ดินแดนแห่งจินตนาการ...
จินตนาการแห่งสายลม...
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
28 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้ายหัวใจลวง...ตอนที่ 11

ตอนที่ 11

“คุณรอเจนนี่สักครู่นะคะ เจนนี่ขอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเดี๋ยวเจนนี่จะลงมาคุยด้วยนะคะ”

เจนจิราลุกขึ้นหลังจากที่ได้ทายาให้กับเขาเรียบร้อยแล้ว

“ครับ”

คิมหันต์ตอบสั้นๆ เขามองร่างสวยสมสัดส่วนของหญิงสาวที่ขึ้นบันไดไป

เมื่อลับร่างของเจนจิราไปแล้ว ในเวลานั้นแววตาของชายหนุ่มก็เปลี่ยนไปอีกครั้ง รอยยิ้มเหี้ยมปรากฏขึ้นบนใบหน้าอันคร้ามคม

ชายหนุ่มลุกขึ้นก่อนจะแหงนมองไปรอบๆ บริเวณนั้นอีกครั้ง ความคุ้นเคย ความอบอุ่นที่เคยมีถูกตีแผ่เข้ามากระทบจิตใจของเขาให้สะอื้น

ร่างสูงก้าวเดินออกจากที่ก่อนจะไปหยุดอยู่ตรงมุมห้องด้านหนึ่ง พร้อมกันนั้นภาพในอดีตก็ผุดขึ้นมาให้ได้เห็น

...รอยยิ้มของเด็กน้อยวัยแปดขวบปรากฏชัดก่อนจะค่อยๆ วิ่งเล่นไปจนรอบห้องแห่งนั้นพร้อมกับมีร่างของหญิงชายคู่หนึ่งที่วิ่งไล่จับบุตรชาย

จากนั้นภาพเงาที่เลือนรางก็ค่อยๆ จางหายไป คล้ายดั่งหนังเรื่องเก่าที่ถูกตัดออกจากฉากนั้นไป

คิมหันต์เปิดยิ้มน้อยๆ เมื่อเห็นบุคคลทั้งสาม แต่ก็เป็นไปเพียงชั่วครู่รอยยิ้มนั้นก็จางหายไปเมื่อภาพจากหนังแผ่นเก่าถูกตัดออกไป เขาก้าวเดินออกจากมุมนั้นอีกครั้งเมื่อสายตาไปสะดุดอยู่กับตู้โชว์ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งไม่ไกลกันนัก ในนั้นมีสิ่งของถูกจัดวางกันอย่างเป็นระเบียบ และสิ่งที่เขาเห็นชัดมากที่สุดในเวลานั้นก็คือรูปกรอบหนึ่งที่ตั้งเด่นอยู่ภายในตู้

ชายหนุ่มเข้าไปชะโงกหน้ามองรูปนั้นด้วยหัวใจที่เจ็บแปลบ แววตาที่ขุ่นขวางเริ่มพร่าเลือนด้วยเพราะหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอทั้งสองข้าง มือหนาค่อยๆ เอื้อมไปจับที่ตู้กระจกอย่างอาลัย

ใบหน้าของบุคคลทั้งสามในภาพนั้นเด่นชัดเสมอในหัวใจของเขา ถึงแม้กาลเวลามันจะผ่านมานานเท่าไหร่...หัวใจของเขาก็ไม่เคยลืมมันเลย

‘ใช่สิ...ความเจ็บปวดในครั้งนั้นมันยิ่งฝังแน่นจนยากที่จะลบเลือนไปได้อีกแล้ว’

ใบหน้าอันคร้ามคมของชายหนุ่มจ้องนิ่งอยู่ที่ภาพนั้นเนิ่นนาน เขาใช้แต่เพียงสายตาอันคมกล้าเท่านั้นสื่อสัมพันธ์กับบุคคลในภาพ

“มองอะไรคะ คิมหันต์”

เสียงหวานใสของเจนจิราดังขึ้นข้างหลัง บัดนั้นมันจึงทำให้ชายหนุ่มถูกฉุดกลับมาสู่โลกของความเป็นจริงอีกครั้ง คิมหันต์ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่มันเริ่มจะเอ่อนองออกไปให้หมดและพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วจึงหันมาทางหญิงสาวที่ยืนยิ้มอยู่

“เปล่าครับ ผมแค่สงสัยเท่านั้น คนในรูปพวกนี้คือใครครับ ผมไม่คุ้นหน้าเลยและก็ไม่มีใครเหมือนคนในครอบครัวของคุณเลยสักคน”

ชายหนุ่มพยายามเค้นน้ำเสียงให้เป็นปกติ

เจนจิราเปิดยิ้มด้วยอารมณ์แจ่มใส หญิงสาวพาร่างบางระหงเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของชายหนุ่ม

“รูปนี้หรือคะ...”

เธอชี้มือไปที่รูปกรอบใหญ่ที่ตั้งอยู่ในตู้กระจก

“ครับ”

คิมหันต์ตอบแต่เพียงสั้นๆ ก่อเกิดความรู้สึกชนิดหนึ่งขึ้นมาภายในจิตใจ

“ทั้งสามคนเป็นญาติของคุณพ่อคะ...คุณลุงมาวิน คุณป้าริสาและพี่นฤมินทร์คะ ทั้งสามคนเป็นอดีตเจ้าของบ้านหลังนี้ พอคุณลุงคุณป้าท่านเสียบ้านหลังนี้ก็เลยตกมาเป็นของคุณพ่อ เพราะท่านทั้งสองไม่มีญาติที่ไหนเลยจะมีแต่คุณพ่อที่เป็นเพื่อนที่ใกล้ชิดมากที่สุด”

เมื่อได้ฟังคำตอบจากหญิงสาว แววตาของชายหนุ่มก็เริ่มจะแข็งกร้าวอย่างน่ากลัว สายตาที่คมกล้ามีเปลวไฟชนิดหนึ่งลุกโชนอยู่ในนั้น

“แล้วลูกชายของเขาล่ะครับ ความจริงสมบัติน่าจะตกเป็นของลูกชายมากกว่านะ”

ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มแกมเยาะ

“เจนนี่ก็ไม่รู้เหมือนกันคะว่าความจริงมันเป็นอย่างไรแน่ แต่ที่เจนนี่รู้มาก็คือพี่นฤมินทร์เธอหายตัวไปเกือบจะยี่สิบปีแล้วล่ะคะ ไม่รู้เป็นตายร้ายดียังไง คุณพ่อท่านก็สั่งให้คนตามหามาจนบัดนี้แต่ก็ไม่ได้ความอะไร”

หญิงสาวเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้กับชายหนุ่มโดยไม่ยอมปิดบังสักน้อยนิด เธอยอมรับว่าเมื่อเอ่ยชื่อของคนในครอบครัวนี้ทีไรหัวใจของหญิงสาวก็เศร้าไม่แพ้กัน...เศร้ากับชะตาชีวิตของบุคคลในครอบครัวนี้

“ตามหาเพื่ออะไรครับ...กำจัด หรือว่าให้เขากลับมาครอบครองที่นี่เหมือนเดิม”

คิมหันต์เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เข้มจัด แววตาที่ฉายออกมานั้นมันยิ่งทำให้ผู้พบเห็นคร้ามกลัว แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นชายหนุ่มก็สามารถข่มมันลงได้

“คุณพูดอะไรคะคิมหันต์”

เธอฟังไม่ชัดจึงถามขึ้นอีกครั้งอย่างไม่เข้าใจ

“อ้อ...เปล่าครับ ผมแค่อยากรู้ก็เท่านั้นว่าลูกชายของคุณลุงของคุณเขาไปอยู่ที่ไหน”

คิมหันต์พยายามปกปิดท่าทีให้มิดมากที่สุดก่อนจะแสร้งถามกลับไปด้วยสีหน้าสงสัย

“เจนนี่ไม่รู้คะ คุณพ่อท่านก็ไม่รู้เหมือนกัน ถ้ารู้เจนนี่เชื่อว่าพี่นฤมินทร์ก็คงจะได้รับในสิ่งที่เป็นของเขากลับคืนไป...สองสามวันมานี้เจนนี่ก็เห็นท่านเครียดนะคะ คงจะเป็นเรื่องการตามหาพี่นฤมินทร์นั่นแหล่ะคะ”

เจนจิราผ่อนลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายปานว่าเธอจะรับภารพทั้งหมดจากิดามาไว้เสียหมด

“แล้วถ้าพี่ชายของคุณกลับมาละครับ คุณจะทำยังไง”

เสียงลองเชิงถามจากชายหนุ่มดังกระทบโสตหูของหญิงสาวจนทำให้เธอรู้สึกชาวาบไปทั่วร่างกาย เธอยอมรับว่าคำถามของเขามีอิทธิพลต่อหัวใจของเธอเป็นอย่างมากจนทำให้เธอไม่สามารถที่จะตัดสินใจพูดไปในทางใดทางหนึ่งได้

เมื่อเห็นหญิงสาวนิ่งเงียบ คิมหันต์ก็เปิดยิ้มขึ้นอย่างเยือกเย็น สายตาเยาะหยันก่อเกิดขึ้นเพียงชั่วขณะก่อนจะเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนเช่นเดิม

“ขอโทษครับที่ผมละลาบละล้วงเรื่องของครอบครัวคุณจนเกินไป งั้นเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่านะครับคุณจะได้ไม่เครียด”

เจนจิราช้อนตามองเขาอย่างไม่เข้าใจ หัวใจที่ว้าวุ่นสับสนกลับดีขึ้นเมื่อได้ยินประโยคนั้นจากชายหนุ่ม หญิงสาวเปิดยิ้มอย่างอ่อนโยนก่อนจะเอ่ยเสียงใส

“ก็ได้คะ...งั้นเราพูดถึงเรื่องงานฉลองครบรอบสามสิบปีของบริษัทของคุณพ่อดีกว่าไหมคะ เจนนี่ยังไม่ได้ปรึกษากับคุณพ่อเลยว่าจะจัดงานแบบไหนดี คุณช่วยเจนนี่คิดหน่อยได้ไหมคะว่าจะต้องทำยังไงบ้าง”

ชายหนุ่มเปิดยิ้มเยือกเย็น เขานั่งฟังหญิงสาวที่เล่ารายละเอียดของบริษัทของตนให้กับชายหนุ่มฟังอย่างละเอียด

ทุกครั้งที่ฟังเรื่องของหญิงสาว คิมหันต์ก็ได้แต่เก็บกดอาการทั้งหมดให้อยู่ในส่วนลึกโดยไม่ยอมให้มันแสดงออกมาให้หญิงสาวได้เห็น ถึงแม้บางครั้งเขาก็ไม่อาจจะทนได้ จึงได้แค่ระบายมันออกมาทางสายตาในบางครั้งเท่านั้น

*****
สายลมยามราตรีพัดพลิ้วไหวเย็นสบาย แสงไฟจากหลอดนีออนแข่งกันสาดแสงให้ความสว่างแทนแสงอาทิตย์ในยามค่ำคืน เวลานี้ถึงจะไม่ดึกมากนักแต่มันก็เป็นเวลาที่เหล่านักเที่ยวกลางคืนต่างออกมาปล่อยตัวปล่อยใจร่ายรำวาดลวดลายกันในห้องแอร์ของผับแห่งนึ่งกันอย่างสนุกสนาน

แสงไฟหลากสีทอกระทบร่างของเหล่ามนุษย์กลางคืนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกอวดลีลาของตนไปตามจังหวะของเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มก้องสะท้อนไปทั่วบริเวณห้องแออัดแห่งนั้น

บัดนี้ร่างงามระหงของสาวนักเรียนนอกอย่างพิมาลากำลังวาดลีลาเต้นด้วยสรีระที่เย้ายวนต่อสายตาของใครต่อใคร...ร่างสูงเพรียวเซ็กซี่ของหญิงสาวเต้นแดนซ์อยู่ตรงกลางฟอร์ของห้องที่มีแสงไฟส่องแสงอยู่ระยิบระยับจับร่างของเธอเป็นที่เดียว ใบหน้าเปรี้ยวได้ใจส่งสายตาเชิญชวนและเย้ายวนไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งดื่มเบียร์อยู่ที่โต๊ะไม่ห่างนัก

ริมฝีปากได้รูปห่อเข้าหากันอย่างได้อารมณ์ สาวนักเรียนนอกกระพริบแพรขนตายาวงอนหนึ่งครั้งก่อนจะพาร่างบางระหงเดินเข้าไปหาเขาคนนั้นพร้อมกับเอ่ยชวน

“ไปเต้นกับพิมมี่สักเพลงสองเพลงสิคะ เจนภพ”

ประโยคท้ายเรียกชื่อของเขาอย่างสนิทสนม พร้อมกับเรียวนิ้วที่ลูบไล้ลงบนไหล่กว้างของเขาอย่างแผ่วเบา

“อย่าเลยครับ คุณเต้นไปเถอะ”

หนุ่มหล่อบอกปฏิเสธไหนเลยสาวเหนือชั้นอย่างพิมาลาจะยอมได้

“ทำไมล่ะคะ หรือว่าคุณเต้นไม่เป็น”

น้ำเสียงหยามเหยียดดังขึ้นพร้อมกับแววตาที่เชิญชวน

เมื่อถูกดูหมิ่นเช่นนั้น คนอย่างนายเจนภพจึงไม่ยอมอย่างเด็ดขาด เขาส่งสายตาอันแข็งกร้าวขึ้นมองหญิงสาวที่ยืนอยู่อย่างดูแคลน

‘รู้จักนายเจนภพน้อยไปเสียแล้วแม่สาวสวยเปรี้ยวจี๊ด...วันนี้แหล่ะเขาจะลองเคี้ยวส้มผลใหญ่ให้ดู’

เมื่อถากถางเธอด้วยสายตาแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นในทันที...คนอย่างนายเจนภพไม่ชอบให้ใครมาสบประมาทแบบนี้ง่ายๆ หรอก

“ก็ได้ครับ...เดี๋ยวคุณก็หาว่าผมไม่มีน้ำยาอีก ที่แท้ผมมีมันเต็มพิกัดเลยล่ะครับคุณพิมาลา”

สายตาหนุ่มมองหญิงสาวอย่างมีความหมายก่อนจะเอื้อมมือไปดึงร่างของเธอและพากันออกมาเต้นแดนซ์กันกลางแสงไฟด้วยอารมณ์ที่เร่าร้อนเกินที่หญิงสาวได้คาดเอาไว้

“สนุกจังนะคะ”

สาวนักเรียนนอกเอ่ยบอกเสียงกระเส่า สายตาเชิญชวนยังคงจ้องนิ่งอยู่ที่ใบหน้าคมของคู่เต้น

“ครับ”

เจนภพเปิดยิ้มเจ้าเล่ห์ สองมือเริ่มซุกไล้นวลเนื้อของหญิงสาวตามจังหวะเสียงเพลงที่ดังขึ้นอย่างเร้าใจ

“คุณเต้นเก่งจังนะคะ พิมมี่คิดไม่ถึงเลยว่าคุณจะเต้นได้เก่งถึงขนาดนี้...แต่ก็ไม่รู้ว่าอย่างอื่นคุณจะเก่งจริงรึเปล่า”

ใบหน้าเปรี้ยวแดงจัดด้วยฤทธิ์แอลกอฮอร์ ร่างบางระหงเปิดลีลาเต้นอย่างพลิ้วไหว สองมือโอบกอดคอของชายหนุ่มเอาไว้จนแน่น

“เก่งไม่เก่ง...ถ้าอยากรู้คุณก็ต้องลองดูสิครับ”

สายตากรุ่มกริ่มเจ้าเล่ห์จ้องมองหญิงสาวไม่วาง อารมณ์เสียวซ่านก่อเกิดเมื่อมือของชายหนุ่มได้แตะต้องกายสาว

“จริงเร้อคะ...ปากเก่งอย่างนี้ที่ผ่านมาพิมมี่ไม่เห็นใครเอาจริงเลยสักคน”

สาวนักเรียนนอกเอ่ยสบประมาทอย่างพองามก่อนจะเบี่ยงกายอันเร่าร้อนเดินจากเขาออกมา ท่ามกลางสายตาของชายหนุ่มที่มองตามอย่างเสียดาย...ความท้าทายของเธอทำให้เขาอยากจะเข้าไปพิสูจน์เสียแล้วสิ

“ชวนผมออกไปเต้น ทำไมคุณถึงหนีกลับมาก่อนละครับ”

เจนภพเดินมาถึงพร้อมกับเอ่ยถามเสียงทุ้ม

“พิมมี่ซักจะเบื่อแล้วสิคะ...”

หญิงสาวเอ่ยบอกพร้อมกับค่อยๆ ยกขาขึ้นมาพาดกับอีกข้างหนึ่งในท่าไขว่ห้าง เผยให้เห็นเรียวขาขาวนวลที่โผล่ออกมาจากกระโปรงชุดแซกส์สีแดงเพลิงที่แหวกขึ้นอย่างจงใจ

ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างเมื่อเห็นเรียวขาของหญิงสาว สายตาเจ้าเล่ห์ฉายแววชนิดหนึ่งพร้อมกับมองนิ่งอยู่เช่นนั้นไม่วาง

“คืนนี้คุณพิมมี่สวยจังนะครับ”

เขาควงแก้วเหล้าผสมให้เข้ากันก่อนจะกระดกขึ้นดื่ม

“จริงหรือคะ...อุ้ยพิมมี่ดีใจจังที่คุณชม นึกว่าจะไม่ได้รับคำชมจากคุณแล้วซะอีกคืนนี้”

หญิงสาวใช้จริตจะก้านแต่พองาม สายตาคู่สวยจ้องมองหน้าคมของชายหนุ่มอย่างรู้ความหมาย

“ครับ...วันนี้คุณพิมมี่สวยที่สุดเลยครับ”

“ชมครั้งเดียวก็ได้คะ เท่านี้พิมมี่ก็ดีใจแล้ว”

สาวนักเรียนนอกถ่อมตัวอย่างพองามก่อนจะยกขวดเหล้าขึ้นพร้อมกับเทบริการให้กับชายหนุ่ม

“แก้วนี้สำหรับมิตรภาพของเราคะ”

เธอยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของชายหนุ่มพร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย้ายวน

“ครับ...เพื่อมิตรภาพของเรา”

เจนภพเอ่ยพร้อมกับส่งสายตาที่มีความหมายมองสำรวจร่างของหญิงสาวที่ซุกอยู่ในชุดเซ็กซี่ นึกวาดไปถึงร่างงามตรงหน้าที่เปลือยเปล่า มันช่างเร่าร้อนน่าดุถ้าหากเขาได้สัมผัสแล้วรสชาติของหญิงงามผู้นี้มันจะเป็นอย่างไร

“คุณพิมมี่มาเที่ยวที่นี่บ่อยหรือเปล่าครับ”

ชายหนุ่มเอ่ยถามยิ้มๆ

“ไม่หรอกคะ พิมมี่เพิ่งมาที่นี่เป็นครั้งแรกเหมือนกัน”

เสียงหวานเย้ายวนเอ่ยบอก ใบหน้าสวยเฉี่ยวเริ่มเข้มจัดด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอร์ที่เริ่มจะเพิ่มพิกัดความเร่าร้อนภายในกายสาวขึ้นเรื่อยๆ ส่งผลให้หญิงสาวเริ่มส่ายร่อนร่างกายไปมาด้วยความรัญจวนใจ

“ทำไมหรือคะ”

“เปล่าหรอกครับผมแค่อยากจะทราบเท่านั้นถึงว่าผับในค่ำคืนนี้ถึงได้มีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม เหมือนว่าคุณได้มาเติมสีสันให้กับมันเลยนะครับ”

“คุณเจนภพก็ว่ามากเกินไปนะคะ”

หญิงสาวทำท่าเนียมอาย สายตาคมวาวมองออกไปด้านหน้ามองเหล่าเพื่อนพ้องที่กำลังวาดลวดลายกันอย่างได้อารมณ์

“จริงสิครับ...วันนี้คุณสวยจริงๆ ดูสิครับเหล่าหนุ่มๆ มองตามกันจนเป็นแถว คุณรู้ไหมสายตาพวกนั้นมันทำให้ผมหึงคุณแล้วนะครับ”

ชายหนุ่มป้อแป้ตามสมองที่สั่งการมาในเวลานั้น...ถึงแม้หัวใจมันจะไม่เป็นเช่นนั้นเลยแต่ในเวลานี้อารมณ์แห่งห้วงดำฤษณาทำให้เขาต้องการร่างของเธอมาแนบชิดอยู่ตลอดเวลา

“จริงหรือคะที่คุณหึงพิมมี่”

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้าง พร้อมกับรอยยิ้มที่ไร้เดียงสา

แทนคำตอบชายหนุ่มได้เอื้อมมือไปจับมือบางของหญิงสาวเอาไว้แน่น พร้อมกับกระชับมันเพื่อย้ำเจตนาของเขา

“จริงสิครับ”

เขาส่งสายตาอันมีความหมายที่ลึกซึ้งไปให้หญิงสาวตรงหน้า หัวใจของชายหนุ่มเริ่มเต้นแรงเมื่อเธอส่งสายตาเชิญชวนกลับมา

“ถ้าอย่างนั้นเราไปพูดกันที่อื่นดีกว่ามั้ยคะ เราจะได้มีโอกาสได้คุยกันให้สะดวกมากกว่านี้”

ว่าจบร่างสวนเซ็กซี่ก็ลุกขึ้น สองมือเกี่ยวก้อยมือของชายหนุ่มเชิญชวนให้เขาลุกขึ้นแล้วตามหล่อนไปอย่างว่าง่าย

...โปรดอ่านต่อในตอนต่อไป...




Create Date : 28 กรกฎาคม 2553
Last Update : 5 กันยายน 2555 20:30:18 น. 0 comments
Counter : 271 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ภีมภูริ...
Location :
พะเยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที




Friends' blogs
[Add ภีมภูริ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.