.
.
ความห่วงใยก็เหมือนดวงดาวมองเห็นเป็นครั้งคราวแต่ไม่เคยหายไปไหน
??•..•?I don't care whom you love, but you're the most precious to my heart?•..•??
ทริปวัดใจ - เขาช้างเผือก

ห่างหายจากการออกทริปไปเดือนกว่า ๆ ทำเอาชีวิตเฉาลงเลย  แค่เพื่อนเอ๋ยชวนไปออกทริปรีบตกลงในทัน  เพราะเป็นสถานที่

ที่อยากจะไปมาสองปีแล้ว มีเหตุทำให้ไม่ได้ไปสักที  ครั้งนี้ไม่อยากพลาด  แต่ก็มีเหตุเกือบให้พลาดอีกเช่นเคยเมื่อมีงานด่วนเข้ามา 

ต้องทำงานเช้ายันสว่างสองวันสองคืนไม่ได้หลับได้นอน  ทำให้เริ่มหนักใจว่าการไปทริปครั้งนี้จะไหวไหม  จะไปเป็นภาระให้เพื่อนร่วมทาง

หรือเปล่า แต่เป็นสถานที่ที่อยากไปมาก ๆ สถานที่หนึ่งจึงไม่อยากพลาดโอกาสอีก  เลยตัดสินใจไปร่วมทริปนี้

เริ่มออกเดินทางจากกรุงเทพฯ 4 ทุ่มครึ่ง ไปถึงหมู่บ้านอีต๋อง ตี 5 กว่า  เตรียมตัวล้างหน้าล้างตา ทานอาหารเช้าจัดเตรียมสัมภาระต่าง ๆ กันที่นี่ 

หลังจากเตรียมพร้อมจะเดินทาง การเดินทางต้องมีเจ้าหน้าที่นำทางหลังจากเจ้าหน้าที่พร้อม นักเดินทางพร้อม ก็เริ่มออกเดินทาง กลุ่่มของเรา

เริ่มออกเดินทางจากบ้านอีต๋องประมาณ 8.20 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ  20  นาที  ก็มาถึงป้อมซึ่งเป็นด่านแรกของการเดินทาง

ขึ้นเขาช้างเผือก 

ลูกหาบแบกของที่เป็นของส่วนกลาง  ของใช้ส่วนตัวอุปกรณ์ต่าง ๆ ของเราต้องแบกไปเอง  สิ่งของที่จะแบกขึ้นไปต้องจำเป็นเท่านั้นเพราะ

เราต้องเดินปีนเขาระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตรกว่า ๆ  สิ่งที่สำคัญที่ต้องแบกไปนั่นคือน้ำ น้ำดื่มต้องติดตัวไปอย่างน้อย 2-3 ขวด

เพราะต้องใช้จนถึงวันเดินทางกลับเนื่องจากข้างบนไม่มีน้ำ

เส้นทางที่ต้องเดินช่วงครึ่งทางแรกเป็นทางเรียบมีทางเดินแคบ ๆ ที่ไม่สามารถเดินเรียงสองได้อย่างในภาพ  แล้วมีเดินขึ้นเนินบ้างเป็นช่วง ๆ

แต่ไม่สูงเท่าไหร่นัก  แต่สิ่งที่เป็นปัญหากับการเดินทางในช่วงครึ่งทางแรกคือข้างทางเต็มไปด้วยหญ้าคา และหญ้าอะไรไม่ทราบคล้ายใบไผ่

ซึ่งมีความคมพอสมควร  จึงต้องใส่เสื้อแขนยาว ใส่ถุงมือไว้

เดินมาถึงจุดนี้  เท่ากับว่าเราเดินมาได้ครึ่งทางแล้ว   เส้นทางต่อจากนี้จะเป็นทางเดินขึ้นเขาสูงและชัน

ผ่านจากจุดพักต้นซ่าน เราก็เริ่มเดินทางกันต่อ  เส้นทางที่ต้องเดินต่อไป เป็นภูเขาหญ้า  มีหญ้าสุงท่วมหัวเป็นบางช่วง  แต่ที่แน่ ๆ เดินขึ้นเขาสุง

อย่างนี้ตลอดทางจนถึงที่พักกางเต้นท์

อากาศค่อนข้างร้อน ต้นหญ้าที่สูงท่วมหัว แถมยังต้องเดินปืนเขาอีกเล่นเอาเหนื่อยหายใจไม่ค่อยจะทัน  เสียงลมหายใจดังเชียวละ

เห็นป้ายนี้ใจชื้นขึ้นมา อีกนิดเดียวก็จะถึงที่พักแล้ว

เห็นจุดกางเต้นท์ที่จะเป็นที่พักของเราอยู่ไกล ๆ  จากใจที่ชื้นขึ้นมาเห็นระยะทางเหลือแค่ 500 เมตร  แต่พอเห็นแบบนี้ยังต้องข้ามเขาอีกตั้ง 2 ลูก

พักเหนื่อยไปด้วยเก็บภาพบรรยากาศ บริเวณนี้ก่อน

พักพอให้หายเหนื่อยก็เริ่มเดินทางกันต่อ 

ถึงทางลงเขาลูกสุดท้าย ทางค่อนข้างชัน

เพราะทางค่อนข้างชัน  เจ้าหน้าที่เลยทำเชือกไว้จะได้ง่ายต่อการปืนขึ้นปืนลง

ยืนอยุ่บนยอดเขาลูกสุดท้ายก่อนถึงที่พักกางเต้นท์ 

อีกอึดใจก็จะถึงที่พักของเราแล้ว

และแล้วเราก็มาถึงที่พัก  ลูกหาบช่วยกางเต้นท์ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว

กลุ่มของเราไปกันทั้งหมด 8 คน  แต่เวลาเดินกลับมีเพียงแค่ 4 คนที่มาถึงก่อน  คนอื่น ๆ ยังไม่มีใครเดินทางมาถึง  ถึงที่พักเวลาประมาณ 11.40

สรุปแล้วใช้เวลาในการเดินทางไปประมาณ 3 ชั่วโมงกว่า ๆ  นั่งพักให้หายเหนื่อย เลยจัดการกับอาหารมื้อเที่ยง ที่แบกกันขั้นมาด้วย

ข้าวหมูทอดกระเทียมไข่ดาว

ยอดเขาข้างหน้าคือเป้าหมายของเราในครั้งนี้

เห็นเป็นรูปหัวช้างกันไหม

คนอื่น ๆ เริ่มทยอยลงมากันเป็นช่วง ๆ ชะเง้อคอยาวรอเพื่อนอีก 4 คนที่เหลือมาไม่ถึงสักที  เลยงีบไปพักหนึ่งก่อน ตื่นมาบ่ายโมงกว่า ๆ

เพื่อนที่เหลือยังมาไม่ถึงเลย  สรุปแล้วกลุ่มสุดท้ายที่เดินทางมาถึงที่พักกลุ่มสุดท้ายคือเพื่อน ๆ เราเอง  ถึงจุดกางเต้นท์เอาบ่าย 2 ใช้เวลาเดิน

ทาง 5 ชั่วโมงกว่า ๆ

แดดร่มลมตก เวลาประมาณบ่าย 3 หลังจากเพื่อน ๆ พักกันพอให้หายเหนื่อย  ได้เวลาออกไปพิชิตยอดเขาช้างเผือกกันแล้ว

 

ช่วงสันคมมีด ช่วงวัดใจ เพราะทางที่แคบมาก ๆ ประมาณหนึ่งฟุต ซ้ายก็เหวขวาก็เหว

ด้วยความสูง และเสี่ยง  มีเจ้าหน้าที่คอยระมัดระวัง คอยบอกให้มองแต่ทางไว้ อย่ามองไปลงไปด้านล่าง  ใครที่เป็นโรคกลัวความสูง

เจ้าหน้าที่จะไม่ให้ขึ้นไปบนยอดเขา

ผ่านสันคมมีดมาได้ก็จะเป็นทุ่งหญ้า ทางเดินบนสันเขาแคบเหมือนเช่นเคย แต่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่นัก เพราะสันเขากว้างกว่าช่วง

ที่เป็นสันคมมีด

เห็นธงอยู่บนยอดเขาลิบ ๆ นั่นคือจุดหมายที่เราจะต้องเดินไปให้ถึง

 

เขาลูกหน้าก่อนถึงเส้นชัย  ดูเหมือนเดินง่าย ๆ แต่ไม่ง่ายอย่างที่คิด  สันคมมีดว่าเสียวแล้วยังเสียวไม่เท่าจุดนี้ ความลาดชันที่แทบจะตั้งฉาก

ทำให้การทรงตัวไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด นอกจากจะชันแล้วยังลื่นอีก  เลยต้องเรียกว่าคลาน เพื่อจะผ่านเส้นทางตรงจุดนี้ขึ้นไป

ในที่สุดก็ถึงจุดหมายจนได้

ถึงที่หมาย แต่เพื่อนยังอยู่ยอดเขาอีกลูก  เลยได้แต่ยืนให้กำลังให้เพื่อนเดินมาให้ถึง

ทิวทัศน์บนยอดเขาช้างเผือก 

เขาอีกลูกที่ยังไม่ได้มีการเปิดเส้นทาง

ขาลงมองเห็นที่พักอยู่ไกล ๆ

ตอนแรกตั้งใจกันว่าจะอยู่บนยอดเขาจนอาทิตย์ตก  แต่ไม่มีไฟฉายที่สามารถสวมหัวได้ เกรงว่าจะลงกันลำบาก เพราะขนาดขาขึ้นยัง

ลำบากขนาดนั้น หากต้องลงเขาซึ่งยากกว่าตอนขาขึ้นจะลำบากขนาดไหน  เลยไม่กล้าอยู่ต่อ 

บรรยากาศยามเย็น บนยอดเขา อากาศดีมาก ๆ  ไม่เหนื่อยเท่าตอนขาขึ้น เลยได้พอมีกะจิตกะใจหยิบกล้องถ่ายรูปมากดชัตเตอร์บ้าง

ทยอยกันลงจากเขา

ขึ้นไปก่อนลงทีหลังเค้า  แต่ก็เดินมาทันคนกลุ่มแรก ๆ ที่ลงมา  จราจรเลยติดขัด

ต้นหญ้าต้องแสงยามเย็นเป็นสีทอง

เตรียมก้าวขาลงจากเขาช่วงสันคมมีด

ระหว่างเดินทางกลับเต้นท์ที่พัก  ทันเจออาทิตย์ตกหลังยอดเขาระหว่างทาง

ตอนเช้าเตรียมตัวเดินทางกลับ  7 โมงกว่า ๆ ได้เวลาเดินทางกลับจะได้ไม่ร้อน พอขึ้นมาบนยอดเขา สายหมอกเริ่มไหลมา

เหมือนเช่นเคยอยู่ยอดเขาอีกลูกหนึ่งแล้ว ถ่ายภาพย้อนหลังมาเพื่อน ๆ ยังเดินห่างกับเราเขาอีกหนึ่งลูก

มีหมอกไหลมาให้เห็นเป็นช่วง ๆ ที่เดินทางกลับ

เขาอีกฝั่งหมอกกำลังลง  อีกฝั่งแสงอาทิตย์เริ่มส่องมาถึง

การเดินทางตอนเช้าลำบากเล็กน้อยเนื่องจากหญ้าโดนน้ำค้างทำให้ลื่น เพื่อน ๆ ลื่นกันไปหลายคนเพราะทางที่เดินต้องลงเขา

บวกกับความลื่นของพื้น  ทำให้ลื่นล้มกันไป

เราเดินไปข้างหน้าหมอกจะเริ่มไล่หลังมา  เป็นบรรยากาศดี ๆ อีกแบบ  ยังพอให้เห็นรายละเอียดบ้าง ก่อนที่หมอกจะท่วมจนมองไม่เห็น

เป็นสีขาวโพลนไปทั่ว

สายหมอกกำลังไหลมาอยู่เรื่อย ๆ

สำหรับคนที่สนใจอยากเดินทางไปที่นี่ ต้องเตรียมตัวให้พร้อม เพราะความยากในการเดินเขาช้างเผือกอยู่ระดับ 3

เส้นทางแคบ สูง ชัน และลื่น ในบางช่วง  อ้อ ลืมบอกไปว่าเรื่องห้องน้ำสำหรับที่นี่ มีห้องน้ำก็เหมือนไม่มี

มีส้วมซึมแต่ไม่มีน้ำให้ใช้  ทางที่ดีไม่เข้าจะดีกว่า 

รูปค่อนข้างเยอะแล้วสำหรับทริปนี้ ขอลา blog นี้ไปด้วยรูปนี้  ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมชมและทักทายกัน




Create Date : 23 ตุลาคม 2555
Last Update : 25 ตุลาคม 2555 8:00:27 น. 11 comments
Counter : 4924 Pageviews.

 


โดย: Kavanich96 วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:4:49:38 น.  

 
ภาพสวยมากค่ะคุณโซ

พี่คงไม่มีปัญญาวัดใจอะไรแบบนี้ ใจนำทางเลยนะคะเนี่ย




โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:7:31:10 น.  

 
เป็นไงมั่งหนุกป่าว ^^ ไปกะทัวร์ไหนอ่ะใช่สะพายเป้มะ โห เขาช้างเผือกเด๋วนี้มีป้ายเยอะขึ้นนะ ไปเดือนนี้เขียวดีจัง ถ่ายภาพมาได้สวยมากๆเลย \\^^/


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา (น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา ) วันที่: 24 ตุลาคม 2555 เวลา:14:06:55 น.  

 
สนุกมากเลยพี่หยี 555 เหนื่อยจนไม่สามารถ
เอ๋ยปากพูดคุยกับใคร ๆ เอาซะเลย ไม่ได้ไป
กับสะพายเป้ค่ะ รวมกลุ่มกันเองแล้วไปเหมาทัวร์เอา
เพราะต้องเตรียมอุปกรณ์เยอะ เลยให้ทัวร์จัดการให้ดีกว่า
เราแต่เตรียมตัวเตรียมกำลังใจแค่นั้น


โดย: ความคุ้นเคยที่หายไป วันที่: 25 ตุลาคม 2555 เวลา:8:10:10 น.  

 
ดับเบิ้ลเอ็นจอยคือทัวร์ป่าใช่มั้ยครับ ถ้าใช่งั้นก็คงเหมือนกับสะพายเป้นั่นเอง ผมใช้บริการสะพายเป้ก็เพราะเหตุผลเดียวกันล่ะจ้ะคือเตรียมแต่ตัวกับกำลังใจแค่นั้นนอกนั้นทางสะพายเป้เค้าจัดการให้หมดจ้ะ ^^


โดย: น้ำ-ฟ้า-ป่า-เขา วันที่: 25 ตุลาคม 2555 เวลา:10:03:18 น.  

 
สวยหลายภาพเลยครับ เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ผมอยากไปมากๆ แต่ยังไม่มีโอกาสได้ไปสักที


โดย: ST.Exsodus วันที่: 25 ตุลาคม 2555 เวลา:14:51:31 น.  

 
มาดูการปีนเขา ที่เป็นสันเขา เสียว......แทน

ภาพที่ถ่ายตอนตะวันจะตกดินสวย ชอบตรงแสงนะครับ
ผมว่า กลุ่มหมอกที่ลอยเรี่ยบนยอดเขา น่าจะเรียกกว่า เมฆมากกว่า
นะ 555 ผมเคยไปเจอหลายที่ ยืนอยู่บนยอดเขา เมฆค่อยเลื่อน
มาคลุมกาย อากาศหนาวจับจิตจับใจ ทั้งที่เป็นฤดูร้อน พฤษภาคม

ต่างกว่าหมอกที่อยู่พื้นราบ ที่ไอน้ำเจอไออุ่นจากดินเลยเกาะกลุ่ม
เป็นหมอก

ผมเคยไปทองผาภูมิ แต่ยังไม่เคยไปที่นี่ อยู่ห่างจาก ตัวอำเภอ
กี่มากน้อยครับ เผื่อจะได้มีแผนไปเที่ยวมั่ง ผช.คงไม่ลำบากเข้า
ห้องน้ำ ที่กางเต็นท์ หญ.ยากหน่อย แหะ ๆ กลัวหญ้ามันแทงเอา


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 29 ตุลาคม 2555 เวลา:10:05:16 น.  

 
สวยจังเลยนะคะ ขอบคุณมากๆเลยที่เก็บภาพที่สวยงามแบบนี้มาให้ได้ชม ไม่ได้ไปก็เหมือนไปเลยค่ะ เก็บทุกรายละเอียด ขอบอกว่าสวยมากๆๆๆ


โดย: nongfont วันที่: 29 ตุลาคม 2555 เวลา:18:44:57 น.  

 
แวะมาทักทายยามเย็นค่ะ ^__^
Photobucket


โดย: nongfont วันที่: 9 พฤศจิกายน 2555 เวลา:18:33:48 น.  

 
คิดถึงค่ะคุณโซ

พี่อัพบล็อกเหมือนเคยค่ะ แต่ไม่ค่อยได้ทักใครละ ช่วงนี้ลูกพี่ปิดเทอมด้วย เลยยิ่งผลุบโผล่ คุณโซสบายดีเนาะ

คุณโซคงมีอีกหลายทริป แต่ไม่ได้อัพบล็อกมัง


โดย: สายหมอกและก้อนเมฆ วันที่: 29 มีนาคม 2556 เวลา:15:13:58 น.  

 
แวะมาเยี่ยมง่ะ อ่ะเด๊ะๆ


โดย: เป็ดสวรรค์ วันที่: 5 พฤศจิกายน 2556 เวลา:2:48:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ความคุ้นเคยที่หายไป
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 2 คน [?]




ไม่ว่าตอนนี้เธอจะอยู่ไหน
อยากบอกให้เธอรู้ไว้
เธอจะอยู่ในใจดวงนี้เสมอ
ห่างกันแสนไกล แต่ถึงอย่างไร ก็รักเธอ
และจะรักเสมอตลอดไป
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2555
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
23 ตุลาคม 2555
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add ความคุ้นเคยที่หายไป's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.