space
space
space
<<
มิถุนายน 2565
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
space
space
27 มิถุนายน 2565
space
space
space

โชคลาภ มิตรภาพข้าวปั้นโอนิกิริ

แนะนำเรื่อง  : มิตรภาพที่ดี มีการแบ่งปัน

ผู้หญิงสองคนที่สนิทกัน เกิดการทะเลาะเมื่อทั้งสองทราบแหล่งสมบัติโดยบังเอิญและแก่งแย่งชิงเป็นเจ้าของ

การแย่งชิงสมบัติที่นับว่าสูญเปล่า ลงเอยด้วยความเป็นมิตรที่ยังคงมี แล้วความรักมิตรภาพที่มีแบ่งปันนี่ล่ะ เป็นโชคลาภที่ดีที่มิตรภาพจะเจอ

https://writer.dek-d.com/unsweetkamui/writer/view.php?id=2323347

https://www.tunwalai.com/v2/story/652075?wt=1

https://www.readawrite.com/a/Z50m27-%E0%B9%82%E0%B8%8A%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B2%E0%B8%A0-%E0%B8%A1%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%9B%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%AD%E0%B8%99?r=list_article_by_category

 

https://www.joylada.com/story/62b8e2ba83622309fc4bcf66

รุ่งอรุณมาเยือนโลกเกือบครึ่งใบ เพราะเวลาส่วนกลางคืนนั้นอยู่อีกด้านของโลก

ยามเช้าได้ส่งความสว่างของแสงอาทิตย์มายังที่พำนักคนจีนในพื้นที่ชนบท ในนั้นมีผู้อาศัยหลับนอนในที่พำนักเพียงคนเดียว คือผู้หญิงสาว นางคือสาวชาวจีนย้อนยุคผู้โดดเดี่ยว ที่นางถูกเรียกว่านางย้อนยุคมาเพราะนางคือคนแต่งตัวตามวัฒนธรรมจีนโบราณ ทั้งๆขณะนี้คือเวลาแห่งยุคปัจจุบัน

ในห้องนอน ร่างสตรีที่แสนบอบบางอย่างนางนอนอยู่บนเตียง บนเตียงมีผ้ามุ้งกั้นเปรียบเสมือนสิ่งกำบังโปร่งแสงการมองเห็นจากบริเวณที่นอนและข้างนอกของที่นอน ท่านอนของนางตอนนี้ยังถือว่าปกติสามัญในลักษณะตะแคงไปทางขวา just a moment นางเกิดเปลี่ยนท่าทางโดยไม่รู้ตัวเพราะนางตกอยู่ในห้วงนิทราเช่นนี้

ช่างน่าขัน สภาพการนอนท่านี้ ถ้าใครมาแอบเห็นนางนอนในท่ากางแขนและกางขาถ่างออกเหมือนปลาดาวในทะเลสาบอาจจะสร้างเสียงหัวเราะให้แก่คนมอง ผู้คนที่มาเห็นนางได้นั้นอาจจะคลายความเครียดกับชีวิตที่สะสมมาเกือบทั้งวัน วันนั้นคนมองนางคงจะยิ้มแย้มแจ่มใสขึ้นมาได้บ้าง แต่ตัวนางจะได้ชื่อเสียงกุลสตรีที่ลดคุณค่าในด้านความเรียบร้อยดั่งเทพธิดาความเรียบร้อยต่ำลงกว่าเก่า

การนอนท่าทางอย่างนั้นไม่ได้ถูกสายตาดวงใดมาจับจ้องนางจนโชคดีแล้ว ร่างบางกึ่งลุกกึ่งนั่งมาหาวอย่างสบายกาย บิดขี้เกียจ แต่ตามหลักความรู้สมัยใหม่กล่าวไว้ว่าตอนตื่นนอนใหม่ๆไม่ควรบิดขี้เกียจ 

คนนอนหลับเต็มอิ่มจะไม่งัวเงียหรือเหนื่อยล้าใดๆ นางคนนี้เรี่ยวแรงมีมาก สดชื่นมากในเวลาตื่นนอน สาวน้อยมองดูมุ้งที่มีความโปร่งแสง โปร่งแสงมันหมายความว่ามีแสงผ่านวัตถุ(คือมุ้งดังที่เกริ่นไว้)ได้น้อย สิ่งที่อยู่ด้านนอกเป็นภาพของห้องนอนเธอที่เห็นมันมัวๆพร่าไม่ชัดเจน

ร่างกึ่งลุกกึ่งนั่งใช้ขายันผ้าห่มออกจากร่างแล้วนางก็สำรวจตัวเอง " เออ จริงสินะ ข้านอนหลับไปโดยไม่ได้มีเสื้อผ้าอาภรณ์ มันสบายตัวสบายใจข้าที่สุด "

นางลงจากเตียงไปทำภารกิจในที่พำนักเล็กๆอย่างเข้าห้องน้ำไปอาบน้ำ นางส่องกระจก กระจกส่องใบหน้าของนางด้วย กระจกส่องนางด้วยการทำหน้าที่สะท้อนภาพตรงข้ามจากตัวนาง และสตรีที่หน้ากระจกก็เผลอกรีดร้องสั้นๆ ตกใจกับภาพตัวเองที่อยู่ในสภาพผมเผ้ากระเซอะเซิง นี่แสดงว่าเป็นเพราะตอนนอนนางไม่ได้นอนให้เรียบร้อย " หวี หวี ต้องหาหวีมายืดผม "

ชื่อสกุลของนาง คือ เฉินคุ  จริงๆนางไม่ใช่สาวชาวบ้านคนธรรมดาสามัญชน นางเป็นผู้มีพลังปราณอย่างตามเรื่องราวยุทธจักรจีนในหมู่พวกใช้กำลังภายใน นางเป็นเพศสตรีใส่ชุดที่ไม่ใช่แบบอาหมวยสวมกี่เพ้า เพราะอาภรณ์ของนางนั้นประกอบด้วยชั้นในสตรี เสื้อสตรีโบราณผูกรัดมัดกับกางเกงจีนโบราณแบบบุรุษ ทั่วร่างของเฉินคุเป็นชุดสีหยกแบบว่าออกสีเขียวที่ดูอ่อนหวานสว่างสไว ลักษณะที่นางสวมกางเกงย่อมทำให้นางมีการเคลื่อนไหวร่างกายต่างกับสาวสวมกระโปรงบานยาวๆ นางจะสามารถก้าวกว้างๆได้โดยไม่สะดุด

ดวงตาของนางช่างบาดใจ ผมดำยาวสยายปักด้วยปิ่นของจีน

นางคือคนจีนอาศัยอยู่ที่พำนักแบบจีน ข้างๆที่พำนักเป็นบาร์เหล้าของคาวบอย..... อ้าว ถ้าเรื่องมันเป็นอย่างนี้นี่คนแต่งเรื่องเขาเมาน้ำเขียวหรือเปล่า แต่ขอบอกไว้ว่าไม่ใช่ความเมาที่ว่ามีคนจีนอยู่ในต่างประเทศ

ที่นี่ นางมีที่มา

รัฐ texas ที่แห่งนี้เฉินคุเป็นคนจีนที่มีการอพยพจากประเทศจีนเตี๊ยะ จีนตูบ เอ๊ย จีนแผ่นดินใหญ่ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนและมาอาศัยอยู่ที่อเมริกา นางไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ และนางก็เหมือนกาฝากมาอาศัยอยู่โดยไม่มีอาชีพเลี้ยงตัว ไม่สิ นางมีคอกวัว นางทำงานเกษตรกรรมประมาณงาน slow life

เฉินคุใช้แรงผลักประตูเบาๆ บริเวณหน้าที่พำนักออกมาแล้วมองไปทางซ้ายมือมีคอกที่มีวัวอยู่สามสี่ตัว นางหันไปทางขวาที่ว่าบริเวณด้านข้างคือบาร์เหล้าคาวบอย มีกระถางปลูกกระบองเพชรตั้งประดับดูสวยงาม

นางจะไปหาวัวในคอกทางซ้าย เดินไปพลางในใจคิดว่าสถานที่ที่นางอยู่เหมือนกับว่าไม่ต้องมีชีวิตวุ่นวายเหมือนคนในตัวเมือง

เสียงอะไรที่ค่อยๆดังออกมาแถวๆนั้น กีบม้าหรอ? มีม้าสง่างามวิ่งมาทางข้างหลังเฉินคุ บนอานม้ามีสตรีคาวบอยชุดชมพูอ่อนสว่างๆนางหนึ่งที่นั่งควบบังคับม้าไว้ เฉินคุไม่ได้หันไปมองข้างหลังเลย สาวคาวบอยที่มือข้างหนึ่งถือบังเหียนอีกข้างชูบ่วงบาศก์หมุนเป็นวงๆ ดึงบังเหียนม้าให้เบรคและนางคาวบอยยืนขึ้นบนนั้นทิ้งบ่วงบาศก์ไปและกระโดดใส่ท่าดร็อบคิกออกจากตัวม้า "ยี้ ฮ่า" เป้าหมายของเท้านั้นเล็งที่แผ่นหลังเฉินคุ

สตรีแซ่เฉินมีไหวพริบและจิตสัมผัสการโจมตีนั้นได้เหมือนมีดวงตาที่สามบริเวณแผ่นหลัง รองเท้าคาวบอยใกล้เข้ามาเกือบจะถึง ร่างสตรีจีนก็ไหวตัวลอยออกห่างไปข้างหน้า มือเท้าขยับอย่างแหวกว่ายไปกับสายลมห่างไปจนร่างได้ลงมาเหยียบธรณีพร้อมกับหันหลังกลับมามองสตรีคาวบอย ตั้งฝ่ามือเตรียมรับ " นี่เจ้า "

ตุ้บ !!

"โอ๊ย เจ็บๆๆๆ"

สตรีคาวบอยที่ก้นลงมากระแทกกับพื้นพยายามลุกด้วยแรงที่เกือบจะหมดไป มือข้างหนึ่งปัดฝุ่นที่บั้นท้ายและอีกมือที่จับบั้นท้ายอยู่เพราะเธอเจ็บจากการกระแทกพื้น " เฉิน เธอต้องมาดวลกับฉันอีกครั้ง เพื่อพิสูจน์ดูว่าใครจะเก่งที่สุด "

" เจ้าอยากพูดเรื่องอะไร " เฉินคุที่อยู่ในท่าตั้งฝ่ามือเปลี่ยนอิริยาบทเป็นเอามือไขว้หลังแล้วเดินไปที่นางคาวบอยสาว " เอมี่ เจ้าชอบท้าสู้ตัวข้ามาแสนนาน จริงๆมันก็มีแค่เรื่องไม่พอใจเรื่องเดียวเท่านั้นในหัวสมองของเจ้า" เมื่อเข้าใกล้ตัวสาวคาวบอย มือของเฉินคุก็ยื่นเข้าบีบที่บริเวณทรวงอกของเอมี่ " แค่เจ้าไม่ยอมรับว่าเชื้อชาติจีนคนหนึ่งอย่างข้าจะชนะเรื่องเกี่ยวกับขนาดได้ "

" อึ๋ยยย" เอมี่รีบใช้มือตัวเองจับสะบัดแขนของสตรีจีนออก " ยัยเฉินคุ หนอย ฉันไม่เข้าใจว่าเธอจะชนะฉันเรื่องขนาดหน้าอกได้ยังไง ฝรั่งทำไมเล็กกว่าจีน ช่างไม่น่าเชื่อ แหะๆๆ แต่เอาเถอะนะ.... "

เฉินคุกับเอมี่ยืนคุยกันตามประสาผู้หญิง แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะต่างวัฒนธรรมกัน แต่สองคนนี้มีความสัมพันธ์แบบเป็นมิตรภาพที่ดีมากๆ

วัชพืชชนิดหนึ่งที่มักพบเห็นในหนังคาวบอย เรียกว่า ดัมเบิ้ลวีด เคลื่อนที่ด้วยแรงลมพัดผ่านกลิ้งหลุนๆผ่านสตรีทั้งสองและกลิ้งต่อไปตามแรงลมที่ไม่รู้จุดหมาย ดัมเบิ้ลวีด นับว่าเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ย้ายถิ่นฐานไปที่ต่างๆได้ด้วยแรงลมที่พัด มีดัมเบิ้ลวีดลูกที่สอง สาม สี่ ห้า หก และอีกมากกลิ้งผ่านทั้งสองคนไปกองรวมกันที่แห่งหนึ่ง

เอมี่เดินไปผูกม้าไว้กับเสา ถอดหมวกของเธอมาพัดบริเวณแก้มนวล แขวนหมวกไว้ด้านหลังเสื้อ แล้วเข้าไปในบาร์เหล้า สักพักคาวบอยสาวก็ออกมาพร้อมกับที่มือถือข้าวปั้นโอนิกิริห่อสาหร่ายที่ข้างล่างมีแผ่นกระดาษสำหรับรองรับ เธอไม่ค่อยแน่ใจเกี่ยวกับข้อมูลเลยถามเพื่อน " เฉิน สิ่งนี้ใช่อาหารของจีนหรือเปล่า "

" ไม่ใช่ " เฉินคุตอบ เพราะข้าวปั้นเป็นเรื่องของทางประเทศญี่ปุ่น

เอมี่กัดข้าวปั้นคำหนึ่ง บอกลาสตรีจีนและนั่งควบม้าของเธอกลับ เฉินคุมุ่งไปที่คอกวัว

หารู้ไม่ว่า.....มีอะไรจะดลใจให้เกิดปัญหา

ขณะที่เอมี่ย้อนกลับมาแถวๆใกล้บ้าน ข้าวปั้นสามเหลี่ยมที่เอมี่ทานหมดแล้วเหลือกระดาษห่อที่มันเคยรองข้าวปั้นเอาไว้ กระดาษมีข้อมูลบอกแผนที่สมบัติ เป็นลายแทง มันบอกที่ซ่อนว่าอยู่ในคอกวัวของเฉินคุ " จริงเหรอเนี่ย เราต้องรีบกลับไปแล้ว "

ทางด้านคอกวัว เฉินคุที่กำลังให้อาหารสัตว์ที่เคี้ยวเอื้อง ได้สังเกตพื้นดินตรงที่รั้วคอก นางรู้สึกมีอะไรที่เป็นจุดสังเกต มีรอยร้าวตรงนั้น เฉินคุจึงรีบไปหาเอาจอบมาขุดดินที่ตรงนั้นแล้วปรากฏสิ่งหนึ่งที่กำลังโผล่มาในสายตา

"เฉิน" เอมี่ที่วิ่งกลับมาถึง พร้อมกับเห็นว่าเฉินคุขุดเจอหีบสมบัติ " หีบนั่น " แล้วคาวบอยสาวก็รีบเดินเข้ามา

"เอมี่ หรือว่าเจ้าจะรู้ว่านี่คือ...." เฉินคุรีบตะครุบหีบกันเอมี่จะมาดึงเอาไป  " หยุดนะเอมี่ หีบใบนี้ข้าขุดเจอนะ "

สองคนเริ่มตบตีกัน

"เฉิน เธอรู้หรอ ว่ามันคือสมบัติใช่มั้ย " เอมี่ปลุกปล้ำสู้กับเฉินคุอยู่แถวนั้น และเริ่มใส่ความรุนแรงต่อกันมากขึ้นทุกที

สุดท้าย สองสาวนอนหงายบนดินในสภาพสะบักสะบอมทั่วร่างกาย " พวกเราเป็นเพื่อนกันแท้ๆ " เอมี่ที่นอนอยู่บอกแล้วลุกขึ้นมาจะประคองเฉินคุ " เฉินคุ เธอไหวมั้ย "

ชายวัยกลางคนผู้เป็นเจ้าของบาร์เหล้าที่ขณะนี้เดินมาที่คอกวัว " ไง สองสาว พวกเธอมีเรื่องอะไรกัน "

เอมี่ที่คุกเข่าหนึ่งข้างและคอยใช้สองแขนประคองเฉินคุในท่ากึ่งลุกกึ่งนั่ง บอกกับชายคนนั้นว่า " มีหีบสมบัติตรงนั้น ข้างในคืออะไรเรายังไม่เห็น"

" ไหน " ชายเจ้าของบาร์เหล้าเดินมาดู ใช้เท้าเตะใส่หีบ แรงเตะทำให้ฝาหีบเปิดอ้าขึ้นมา เขาก้มสำรวจดู "อะไรเนี่ย ข้างในมีใบโบชัวร์เกี่ยวกับร้านขายข้าวปั้นทั้งที่อื่นและร้านบาร์เหล้าของเรา"

สองสตรีมองกันด้วยความอึ้ง พวกเธอคงจะรู้สึกผิดหวังยามได้รู้ได้เห็นความจริง ความผิดหวังพุ่งขึ้นมาจุกที่ทรวงอก และอยากร้องไห้แต่ก็ร้องไม่ออก สิ่งที่พวกเธอพยายามสู้กันมากลับสูญเปล่าไป

"เธอสองคนมานี่ มาที่บาร์" ชายเจ้าของบาร์เหล้าเรียกให้ตามแกไป เอมี่สวมหมวกและช่วยเฉินคุลุกขึ้นประคองเดิน จนเฉินคุฟื้นร่างกายกลับมาเดินได้ปกติ

และตอนนี้มาถึงที่บาร์

ชายเจ้าของบาร์ยืนที่เคาน์เตอร์ สองสาวอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา" เธอทั้งคู่เป็นคนค้นพบสมบัติแต่ความสัมพันธ์ทางมิตรภาพกลับต้องมาแข่งมาสู้กันอย่างนี้ซะได้ "

เอมี่กับเฉินคุเหมือนเป็นลูกๆที่โดนพ่อตัวเองเทศน์ ยืนก้มหน้ารับความผิดที่เกิดจากการะทำของพวกเธอ

ชายเจ้าของบาร์เดินออกไปทางข้างหลังร้าน สองสาวลองมองใบหน้าที่โทรมด้วยกันอีกครั้ง เฉินคุเห็นว่าเอมี่มีประกายแววตาที่อยากจะขอโทษ จนกระทั่งชายเจ้าของบาร์กลับมาพร้อมถาดบรรจุข้าวปั้นโอนิกิริสองลูก " อะนี่ ทั้งสองคนกับข้าวปั้นโอนิกิริสองลูก แบ่งกันกิน "

เอมี่มีอะไรจะบอกกับสตรีจีนเพื่อนตัวเองคนนี้ " เฉิน ฉันได้กินมาก่อนแล้วลูกหนึ่ง ข้าวปั้นสองอันนี้ฉันให้เธอละกัน ขอโทษนะที่เราสองคนต้องต่อสู้ทะเลาะกัน " ตอนที่เฉินคุมองแววตาของเอมี่ว่าเอมี่จะขอโทษเอมี่ก็กล่าวออกมาจริงๆ เฉินคุแอบคิดเกี่ยวกับสภาพร่างกายของทั้งสอง แม้ว่าตนเองจะเจ็บปวดร่างกายไปทั้งร่างจากคาวบอยสาวก็ตาม นางไม่โกรธอะไรเพื่อนมาก เฉินคุกินข้าวปั้นเพียงลูกเดียวแล้วยังเหลือหนึ่งลูก เฉินคุปล่อยเอาไว้

เอมี่ประหลาดใจ " เฉิน ทำไมไม่กินให้หมดล่ะ "

" ข้ากับเจ้าต้องแบ่งปันกินให้เท่าๆกันสิ ลูกสุดท้ายก็คือข้าวปั้นของสองเรา เรายังมีกันและกัน "

เอมี่ได้ยินอย่างนั้นจึงยิ้มแล้วเข้ากอดคอสตรีจีนอย่างแน่น

เฉฺินคุเกือบส่งเสียงไม่ออก "โอ๊ยๆ หายใจไม่ออก อย่ารัดคอข้าแน่นสิ"

ชายเจ้าของบาร์เห็นสองคนทำอย่างนี้แล้วเขาก็รู้สึกดี เขากระซิบเบาๆกับเอมี่และเฉินคุ " ลุงมีสมบัติที่ซ่อนไว้ มันมาจากหีบใบนั้นล่ะ  เป็นทองคำแท่งที่ลุงพอจะแบ่งปันให้เธอทั้งสองคน ช่วยตามลุงมาที่สวน"

ที่สวนหลังร้าน

" เมื่อสองคนที่เป็นเพื่อนกันรู้จักรักกันแบ่งปันกัน " เจ้าของบาร์เดินไปหยิบทองคำแท่งสองแท่งจากที่ซ่อนมาให้สองสาว มอบคนละแท่ง " ลุงรู้สึกได้ถึงน้ำใจของเพื่อนรักกันในตอนที่เธอแบ่งข้าวปั้นโอนิกิริ เธอทั้งสองซึ่งมีการค้นพบสมบัติในเวลาเดียวกัน โดยเอมี่ทราบมาจากกระดาษบอกลายแทง เฉินคุทราบมาจากการสังเกต เมื่อเธอสองคนคืนดีกันแล้วยังรักกัน แบ่งปันให้แก่กันจนรู้สึกยังไงล่ะ  มิตรภาพดีๆของเธอทั้งสองได้รับสมบัติแล้วนะ  "

" เฉิน ฉันชอบเธอที่สุดเลย !!!!!"

" เอมี่ ข้าดีใจนะ ข้ารักเจ้า !!!!! "

สองสาวกอดกันกลมเกลียว ด้วยความมีน้ำใจแก่กันให้อะไรกันและความดีงามอย่างนี้ถ้าคนเราทำได้ ก็อาจมีโชคดีมอบมาให้แก่คนที่มีความรักความมีน้ำใจในมิตรภาพ

"คัต !" เสียงผู้กำกับออกคำสั่งต่อการทำงานถ่ายหนัง " โอเค โป๊ะเชะ เรื่องมิตรภาพเรื่องนี้ เธอสองคนถ่ายทอดอารมณ์ได้ดีมาก "

" ค่ะ " สองสาวที่รับบทเป็นเอมี่และเฉินคุกล่าว " ขอบคุณค่ะท่านผู้กำกับ "

...........

........

....

 

" ศิญา " แม่ของนักเรียนสาวมัธยมปลายส่งเสียงเรียกสองพยางค์

ชื่อเต็มของเธอมีสามพยางค์ ศิญาภา ศิญาภาได้ยินเสียงแม่ของเธอเรียกมาจากข้างนอกห้อง เธอเพิ่งเขียนนิยายเกี่ยวกับงานกองถ่ายหนังที่มาถ่ายการแสดงเกี่ยวกับสาวสองคนมีน้ำใจการแบ่งปันจนจบแล้ว " ค่ะ แม่ เดี๋ยวหนูออกไป " ศิญาภาเซฟนิยายที่เธอแต่งไว้ในโน๊ตบุ๊คบนโต๊ะเขียนหนังสือ แล้วลุกจากเก้าอี้ มองนาฬิกาที่แขวนตรงผนังห้อง แล้วเดินออกไปหาแม่ของเธอ

จบ

=============




Create Date : 27 มิถุนายน 2565
Last Update : 11 กรกฎาคม 2565 17:21:16 น. 0 comments
Counter : 186 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 
space

คุกกี้คามุอิ
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add คุกกี้คามุอิ's blog to your web]
space
space
space
space
space