ครัวแม่เนื้ออุ่น
Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2554
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 ธันวาคม 2554
 
All Blogs
 

Banana Caramel Cake





อุ่นเป็นคนที่ชอบคาราเมลมากๆ ค่ะ

อะไรก็ตามที่มีคาราเมล จะเป็นตัวเลือกแรกของอุ่นเสมอ วันก่อนไปหม่ำขนมที่ Coffee Bean By Dao ในซอยร่วมฤดี ไปยืนจดๆ จ้องๆ ไม่รู้จะเลือกเค้กชิ้นไหนดี แต่พอกวาดตาไปเจอ "Caramel Cheesecake" ก็จิ้มตู้เค้กได้โดยไม่ลังเล

มีขนมอยากลองทำมากมายหลายสูตร แต่สูตรที่เลือกทำเป็นสูตรแรกๆ หรือโดยลัดคิวทำก่อนอยู่เสมอ ก็คือสูตรขนมที่มีคาราเมล

ไม่นานมานี้ หมอก้อย ฟันคุดน้อยซี่ที่ 7 โพสต์รูปขนมยั่ว อุ่นหูกระดิกทันทีที่ได้ยินคำว่า "Caramel" พี่ยาเป็นคนนำสูตรนี้มาปรับจากเว็บต้นฉบับ

//www.piggyscookingjournal.com/2009/05/not-your-usual-banana-cake.html

รูปที่พี่ยาทำก็ยั่วยวน หมอก้อยทำก็ยั่วยวน แล้วอุ่นจะทนทานได้หรือ ... ไม่ได้แน่นอนค่ะ แม้ว่าช่วงนี้จะไม่มีวิปปิ้งครีมให้ทำคาราเมล แต่เราก็ยังขอถูไถทำไปจนได้ แม้ว่าจะได้คาราเมลแบบขาดๆ เกินๆ เพราะวิปปิ้งครีมขาดตลาด แต่ว่า Banana Caramel Cake ก็ยังอร่อยจนอยากบอกต่ออยู่ดีค่ะ

มาดูส่วนผสมและวิธีทำก่อนนะคะ



Banana Caramel Cake

ส่วนผสม

- คาราเมลสูตรที่ชอบ 70 กรัม
- แป้งเค้ก 180 กรัม
- ผงฟู 1 1/2 ช้อนชา
- เกลือ 1/2 ช้อนชา
- เนยจืดทิ้งไว้ให้นิ่ม 115 กรัม
- ครีมชีสทิ้งไว้ให้นิ่ม 90 กรัม
- น้ำตาล (1) 75 กรัม
- น้ำตาล (2) 40 กรัม
- ไข่ไก่ แยกไข่ขาว-ไข่แดง 3 ฟอง
- กล้วยหอมตัดเป็นชิ้นละครึ่งเซ็นติเมตร 1 1/2 ลูก
- ครีมชีสหั่นเต๋า 30 กรัม

วิธีทำ

1. วอร์มเตาอบไฟบน-ล่างที่อุณหภูมิ 180c

2. ร่อนแป้งเค้ก ผงฟู เกลือ รวมกัน พักไว้

3. ตีเนย ครีมชีส และน้ำตาล (1) รวมกันจนขึ้นฟู ทยอยใส่ไข่แดงทีละฟอง ตีให้เข้ากัน พักไว้

4. ตีไข่ขาวกับน้ำตาล (2) จนขึ้นฟูตั้งยอดอ่อน นำมาตะล่อมรวมกับส่วนผสมที่พักไว้

5. ร่อนแป้งเค้กที่พักไว้ลงไปผสม ตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ

6. ผสมกล้วยกับคาราเมล ตะล่อมให้เข้ากัน ตักใส่พิมพ์ โรยครีมชีสหั่นเต๋า

7. อบประมาณ 30-40 นาที แล้วแต่ขนาดของพิมพ์



คาราเมล ใช้สูตรไหนก็ได้นะคะที่ตัวเองชอบ

สำหรับอุ่น ก็ต้องสูตรของพี่ปุ๊ก delidelicious แน่นอนอยู่แล้วค่ะ

ดังนั้น ตวงน้ำตาลทราย 75 กรัม และน้ำเปล่า 1/2 ช้อนชา ลงในหม้อก้นหนา ใช้ตะกร้อมือคนให้เข้ากัน ตั้งไฟอ่อนทิ้งไว้



ช่วงก่อนวิปปิ้งครีมขาดตลาดเนอะ หายากจัง ต้องใช้นมแทนวิปปิ้งครีมมาหลายสูตรแล้ว แต่วันนี้ไปเดิน Tops เห็นวิปปิ้งครีมแล้วนะคะ ดีใจอย่างกะได้แหวนเพชร

แต่ว่าวันที่ทำ ยังไม่มีวิปปิ้งครีม ก็เลยลองใช้นมเมจิโกลด์แทนดูค่ะ ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเป็นยังไง ลองดู



ตวงใส่ถ้วยทนไฟ 1/2 ถ้วยตวง รอเข้าไมโครเวฟ



เมื่อน้ำตาลที่ตั้งทิ้งไว้ละลายและเริ่มเปลี่ยนเป็นสีทองอ่อนๆ ก็ให้นำวิปปิ้งครีม (ที่อุ่นใช้เมจิแก้ขัด) ไปเวฟให้ร้อนสักประมาณ 45 วินาที - 1 นาที แล้วค่อยๆ เทลงไปผสมกับน้ำตาลไหม้

มือซ้ายเทวิปปิ้งครีมลงไป ส่วนมือขวาใช้ตะกร้อมือคนเร็วๆ ให้วิปปิ้งครีมเข้ากับน้ำตาลไหม้ ยกลงจากเตา เทใส่ภาชนะอื่น พักไว้ให้เย็นสนิท



ระหว่างรอให้วิปปิ้งครีมเย็นสนิท เราก็มาเตรียมส่วนผสมอื่นกันค่ะ

แยกไข่ขาว ไข่แดงรอไว้



ข้ามรูปคาราเมลไปค่ะ

สรุปแล้ว เราไม่สามารถใช้นมแทนวิปปิ้งครีมเพื่อทำคาราเมลนะคะ เพราะเราจะได้คาราเมลจ๋องแจ๋งที่ไร้ความข้นโดยสิ้นเชิง ครั้นจะใช้สูตรที่กวนนมข้นหวาน น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลทรายแดงรวมกัน ... ก็ไม่ได้อีก เพราะตอนนี้นมข้นหวานก็ขาดตลาด -_-

เอาล่ะ ไหนๆ ก็ไหนๆ เดินหน้าลงมือทำต่อไปกันเถอะค่ะ



กล้วยหอม หั่นครึ่งตามแนวยาว แล้วหั่นตามแนวขวางประมาณครึ่งเซ็นติเมตร หั่นเสร็จรีบหาอะไรมาปิดกันอากาศ กล้วยจะได้ไม่ดำ (ขี้เกียจคลุกน้ำมะนาวน่ะค่ะ อิอิ)

ครั้งนี้อุ่นใช้กล้วยงอมไปหน่อย พี่ยาบอกว่า สูตรนี้ไม่เหมาะกับกล้วยที่งอมจัด เพราะว่าเราไม่ได้บดกล้วย แต่ใช้กล้วยเป็นชิ้นๆ ถ้าใช้กล้วยงอมเกินไป เวลาอบเสร็จแล้ว เนื้อกล้วยจะหดและหาย เหลือเพียงโพรงอากาศใหญ่ๆ ในเนื้อเค้ก

ดังนั้น ใครจะทำสูตรนี้ ใช้กล้วยหอมที่สุกกำลังดี จะดีกว่านะคะ



ตวงแป้งเค้ก ผงฟู และเกลือ ร่อนรวมกันสองรอบแล้วพักไว้ก่อน



มาตีเนยกันค่ะ

ใส่เนยนิ่มๆ ครีมชีสนิ่มๆ กับน้ำตาล 75 กรัมรวมกัน



ตีจนขึ้นฟูและสีอ่อนลง หมั่นหยุดเครื่องเพื่อปาดอ่างเป็นระยะๆ เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันดีนะคะ



เมื่อส่วนผสมฟูเบาดีแล้ว ค่อยๆ ทยอยใส่ไข่แดงลงไปทีละฟอง เมื่อเห็นว่าไข่แดงเข้ากับส่วนผสมเนยแล้ว ค่อยใส่เพิ่ม

ที่เห็นสีน้ำตาลๆ ในไข่คือกลิ่นวานิลานะคะ แอบเหยาะลงไปหน่อยเพื่อดับคาว ในสูตรไม่ได้ระบุไว้ อุ่นเติมเองแหละ



เมื่อตีส่วนผสมไข่แดงเสร็จ หากมีเครื่องตีอยู่เครื่องเดียว ก็คงต้องถอดหัวตีไปล้าง เพื่อมาตีไข่ขาวเนอะ

แต่ว่าหนนี้ อุ่นขี้เกียจค่ะ ดังนั้นระหว่างใช้เครื่องตีเนยกับไข่แดง อุ่นก็ใช้ตะกร้อมือตีไข่ขาวกับน้ำตาลไปด้วย

เป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำขนมมาเลยแหละ ที่ตีไข่ขาวด้วยมือ เมื่อยมากกกกกก กว่าจะได้ไข่ขาวฟูและตั้งยอดอ่อนๆ แบบนี้ แทบหน้ามืด ต้องขอบคุณบรรพบุรุษของเราจริงๆ ที่ได้สร้างไฟฟ้าขึ้นมา ทำให้ชีวิตรุ่นลูกหลานอย่างเราไม่ต้องลำบาก T^T



ส่วนผสมไข่แดงพร้อมแล้วค่ะ



แบ่งไข่ขาวออกเป็น 3 ส่วนในใจ ตะล่อมส่วนแรกลงในส่วนผสมไข่แดงอย่างเบามือ เมื่อเข้ากันดีแล้ว ก็ตักส่วนที่สองมาตะล่อมต่อจนหมด



ทยอยแบ่งแป้งที่พักไว้ ร่อนผ่านกระชอนเล็กๆ ลงไปผสม ตะล่อมให้เข้ากัน



สังเกตไหมคะ ช่วงท้ายๆ นี้ รูปของอุ่นมันมัวๆ ตรงริมๆ ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร กล้องคงใกล้จะพังแล้วแหละ รวนๆ ชอบกล

ใส่กล้วยหอมและคาราเมลลงไปผสมเลยค่ะ ใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากันอย่างเบามือ



เรียบร้อย พร้อมตักใส่พิมพ์ส่งเข้าเตาอบแล้วจ้า



ต้นฉบับ พี่ยา และหมอก้อย ใส่แบทเทอร์ลงพิมพ์โลฟ แต่ว่าอุ่นขี้เกียจเตรียมพิมพ์โลฟแหละ อิอิ ชอบอบเป็นคัพเค้ก เพราะว่าแจกจ่ายง่ายดี

ตักแบทเทอร์ลงในกระทงฟอยล์ แล้วโรยหน้าด้วยครีมชีสหั่นเต๋าค่ะ

ในสูตร ให้ไว้ 30 กรัมสำหรับโรยหน้า แต่ตอนอุ่นตวง ก็เพิ่มเป็น 50 กรัม แต่มันก็ยังไม่ค่อยสะใจเลยค่ะ

ดังนั้น หากใครจะทำสูตรนี้ ในส่วนของครีมชีสที่ใช้โรยหน้า สามารถเพิ่มปริมาณได้ตามใจปรารถนาเลยนะคะ



กล้องมัวจริงๆ อย่าเพิ่งเจ๊งนะ ไม่มีตังค์ซื้อใหม่อ่า



อบไฟบน-ล่าง 180c ประมาณ 30-40 นาทีแล้วแต่พิมพ์นะคะ

อุ่นอบไปประมาณ 35 นาที สังเกตว่ากลิ่นขนมเริ่มอบอวลไปทั่วบ้าน สีขนมกลายเป็นสีน้ำตาลทอง ก็ลองใช้ไม้จิ้มฟันจิ้มลงไปเพื่อทดสอบ เมื่อไม่เห็นว่ามีเศษเค้กหรือน้ำเปียกๆ ติดไม้จิ้มฟัน ก็แสดงว่าเค้กสุกแล้วค่ะ



หัวเหม่งๆ น่ากินตรงมีครีมชีสหั่นเต๋านี่แหละค่ะ



พักไว้ทั้งพิมพ์ประมาณ 5 นาที แล้วอุ่นก็แคะออกจากพิมพ์มาพักต่อบนตะแกรง ได้ยินเค้าว่า วิธีนี้จะทำให้กระทงกระดาษไม่ร่อนออกจากตัวเค้ก อุ่นเดาว่า เพราะถ้ายังทิ้งไว้ในพิมพ์ พิมพ์ที่ยังร้อนอยู่จะทำให้ขนมเค้กสุกต่อ เมื่อสุกเกินไป เนื้อเค้กก็หด ทำให้ขอบขนมหลุดจากกระทงค่ะ



เสร็จแล้วค่ะ Banana Caramel Cake แม้ว่าคาราเมลจะไม่เป็นใจ แต่ก็อร่อยหอมหวานจังเลย



เสน่ห์ของเค้กกล้วยหอมสูตรนี้ อุ่นว่าอยู่ตรงที่กลิ่นอันแสนเย้ายวนของคาราเมล ชิ้นกล้วยที่แทรกในเนื้อเค้กเพิ่มความฉ่ำในคำที่กัด และบางคำก็เค็มๆ มันๆ เพราะกัดโดนครีมชีสที่โรยหน้า

ระหว่างที่ชิม อุ่นก็คิดได้แค่ว่า "แบบนี้ต้องมีซ้ำ ฮ่า..."



พยายามยั่วผู้อ่านด้วยครีมชีสชิ้นน้อยกลอยใจ อิอิ



จัดใส่จาน เตรียมสังหาร



ปลดอาภรณ์ อุอิ



ด้านในเป็นโพรงไม่เหมือนของต้นฉบับเลย พี่ยาให้ไขข้อข้องใจให้แล้วว่า เพราะอุ่นใช้กล้วยงอมเกินไปค่ะ ดังนั้นพออบ กล้วยจึงหดและหายไปหมด เหลือไว้เพียงโพรงที่ว่างเปล่า แต่ก็หวานอร่อยดีนะคะ ฮิๆ เอาไว้แก้ตัวใหม่

ขนมสูตรนี้ หมอก้อยบอกว่า ถ้าทิ้งไว้ข้ามคืน จะอร่อยขึ้นแบบก้าวกระโดด ... อุ่นได้ทดลองแล้ว ยืนยันว่าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ค่ะ

ขอบคุณพี่ยาสำหรับสูตรดีๆ นะคะ มีสูตรเลิฟๆ เพิ่มอีกสูตรหนึ่งแล้วซี


... พบกันใหม่เมนูหน้านะคะ สวัสดีค่า





 

Create Date : 05 ธันวาคม 2554
3 comments
Last Update : 5 ธันวาคม 2554 15:57:41 น.
Counter : 9639 Pageviews.

 

อันนี้ทำตามแล้ว อร่อยสุดๆ เห็นด้วยเลยจ้ะว่าทิ้งไว้ขามคืนแล้วอร่อยจนอึ้งเลย ขอบคุณมากจ้า

 

โดย: พี่นิดหน่อย IP: 223.206.236.225 7 ธันวาคม 2554 13:37:29 น.  

 

น่าทานค่ะ

 

โดย: yanipa IP: 14.207.234.198 6 ตุลาคม 2555 10:10:42 น.  

 

ลองทำแล้วค่ะ อร่อยจริงๆ
เราก้อไม่มีวิปปิ้งครีมค่ะ เลยใช้นมข้นจืดแทน
ก้อใช้ได้ค่ะ ได้คาราเมลข้นเลยค่ะ
ต้องมีทำอีกหลายๆรอบแน่ค่ะ แฟนชอบมาก

 

โดย: Aei IP: 27.55.0.47 31 ธันวาคม 2555 17:55:06 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
แม่เนื้ออุ่น
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 38 คน [?]




ถ้าใครมีคำถามอยากพูดคุยแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะกับเมนูที่ไม่ได้โพสต์เป็นหน้าแรกของบล็อก รบกวนส่งข้อความมาทางหลังไมค์ดีกว่านะคะ เพราะอุ่นจะไม่ได้เข้าไปดูบล็อกหน้าเก่าๆ ว่ามีใครฝากคำถามใหม่ๆ เอาไว้หรือไม่ กว่าจะได้เข้าไปดู บางทีก็ผ่านมาแล้วหลายเดือน -_-

หรือถ้าไม่มีล็อกอินพันทิป ส่งหลังไมค์ไม่ได้ ก็รบกวนฝากคำถามไว้ที่หน้าแรกของบล็อกนะคะ อุ่นจะได้เห็นและตอบได้ทันใจค่า
Friends' blogs
[Add แม่เนื้ออุ่น's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.