ดินแดนแห่งจินตนาการ...
จินตนาการแห่งสายลม...
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
16 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
เล่ห์ร้ายหัวใจลวง...ตอนที่ 9

ตอนที่ 9



รถส่วนตัวของเจนจิราค่อยๆ ขับเข้ามาจอดสนิทที่หน้าบ้าน หญิงสาวมีสีหน้าแปลกใจนิดหนึ่งเมื่อสายตาไปสะดุดอยู่ที่รถคันหนึ่งที่จอดอยู่ข้างหน้าถัดออกไป หญิงสาวนึกทบทวนถึงรายชื่อของแขกที่ตนรู้จักแต่เธอก็หาคำตอบไม่ได้สักที เมื่อรถยนต์คันข้างหน้าไม่อยู่ในบัญชีรายชื่อรถของคนที่เธอรู้จักสักนิด

“รถใครนะ...”
หญิงสาวตั้งคำถามกับตัวเอง ด้วยสีหน้าที่สงสัยสุดขีด

ร่างบางระหงก้าวเท้าลงจากรถพร้อมกับสายตาที่มองเข้าไปในบ้านด้วยคำถามอีกมากมาย

ในเวลานั้นคนรับใช้ก็รีบโผเข้ามารับหน้านายสาวแล้วเอ่ยรายงานเรื่องสำคัญ

“มีแขกมารอพบคุณหนูคะ ตอนนี้เขารออยู่ในห้องรบแขกคะ”

“มารอพบฉัน ใครกัน”

เจนจิราถามตัวเองอย่างแปลกใจ ถ้าเป็นแขกของคุณพ่อคุณแม่ก็ว่าไปอย่าง แต่นี่กลับเป็นแขกของเธอ แล้วใครกัน...นอกจากรังสิยาแล้วเธอก็ไม่ได้ติดต่อกับใครเอาไว้ ถ้าเป็นเพื่อนสาวของเธอจริงเธอน่าจะรู้มาก่อนหน้าแล้วเพราะทุกครั้งที่จะมาหาเธอที่บ้านรังสิยามักจะโทร.มาบอกเธอก่อนอยู่เสมอ

...แล้วนี่ใครกัน ที่มาหาเธอในเวลานี้...

“ผู้หญิงหรือผู้ชาย แล้วเขาชื่ออะไร”

จำเป็นที่จะถามไปเช่นนั้นเพราะเธอก็นึกไม่ออกเหมือนกันว่าเขาคนนั้นเป็นใครกันแน่

“เป็นคุณผู้ชายคะ บอกว่าเป็นเพื่อของคุณหนู”

ยิ่งฟังคำตอบจากสาวใช้เจนจิราก็ยิ่งงงหนักเข้าไปอีก สำหรับเพื่อนผู้ชายแล้วเธอไม่ค่อยจะชอบคบ จะมีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น...แล้วเขาคนนั้นคือใครกัน

เจนจิราไม่อยากจะให้คำถามเหล่านั้นค้างคาอยู่นานหญิงสาวจึงรีบก้าวเดินเข้าไปในห้องรับแขกในทันที

และแล้วเธอก็ได้คำตอบเมื่อร่างสูงที่นั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกหันมาเห็นตอนหญิงสาวเข้ามาในที่นั่นพอดี

“เจนนี่...”

ชายหนุ่มร้องขึ้นอย่างดีใจเมื่อเห็นเจนจิรายืนอยู่ตรงหน้า เช่นเดียวกับหญิงสาวที่ยืนตะลึงอยู่กับที่ เมื่อเธอไม่คิดเลยว่าผู้ชายคนนี้จะมายืนอยู่ตรงหน้าของเธอได้

...เขามาที่นี่ได้อย่างไรกัน เขาหาบ้านของเธอได้ยังไง...

“ภพ...”

น้ำเสียงที่ดังออกมาจากริมฝีปากสีสวยมีอันต้องหยุดอยู่แค่นั้นเมื่อชายหนุ่มได้เดินเข้ามากุมแขนของหญิงสาวเอาไว้แน่นอย่างดีใจ

“ปล่อยนะ”

เจนจิราสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของมือของชายหนุ่ม ก่อนจะเดินเลี่ยงไปนั่งที่โซฟา หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้นและมองกิริยาของชายหนุ่มที่เดินเข้ามานั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับเธอพร้อมกับสายตาเว้าวอน

“คุณมาที่นี่ทำไมเจนภพ”
หญิงสาวถามเสียงสะบัดบ่งบอกว่าเธอยังคงโกรธเขาอยู่

“ทำไมคุณถึงเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้...เจนนี่”

ชายหนุ่มเอ่ยเสียงแผ่วด้วยความน้อยใจ...เขาอุตส่าห์ข้ามน้ำข้ามทะเลตามเธอมา เหตุใดเธอถึงได้ทำสีหน้าเฉยเมยกับเขาเช่นนี้...

“คุณต่างหากเจนภพที่เปลี่ยนไป”
เจนจิราเอ่ยเสียงสะบัด...บทเรียนที่เขาทำกับเธอจะทำให้เธอจดจำไปจนวันตาย

“คุณกับฉันมันจบตั้งแต่วันนั้นแล้วเจนภพ มันจบตั้งแต่วันที่คุณหักหลังฉันแล้วไปกับแม่แหม่มเจนนิเฟอร์นั่น แล้วนี่ทำไมไม่ไปปลอบหล่อนล่ะเห็นบอกว่ารักกันดีนี่”
หญิงสาวเอ่ยเสียงเยาะ ใครจะไปรู้ว่าแท้จริงแล้วหัวใจของเธอเจ็บปวดขนาดไหน

ที่ต่างประเทศเจนภพและหญิงสาวสนิทกันจนเกือบจะตกลงหมั้นหมายกันในไม่ช้านี้ แต่ความไม่พอของฝ่ายชายเขาแอบมีความสัมพันธ์แบบลับๆ กับเพื่อสาวของเธอ จนในวันหนึ่งเจนจิราจับได้และตัดสัมพันธ์กับเขาลงในที่สุด โดยในวันนั้นเจนภพก็เห็นด้วยกับการกระทำของเธอ...ไม่มีใครรู้ว่าหญิงสาวเจ็บปวดเพียงไรที่ถูกคนที่รักถึงสองคนหักหลัง หัวใจที่มอบให้กับเขาทุกห้องถูกฉีกออกอย่างไม่ใยดี ตั้งแต่วันนั้นมาเธอจึงเก็บตัวเงียบและหนีกลับมาบ้านเกิดในที่สุด หวังเพื่อจะตัดปัญหาและหนีสิ่งที่เลวร้ายทั้งหมดมาเริ่มต้นชีวิตใหม่

และในวันนี้เธอกำลังจะก่อรักครั้งใหม่ขึ้นกับคิมหันต์ จู่ๆ เจนภพก็โผล่หน้ามาเพื่อจะขอคืนดีกับเธออีกครั้ง
...เธอจะทำยังไงกับปัญหานี้

หญิงสาวนึกสับสนกับความเห็นที่กลับไปกลับมาในสมอง หัวใจที่ถูกคมมีดกรีดลึกกำลังจะถูกเยียวยา แต่ในวันนี้คนที่ทำร้ายหัวของเธอกลับมารบกวนจิตใจของเธออีกครั้ง

“คุณกลับไปเถอะเจนภพ เราไม่มีอะไรต่อกันแล้ว”

“ผมขอโทษเจนนี่ เรากลับมาคืนดีกันเถอะนะครับ...ผมสัญญาว่าผมจะทดแทนในสิ่งที่ผมเคยทำเรื่องไม่ดีให้กับคุณ”

เจนภพเอ่ยด้วยน้ำเสียงเว้าวอน สายตาที่เขามองเธอเต็มไปด้วยความเสียใจที่เคยทำลงไป และในวันนี้เขาพร้อมที่จะขอโทษและเริ่มต้นชีวิตใหม่กับเธออีกครั้ง

“มันคงแบบนั้นไม่ได้แล้วคะ ฉันไม่อยากจะพูดอะไรกับคุณอีกแล้ว...คุณกลับไปเถอคะ”

หญิงสาวหลับตาลงอย่างยากเย็น เธอไม่อยากจะเห็นหน้าของเขาอีก เอไม่อยากจะฟังน้ำเสียงของเขาอีกแล้ว ได้ยินได้ฟังแล้วเธอรู้สึกเจ็บแปลบจนยากที่จะทานทนได้อีกต่อไป

‘ทำไม ในวันที่ฉันจะลืมคุณ คุณถึงมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เจนภพคุณกลับไปเถอะคุณอย่าตอกย้ำให้ฉันต้องเจ็บไปมากกว่านี้เลย ฉันขอร้อง’

เจนจิราพยายามกลั้นก้อนสะอื้นที่มันลอยขึ้นมาจุกติดอยู่ตรงลำคอลงอย่างยากเย็น และพยายามเก็บกดความเจ็บจี๊ดที่เริ่มจะทวีความเจ็บปวดลงด้วยหัวใจที่เริ่มจะเอ่อนองไปด้วยน้ำตา

“เจนนี่...”
มือหนาของชายหนุ่มค่อยๆ เอื้อมมาจับมือของหญิงสาวเบาๆ

“คุณอย่าทำเย็นชากับผมแบบนี้เลยนะ ผมขอโทษผมรู้ว่าผมผิด...เจนนี่ผมขอร้องเถอะครับ ถ้าเราไม่สามารถที่จะกลับมาเหมือนเดิมได้อีกแล้ว ผมขอให้เราเป็นแค่เพื่อนจะได้ไหม ขอเพียงแค่คุณไม่เย็นชากับผม ยอมพูดกับผม...แค่นี้ผมก็ดีใจแล้ว”

เจนภพเอ่ยขอร้องเสียงสั่น จนทำให้ดวงตาคู่สวยของหญิงสาวช้อนขึ้นมองใบหน้าของเขาอย่างเห็นใจ หากแต่เธอก็พยายามเตือนใจกับตัวเองอยู่เสมอว่าโอกาสที่เขาหมายถึงนั้น มันเป็นแค่เพียงความฝันเท่านั้นในเวลานี้

ความรู้สึกทั้งหมดที่เธอมีให้เขาบัดนี้มันได้หมดลงแล้ว…
“คุณกลับไปเถอะเจนภพ ตอนนี้เจนนี่ยังไม่พร้อมที่จะตอบคุณ”

หญิงสาวพูดได้แค่นั้นก็ลุกขึ้นแล้วเดินหนีออกไปจากตรงนั้น...เธอกลัวว่าอีกไปนานต่อจากนั้นน้ำตาของเธอจะไหลนองออกมาให้เขาได้เห็น เธอยอมไม่ได้ที่จะให้เขาเห็นน้ำตา และเห็นว่าเธออ่อนแอ

และก็เป็นอย่างที่เธอคิดเอาไว้ เมื่อประตูห้องนอนของหญิงสาวปิดลง เมื่อร่างบางแทรกผ่านเข้ามาแล้ว น้ำตาเจ้ากรรมก็พลันเอ่อล้นออกมา

เจนจิราเดินไปทรุดร่างที่หมดเรี่ยวแรงและเจ็บปวดลงบนเตียง ก่อนจะซบหน้าลงบนผ้าห่ม และร้องไห้ออกมาในที่สุด

‘ร้องไห้ออกมามันให้พอยัยเจนนี่ ร้องไห้ ให้สมกับความเจ็บปวดที่เธอได้รับ และจากนี้ไปเธอจงเข้มแข็ง เธอจะต้องไม่อ่อนแอแบบนี้อีก ร้องออกมาให้หมดไอ้น้ำตาแห่งความโง่นี้ เพราะต่อแต่นี้ไปเธอจะต้องไม่ร้องอีกแล้วเจนนี่’

หญิงสาวเอ่ยปลอบใจตัวเองทั้งที่ใบหน้าสวยยังซบอยู่บนผ้าห่มและปล่อยให้เวลานั้นผ่านไปกับการร้องไห้

*****
การดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ยังคงดำเนินไปตามครรลองเช่นทุกวัน เหมันต์และรังสิยาเดินเคียงคู่กันมาตรวจงานในวันนี้อย่างใกล้ชิดเช่นกับทุกวันที่ผ่านมา

“งานได้มาเกือบห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้ว เร็วจังนะคะ”
หญิงสาวเอ่ยถามอย่างสนิทสนมมากกว่าเดิมถ้าหากจะเปรียบเทียบกับวันแรกที่เขาและเธอเจอกัน

“ครับ เพราะมีคุณผมจึงมีกำลังใจในการทำงาน งานมันถึงได้เร็วแบบนี้นี่ครับ”
ชายหนุ่มเอ่ยคำหวานแบบทีเล่นทีจริง พร้อมกับก้มลงมองร่างบางที่ยืนอยู่ข้างๆ

“อย่าโกหกเลยคะคุณเหมันต์ ฉันรู้มาว่าที่นี่มีจุดประสงค์เพื่อจะสร้างเป็นโรงแรมแห่งที่สองของโรงแรมพิมายโรสอินทร์ แต่เพราะฉันติดต่อมาคุณก็เลยให้งานนี้กับฉันก่อน...แล้วคุณอาของคุณเธอไม่โกรธหรือคะที่งานสร้างของท่านจะร่าช้า”

“เรื่องนี้ไม่ต้องห่วงครับ...ผมมีที่สำรองไว้แล้ว คุณไม่ต้องกลัวหรอก”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย จริงๆ แล้วงานที่ว่านี้ไม่เร่งสักเท่าไหร่ เมื่อลูกค้าติดต่อมาเขาจึงยกให้กับลูกค้าก่อน

“ขอบคุณนะคะ เหมันต์”
ดวงตาคู่สวยมองใบหน้าคมของชายหนุ่มนิ่งด้วยสายตาขอบคุณ

“เพราะคุณไงครับที่ทำให้ผมยอมเสียสละ”

เพราะคำพูดของเขาจึงทำให้ใบหน้าสวยของรังสิยาเริ่มจะแดงระเรื่อ หญิงสาวอายม้วนต่อคำพูดของเขาจึงตีผัวะลงที่มัดแขนใหญ่ของชายหนุ่มเป็นการแก้เขิน

“บ้า...”

“แหมอายกับเขาเป็นด้วย...”

เหมันต์เปิดยิ้มก่อนจะเดินตามหญิงสาวที่เดินหนีไปอีกทาง

ทั้งสองหนุ่มสาวเดินตรวจงานจนทั่ว ทั้งชั้นบนชั้นล่าง เขาและเธอเดินแบบระวังมากที่สุดเพราะการเข้ามาในสถานที่ก่อสร้างเช่นนี้โอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจึงมีมาก อย่างคราวก่อนที่รังสิยาเดินไม่ทันระวังจนเป็นผลให้เธอเกือบได้รับบาดเจ็บ แต่เป็นเหมันต์ที่มารับเคราะห์แทน...หญิงสาวและชายหนุ่มจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เป็นแบบครั้งก่อนอีก

หลังจากที่ตรวจดูงานกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วรังสิยาก็เดินกลับมาที่รถ ในเวลานั้นเหมันต์ก็ได้เดินตามเธอมาอย่างรีบเร่งและเรียกเธอก่อนที่เธอจะทันปิดประตูรถ

“คุณสิครับ...”

ใบหน้าหวานหันกลับมามองชายหนุ่มที่เดินมาถึง

“มีอะไรหรือเปล่าคะ”

“คือนี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ผมว่าเราไปทานข้าวกันก่อนดีไหมครับ”

เขาเอ่ยชวนหญิงสาว เพราะใจจริงแล้วเขาอยากจะใกล้ชิดกับเธอให้มากที่สุด

“มันจะดีหรือคะ”

รังสิยายังลังเล เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้ไปทานข้าวกับชายหนุ่ม ถึงแม้หัวใจของเธอจะต้องการแต่เพราะความละอายจึงทำให้เธอไม่กล้าตอบตกลง

“ไปเถอะครับ ไปรถผมเดี๋ยวผมจะกลับมาส่งคุณเอารถเอง”

เมื่อเห็นหญิงสาวยังลังเลเหมันต์จึงตัดปัญหาโดยการจูงมือของรังสิยาให้ไปที่รถของเขาในทันที

ระหว่างการเดินทางไปร้านอาหาร รังสิยาได้แต่นั่งนิ่งด้วยหัวใจที่เต้นแรง การได้เข้ามาใกล้ชิดกับชายหนุ่มเช่นนี้มันยิ่งทำให้เธอไม่มั่นใจในตัวเองเอาเสียเลย ดังนั้นจึงส่งผลให้เหมันต์แปลกใจและเอ่ยปากถามเธอ

“คุณรังสิยาครับ...เป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเป็นห่วงที่ก่อเกิดขึ้นจากภายในจิตใจของเขาในเวลานั้น ใบหน้าที่คร้ามคมที่มองระยะทางเลี่ยงหันมามองใบหน้าของหญิงสาวเป็นระยะ

“เอ่อ...ไม่มีอะไรคะ”

รังสิยาสะดุ้งนิดหนึ่งต่อเสียงเอ่ยทักของเขา เธอเปิดยิ้มจางๆ เป็นการบอกให้เขาคลายใจและเพื่อปกปิดอาการภายในใจที่มันดันทรยศแสดงออกมาให้กับเขาได้เห็น

“จริงๆ นะครับ”
ชายหนุ่มยังถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

“คุณเหมันต์...คุณเป็นอะไรหรือเปล่านี่ ฉันบอกว่าไม่มีอะไรก็ไม่มีสิ”

รังสิยาขึ้นเสียงเพื่อกลบเกลื่อนร่องรอยการขวยเขินของเธอ เหมันต์เปิดยิ้มกว้างก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีขบขัน

“อะไรครับ นึกจะดุก็ดุขึ้นมาเฉยๆ ผมตกใจหมด”

“มันเรื่องของฉัน...นี่คุณรีบๆ ไปได้ไหมฉันหิว”

รังสิยาทำหน้างองุ้มอย่างน่ารัก

“อ้อ...ที่แท้ก็หิวนั่นเอง ได้เลยครับคุณผู้หญิง...”

พูดจบเขาก็รีบบึ่งรถไปอย่างรวดเร็วจนรังสิยาเกิดอาการเสียวไส้ขึ้นมาต่อภาพที่ไหลผ่านไปอย่างรวดเร็ว

“นี่คุณ คิดจะแกล้งกันหรือยังไง”

“อ้าว...ก็คุณหิวนี่ครับ ผมก็ต้องรีบไปเร็วๆ ยังไง”

ชายหนุ่มทำหน้าทะเล้นจนหญิงสาวค้อนควับประหลับประเหลือก

“คนบ้า...”

ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างก่อนจะหลุดเสียงดังออกมา และหันมองไปทางอื่นเสียเมื่อใบหน้าของเธอเริ่มแดงขึ้นอีกครั้ง

“นี่ๆ เอาร้านนี้ก็ได้ ไม่เอาแล้วคุณขับรถเร็วอย่างกับจรวดรู้ไหมฉันจะอ้วกแล้วนะ”

เมื่อเห็นร้านอาหารข้างทางหญิงสาวจึงบอกให้เขาเลี้ยวเข้าไปที่ร้านนั้นในทันที...

ที่ร้านอาหารย่านชานเมืองด้วยบรรยากาศที่สดชื่นจึงทำให้ทั้งสองหนุ่มสาวต่างมีความสุขไปกับทานอาหารมื้อนี้เป็นอย่างมาก พร้อมกันนั้นความสัมพันธ์ของทั้งสองก็เพิ่มมากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“ผมต้องขอโทษแทนพิมาลาด้วยนะครับที่เธอแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับคุณในวันนั้น”

เหมันต์เอ่ยขอโทษหญิงสาว เมื่อเขานึกไปถึงญาติผู้น้องที่เข้ามาแสดงกิริยาไม่เหมาะสมกับรังสิยาในค่ำคืนของงานเลี้ยงต้อนรับการกลับมาจากต่างประเทศของคิมหันต์

“ไม่เป็นไรหรอกคะ...สิไม่ถือสาหรอก วันนั้นคุณพิมาลาเธอคงจะเมามาก คนเมาย่อมจะไม่รู้ตัวไม่ใช่หรือคะ”

เธอไม่โทษพิมาลาเพราะเธอถือว่าหญิงสาวเมา จึงไม่แคร์ต่อคำพูดของสาวนักเรียนนอกที่พูดเสียดสีเธอ

“เอ่อจริงด้วยครับ...เรามาทานข้าวกันดีว่าจะมาพูดถึงเรื่องนั้นทำไมให้รกสมอง เอาเป็นว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่านะ”

ชายหนุ่มรีบตัดบทเพราะเกรงว่ารังสิยาจะเกิดอารมณ์เสียขึ้นมาหากว่าเขาพูดเรื่องนี้มากไป และมันจะพาให้บรรยากาศของเขาและเธอไปแบบไม่สวย

ทางด้านของหญิงสาวเธอได้เปิดเสียงหัวเราะออกมาได้เมื่อเห็นท่าทีของชายหนุ่ม

“คุณขำอะไรครับ...คุณรังสิยา”

เหมันต์เปิดยิ้มเจื่อนก่อนจะถามเธอย่างแปลกใจ

“เปล่าหรอกคะ”

เธอตอบแต่ก็ยังไม่เลิกหัวเราะสักที ดังนั้นมันจึงทำให้เหมันต์เริ่มจะสงสัยไปกับท่าทีของเธอ

“บนหน้าของผมมีอะไรติดอยู่หรือเปล่าครับ”

“ไม่หรอกคะ จะพูดเรื่องอะไรต่อดีคะ”

หญิงสาวเอ่ยกลบเกลื่อนรอยยิ้มของตน

“เอ...จะเรื่องอะไรดีนะ”

ชายหนุ่มทำท่านึกพร้อมกับจ้องมองใบหน้าสวยของหญิงสาวไปด้วย

สองตาสายตาที่มองสบกันเป็นความอบอุ่นที่ได้รับจากกันและกัน รังสิยาเปิดยิ้มกับท่าทีของเขา เธอบอกกับใจของตัวเองเลยว่าเธอก็มีความสุขเหมือนกันที่ได้ใกล้ชิดกับเขา

ที่ผ่านมาถึงการเริ่มต้นของเขาและเธอไม่ค่อยจะราบรื่นนักแต่เวลานี้ ในวันนี้เขาและเธอก็สามารถที่จะพูดคุยกันได้เป็นอย่างดี ความสัมพันธ์เริ่มจะพัฒนาขึ้นมาทุกวัน ความอบอุ่นที่ได้ใกล้ชิดกับเหมันต์ทำให้เธอรู้ว่าผู้ชายคนนี้แหละคือคนที่จะเข้ามาปกป้องคุ้มครองเธอ ถึงแม้เหมันต์จะเป็นคนกวนๆ ในสายตาของเธอ แต่เธอก็มีความสุขที่ได้พูดคุยและได้ใกล้ชิดกับเขา

เธออยากจะให้เขาอยู่ใกล้ชิดแบบนี้ตลอดไป...

...โปรดอ่านต่อในตอนต่อไป...




Create Date : 16 กรกฎาคม 2553
Last Update : 5 กันยายน 2555 20:41:56 น. 0 comments
Counter : 327 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ภีมภูริ...
Location :
พะเยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที




Friends' blogs
[Add ภีมภูริ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.