Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
10 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
ประสบการณ์ตรงจากการใส่เลนส์เสริม ICL

การใส่เลนส์เสริม ICL คือการผ่าตัดใส่เลนส์เข้าไปที่หลังม่านตา ด้านหน้าของเลนส์ตาอย่างถาวร เหมาะสำหรับคนที่กระจกตาบาง หรือมีปัญหาตาแห้งมากจนไม่สามารถทำเลสิกได้

จากการหาข้อมูลทางการแพทย์พบว่า การใส่เลนส์เสริมนั้นมีความปลอดภัยมากกว่าเลสิก เพราะไม่มีการเฉือนกระจกตาออก ตามหลักการแล้ว จะไม่เกิดอาการตาแห้ง หรือเห็นแสงกระจายถาวรซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ถ้าทำเลสิก เมื่อใส่เลนส์เสริมแล้ว สายตาจะเข้าที่เร็ว ผลการรักษาไม่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าคนไข้ไปสายตาสั้นเพิ่มเอง หรือแก่แล้วสายตายาว อันนี้ช่วยไม่ได้ (จริงๆก่อนทำควรจะมีสายตาคงที่แล้วจะดีกว่า)

นอกจากนี้ เลนส์ที่ใส่เข้าไป เป็นวัสดุทางการแพทย์ที่อยู่กับเราได้ตลอดชีวิต คนนอกมองไม่เห็น

ฟังดูแล้วดีไปหมด แต่ว่าค่าใช้จ่ายแพงมากๆ ยิ่งมีสายตาเอียงร่วมด้วยยิ่งแพง อีกอย่าง ใช่ว่าจะทำได้ทุกคน ต้องไปตรวจก่อน คนที่ทำได้ต้องมีช่องว่างระหว่างม่านตากับเลนส์ตาอย่างน้อย 3mm

พอหาข้อมูลได้ดังนี้ ก็ตัดสินใจไปลองตรวจดูและพบว่าสามารถทำได้ รู้สึกดีใจและคาดหวังสูงมาก เนื่องจากหาข้อมูลเชิงลบในเว็บไทยไม่ค่อยได้เลย ข้อมูลในเว็บไซต์รพ.ก็ดูดีทุกรพ. feedback ดีหมด

พอไปทำมาแล้ว ช่วงแรกชีวิตก็ยากลำบากหน่อย ห้ามโดนน้ำ ต้องหยอดยา ไม่ควรกระเทือนมาก ห้ามขับรถอย่างน้อย 2 อาทิตย์ ตายวมสุดๆจนเหมือนกันร้องไห้มาทั้งคืน ที่สำคัญคือ สายตามองไม่ชัด ซึ่งทางรพ.ให้เอกสารวิธีการดูแลมาแล้วบอกว่าไม่ต้องกลัว จะชัดขึ้นเรื่อยๆ

วันเวลาผ่านไป 1 สัปดาห์ สายตาดีขึ้นมา 1 ระดับ แต่ไปพบหมอแล้วเป็นดังนี้

1. วัดสายตาแล้ว ข้างนึงเหลือสั้นหรือเอียงก็ไม่รู้ 75 อีกข้างเหลือเอียง 100 (ไม่ใช่น้อยเลยนะ เอียง 100 เนี่ยทำให้มองภาพไม่คมเอาเลย) หมอบอกยังจะชัดขึ้นได้อีก
2. เห็นแสงกระจายระเบิดเถิดเทิงไปหมดในที่แสงน้อย
3. สู้แสงสว่างไม่ได้
4. นอกจากที่หมอตรวจ ตัวเองยังรู้สึกว่า รูม่านตา 2 ข้างไม่เท่ากันหลังผ่าตัด ข้างซ้ายใหญ่กว่าและมีรูปร่างเบี้ยวๆ ไม่กลม

คุณหมอไม่ค่อยพูดอะไร ชิวๆมาก นัดมาตรวจอีกทีตอน 1 เดือน

สรุปว่าเราไปพบหมอครบ 1 เดือนมาแล้ว ขอสรุปดังนี้

1. สายตา เหลือข้างนึงเอียง 50 อีกข้างเอียง 100 เช่นเดิม ซึ่ง หวังอะไม่ได้แล้ว หมอบอกว่า 1 เดือนสายตาไม่เปลี่ยนแล้ว โอ้ว!!!
2. การเห็นแสงกระจาย เรายังแย่เหมือนเดิม แค่ตัวหนังสือสีขาว หรือเสื้อขาวในที่แสงน้อยก็มองเห็นเป็นสีเปื้อนๆ เบลอๆ แล้ว หมอบอกจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่พอครบ 6 เดือนจะไม่ดีขึ้นอีกแล้ว (โอ้ว.. 2)ถ้ายังเป็นอยู่ก็คือจะเป็นแบบนั้นตลอดไป ซึ่งโอกาสจะเกิดกับคนที่รูม่านตาใหญ่
3. รูม่านตาเราใหญ่มากกว่าคนปกติ -_-" ข้างซ้ายกับข้างขวาไม่เท่ากัน จะเป็นแบบนี้แหละเพราะหมอบอกว่า มันจะใหญ่ใกล้เคียงกัน ไม่มีผลอะไร (นอกจากคนช่างสังเกตจะมองเห็น)
4. คนนอกมองเห็นเลนส์ได้ เพราะเราส่องกระจกยังเห็นเลย แต่เราเป็นคนช่างสังเกตเกินปกตินะ เลยมองเห็นเป็นสีขาวๆ ข้างๆรูม่านตา มันคือเนื้อเลนส์นั่นเอง หมอไม่มีคำตอบใดๆในเรื่องนี้
5. การสู้แสงสว่าง ดีขึ้นเยอะ เกือบเหมือนคนปกติ เวลาแดดจ้ามากต้องหรี่ตา หรือใส่แว่นกันแดด

สรุปว่า เรื่องสายตาเอียง 100 ที่เหลือ หมอบอกว่าสามารถเกิดขึ้นได้ (ทั้งที่ก่อนใส่เลนส์ก็วัดสายตาอย่างดีแล้ว?) และรักษาด้วยการเติมเลเซอร์ได้ คิดราคาพิเศษแค่ 5000 ซึ่งสำหรับเราปัญหาไม่ใช่เรื่องเพิ่มเงิน 5000 หรอกแต่ห่วงตัวเองมากกว่า อุตส่าห์เลือกวิธีที่ไม่ยุ่งกับกระจกตาแล้ว สุดท้ายต้องยิงเลเซอร์อยู่หรือ เรายังตัดสินใจไม่ได้เลย

มาถีงตอนนี้ ถ้าให้ตัดสินใจใหม่ เราก็คงทำอยู่ดี เพราะเราไม่อยากใส่แว่นแล้ว ปกติเราใส่คอนแท็คก็ไม่ไหวเพราะตาเอียงเยอะ วิธีนี้จึงเป็นที่พึ่งสุดท้ายของเรา แต่ให้พูดว่า พอใจมากก็คงจะพูดไม่ได้ เพราะถ้าเทียบกับสายตาเก่าก่อนใส่แว่นแล้ว มันดีขึ้นเยอะมากๆๆ (แต่ก่อนถ้าไม่ใส่แว่น ต้องใกล้ประมาณ 3-4 นิ้วอ่านหนังสือชัด) แต่ถ้าเทียบกับตอนใส่แว่นแล้ว สายตาตอนนี้ไม่ดีเลย คือตอนนี้เหมือนคนสายตาไม่ค่อยดีที่ยังใช้ชีวิตประจำวันได้ ขับรถได้ แต่ไม่โอเคเวลาแสงน้อยและดูทีวีไม่ชัดแจ๋วเท่าที่ควร

ที่มาเล่ายาวนี่ก็เป็นเพราะตอนตัวเองจะทำ หาข้อมูลจริงจากคนไข้ไม่ค่อยได้เลย (ได้ข้อมูลจากน้องคนนึงที่เรา search เจอใน multiply แต่คนนั้นเค้าพึงพอใจมาก แสดงว่าสายตาเดิมเค้าไม่แย่เท่าเรา) เราเลยมาแชร์ข้อมูลให้ฟังว่า ถ้าสายตาคุณ สั้นเกิน 600 และเอียงมากๆ เกิน 300 มีโอกาสที่จะเป็นแบบเรา จะทำหรือไม่ก็ตัดสินใจดูกันเองเองนะคะ


Create Date : 10 กันยายน 2551
Last Update : 16 พฤศจิกายน 2551 15:45:13 น. 2 comments
Counter : 3842 Pageviews.

 
เขียนข้อมูลออกมาแบบนี้ดีเลยจ้ะ เพราะมีประโยชน์
เผื่อกับคนอื่นๆ ด้วยที่มีปัญหาเกี่ยวกับตาเหมือนกัน

ส่วนเราเรื่องสายตาสั้น เอียงแต่ว่าไม่อยู่ในระดับ
มากมาย แค่ว่าเวลาอ่านหนังสือก็ต้องใส่ ขับรถถ้าได้
ใส่ก็เคลียร์ดีขึ้นจ้ะ นอกนั้นก็ไม่เท่าไหร่ ... แต่ว่าไปแล้ว
เราก็ไม่ได้ไปตรวจตามาเกือบปีเหมือนกัน ไม่รู้ว่า
เป็นยังไง อ่านแล้วก็เลยคิดอยากจะไปตรวจสายตา
อีกจัง ...


โดย: JewNid วันที่: 10 กันยายน 2551 เวลา:17:30:42 น.  

 
คอยตรวจตาอยู่เสมอ กลัวมากๆเรื่องตานี่


โดย: Aisha วันที่: 18 ตุลาคม 2551 เวลา:16:02:12 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

L.I.R.A.
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]





พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
เต็มที่ ในสิ่งที่ตัวเองทำ


[Add L.I.R.A.'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.