Group Blog
 
 
พฤษภาคม 2553
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
25 พฤษภาคม 2553
 
All Blogs
 
สายฝนกับก้อนเมฆ โดย ศรี เกศมณี

สายฝนเป็นเทพที่อ่อนโยน บอบบาง รักความสุข สวยงาม ยามเธอเยื้องย่างไปหนใด ผู้คนมักปรีดา เธอเจรจาอ่อนหวาน เอื้ออารี เธอจึงเป็นภาพของเทพที่มีอารมณ์บางพลิ้วปลิวไปตามสายลม แต่ช่างน่าเศร้าหรือน่าขำเสียจริงที่เธอมีภาระหน้าที่ต้องทำงานคู่กับ เทพก้อนเมฆ ซึ่งเป็นเทพที่บึกบึน มหึมา บางครั้งเกรี้ยวกราดน่ากลัว บางครั้งก็เฉื่อยชานิ่งเฉยๆ ซุกซ่อนตัวอย่างขลาดๆอยู่ข้างหลังเพื่อนๆ เขามักวางอำนาจกับสายฝนผู้อ่อนโยนอยู่เสมอ ตำหนิติเตียน และซัดโทษอยู่ร่ำไป เขาคิดว่า หากไม่มีเขา สายฝนย่อมไม่มีความหมายใดๆ และเกิดเป็นตัวตนไม่ได้ด้วยซ้ำ ส่วนสายฝนไม่ชอบเสียงอื้ออึงของก้อนเมฆ ไม่ชอบหน้าตาบึ้งตึงราวกับอสูรของเขา แต่เธอขาดเขาไม่ได้ เธอจำต้องอยู่คู่กับเขา ทำงานคู่กัน มิฉะนั้นโลกกลมๆที่มีผู้คน สัตว์ พืช และพื้นดินจะแห้งผาก มีชีวิตอยู่ไม่ได้


“ ฉันจะต้องอดทน” สายฝนบอกตัวเองอย่างมั่นคง เธอเป็นเทพที่เมตตาปรานีราวกับสรรพสิ่งทั้งหลายเป็นลูกน้อยๆที่เธอต้องคอยดูแลรักษา

เธอมองดูรอบๆตัว ภูเขาสูงยื่นขึ้นมาบนฟ้า บางลูกต่ำเตี้ย บางลูกต่อติดกันเป็นทิวแถว เรียกว่าเทือกเขา ทุกลูก ทุกเทือก เป็นที่อาศัยของต้นไม้น้อยใหญ่ ตั้งแต่ต้นหญ้า ไปถึงไม้สูงใหญ่อย่าง สัก เต็ง รัง เขา คือมวลสิ่งมีชีวิตทั้งพืชพรรณ และสรรพสิ่งทั้งหลายต้องหาน้ำหล่อเลี้ยงภูเขาต้องการความชุ่มชื้น มีน้ำไหลรินอยู่ในธาร เกิดเป็นน้ำตก ฝูงสัตว์ ทั้งนก กวาง เสือ สิงโต ทุกสัตว์ ต้องมีน้ำดื่มกิน มีน้ำหล่อเลี้ยงพืชพรรณบนนั้น เขาจึงเป็นมิตรสนิทกับสายฝนมานานแสนนาน พูดคุยกันรู้เรื่อง

ต่ำลงไปเป็นผืนนาข้าวและไร่พืชหลายชนิด สายฝนชอบลงไปคุยเล่นกับชาวนาและชาวไร่ที่ไม่ขี้บ่น ห่างออกไปเป็นสวนผลไม้ ผัก และบ้านผู้คนที่สายฝนสัมผัสมาแล้วจนคุ้นเคยกันดี คนพวกนี้สอนให้สายฝนรู้ว่า ผู้คนทั้งหลายต่างหน้าและต่างจิตใจ บางคนชอบบ่นว่าสายฝนอย่างรุนแรง สายฝนใจเย็นฉ่ำเสมอ เธอไม่ขึ้งโกรธตอบ ยังคงทำงานไปตามหน้าที่ตรงต่อเวลาเท่าที่ ก้อนเมฆจะช่วยเหลือเธอ

ก้อนเมฆไม่เคยสัมผัสผู้คนเบื้องล่าง เขาเพียงแต่แตะต้องภูเขาบ้างเท่านั้นเอง และเข้าไปแตะแบบผู้มีอำนาจยิ่งใหญ่ เนื่องจากตัวของเขาใหญ่มหึมา เขาจึงคิดว่า เขาเป็นใหญ่บนฟากฟ้า ใหญ่กว่าสายฝน ใหญ่กว่าภูเขา ต้นไม้ และผู้คนเบื้องล่าง เขาจึงเป็นผู้บงการ แท้จริงแล้ว เขาบงการใครไม่ได้เลย แม้แต่สายฝน

“ เทพสายฝน” เมฆเอ่ยกับสายฝนด้วยเสียงเคร่งขรึม “ วันนี้เธอได้ทำงานให้มวลมนุษย์แล้วหรือยัง”

“ ฉันมีหน้าที่โปรยสายฝนเพื่อลดโลกร้อน แต่วันนี้...ฉันไม่มีฝนจะโปรยให้โลก”

“ งั้น..หมายความว่า เธอจะไม่ทำงานเลยงั้นสิ” ก้อนเมฆประชด เขาเป็นเทพขยันและไม่ชอบเห็นใครอยู่เฉยๆไม่ทำงาน

“ ฉันจะไปเยี่ยมมวลมนุษย์ สัตว์ และพืช” เทพสายฝนตอบน้ำเสียงอ่อนโยน

“ นั่น....เป็นการดี”

เทพสายฝนพาร่างอันบอบบางลอยไปตามสายลม เธอลอยไปอย่างสบายๆ ร่างกายเบาหวิว ไม่มีสัมภาระใดที่จะไปมอบให้มวลมนุษย์

“ ท่านมาทำไม เวลานี้บนโลกมนุษย์หนาวเย็นจะแย่อยู่แล้ว ยังจะมาซ้ำเติมพวกเราอีกหรือ” เสียงมนุษย์ต่อว่า

“ โอ๊ะ.โอ” สายฝนอุทานด้วยความตกใจ “ ขอโทษเถิด...ฉันลืมไป ว่านี่คือฤดูหนาว..งั้น..ฉันลาก่อนนะจ๊ะ แล้วจะมาเยี่ยมใหม่”

“ ไม่เป็นไร มาให้ตรงเวลาหน่อยก็ดีนะจ๊ะ” ชาวนาร้องโต้ตอบ “ ฉันจะได้มีกินมีใช้กับเขาบ้าง”

สายฝนเข้าใจดีว่า ชาวนาต้องการน้ำในเวลาที่ต้นข้าวเติบโต พวกเขาจะขังน้ำฝนไว้หล่อเลี้ยงต้นกล้าซึ่งโตเร็วเพื่อหนีน้ำ หากน้ำมากเกินไป ต้นข้าวจะจมน้ำตาย แต่ถ้าน้ำน้อยก็ไม่ดีอีก ต้นข้าวได้น้ำไม่พอ จะแคระแกร็น ทำให้ได้ข้าวไม่สมบูรณ์ เมล็ดข้าวลีบเล็ก เขาจะขายข้าวไม่ได้ราคา ไม่พอกินไปทั้งปี และเขาก็ยากจนลงไปอีก

สายฝนสงสารชาวนามาก แม้ชาวไร่ ชาวสวน และชาวอื่นๆต้องการความช่วยเหลือของเธอทั้งนั้น เธอจะเกียจคร้านได้อย่างไร เธอต้องทำงานแข่งกับเวลา ตรงต่อเวลา ยุติธรรม ในเมื่อเวลาแห่งฤดูฝนสั้นมาก แต่ผู้ที่ต้องการน้ำฝนมีอยู่ทั่วโลก เธอจะหาน้ำฝนให้ชาวโลกได้ เธอต้องพึ่งก้อนเมฆเท่านั้น แต่ก้อนเมฆไม่เห็นใจเธอ เขาดุดันว่าเธอเสมอว่าเกียจคร้าน

“ เทพสายฝน” วันหนึ่งก้อนเมฆถามขึ้นมา “ เธอไปเยี่ยมมวลสัตว์โลกมาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง เขาคงชมเชยเธอสินะ”

สายฝนไม่ชอบเสียงเยาะเย้ยของก้อนเมฆเลย เธอจึงตอบว่า

“ แน่นอน..พวกเขาขอบใจที่ฉันให้สายฝนแก่เขา..เอ...แต่แปลกนะ พวกมนุษย์รู้กันทั้งนั้นว่า ฝนเกิดจากเมฆ แต่เขา...ไม่พูดถึงเธอเลย เขาลืมเธอสนิทเลยนะ”

“ แย่มาก” เมฆตำหนิ เหยียดริมฝีปากหนาเทอะทะอย่างไม่พอใจ “ฉันจะต้องไปเยี่ยมพวกเขาบ้าง”

" นั่น...เป็นการดี” สายฝนเลียนคำพูดของก้อนเมฆที่พูดกับเธอ

ก้อนเมฆลอยต่ำลงไปเพื่อพบปะผู้คน เขาได้รับคำตำหนิเรื่องเขาพัดพายุรุนแรงทำให้บ้านเรือนหลังเล็กหลังน้อยพังกระจุย เขาต้องเที่ยวไปขอโทษผู้คนที่ได้รับความเดือดร้อนจนเหนื่อยอ่อนกลับขึ้นมา

“ เป็นยังไงบ้างจ๊ะ เทพเมฆ...เธอคงได้รับการต้อนรับที่น่าปลื้มจากชาวบ้านสินะ”

“ ฮึ...พวกเขาปากร้ายมาก...ฝนตกก็แช่ง ฝนแล้งก็ด่า” ก้อนเมฆตอบสะบัดๆอย่างไม่พอใจ แล้วลอยจากไป สายฝนปลอบตามหลังไปอย่างเศร้าๆว่า

“ ใจเย็นๆจ้ะ เราทำตามหน้าที่ของเราดีที่สุดแล้ว”

ก้อนเมฆหันขวับ ย้อนกลับมาต่อว่าสายฝนผู้อ่อนโยนว่า

“ เรื่องนี้ เป็นเพราะเธอผู้เดียว เทพสายฝน หากเธอขยันสักนิด ไม่หยุดพัก ฉันคงไม่โดนชาวโลกต่อว่าขนาดนี้”

เทพสายฝนเสียใจที่ถูกเมฆตำหนิ เธอตอบอย่างเศร้าสร้อยว่า

“ เธอลงโทษฉันอย่างไม่ยุติธรรมเลย ฉันทำงานในฤดูฝน และหยุดพักในฤดูหนาวและฤดูร้อนที่ เธอ... ก้อนเมฆไม่กลั่นน้ำฝนให้ ฉันจึงไม่ทำงาน เธอไม่รู้หรือว่า ทุกสิ่งในโลกนี้มีสองด้านเสมอ คือด้านดีและด้านร้าย เปรียบเหมือนเหรียญ มีสองด้านเสมอ หากฉันเป็นเหรียญ มีสองด้านเหมือนกันหมด คือขยันอย่างเดียว ไม่มีเวลาเกียจคร้านเลย ฉันจะเป็นได้เพียงเหรียญเก๊เท่านั้นเอง...”

ก้อนเมฆได้คิด เขาบอกกับตนเองว่า

‘ ใช่..ไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ดีทั้งหมด และเลวทั้งหมด’

แล้วเอ่ยด้วยเสียงดังๆว่า

“ ใช่...เราก็ต้องทำงานคู่กันต่อไป”

“ เมฆ และฝน” เทพสายฝนผสานเสียงหัวเราะกิ๊กกั๊กและรอวันแห่งฤดูฝนที่เธอจะต้องทำงานหนักต่อไป และตลอดกาล

สรรพสิ่งทั้งหลายในโลกนี้ ล้วนแล้วแต่พึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีใครยิ่งใหญ่ไปกว่าใคร ดังนั้น เราจึงต้องเรียนรู้และยอมรับการทำงานเป็นทีมนะคะ คุณหนูๆ



Create Date : 25 พฤษภาคม 2553
Last Update : 5 กันยายน 2553 17:21:48 น. 0 comments
Counter : 1083 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

mondaychild
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add mondaychild's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.