ทัน

“น้อยมีเรื่องอยากให้คุณช่วย” 

“คะ?”

“หินดาวตก” เจ้าของบ้านดึงสร้อยคอออก ทำให้เห็นตัวจี้โผล่พ้นออกมาจากเสื้อ มันเป็นหินสีดำสนิท เจียระไนได้รูปหยดน้ำ ผิวเงาวาววับ ต้องแสงเล็กน้อยก็เหมือนมีรัศมีงดงามโอบล้อม จะมีตำหนินิดหน่อย ตรงรอยร้าวเล็กๆ บริเวณฐาน

คุณน้อยอธิบายว่าหินดาวตกของเธอสืบทอดมาจากสมัยโยนกเชียงแสน มีตำนานเล่าขาน หากผู้ใดได้ครอบครองจะมีอำนาจยิ่งใหญ่เกรียงไกร ทว่าถ้าตกอยู่ในมือคนผิด โลกจะถึงกาลอวสาน แม่ของเธอให้เธอไว้ครั้นยังเด็ก แต่คุณน้อยคิดว่า มันเป็นแค่นิทานปรัมปราไร้สาระ และดูน่าเกลียด พอแม่เสีย เลยเก็บมันลงกล่อง แล้วไม่สนใจอีก 

จนไม่นานมานี้กลับมีเรื่องพิลึกพิลั่นเกิดขึ้น เพราะหินก้อนนี้ส่องแสงเรืองรองออกมาจากกล่องในวันที่มีเสียงหวีดร้องดังทั่วเมือง และลั่นร้าวในวันที่อุตกาบาตระเบิดกลางฟ้า

“น้อยได้ยินเหมือนคนพูด” หญิงสาวหน้าสวยเหมือนตุ๊กตาบอก “แว่วๆ จากไกลๆ บอก... หนึ่งบุตรแห่งมารดา จุติมาเพื่อวิบัติ”

จุติ... วิบัติ งั้นหรือ?

“พอเห็นบทความของคุณ เลยคิดว่า หินนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับมนุษย์ต่างดาวก็ได้”

สัญชาตญาณระวังภัยขั้นสูงสุดทำงาน เจ้าเอยเหมือนได้ยินเสียงไซเรนดังกังวานก้องในหัว จู่ๆ วกเข้ามาเรื่องมนุษย์ต่างดาวเฉย ดีไม่ดีคุณน้อยอาจจะกำลังสืบความลับจากเธอแทนท่านนายพลกับเตชุก็ได้ ยังไงซะเขาก็พวกเดียวกัน

“น้อยเองคงไม่สามารถอธิบายความกังวลใจของตัวเองได้หมด แต่ถ้าคุณพ่อรู้เรื่องหิน...”

เสียงรองเท้าคอมแบตย่ำใกล้เข้ามา ดึงสายตาของเจ้าเอยกับคุณน้อยให้เฉมอง จึงเห็นเตชุเดินนำหน้าแม่บ้านประจำตัวของคุณน้อย ในมือถือหนังสือเล่มโต คงเป็นเล่มที่เจ้าของบ้านขอร้องให้ไปเอามาให้

“ในหนังสือมีเรื่องที่คุณอาจจะอยากรู้” หญิงสาวเจ้าของบ้านรีบปลดสร้อยคอ เร่งร้อนยัดใส่มือของเจ้าเอย 

“อะไรคะ” เจ้าเอยชักมือออก หากอีกฝ่ายจับแน่น

“ดูแลหินดาวตกก้อนนี้ด้วยนะคะ น้อยขอร้อง”




พอเตชุมาถึง คุณน้อยก็ขอตัวลา ทิ้งให้เจ้าเอยอยู่กับชายหนุ่มตามลำพัง นึกแล้วให้เห็นใจเขาเล็กๆ มองตามหลังคุณน้อยตาละห้อยเป็นหมาหงอยถูกเจ้านายทิ้งเชียว

เตชุพาเจ้าเอยลัดเลาะออกมาทางสวนหย่อม อากาศเย็นๆ อาจเพราะต้นไม้ใหญ่จำนวนมากแผ่ขยายกิ่งก้านสาขาปกคลุม แสงสีส้มจากไฟประดับส่องให้เห็นหินแม่น้ำปูเป็นทางเดิน กลิ่นหอมจางๆ ของดอกราตรีอวลตามสายลมพัด เจ้าเอยมาจนถึงสะพานปูนซึ่งสร้างไว้ตกแต่งสวน เลยนึกพิเรนท์ ถอดรองเท้าส้นสูงออก วางหนังสือประวัติศาสตร์เชียงแสนเล่มเก่ากึ๊กไว้กับพื้น แล้วปีนขึ้นราวสะพานสูงประมาณเอว เดินทรงตัวบนสันปูน 

อากาศดี๊ดี ยิ่งพอยืนสูงกว่าอีตาหมวดได้ยิ่งดี๊ดีเข้าไปใหญ่

“ซนเหมือนเด็ก” เตชุบ่นอุบ แต่ยอมเดินเคียงข้างไปกับเจ้าเอย

“ขอบคุณที่ชมค่ะ” หญิงสาวตีความเข้าข้างตัวเอง “หมวดรู้อะไรไหม ฉันไม่ได้ยินผู้ชายพูด คะ มานานมาก ครั้งสุดท้ายที่ได้ยินคือในละคร”

“ชอบเหรอ”

“ไม่อะ... ผู้ชายพูดคะ ถ้าไม่ใช่คนโบราณ ก็ต้องเป็นพวกเจ้าชู้ประตูดิน ขี้หลี ถึงแกล้งทำอ่อนโยนตีสนิทสาว”

“คุณนี่คิดไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องจริงๆ”

เจ้าเอยหันขวับ เบะปาก เขาจะหาว่าเธอผิดปกติสินะ

“ว่าแต่หมวดสนิทกับคุณน้อยจังนะคะ อ๊ะ... เป็น แฟน กัน รึ เปล่า” 

“คุณน้อยเธอมีผู้ชายในใจแล้ว” 

เลี่ยงคำถามแบบนี้ ใช่แหงๆ 

“คุณแอบชอบคุณน้อยใช่ไหมล่ะ” เจ้าเอยกระเซ้า “แล้วคุณน้อยรู้ไหม”

คนตัวโตเหลือบมอง เจ้าเอยถอนใจเฮือก... อ่อนหัดชะมัด

“ไม่รู้ชัวร์” หญิงสาวสรุป “ถ้าให้เดา ฉันว่าคุณต้องมัวทำตัวเป็นพระรองผู้แสนดีเหมือนในซีรี่ย์เกาหลี เสียสละให้คนรักครองคู่ชู้ชื่นกับผู้ชายคนอื่น”

“นักเขียนนี่เพ้อเจ้อทุกคนเลยเหรอครับ” เตชุขัดคอ

เจ้าเอยทำเสียงจึ๊กจั๊ก หมั่นไส้

“อย่างว่า บอกไปเขาก็คงไม่รับรักคุณอยู่ดี เอาตรงๆ นะคะหมวด หน้าตาแบบคุณถึงหล่อแต่ไม่ใช่สเปคสาวๆ หรอกค่ะ แถมยังปากคอเราะร้าย ผู้หญิงคนไหนเขาจะอยากได้ล่ะ นี่บอกเพื่อให้คุณทำใจเสียเนิ่นๆ ว่าชาตินี้คุณคงหัวเดียวกระเทียมลีบ ต้องโดดเดี่ยวเดียวดาย หาใครเคียงกายไม่ได้ซ้ากคน... เฮ้อ น่าสงสาร”

คน น่าสงสาร เหล่มองเจ้าเอย หญิงสาวยิ้มเฉกเดียวกับนางสาวไทยโปรยยิ้มเฉิดฉายบนเวที ชายหนุ่มแกล้งถอนใจเฮือกใหญ่ 

“ผมโดดเดี่ยวเป็นเพื่อนคุณไง” 

“หือ...” เจ้าเอยแทบจะแยกเขี้ยว ยกนิ้วหัวแม่มือให้ “โป้ง!”

“นึกว่ากดไลค์”

“เอ๊ะ!”

เตชุหัวเราะเพราะแหย่เธอได้สำเร็จ แต่ยังง้อถาม “งั้นคุณช่วยอนุเคราะห์ บอกผมทีเถอะ สเปคผู้ชายในฝันของคุณเป็นยังไง”

ไม่ใช่แบบนายแน่ๆ ย่ะ คุณต๊ะหานปากเสีย! 

เจ้าเอยหยุดเดิน ยกแขนกอดอก... ผู้ชายในสเปคเหรอ จะบอกไงดีล่ะ 

“อันดับแรกคงต้องสูงกว่าฉันก่อน แล้วต้องหล่อ เฮลตี้ แต่พวกกล้ามโตไร้สมองฉันไม่เอาเด็ดขาด ซิคแพ็คช่วยให้เจริญหูเจริญตา แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต เข้าใจเนาะ ต้องฉลาดด้วย ทำงานเก่ง หนักเอาเบาสู้ มีวินัย มีมารยาทดี สามารถเข้าสังคมได้ รู้จักประหยัดอดออม ไม่เกาะฉันกิน ข้อนี้สำคัญมากเพราะฉันรวย เป็นสุภาพบุรุษ ไม่ใช้กำลังเป็นใหญ่ ฉันเกลียดคนที่เอะอะใช้กำลังมาก ไม่เจ้าชู้...” พูดพลางปรายตามองคนตัวโต “รู้จักเอาใจฉัน ฟังฉันพูด ว่านอนสอนง่าย อยู่ในโอวาท สั่งให้ทำอะไรทำ ไม่ให้ทำอะไรก็ไม่ทำ”

“หายากนะครับ ร้อยปีถึงมีสักคน” เตชุทำเสียงขยาด “คุณหาหมามาเลี้ยงคงง่ายกว่า”

เจ้าเอยทำหน้าแป๊ะยิ้มเมื่อยปาก “ถูกของหมวด เฮ้อ เกิดมาสวยเลือกได้ก็เงี้ยะ ลำบากใจ”

เตชุพยักหน้าหงึกๆ ประหนึ่งเข้าอกเข้าใจเสียเต็มประดา จนเจ้าเอยแทบจะกราบกรานว่าไม่ต้องประชดขนาดนั้นก็ได้ ฉันล้อเล่นย่ะ! 

“คุณอาจจะคิดว่าฉันเรื่องมาก แต่เอาเข้าจริง ถึงจะได้พบผู้ชายตรงสเปค ฉันก็อาจจะไม่รักเขาอยู่ดี” เจ้าเอยอธิบายต่อ “ฉันก็แค่อยากรักคนที่ฉันอยากจะรัก และเขาคนนั้นก็รักฉันอย่างที่ฉันเป็น ถ้าไม่ได้ตามนี้ก็ไร้ความหมาย”

“หายากยิ่งกว่า”

“ใช่ปะ!” เจ้าเอยเออออไปกับคนตัวโต “ผู้ชายที่จะอยู่ข้างฉันเสมอ ทั้งกายและใจ คนที่จะไม่จากฉันไปไหน... ไม่มีคนแบบนั้นอยู่จริงหรอก”

“ไม่มีหรอกครับ” 

“นั่งบนคานสวยๆ หรูๆ ดูแลตัวเองให้มีความสุขดีกว่า”

พูดจบ หญิงสาวย่อตัว จะลงจากราวสะพาน จึงส่งมือให้ชายหนุ่ม แทนที่เตชุจะยื่นมือมาให้เธอเกาะ เขาดันก้าวเข้าประชิด แล้วช้อนเธอขึ้นอุ้มไม่ให้ทันตั้งตัว เจ้าเอยตกใจ ร้องว้าย กอดคอนายทหารหนุ่มแน่น

ใบหน้าของเตชุโน้มใกล้ ดวงตาคมเข้มเป็นประกายวาวราวกับหมู่ดาวพร่างพราวบนฟากฟ้าราตรี เจ้าเอยใจสั่นระรัว ร้อนผะผ่าวทั้งหน้าและใบหู อ้อมแขนและแผ่นอกของเขาแข็งแกร่งแต่ก็นุ่มนวล กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ กรุ่นแตะจมูกเร่งเร้าเอาเลือดร้อนๆ ไหลวนวุ่นวายไปทั่วร่าง กล้ามเนื้อทุกส่วนเหมือนจะตึงเครียด เกร็งเขม็ง... โอ้ย ทำไงล่ะทีนี้ พยายามหลบตาเขาก็แล้ว ยังหนีห้วงอารมณ์หนักหน่วงที่คนตัวโตกว่าส่งมาให้ไม่พ้น 

มันน่าจะตะโกนแล้วดิ้นปัดๆ โวยเขาสักยกสองยกที่ถือวิสาสะกับเธอ ทว่า ความอบอุ่นใจและสบายใจซึ่งแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กลับทำให้เธอนิ่ง   

เสียงนุ่มทุ้ม ละมุน เบาเพียงกระซิบ หากหนักแน่นมั่นคงดุจขุนเขา

“เผอิญผมเป็นทหาร มีหน้าที่ดูแลประชาชน”

ชายหนุ่มทั้งดูและแลอย่างยาวนานในความรู้สึก... เจ้าเอยภาวนาในใจ ขอให้อีตาผู้หมวดรีบๆ ปล่อยเธอลง ก่อนสติสตังทั้งหมดทั้งมวลของเธอจะวิปลาสไป แล้วคิดอะไรเลยเถิดมากกว่านี้

คำอธิษฐานของเธอบังเกิดผล เตชุวางเธอลงนุ่มนวล เจ้าเอยสมงสมองเบลอ แต่ก็ต้องเค้นคำพูดออกมา เพื่อให้ดูเป็นปกติมากที่สุด คนอย่างเจ้าเอย จะเสียฟอร์มได้ไง ต้องแสดงให้เขารู้สิ ว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนต่อโลก ที่จะเผลอไผลเคลิบเคลิ้มต่อเสน่ห์ยั่วยวนของเขา

“ละเลยต่อหน้าที่บ้างก็ได้นะคะ คุณหมวด” หญิงสาวประชด

เตชุค้อมตัวประดุจดั่งผู้ดีอังกฤษมาเอง แต่สีหน้าแววตานี่สิ เจ้าเล่ห์มาก ชวนให้นึกถึงลูกจิ้งจอกขาวขนปุยชะมัด

“ไม่เป็นไรครับ ผมยินดี”



................................โปรดติดตามตอนต่อไป



คุยกันท้ายบท

สวัสดีครับ พบกันอีกครั้งกับตอนที่ 12
เป็นบทที่ ผมเขียนๆ ไป เงยหน้าดูจำนวนหน้าอีกที
อุ้ย! สิบกว่าหน้า... ยาวเกิ๊น สุดท้ายก็เลยต้องหั่นสะบั้น 
ให้เหลือจำนวนหน้าพอเหมาะสำหรับหนึ่งตอน

ยอมรับเลยครับว่าบทนี้เป็นอีกหนึ่งบทที่ยากมาก 
เพราะต้องเปิดตัวตัวละครเพิ่มอีก 4 คน
ทั้งพ่อ แม่ นายพลประจักษ์ กับคุณน้อย 
ซึ่งทั้งสี่คนนี้จะมีความสำคัญต่อไปในอนาคตอีกด้วย ว้าว ว้าว ว้าวววว!
แต่จะสำคัญอย่างไรนั้น คงต้องติดตามกันต่อไปล่ะครับ 

ตอนต่อไป ความลับของหินดาวตกที่คุณน้อยให้เจ้าเอย
จะปรากฏออกมาให้ได้รู้กันแล้ว
อย่าลืมติดตามกันนะค้าบบบบ

^O^ 
กลิ้งโคลงแก้มขาว




Create Date : 21 มีนาคม 2559
Last Update : 21 มีนาคม 2559 12:49:48 น.
Counter : 317 Pageviews.

1 comments
  
ดีจ้า มาทักทายนะจ้ะ sinota ซิโนต้า Ulthera สลายไขมัน SculpSure เซลลูไลท์ ฝ้า กระ Derma Light เลเซอร์กำจัดขน กำจัดขนถาวร รูขุมขนกว้าง ทองคำ ไฮยาลูโรนิค Hyaluronic คีเลชั่น Chelation Hifu Pore Hair Removal Laser freckle dark spot cellulite SculpSure Ultherapy กำจัดไขมัน adenaa ลบรอยสักคิ้วด้วยเลเซอร์ ลบรอยสักคิ้ว Eyebrow Tattoo Removal เพ้นท์คิ้ว 3 มิติ สักคิ้ว 3 มิติ
ให้ใจหายใจ สุขภาพ วิธีลดความอ้วน การดูแลสุขภาพ อาหารเพื่อสุขภาพ ออกกำลังกาย สุขภาพผู้หญิง สุขภาพผู้ชาย สุขภาพจิต โรคและการป้องกัน สมุนไพรไทย ขิง น้ำมันมะพร้าว ผู้หญิง ศัลยกรรม ความสวยความงาม แม่ตั้งครรภ์ สุขภาพแม่ตั้งครรภ์ พัฒนาการตั้งครรภ์ 40 สัปดาห์ อาหารสำหรับแม่ตั้งครรภ์ โรคขณะตั้งครรภ์ การคลอด หลังคลอด การออกกำลังกาย ทารกแรกเกิด สุขภาพทารกแรกเกิด ผิวทารกแรกเกิด การพัฒนาการของเด็กแรกเกิด การดูแลทารกแรกเกิด โรคและวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิด เลี้ยงลูกด้วยนมแม่ อาหารสำหรับทารก เด็กโต สุขภาพเด็ก ผิวเด็ก การพัฒนาการเด็ก การดูแลเด็ก โรคและวัคซีนเด็ก อาหารสำหรับเด็ก การเล่นและการเรียนรู้ ครอบครัว ชีวิตครอบครัว ปัญหาภายในครอบครัว ความเชื่อ คนโบราณ
โดย: สมาชิกหมายเลข 4061181 วันที่: 25 สิงหาคม 2560 เวลา:16:09:51 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2273544
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เชิญติดตามผลงานของบล็อกได้ครับ

.........................



แคนโต้:เรื่องราวในช่องว่าง
แจกฟรี
โดย...กลิ้งโคลงแก้มขาว

ช่องว่าง คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกที่หน
บางครั้งช่องว่างก็นำพา
เอาความหมองหม่นมาให้
แต่บางคราวช่องว่างก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ช่วยผลักดันให้หัวใจเติบโต

.........................

***หมายเหตุตัวโตโต***

ขอความกรุณาอย่าลอกหรือนำผลงานใดๆ
ในบล็อกนี้ไปดัดแปลงเลยนะครับ
สงสารนักเขียนตาดำๆ นะค้าบบบ

^o^
กลิ้งโคลงแก้มขาว