สิงหาคม 2553

1
2
3
4
5
7
8
9
10
11
12
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
30
31
 
 
All Blog
มีเงินสิบล้าน ควรนำไปทำอะไรดีครับ ???
คำถามแบบนี้เป็นคำถามที่เราสามารถพบเห็นได้บ่อย แถบทุกวันในห้องสินธร เป็นคำถามที่เสียดแทงใจหลายคนที่เป็นนักเล่นหุ้นแต่มีเงินเก็บน้อยกว่าคนถาม ซึ่งเราจะพบการสะท้อนความอัดอั้นได้จากคำตอบประเภทแดกดันที่ว่า มีเงินเยอะขนาดนี้ไม่รู้จะเอาไปทำอะไร ก็เอาไปฝังดินไว้เถอะ ผมว่ามันก็ไม่ได้เป็นคำถามอะไรที่แปลกแต่อย่างใด อยากให้มองด้วยใจเป็นกลางเพราะผมเชื่อว่าทุกคนย่อมเคยมีคำถามอย่างนี้มาก่อน ต่างกันตรงที่จำนวนเงินมากบ้างน้อยบ้าง แต่อย่างน้อยด้วยคำถามแบบนี้มักจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราหันมาศึกษาเรื่องการลงทุน และเข้ามาสู่ตลาดหุ้น หรือสนามการลงทุนรูปแบบต่างๆ ไม่ใช่หรือครับ

ตลอดชีวิตตั้งแต่เรียน จนทำงาน เรามักถูกสอนและพยายามจะเรียนรู้แต่การทำเงิน สร้างเงิน พยายามขวนขวายสร้างศักยภาพ ทำงานหนักเพื่อการสร้างรายได้ ทั้งจากทางตรงคือสร้างโอกาสให้ได้รับตำแหน่งงานที่ดีเพื่อเงินเดือนที่สูงขึ้น หรือทางอ้อมจากการทำงานพิเศษ แน่นอนว่านั้นก็คือการทำงานเพื่อแลกเงิน แต่เราไม่ได้เรียนรู้เรื่องการเงินการลงทุนเท่าไหร่นัก นอกจากผู้ที่ศึกษามาโดยตรงทางด้านนี้(แต่ถ้ามีทัศนะคติที่ผิดก็ไม่มีประโยชน์) ปัญหาก็คือต่อให้เรามีความสามารถและมีวินัยในการออมเงินมากเท่าใด แต่สุดท้ายถ้าไม่ความรู้เรื่องการลงทุน เงินที่เก็บมาได้มหาศาลก็จะไม่งอกเงย ไปถึงฝั่งฝัน ตามที่ใจเราหวังไว้และที่สำคัญมันกลับถดถอยและด้อยค่าเมื่อเทียบกับอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นทุกปี

ดังนั้นปัญหาของชีวิตมนุษย์เงินเดือนชนชั้นกลางที่ไม่ได้มีฐานะทางครอบครัวรวยล้นฟ้า นั้นก็คือเรื่องการบริหารจัดการการเงิน และ การลงทุน รวมถึงทัศนะคติทางการเงินที่เราถูกปลูกฝังเรื่องการออมเงินมาตั้งแต่เด็กที่เน้นไปที่การฝากเงินกับธนาคารเพราะคิดว่าการฝากเงินเป็นสิ่งที่มั่นคงและปลอดภัย เป็นหลักประกันที่ดี จนละเลยเรื่องการเอาเปรียบในการกดอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ต่ำเตี้ยติดดิน เมื่อเทียบกับผลกำไรของธนาคารแต่ละแห่งที่ฟู่ฟ่า และยังบ่อนทำลายความกล้าในการลงทุนเพื่อสร้างความมั่นคงทางการเงินในอนาคต

อีกประการที่อันตรายก็คือแนวคิดที่ว่า “รายรับ – รายจ่าย = เงินออม” ด้วยแนวคิดแบบนี้บวกกับค่านิยมแบบวัตถุนิยมมันทำให้ มนุษย์เงินเดือนไม่สามารถหลุดพ้นจากวงจรความยากจนได้ เพราะเมื่อเราคิดจะออมเงินหลังจากการหักรายจ่ายแล้ว เงินออมมันก็เหลือไม่เท่าไหร่ เพราะปัจจุบันบนสังคมวัตถุนิยม ที่เราพยายามแสวงหาวัตถุราคาแพงมาทดแทน หน้าตาและคุณค่าของตนเอง จึงทำให้เราหลงเป็นเหยื่อของสินค้าหรูหราราคาแพงที่ออกมาใหม่แบบไม่ขาดสาย ทำให้ต้องควักกระเป๋าจ่ายเงินเพื่อซื้อมาเป็นเจ้าของด้วยเหตุผลที่ว่าจะไม่ตกยุคหรือล้าสมัย นอกจากนี้ยังรวมถึงสินค้าที่ยกระดับฐานะ เช่น บ้าน คอนโด รถยนต์ เป็นต้น ส่งผลให้เป็นหนี้ หนี้บัตรเครดิต หนี้บ้าน หนี้รถ ยังไม่นับรวมรายจ่ายที่เพิ่มขึ้นหลังจากการมีครอบครัว สุดท้ายแล้วอย่าพูดถึงเงินออมเลยครับ เงินเดือนยังแทบจะใช้จ่ายได้แค่เดือนชนเดือนเท่านั้น

วิธีแก้ไขหรือปรับเปลี่ยน ขั้นแรกคงต้องเริ่มที่หลักคิดการบริหารจัดการการเงินส่วนบุคคลก่อน การใช้ชีวิตแบบพอเพียงไม่ก่อหนี้ที่เกินจำเป็น น่าจะเป็นหนทางของการหลุดพ้น รวมถึงการมองหารายจ่ายที่ไม่จำเป็นจากการทำบัญชีการใช้จ่าย เพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วเปลี่ยนสมการการเงินใหม่ เป็น
“รายจ่าย = รายรับ – เงินออม” นั้นหมายความว่า เงินออมเป็นตัวตั้ง เป็นเป้าหมาย ที่กำหนดรายจ่ายในแต่ละเดือน เมื่อเรามีเงินออมมากขึ้น จึงเริ่มเรียนรู้เรื่องการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนที่มีประสิทธิภาพต่อไป

ขั้นที่สอง การลงทุนจะเป็นหนทางที่ทำให้เงินออมของเราทำงานแทนเรา เพื่อช่วยให้สร้างความมั่นคงในอนาคต แต่การลงทุน ทุกประเภทล้วนต้องอาศัยเวลา ทั้งเวลาในการศึกษาเรียนรู้เทคนิคการลงทุน และเวลาสำหรับการงอกเงยของผลตอบแทน การลงทุนเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายแต่ก็ไม่ยากต้องใช้การเรียนรู้และสร้างประสบการณ์ บางคนเรียนสูง ทำงานเก่ง มั่นใจมากไปจนลงทุนแล้วขาดทุนก็มีมากมาย เพราะการลงทุนนั้นต้องใช้เวลา ไม่อาจจะเร่งรัดให้ประสบความสำเร็จในช่วงเดือน ช่วงปีได้ แต่มีสัจธรรมอยู่ข้อหนึ่ง คือถ้าจะลดเวลาความสำเร็จ ก็ต้องเพิ่มเวลาของการเรียนรู้ การเรียนรู้จากหนังสือและตำราปัจจุบันเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย สามารถหาได้ตามร้านหนังสือ เพียงแค่ตั้งใจและมีทัศนะคติที่ดีต่อการลงทุนเท่านี้โอกาสจะประสบความสำเร็จก็สามารถเกิดขึ้นได้ ไม่ว่าจะเริ่มต้นด้วยเงินมากหรือเงินน้อยก็ตาม

เขียนมาถึงย่อหน้าสุดท้าย ผมคิดว่าการจะนำเงินเก็บไปลงทุนทำอะไรแบบไหนนั้นท่านสามารถหาได้จากร้านหนังสือใกล้บ้าน เดินไปโลตัสเข้าร้านซีเอ็ด(ช่วยๆ VI กันหน่อย) หมวดการเงินมีหนังสือดีๆมากมาย หรือจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินไปห้องสมุดมารวยก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือต้องรู้จริตของเราเสียก่อน ต้องรู้เป้าหมายที่เราต้องการ นั้นหมายความว่ามันเริ่มจากข้างในด้วยการถามตัวเอง ไม่ใช่เริ่มตามผู้อื่นเห็นเขาเล่นหุ้นได้กำไร ก็โดดไปเล่นหุ้น เห็นเข้าเก็งกำไรคอนโด ก็ไปแห่ซื้อคอนโด มันเป็นการเริ่มที่ผิด เริ่มแบบนี้เหมือนไฟไหม้ฟางมันไม่ยั่งยืน เมื่อมีเป้าหมาย มีความเชื่อ มีทรรศนะคติที่ดี ความสำเร็จก็จะอยู่ไม่ไกลครับ



Create Date : 13 สิงหาคม 2553
Last Update : 14 สิงหาคม 2553 8:49:40 น.
Counter : 861 Pageviews.

7 comments
  
จริงอย่างที่เขียนไว้ เ
เราถูกสอนให้เรียนรู้การใช้เงินให้ถูก รู้จักการเก็บออม
แต่น้อยที่จะเรียนรู้การนำเงินมาต่อยอด ให้งอกเงยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผมเองก็เริ่มต้นได้ไม่นาน แต่เห็นเด็กรุ่นหลังๆ เรียนรู้ระบบการต่อยอดของเงินออมแล้ว เห็นความหวังครับ

โดย: kunjoja วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:8:02:39 น.
  
ขอบคุณมากครับสำหรับคำแนะนำ
โดย: น้าหมีอ้วน IP: 58.9.192.133 วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:11:30:33 น.
  
ยินดีมากครับ
โดย: coffee4you วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:12:38:04 น.
  
ขอบคุณครับ

ปีนี้อายุจะเข้าหลักสี่แล้ว ถือว่าประสพความสำเร็จ มีเงินฝาก มีบ้าน มีรถ ครบหมดแล้ว

ตอนนี้ก็กำลังเอาส่วนเกินมาลงทุนในสิ่งที่ไม่ใช่เงินฝาก

ก็เข้ามาศึกษาจากพันทิพนี่แหล่ะครับ
โดย: พ่อน้องบุ๊ค IP: 183.89.122.41 วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:16:50:08 น.
  
ใช้เงินทำงานสิครับ เช่น เล่นหุ้น ก็ได้
โดย: อืม (jejeeppe ) วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:18:24:35 น.
  
ผมยอมรับว่าเล่นหุ้นเป็นการสร้างผลตอบแทนที่ดี แต่ก็มีความเสี่ยงสูง ก่อนจะเริ่มลงทุนลองดูความพร้อมของตนเองและหาความลงตัวในการลงทุนให้ได้ก่อน นะครับ

อย่าลงทุนในหุ้นเพียงเพราะ มีคนบอกว่าจะทำให้รวย แต่จงลงทุนเมื่อเรามีความพร้อมและต้องการจะเรียนรู้ดีที่สุด
โดย: coffee4you วันที่: 14 สิงหาคม 2553 เวลา:19:14:45 น.
  
มาลงทุนรับซื้อฝากสิครับ ไม่เสี่ยง กำไรแน่นอน เพราะรับซื้อฝากที่ดินมีโฉนดหรือ น.ส.3 ก. ซื้อฝากมาในราคา 30- 60 เปอเซ็นต์ ของราคาที่ดินจริงๆ ดอกเบี้ยร้อยละ 3 ต่อเดือน ระยะเวลา 6 เดือน หากต่อสัญญาออกไปก็รับดอกเบี้ยต่อไป ดีกว่าฝากกินดอกกับธนาคาร หากผู้ขายฝากไม่ไถ่ถอนตามที่กำหนด ก็ได้ที่ดินในราคาถูก ขายต่อได้กำไรเห็นๆ ที่ดินที่กระบี่ตอนนี้มีคนจากมาลงทุนซื้อฝากไว้เยอะ เพราะกำลังเติบโตไล่ภูเก็ต นี่หละครับธุรกิจไม่เสี่ยงกำไรเห็นๆ หากสนใจสอบถามได้ที่ //www.konbannok_1312@hotmail.com
โดย: konbannok IP: 110.49.227.173 วันที่: 29 สิงหาคม 2554 เวลา:17:23:25 น.
ชื่อ :
Comment :
 *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
ยืนยันรหัสความปลอดภัย :
(กรอกตัวเลขที่ปรากฎในภาพ)

coffee4you
Location :
  

[ดู Profile ทั้งหมด]
ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
 ฝากข้อความหลังไมค์
 Rss Feed
 Smember
 ผู้ติดตามบล็อก : 9 คน [?]



พูดคุยติดตามเรื่องราวเทคนิคการเล่่นหุ้น
Free Ebook