|
Harpoon Launch! .... In The Gulf of Thailand
ต่อเนื่องมาจาก Blog นี้ครับ
"การฝึกของเรือหลวงจักรีนฤเบศรและกองเรือยกพลขึ้นบกประจำปี 2552"
//www.bloggang.com/mainblog.php?id=skyman&month=14-01-2009&group=2&gblog=121
นาน น๊านนนนน นาน ๆ ทีถึงจะได้เห็นครับ กองทัพเรือยิง Harpoon เพราะปกติแล้วกองทัพเรือมักจะยิง Exocet MM 38 หรือ C-801 มากกว่าครับ ปีนี้เป็นฤกษ์งามยามดี เลยได้ทำการฝึกการยิง Harpoon แถมทำการยิงในอ่าวไทยด้วยครับ ภาพต่าง ๆ ผมตัดมาจากเว็บตามที่ระบุครับผม ^ ^
ในระหว่างการฝึกบูรณาการณ์ของกองทัพเรือไทยนั้น กองทัพเรือสิงคโปร์ยังเข้าร่วมการฝึก Combined Missile Firing 2009 ซึ่งกองทัพเรือของทั้งสองชาติจะทำการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีร่วมกันในอ่าวไทยครับ โดยกองทัพของทั้งสองชาตินั้นมีความสัมพันธ์กันในระดับที่ดีมากมาเป็นเวลากว่า 40 ปี และทั้งสามเหล่าทัพทำการฝึกร่วมกันหลายครั้งตลอดปีครับ
ปล. เรือหมายเล 70 ที่เห็นนั้นคือเรือ RSS Steadfast ซึ่งเป็นเรือ 1 ใน 6 ลำของเรือชั้น Formidable ของกองทัพเรือสิงคโปร์ที่เพิ่งได้รับมอบเข้าประจำการเมื่อไม่นานมานี้ครับ มีพื้นฐานมาจากเรือชั้น La Fayette ของฝรั่งเสส ปัจจุบันถือเป็นเรือฟริเกตที่ทันสมัยที่สุดในอาเซียนครับ

ปกติแล้วกองทัพเรือไทยจะทำการฝึกยิงอาวุธปล่อยนำวิถีทุกปี ซึ่งจะยิงอาวุธปล่อยนำวิถี C-801 จากเรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยา และอาวุธปล่อยนำวิถี Exocet MM38 จากเรือเร็วโจมตี (อาวุธปล่อยนำวิถี) ชุดเรือหลวงราชฤทธิ์ครับ โดยจรวดทั้งสองมีระยะยิงราว 50 กิโลเมตร ทั้งนี้อาวุธปล่อยทั้งสองนั้นใกล้จะหมดอายุการใช้งาน ซึ่งในช่วงปีสองปีนี้เรือฟริเกตชุดเรือหลวงเจ้าพระยากำลังได้รับการเปลี่ยนอาวุธปล่อยนำวิถีจาก C-801 เป็น C-802A ที่มีระยะยิงไกลขึ้นเป็นราว 150 - 180 กิโลเมตรครับ

กองทัพเรือไทยเคยทำการยิงอาวุธปล่อยนำวิถี Harpoon มาแล้วสองครั้ง โดยครั้งแรกทำการยิงในการฝึก SINGSIAM 12/2002 ในปี 2545 ที่สนามฝึกใช้อาวุธทางทะเลบริเวณทะเลจีนใต้ ทำการยิงโดยเรือหลวงสุโขทัย และครั้งที่สองเป็นการยิงโดยเครื่องบินโจมตีทางทะเล F.27-200 ในการฝึก RIMPAC WEST 2004 ณ ฐานทัพอากาศ Anderson ในเกาะกวม ประเทศสหรัฐเมริกา ในปี 2547 ครับ
ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่กองทัพเรือไทยทำการยิง Harpoon และเป็นครั้งที่สองที่กองทัพเรือไทยทำการยิง Harpoon ร่วมกับกองทัพเรือสิงคโปร์ และเป็นครั้งแรกที่ทำการยิง Harpoon ในอ่าวไทยครับ โดยทำการยิงเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2552
border=1>
การทำการยิงครั้งนี้กองทัพเรือไทยจัดกำลังทางเรือเข้าร่วมทำการยิงคือเรือหลวงจักรีนฤเบศรซึ่งเป็นฐานสังเกตุการณ์และฐานปฏิบัติการของเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำ SH-60B Sea Hawk, เรือหลวงสุโขทัย และเรือหลวงนเรศวรซึ่งเป็นเรือยิงครับ

ส่วนกองทัพเรือสิงคโปร์ทำการยิงจากเรือคอแวตต์ RSS Victory และใช้เครื่องบินขับไล่ F-16D ทำหน้าที่เป็นเครื่องบินติดตามอาวุธปล่อย รวมถึงเครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเล F.50 ทำหน้าที่ควบคุมอาวุธปล่อยในกรณีที่เกิดความผิดพลาด

เป้าที่ทำการยิงอยู่ห่างจากหมู่เรือยิงไป 33 กิโลเมตรครับ เป็นเป้าขนาดเล็กที่กองทัพเรือไทยสร้างขึ้นโดยติดตั้งแผ่นสะท้อนเรด้าร์เพื่อจำลองลักษณะการสะท้อนเรด้าร์ให้เหมือนกับเรือฟริเกตที่สุดครับ อันที่จริงแล้ว Harpoon สามารถทำการยิงเป้าหายที่ห่างออกไปได้ราว 140 กิโลเมตร แต่การจราจรทางน้ำในอ่าวไทยหนาแน่นมาก ทำให้มีความยากลำบากในการปิดกั้นอ่าวเพื่อกั้นบริเวณเป็นสนามยิงอาวุธปล่อยครับ จึงทำการยิงเป้าที่ห่างออกไปเพียง 33 กิโลเมตร
ในการทำการยิง เรือ RSS Victory เป็นผู้ทำการยิงก่อน และหลังจากจรวดกระทบเป้าแล้วจึงเป็นคราวของเรือหลวงนเรศวรทำการยิงครับ จรวดเดินทางที่ความเร็วประมาณ 0.85 มัคเรี่ยพื้นน้ำวิ่งเข้าหาเป้าหมายโดยใช้ระยะเวลาราว 2 นาทีครับ จรวดจะกระทบเป้าหมายโดยพลังงานจลน์ที่เทียบเท่ากับรถไฟขนาด 64 ตันที่วิ่งด้วยความเร็ว 60 ไมล์ทะเลต่อช่วงโมงวิ่งชนเพื่อเจาะทะลุเข้าไปในกลางลำเรือข้าศึก และหลังจากนั้นจรวดจะทำการจุดดินระเบิดขนาด 500 ปอนด์หรือเทียบเท่าระเบิด Mk.82 ที่ทิ้งจากเครื่องบิน แต่ในการฝึกเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความผิดพลาดจะไม่มีการติดตั้งดินระเบิดแต่อย่างใดครับ
เมื่อเรือทำการพิสูจน์ทราบเป้าหมายได้แน่ชัดแล้วว่าเป็นเรือข้าศึก (ซึ่งก็คือเป้าจำลอง) จะทำการระบุพิกัดและล็อกเป้าหมาย หลังจากได้นั้นก็จะทำการปล่อยอาวุธปล่อยออกจากท่อยิง เครื่องบินขับไล่ F-16D จะบินติดตามเป้าหมายเพื่อคอยตรวจสอบดูว่าจรวดไม่ได้วิ่งออกนอกเส้นทางหรือจับเป้าหมายผิด แต่ถ้าเกิดจรวดจับเป้าหมายผิดพลาดและเริ่มวิ่งออกนอกเส้นทาง F-16D จะร้องขอให้เครื่องบินตรวจการณ์ทางทะเลแบบ F.50 กดปุ่มทำลายจรวดทิ้งไปครับ (เนื่องจากว่าถ้าไม่ทำลายมันอาจจะวิ่งไปหาใครก็ได้ไม่ว่าจะเป็นเรือประมง เรือสินค้า หรือแท่นขุดเจาะน้ำมันครับ)

ทั้งนี้อาวุธปล่อย RGM-84 Harpoon ผลิตโดยบริษัท Boeing Integrated Defense Systems โดยกองทัพเรือไทยใช้งานรุ่น RGM-84D หรือ Harpoon Block 1C มีระยะยิงไกล 140 กิโลเมตร เดินทางที่ความเร็ว 0.85 มัค เมื่อปล่อยอาวุธปล่อยอกจากท่อจรวดจะใช้บูสเตอร์เชื้อเพลิงแข็งแบบ A/B44G-2 เพื่อเร็วความเร็วให้สูงขึ้น หลังจากนั้น 2.9 วินาทีจรวดจะใช้เครื่องยนต์เทอร์โบเจ็ตแบบ J402-CA-400 เพื่อเดินทางเข้าสู่เป้าหมายโดยการบินเรี่ยน้ำเพื่อลดโอกาสในการถูกตรวจจับและต่อต้านจากเรือเป้าหมาย และมีระบบป้องกันการก่อกวนทางอิเล็กทรอนิกส์ (ECCM) เพื่อป้องกันไม่ให้เรือเป้าหมายรบกวนสัญฐานของจรวด เมื่อเข้าสู่ระยะสุดท้ายก่อนชนเป้าหมายจรวดจะ โดยผู้ยิงสามารถเลือกได้ว่าต้องการให้จรวดทำการบินขึ้นเพื่อพุ่งชนเป้าหมายจากมุมสูงหรือบินเรี่ยน้ำพุ่งชนเป้าหมาย

ส่วนเรือหลวงนเรศวร (หมายเลข 421) เป็นเรือหนึ่งในสองลำในชุดนี้ครับ อีกลำหนึ่งคือเรือหลวงตากสิน (หมายเลข 422) โดยเรือเป็นการออกแบบร่วมกันระหว่างกองทัพเรือไทยและจีนภายใต้ Project 025T เรือต่อที่อู่เรือจงหัวประเทศจีน ขึ้นระวางประจำการในปี 2537 ครับ อาวุธหลักคือปืนใหญ่ขนาด 127 มม. Mk 45 1 กระบอก ปืนกลแท่นคู่ขนาด 37 มม. 2 แท่น และอาวุธปล่อย Harpoon จำนวน 8 ท่อยิงครับ ตอนนี้กองทัพเรือกำลังศึกษาแบบแผนของการปรับปรุงเรือรบชั้นนี้อยู่ครับ ถ้ามีความคืบหน้าใด ๆ เราคงจะได้ยินกันในอนาคตครับ
และเรือ RSS Victory (หมายเลข 88) เป็นเรือ 1 ใน 6 ลำของเรือคอร์แวตต์ในชั้น Victory ครับ เข้าประจำการในปี 2533 ติดตั้งอาวุธคือปืนเรือขนาด 76/62 ของ Oto Melara ติดตั้งจรวดนำวิถีต่อต้านเรือรบ Harpoon และจรวดนำวิถีพื้นสู่อากาศแบบ Barak ของบริษัท Rafael ประเทศอิสราเอลครับ
นอกจากนั้นในวันที่ 22 มกราคม 2552 กองทัพเรือไทยก็ได้ทำการฝึกยิงจรวดต่อต้านเรือดำน้ำแบบ ASROC จากเรือหลวงพุทธเลิศหล้านภาลัยในบริเวณอ่าวไทยเช่นกันครับ การยิงในครั้งนี้เป็นการฝึกยิงจรวด ASROC ครั้งแรกนับจากที่ได้รับเรือชุดเรือหลวงพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมาใช้งานครับ
จรวด RUR-5 ASROC (Anti-Submarine ROCket) เป็นอาวุธปล่อยทำลายเรือดำน้ำซึ่งยิงจากเรือผิวน้ำครับ หลักการง่าย ๆ ของมันก็คือการเอาตอร์ปิโดว์มาติดจรวดนั้นเอง โดยเรือทำการยิงจากแท่อนปล่อยอาวุธปล่อยซึ่งจะจุดบูสเตอร์นำตัวจรวดไปในทิศทางและระยะทางที่ต้องการ เมื่อถึงเป้าหมายแล้วจรวดจะสลัดส่วนขับดันออกและเปิดร่มชูชีพเพื่อชลอการตกของตอร์ปิโดว์ลงสู่ใต้น้ำ และตอร์ปิโดว์จะทำงานเหมือนปกติทั่วไปครับ ASROC จะเพิ่มระยะยิงและลดระยะเวลาที่ตอร์ปิโดว์จะพุ่งชนเรือดำน้ำ โดยมีระยะยิงไกลสุด 16 กิโลเมตร ASROC ติดตั้งกับแท่นยิง MK 16 Pepperbox บริเวณด้านหน้าของเรือซึ่งแท่นยิงนี้สามารถติดตั้งได้ทั้งจรวด ASROC และอาวุธปล่อยนำวิถี Harpoon ครับ

ในการฝึกครั้งนี้กองทัพเรือปล่อย VDO ออกมาสองชุดครับ และเว็บ nationchennel.com ก็ทำ VDO ออกมาอีก 1 ชุด ทุกท่านสามารถคลิ้กชมได้ที่นี่เลยครับ ^ ^
| Create Date : 05 กุมภาพันธ์ 2552 |
|
15 comments |
| Last Update : 5 กุมภาพันธ์ 2552 12:58:43 น. |
| Counter : 6203 Pageviews. |
|
 |
|