"ยมฺหิ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ..........อหึสา สญฺญโม ทโม..........ส เว วนฺตมโล ธีโร..........โส เถโรติ ปวุจฺจติ" ส่วนผู้ใดมีสัจจะ มีธรรม มีอหิงสา มีสัญญมะ มีทมะ ผู้นั้นแลเป็นปราชญ์สลัดมนทินได้แล้ว เรียกได้ว่าเป็นผู้ใหญ่..พุทธศาสนสุภาษิต
ยินดีต้อนรับเข้าสู่บล็อกครับ...เปิดตัวเมื่อวันที่ 24/11/2552 ยังคงมีการปรับแต่งอยู่บ้างในบางจุด ดังนั้นหากเกิดความไม่สะดวกหรือเกิดข้อผิดพลาดอะไรขึ้นต้องขออภัยล่วงหน้าด้วยครับ และหากเป็นไปได้รบกวนแจ้งให้ผมทราบด้วย จะขอบคุณเป็นอย่างสูงครับ หากพบข้อผิดพลาดกรุณา คลิกที่นี่.
Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
2930 
 
27 พฤศจิกายน 2552
 
All Blogs
 
นิทานเรื่อง นักมวยปล้ำกับผู้ทรงศีล

มีนักมวยปล้ำคนหนึ่งชื่อ "คลื่นยักษ์" เขาเป็นคนที่ชำนาญด้านการปล้ำมาก เวลาขึ้นเวทีซ้อมทีไร ไม่มีใครสู้เขาได้เลย แม้แต่อาจารย์ของเขาเองก็ยังชนะเขาไม่ได้ แต่พอถึงการแข่งขันจริงๆ เขากลับกระจอกยิ่งนัก ไม่สามารถที่จะเอาชนะใครได้เลย แม้กระทั่งนักมวยปล้ำหน้าใหม่ที่เพิ่งเข้าวงการ...เขาก็ยังพ่ายแพ้หมดทางสู้

เขาจึงเสียใจ น้อยใจ และหายหน้าไปจากวงการ เขาคิดกลุ้มใจว่าทำไม เป็นเพราะอะไร เขาถึงสู้คนอื่นไม่ได้ ทั้งๆ ที่เขาเก่งออกขนาดนี้ และแล้ววันหนึ่งเขาก็ได้พบกับผู้ทรงศีลผู้หนึ่งในป่า เขาจึงได้ไปร่วมทำบุญและรับฟังธรรมเทศนาพร้อมกับคนอื่นๆ หลังจากฟังธรรมเสร็จแล้ว ขณะที่เขาเดินกลับบ้าน เขาเกิดความคิดขึ้นว่าน่าจะลองปรึกษาปัญหานี้กับผู้ทรงศีลดู เผื่อจะได้วิธีการอะไรดีๆ บ้าง

ในเช้าตรู่วันรุ่งขึ้น เขาจึงได้มาหาผู้ทรงศีลอีกครั้ง เขาได้เล่าเรื่องราวต่างๆ และปัญหาชีวิตที่เกิดขึ้นให้กับผู้ทรงศีลฟัง เมื่อผู้ทรงศีลได้ฟังแล้ว จึงได้เอ่ยถามเขากลับไปว่า "ตัวท่านชื่อว่าอะไรล่ะ?" เขาก็บอกว่า "กระผมชื่อคลื่นยักษ์" แล้วผู้ทรงศีลจึงได้ พูดอีกครั้งว่า "ทำไมไม่ทำให้สมกับชื่อล่ะ ลองนั่งคิดถึงชื่อของตัวเองดู แล้วจะรู้คำตอบ" แล้วผู้ทรงศีลก็ขอตัวจากไป.....ทิ้งคำถามเอาไว้ให้เขาขบคิด ตลอดทางที่เดินกลับมาบ้าน เขาคิดถึงแต่คำพูดของผู้ทรงศีลอยู่ตลอดเวลาว่าหมายถึงอะไรกันแน่ พอกลับถึงบ้าน เขาจึงนั่งลงแล้วเริ่ม นึกถึงชื่อของตัวเองตามคำแนะนำของผู้ทรงศีลว่า "คลื่นยักษ์ๆ" เขาคิดซ้ำๆ อยู่อย่างนั้น จนเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไรไม่ทราบได้ ในที่สุดเขาก็ได้พบคำตอบ แล้วกลับไปสู่วงการอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใครเลยที่เอาชนะเขาได้ เขาจึงกลายเป็นนักมวยปล้ำที่เก่งกาจที่สุดในโลก....

จบ



นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า คนเรานั้นแม้ว่าจะมีความรู้มาก แต่หากไม่รู้จักประยุกต์ใช้ความรู้นั้นให้เกิดประโยชน์อันแท้จริง นำไปใช้ได้ในชีวิตจริงๆ ได้ ก็เรียกว่า "ผู้มีความรู้ท่วมหัว แต่เอาตัวไม่รอด" เหมือนกับ นักมวยปล้ำ "คลื่นยักษ์" ที่มี ความชำนาญมาก เก่งมากเวลาซ้อม แต่เมื่อเจอกับสถานการณ์แข่งขันจริงๆ กลับไม่สามารถนำไปใช้ได้นั่นเอง

นอกจากนี้ยังเหมือนกับนิสัยคนเรา ที่มีความรู้มาก มีความสามารถมากในการแก้ปัญหา แก้ไขความทุกข์ของคนอื่น แต่เมื่อเป็นปัญหาของตนเอง ความทุกข์ที่ตนเองต้องเผชิญแล้วกลับแก้ไขไม่ได้ ความรู้ต่างๆ ที่ร่ำเรียนมา หายไป คิดไม่ออก แม้บางครั้งปัญหาจะเป็นเพียงเล็กน้อยก็ตาม

ยามที่เราเกิดปัญหาอันใดขึ้นที่ไม่สามารถค้นพบทางออกได้ ให้เราปรึกษาผู้ที่เขามีความรู้ มีประสบการณ์ ไม่ว่าจะเป็นพ่อ แม่ ครูอาจารย์ พระสงฆ์ คือ ผู้ที่รู้และหวังดีต่อเรา อย่าได้จมอยู่กับปัญหา อย่าได้หมกมุ่นอยู่กับตัวเอง ปัญหาทุกอย่างนั้น สามารถแก้ไขได้ "หลายหัวดีกว่าหัวเดียว"

เหมือนกับ นักมวยปล้ำ "คลื่นยักษ์" ที่เขาเสียใจ กลุ้มใจ แต่เขาไม่ได้เก็บปัญหานี้ไว้คนเดียว เขาได้เข้าไปหา และปรึกษาปัญหานี้กับผู้ทรงศีล...


ปัญหาทุกอย่างนั้น มีแรงใจ หรือกำลังใจเป็นสำคัญ โดยถ้าหากเราคิดว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเราสามารถแก้ไขได้ ปัญหาคือสิ่งที่ทำให้เราแกร่งขึ้น เป็นสิ่งที่เราต้องข้ามไป ก็จะสามารถแก้ไขได้ในสักวัน แต่ถ้าเราคิดว่าปัญหานี้ทำไมต้องมาเกิดขึ้นกับเราด้วย คิดว่าเราแก้ไขไม่ได้ เราก็จะไม่สามารถแก้ไขได้ การกระทำทุกอย่างมีจิตใจ หรือกำลังใจเป็นสำคัญ ถ้าเราคิดว่าทำไม่ได้ แก้ไม่ได้ "เราก็แพ้ตั้งแต่ต้น" แต่ถ้าเราคิดว่าทำได้ หนทางแก้ไขปัญหาย่อมรออยู่ข้างหน้า

และการแก้ไขปัญหาที่ดีเยี่ยมนั้น ก่อนที่จะไปแก้ไขปัญหาอื่นใดในภายนอก เราจะต้องรู้จักแก้ไขปัญหาอันเป็นภายในที่ "ใจ" ของเราเองเสียก่อน คือ ทำใจให้สงบ ไม่โกรธ ไม่หมกมุ่น ไม่หวั่นไหว เมื่อใจสงบได้แล้ว จึงคิดพิจารณาถึงปัญหาต่อไป แล้วปัญญารู้แจ้ง แทงตลอดซึ่งวิธีการแก้ไขปัญหาย่อมเกิด หาไม่แล้วจิตใจของเรายังว้าวุ่นสับสน ไม่สงบแล้วล่ะก็ ปัญญารู้แจ้ง แทงตลอด วิธีการแก้ไขปัญหาอันแท้จริง ทั้งในปัจจุบัน และอนาคต เป็นกลาง รอบคอบจะไม่สามารถบังเกิดขึ้นได้...

เปรียบเหมือนกับผู้ทรงศีลที่ได้ถามกลับว่า "ทำไมไม่ทำให้สมกับชื่อล่ะ ลองนั่งคิดถึงชื่อของตัวเองดู แล้วจะรู้คำตอบ" แล้วผู้ทรงศีลก็ขอตัวจากไป...ทิ้งคำถามเอาไว้ให้เขาขบคิด เขาจึงได้นั่งลงแล้วเริ่มบำเพ็ญสมาธิ ภาวนา ในที่สุดเขาก็ได้คำตอบ แล้วกลับไปสู่วงการอีกครั้ง ตั้งแต่นั้นมาไม่มีใคร เลยที่เอาชนะเขาได้ เขาจึงกลายเป็นนักมวยปล้ำที่เก่งกาจที่สุดในโลก



Create Date : 27 พฤศจิกายน 2552
Last Update : 3 ธันวาคม 2552 10:22:15 น. 5 comments
Counter : 363 Pageviews.

 
นิทานเรื่องนี้ ผมได้แต่งเอาไว้นานแล้ว คิดว่าเป็นเรื่องที่ให้ข้อคิดเตือนใจ และกำลังใจที่ดีเรื่องหนึ่ง จึงได้นำมาปัดฝุ่นลงไว้ในนี้ครับ


โดย: ศิรัสพล IP: 58.136.51.199 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:13:04:15 น.  

 
ซึ่งเรื่องนี้จะมีนิทานเซนต์คล้ายๆ กันอยู่เรื่องหนึ่ง คือ "ข้าคือคลื่นยักษ์" ซึ่งจะมีเนื้อหาคล้ายๆ กันโดยบังเอิญ


โดย: ศิรัสพล IP: 58.136.30.84 วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:14:43:33 น.  

 
น่าคิดดีเหมือนกัน


โดย: wildbirds วันที่: 27 พฤศจิกายน 2552 เวลา:17:43:41 น.  

 
ขอบคุณคุณ wildbirds ที่เข้ามา comment ครับ


โดย: ศิรัสพล วันที่: 30 พฤศจิกายน 2552 เวลา:9:15:44 น.  

 
มาเพิ่มเติมให้ครับ เนื้อเรื่องยังมีต่อนะครับ

จากนั้นคลื่นยักษ์ก็ได้เดินทางสู่ wwe ด้วยฝีมือที่เก่งกาจและมีความพยายาม ทำให้คนเขียนบทดันเขาเป็นแชมม์ในเวลาแค่ 6 สัปดาห์ แต่หลังจากนั้นด้วยฝีมือการเขียนบทที่สุดจะแย่รวมทั้งwweเป็นยุค PG ด้วยแล้ว ก็ต้องเสียแชมให้เกรีย น ในที่สุด(เหตุเกิดในwrestlemania 37 ตอนนั้นเกรีย นเป็นแชมม์สมัยที่24แล้ว 55+) และบทเขาก็เริ่มน้อยลงไปเรื่อยๆ



จนเป็นเหมือนชาลีและเชลตัน ที่ตอนนี้ไม่มีบทจนต้องโดนไล่ออก(ขอให้อ้ายเผือกเป็นแบบนี้ด้วย) สุดท้ายก็หนีเข้า tna ไปพบความเสื่อมลงเรื่อยๆ จนลาออกมาบวชนั้นแหละ



จบ..จริงๆ



โดย: หลานเติ้ล IP: unknown, 202.44.135.35 วันที่: 17 มีนาคม 2553 เวลา:16:52:44 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ศิรัสพล
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




จำนวนผู้เข้าชมบล็อก : คน
จำนวนผู้เข้าชมทั้งหมด : คน
Friends' blogs
[Add ศิรัสพล's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.