มีนาคม 2559

 
 
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
19
20
21
22
23
24
26
27
28
29
30
31
 
 
มือที่หยิบยื่นและแขนที่หดกลับ

มือที่หยิบยื่นและแขนที่หดกลับ

[Photo by Viktor Jakovlev]

 


เมื่อวาน ผมได้รับข้าวสารสองถุง ไข่ไก่สด ผักกาดกับผักชี เนื่องจากรู้แน่ว่ากินไม่หมด จะเก็บไว้ก็น่าเสียดาย ทั้งไม่มีปัญญาทำกับข้าวเองจากวัตถุดิบเหล่านี้ เลยปันข้าวสารกับผักให้คนอื่น สุดท้ายก็ได้สับปะรดมาอีกสองหัว


มีคนชอบถามว่า บ้านผมรวยเหรอ

หมายถึงถามอย่างนี้แหละครับ คำถามตรงตัว โต้งๆ เลย


อยากจะตอบรับให้เต็มปากเต็มคำอยู่หรอกว่าบ้านรวย ติดเกรงใจกระเป๋าตังค์ตัวเองที่แบนแทบทุกวัน ก็เลยยิ้มๆ แล้วกันไป


ผมไม่รู้หรอกครับว่า มาตรวัดรวย-จนคืออะไร ดูที่การแต่งตัวล่ะมั้งครับ หรือไม่ก็เงินในบัญชี


เอาเป็นว่า สำหรับผมแล้ว ทั้งสองอย่างไม่เข้าขั้นซักกะติ๊ด ฮ่า ฮ่า ฮ่า


แต่ขออวดตัวสักนิด... ผมว่าที่พวกเขาพูดกัน เพราะดูจากนิสัยชอบให้ล่ะมั้ง


ก็การให้เป็นเรื่องน่าสนุก ผมตื่นเต้นเวลาที่จะได้หยิบยื่นของให้คนอื่น ยิ่งถ้ามีโอกาสได้เลือกให้ในสิ่งที่เหมาะสมกับเจ้าตัวคนรับด้วยแล้ว ผมยิ่งสนุกและใช้เวลาเพลิดเพลินกับการเลือกสรรจนไม่ต้องกินข้าวกินปลา


ตาเคยบอกว่า เวลาจะให้อะไรใคร ก็ต้องให้ของที่ดีที่สุด


ผมว่า... มันต้องเป็นอย่างนั้นล่ะ







นิสัยการให้ของผมไม่ได้จำกัดวง ต้องให้คนที่ด้อยกว่าเท่านั้น คนที่ไร้โอกาส ขาดแคลน


สำหรับผม ใครก็ได้ที่ผมอยากทำให้เขามีความสุข ผมให้โม้ด


บางคนมีฐานะทางการเงินที่ดีกว่า บางคนมีตำแหน่งสูงกว่า ด้วยซ้ำ ผมแค่สื่อสารออกไปว่า ผมรู้สึกดีกับพวกเขานะ อีกฝ่ายจะรับรู้ไหมก็ช่าง


แต่จากประสบการณ์ ก็รับรู้ทั่วหน้า


มันตลกนะครับ ถ้าเราจะไม่อยากให้ใครสักคนมีความสุข เพียงเพราะเขามีข้าวของมากกว่าเรา หรือถูกรัก ถูกยอมรับมากกว่าเรา


เพราะงั้นเลยกลายเป็นว่า ผมเป็นคนขี้ประจบ


ผมก็เลย “ให้” คิดกันไป


แต่หลายคนไม่ได้มองผมว่าเป็นแบบนั้น กลับเห็นใจที่ผมมีปมด้อยขนาดเขื่อง ซึ่งต้องบรรเทาด้วยการแจกจ่าย


อาจจะจริงของเขา


ผมเลยสงสัยตะหงิดๆ... ถ้าการมีความสุขเพราะช่วยเหลือแบ่งปันผู้อื่น มันเกิดจากปมในใจ แล้วการมีความสุขจากการช็อปปิ้ง, ท่องเที่ยว, เล่นกีฬา, ถ่ายรูปพริตตี้ ฯลฯ มันเกิดจากปมอะไรล่ะครับ?


บางคนได้รถใหม่แล้วดีใจยิ้มแก้มปริ


บางคนได้เสื้อผ้าใหม่แล้วตื่นเต้น ลองแล้วลองอีก


บางคนได้เมียใหม่ ก็ปลื้มใจได้ทั้งวัน


ไอ้กระผ๊มจะอิ่มเอมที่ได้แบ่งปัน ช่วยเหลือใครสักคน ทำไมมูลเหตุแรงจูงใจต้องมาจากการ “ให้เพราะหวังผล” หรือ “ให้เพราะมีปมด้อย” ด้วยล่ะครับ?


ผมให้เพราะอยากให้... ไม่ได้เลยรึ??


ตรรกะคืออะไรครับ??? มาตรฐานการตัดสินอยู่ตรงไหน????


ผมก็ชักจะงงเป็นไก่ตาแตก


เดี๋ยวนี้ มีคำสอนเกี่ยวกับหลักศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม ออกมามากขึ้น สั่งให้เราทำดีมากขึ้น หาเหตุผลมาอธิบายว่าทำไมเราจะต้องให้และแบ่งปัน

...สมองโตขึ้น แต่หัวใจเล็กลง

ผมให้เพราะอยากให้ครับ ไม่ได้ทำลงไปเพราะหวังผลอื่นใด (นอกจากตอบสนองความอยากของตัวเอง) หรือเป็นหน้าที่ของศาสนิกชน

ใครที่ผมไม่อยากแบ่งปันด้วย ผมก็ไม่แบ่งปัน

ใครที่มากดดันว่า ผมต้องให้ ถ้าไม่ให้ผมผิด ผมเลว... ผมก็หยุดมือที่ยื่นออกไป

...แค่นั้น


เพราะการแบ่งปันเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ ผมเชื่ออย่างนั้น มันเป็นเครื่องหมายว่า เรามามีส่วนร่วมในกันและกันเถอะนะ ไม่มีใครหลงลืมเธอหรอก สู้ต่อไปนะ


ผมนึกภาพออกครับว่า ถ้าต้องอยู่ในสถานที่ที่ไม่มีการแบ่งปันเลย จะเป็นยังไง


เอาจริงๆ ผมก็หาความสุขจากอย่างอื่นรอบตัวได้นะ


แหงล่ะ... ผมเคยอยู่ในที่แบบนั้นมาแล้วนี่ครับ


แต่ถ้าเลือกได้ ก็ขออยู่ในที่ที่จะแบ่งปันอะไรกับใครๆ ได้ ดีกว่าครับ


ฟีลลิ่งเวลาหัวเราะและยิ้มกับคนอื่น มันแตกต่างจาก เวลาที่หัวเราะและยิ้มคนเดียว เยอะเลย









Create Date : 25 มีนาคม 2559
Last Update : 25 มีนาคม 2559 12:03:24 น.
Counter : 395 Pageviews.

0 comments
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

สมาชิกหมายเลข 2273544
Location :
เชียงราย  Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]



เชิญติดตามผลงานของบล็อกได้ครับ

.........................



แคนโต้:เรื่องราวในช่องว่าง
แจกฟรี
โดย...กลิ้งโคลงแก้มขาว

ช่องว่าง คือสิ่งที่ปรากฏอยู่ในทุกที่หน
บางครั้งช่องว่างก็นำพา
เอาความหมองหม่นมาให้
แต่บางคราวช่องว่างก็กลายเป็นสิ่งสำคัญ
ที่ช่วยผลักดันให้หัวใจเติบโต

.........................

***หมายเหตุตัวโตโต***

ขอความกรุณาอย่าลอกหรือนำผลงานใดๆ
ในบล็อกนี้ไปดัดแปลงเลยนะครับ
สงสารนักเขียนตาดำๆ นะค้าบบบ

^o^
กลิ้งโคลงแก้มขาว