ดินแดนแห่งจินตนาการ...
จินตนาการแห่งสายลม...
Group Blog
 
 
กรกฏาคม 2553
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
2 กรกฏาคม 2553
 
All Blogs
 
ลิขิตรัก ลวงใจ...ตอนที่ 2


ตอนที่ 2

เก๋งคันงามเลี้ยวเข้ามาภายในบ้านสินทราปณาวุธ...ตัวบ้านเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่รูปทรงยุโรป ตั้งอยู่ภายในเนื้อที่มากกว่า 20 ไร่ มีบ่อน้ำพุขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตรงหน้าบ้าน บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยเหล่าไม่พุ่มไม้ประดับที่ถูกจัดเรียงเป็นพุ่มและถูกดัดให้เป็นรูปทรงต่างๆ เหล่าไม้ดอกต่างก็บานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมโชยระรื่นจมูก

ประตูรถถูกเปิดออกโดยชายคนขับรถที่รีบกุลีกุจอเข้ามาเปิดประตูให้ จากนั้นชายหนุ่มในชุดสูทสีดำก็ก้าวลงจากรถด้วยใบหน้าที่เรียบเฉย

คนรับใช้สาวคนหนึ่งรีบเข้ามาตรงนั้นเพื่อรายงานด้วยท่าทียิ้มแย้ม
“คุณหนูคะ ตอนนี้คุณผู้ชายและคุณผู้หญิงรออยู่ด้านในแล้วคะ”

เขาพยักหน้าเป็นการรับทราบก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน ภายในห้องรับแขก รังสรรค์ประมุขของบ้านและภรรยาต่างรีบลุกขึ้นเมื่อเห็นบุตรชายเดินเข้ามา
“เป็นไงลูก กลับจากเมืองนอกคราวนี้ดูสดใสขึ้นนะ”
คุณรังสรรค์เปิดยิ้มกว้างไม่แพ้ภรรยา

“สวัสดีครับคุณพ่อคุณแม่”
ชายหนุ่มรีบเข้าไปคุกเข่าลงตรงหน้าของผู้มีพระคุณทั้งสองก่อนจะก้มลงกราบ

“ลูกแม่...แม่คิดถึงแทบแย่ไหนเข้ามาใกล้ๆ แม่หน่อยสิลูก”
กันทิมาประคองบุตรชายให้ลุกขึ้นแล้วมานั่งใกล้ๆ กับหล่อน

“ลำบากไหมลูกอยู่ที่นู้น...”
ผู้เป็นมารดามิวายถามอย่างห่วงใย ขณะที่ชายหนุ่มเปิดยิ้มไม่ซีเรียสกับคำถามเหล่านั้น

“โธ่แม่ครับ ผมโตแล้วนะครับ และที่ผ่านมาผมก็ดูแลตัวเองได้จนรอดกลับมาแบบนี้ แม่จะเป็นห่วงผมไปทำไมอีก”
“เปล่าหรอกจ๊ะ ลูกรู้ไหมตั้งแต่ลูกจากแม่กับพ่อไป ลูกรู้ไหมแม่คิดถึงลูกแทบแย่ ส่วนพ่อเขานะเกือบจะเดินทางไปหาลูกตั้งหลายครั้ง”

ผู้เป็นภรรยาเอ่ยเย้าสามีถึงเรื่องความคิดถึงบุตรชาย...ต่อจากนั้นจึงเรียกเสียงหัวเราะให้กับคนทั้งสามเป็นการใหญ่เมื่อคุณรังสรรค์เอ่ยเย้าภรรยากลับคืนถึงเรื่องที่คิดจะทำอะไรแผลงๆ เพื่อเอาใจบุตรชายในการกลับมาจากต่างประเทศครั้งนี้
“ลูกรู้ไหมเที่ยงนี้เราต้องทรมานนั่งทานอาหารของแม่อีกแล้ว”

คุณรังสรรค์เอ่ยอย่างขบขัน ดังนั้นจึงทำให้คุณกันทิมาค้อนให้ประหลับประเหลือกก่อนจะตีผัวะเข้าที่แขนของสามีเป็นการแก้เก้อ
“จริงเหรอครับแม่ เออใช่สิผมคิดถึงรสมือของแม่มากเลยครับ รับรองว่าวันนี้ผมจะไม่ยอมลุกจากโต๊ะอาการไปไหนแน่”
ชายหนุ่มเอ่ยเอาใจมารดา ขณะที่คุณกันทิมากลับเปิดยิ้มสีหน้าภาคภูมิใจ

“เห็นไหมคุณ ลูกชอบอาหารที่ฉันทำต่างหากล่ะ ใช่ไหมลูก”
นางหันมาหากำลังเสริมที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ

“ใช่ครับ”
ต่อจากนั้นภายในครอบครัวต่างก็คุยกันอย่างออกรส เพราะความคิดถึงที่ห่างกันมานานจึงทำให้ประมุขของบ้านและภรรยาต่างคุยกับบุตรชายโดยไม่เบื่อหน่าย เพื่อชดเชยในความคิดถึงที่ตนและภรรยาต่างรอมานาน

บรรยากาศภายในบ้านสินทราปณาวุธวันนี้ดูสดชื่นกว่าทุกวันเพราะบุตรชายหัวแก้วหัวแหวนของบ้านได้กลับมาเติมเต็ม
“เออ...คิมหันต์”
คุณรังสรรค์เอ่ยเรียกบุตรชายท่าทางกันเอง

“ครับพ่อ”
ชายหนุ่มเปิดยิ้มหันมาทางบิดาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“ปีนี้พ่อคงจะต้องวางมือเสียที ลูกคงพร้อมแล้วนะที่จะเข้าไปบริหารงานในบริษัทของเรา”
ประมุขของบ้านเปิดประเด็นในการส่งมอบงานให้กับบุตรชายเข้าไปบริหารงานแทนเขา...ไม่แน่ถ้าให้คนหนุ่มเข้าไปบริหาร บริษัทของเขาอาจจะก้าวหน้าไปมาก โดยเฉพาะคนที่จบนอกมาอย่างคิมหันต์...ที่ผ่านมาชายหนุ่มปฏิเสธถึงข้อเสนอนี้ แต่เวลานี้เขาพร้อมแล้ว พร้อมที่จะเข้าไปสานต่องานของบิดา

“ได้ครับ...ผมเคยบอกพ่อแล้วนะครับว่าถ้าผมจบโทจากนอกมาเมื่อไหร่ผมจะเข้าไปบริหารงานแทนพ่อเอง เวลานี้ผมพร้อมแล้วครับพ่อ”
ชายหนุ่มตอบตกลงด้วยสีหน้าที่หมายมั่น

“ดีลูก บริษัทของเราคงจะก้าวหน้าถ้าคนจบนอกอย่างลูกเข้าไปบริหารงาน”
คุณรังสรรค์เอ่ยบอกบุตรชาย ที่ผ่านมาเขาทำมันจนเต็มอิ่มแล้วถึงเวลาที่จะต้องปล่อยวางเสียที

“เออพ่อครับ...” คิมหันต์นึกอะไรขึ้นมาได้จึงถาม
“เจ้าเหมละครับ ตั้งแต่ผมมายังไม่เห็นมันเลย” ชายหนุ่มถามหาน้องชายอีกคน...เหมันต์

“เจ้าเหมนะเหรอตอนนี้คงอยู่ที่ทำงานนั่นแหล่ะ เห็นว่าวันนี้ได้นัดพบกับลูกค้าเลยไม่ว่างไปรับพี่ชาย”
คุณรังสรรค์เอ่ยถึงบุตรชายอีกคนที่ติดงานต้องพบปะลูกค้าอยู่เป็นประจำ นานครั้งถึงได้อยู่บ้านสักวันหนึ่ง

“น้องเขาบอกว่าอยากจะไปรับลูกอยู่เหมือนกัน แต่เพราะวันนี้นัดลูกค้าเอาไว้จึงไปรับไม่ได้” กันทิมาช่วยเสริมอีกคน

“ไม่เป็นไรหรอกครับ ว่าแต่เจ้าเหมได้งานอะไรครับ”
คิมหันต์เริ่มสนใจในงานของน้องชายเพราะตลอดมาเจ้าคนนี้ตอนที่เขาอยู่เมืองไทยมันก็ไม่เคยสนใจงานอะไร แม้กระทั่งงานในบริษัทของบิดา

“งานเกี่ยวกับกิจการโรงแรมอะไรพวกนี้แหล่ะของน้าพิมายเขา”
“ใช่จ๊ะ เจ้าเหมมันชอบไปประจบประแจงเขานัก ดังนั้นน้าพิมายจึงจัดการให้เข้าไปเป็นรองผู้จัดการ แถมยังพ่วงงานรับเหมาที่เจ้าเหมมันชอบอีกงานหนึ่ง”

“โหแม่คราวนี้มันก็อานสิครับ”
คิมหันต์เอ่ยถึงน้องชายอย่างขบขัน คนที่ไม่เคยเอางานอย่างนายเหมันต์เมื่อเจองานแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้น

“จะไม่ใช้อานได้ยังไงลูก อาทิตย์หนึ่งเจ้าเหมถึงจะได้เข้าบ้านสักครั้ง”
“สะใจผมจริงๆ ครับคุณพ่อคุณแม่ เมื่อก่อนคุณพ่อจะให้มันเข้าไปทำงานสบายๆ ในบริษัทของเรามันกลับไม่สน หาว่าต้องการหาเอง เป็นไงครับเจอแบบนี้รับเละเลย”

ชายหนุ่มหัวเราะออกมาได้ ขณะที่ทั้งสองบิดาและมารดาก็พลันยิ้ม...จริงอย่างที่คิมหันต์ว่า เมื่อก่อนบุตรชายคนรองไม่ขอรับงานอะไรของบริษัท แต่พอได้งานทั้งทีก็ต้องเจอหนักแบบนี้

“อาทิตย์หน้าพ่อจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับลูก ลูกอย่าปฏิเสธเลยนะส่วนเจ้าเหมพ่อจะดึงตัวให้มันมาให้ได้”
คุณรังสรรค์เอ่ยดักคอบุตรชายเพราะกลัวว่าคราวนี้คิมหันต์จะไม่ตอบรับและปฏิเสธ

“ก็ได้ครับ...”
ชายหนุ่มเอ่ยตกลงในที่สุดก่อนจะขอตัวแยกออกไปพักผ่อน

“คุณพ่อคุณแม่ครับผมขอตัวไปอาบน้ำอาบท่าก่อนนะครับเหนียวตัวเต็มที” ชายหนุ่มพูดได้แค่นั้นก็ลุกยืนแล้วเดินขึ้นบันไดไป...ตลอดเวลาหลายปีเขาไม่เคยลืมบ้านหลังนี้เลย ห้องของเขาอยู่ที่ไหนก็ยังคงอยู่ที่นั่นไม่เปลี่ยนแปลง

ประตูห้องถูกเปิดออกชายหนุ่มถอดชุดสูทวางลงที่เตียงพร้อมกับสำรวจไปทั่วห้องของตัวเอง...ภายในห้องนี้ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง ห้องนี้ถูกจัดให้อยู่ในแบบสไตล์ของเขา มันยังคงเป็นอยู่เช่นนั้น สายตาของเขาสำรวจไปทั่วห้องอย่างคุ้นเคย ชายหนุ่มสาวเท้าตรงไปที่ตู้ใบหนึ่งเปิดมันออกแล้วหยิบสิ่งหนึ่งออกมา

ในมือของเขาคือรูปของชายคนหนึ่งที่มีโครงหน้าและแววตาเหมือนกับชายหนุ่ม จิตใจของเขาห่อเหี่ยวและอ้างว้างเขาค่อยๆ เอามือไปลูบตรงกรอบรูปเบาๆ

เขาตกอยู่ในห้วงเวลานั้นเนิ่นนาน...สองตาของเขาจ้องนิ่งไปที่บุคคลในรูปพลันนั้นเปลวไฟชนิดหนึ่งก็ประทุออกมา แต่มันก็เป็นเพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นเขาก็สามารถข่มและเก็บมันเอาไว้อย่างมิดชิด ก่อนจะค่อยๆ เก็บรูปใบนั้นลงในตู้เช่นเดิม


ในเวลานั้นรถสองคันก็ได้เลี้ยวเข้าโรงแรมด้วยความรีบเร่ง รังสิยาหัวเสียอย่างหนักเมื่อรถของเธอเฉี่ยวชนเข้ากับรถอีกคันที่เลี้ยวเข้ามาในความเร็วระดับเดียวกัน โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ มีเพียงที่รถของทั้งสองฝ่ายที่เสียหายนิดหน่อยเท่านั้นเอง

รังสิยาก้าวเท้าลงจากรถด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิดเพราะตัวเองกำลังรีบแต่ดันเจออุบัติเหตุ
“นี่คุณคะ ขับรถยังไงถึงได้เข้ามาเฉี่ยวรถของดิฉันแบบนี้”

รังสิยาเปิดฉากด่าขณะที่คู่กรณีก้าวลงจากรถด้วยอารมณ์เดือดไม่แพ้กัน ต่อเมื่อเห็นเป็นผู้หญิงสาวเขาจึงเปิดยิ้มกล่าวขอโทษ
“ผมขอโทษจริงๆ ครับที่ขับรถไม่ทันระวัง” ด้วยเพราะเห็นคู่กรณีเป็นผู้หญิงเหมันต์จึงกล่าวด้วยเสียงสุภาพ

“คือผมรีบครับ....”
“นายรีบฉันก็รีบเหมือนกัน...ทำไมไม่ดูบ้างละยะ”
หญิงสาวยังอารมณ์เดือดเหมือนเดิมเมื่อเห็นใบหน้าของชายหนุ่มคนนี้เธอกลับไม่ชอบขี้หน้าของเขาเอาเสียเลย...

“ผมขอโทษอีกครั้งเลยเอ้า...ว่าแต่คุณจะเรียกค่าเสียหายเท่าไหร่ครับ”
ชายหนุ่มเปิดยิ้มอย่างอารมณ์ดี ทั้งๆ ที่เขารู้ว่าตัวเองไม่ผิดชายหนุ่มก็ยังยินดีชดใช้ให้ ตรงข้ามกับหญิงสาวที่แสดงสีหน้าไม่พอใจออกมาเพราะคิดว่าเธอเป็นฝ่ายที่ถูกอย่างเดียว

“งั้นเราค่อยติดต่อกันทีหลัง ตอนนี้ฉันรีบ...”
หญิงสาวยังไม่ลดราวาศอกก่อนจะยื่นนามบัตรของตัวเองให้แล้วรีบขึ้นรถและขับเข้าไปภายในโรงแรมทันทีท่ามกลางอาการงุนงงของชายหนุ่มที่เปิดยิ้มมองตามหลัง

“อะไรจะรีบปานนั้น...”
ชายหนุ่มพูดได้แค่นั้นก่อนจะก้มลงมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง “ตายแล้ว...งานนี้คงโดนลูกค้าเล่นงานแน่” เขาเอ็ดตะโรได้แค่นั้นก็รีบหันหลังขึ้นรถแล้วบึ่งเข้าไปในโรงแรมในทันทีเช่นกัน


เมื่อประตูเปิดออกรังสิยาที่นั่งรออยู่ในนั้นมีอันต้องเบิกตาโตเมื่อเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งท่าทางรีบร้อนทะลึ่งตัวเข้ามา

“ขอโทษครับพอดี...”
เขากลืนคำต่อมาลงคอไปเมื่อสายตาเห็นหญิงสาวคนหนึ่งนั่งรออยู่ก่อนแล้ว เขาเปิดยิ้มกว้างอย่างดีใจที่มีโอกาสพบเธออีกครั้ง

“นี่นาย...” รังสิยาพูดออกมาไม่เชื่อในสายตาของตัวเอง

“คุณ...เจอกันอีกแล้วนะครับ”
เหมันต์เปิดยิ้มท่าทางกรุ่มกริ่มก่อนจะเดินเข้าไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับหญิงสาว

“คุณรังสิยาใช่ไหมครับ...”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงสุภาพ ขณะที่หญิงสาวใบหน้าเข้มจัดส่งค้อนให้กับเขาวงใหญ่ไม่นึกเชื่อเลยว่าจะได้เจอกับเขาในสถานที่แบบนี้อีกครั้ง

“คะ...”
หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ ค่อยๆ ยื่นเอกสารให้กับเขาด้วยหัวใจที่สั่นรัว

ชายหนุ่มนั่งนิ่งจ้องมองกิริยาของหญิงสาว รู้สึกถูกชะตากับเธอขึ้นมาในทันที หัวใจที่อ้างว้างบอกว่าเธอคนนี้แหล่ะที่สามารถจะมาเติมเต็มให้กับเขา ขณะที่รังสิยาแสร้งหันมองไปด้านอื่นเสียเมื่อหัวใจของเธอก็เต้นรัวไม่แพ้กัน แต่ด้วยทิฐิที่มีในหัวใจจึงทำให้เธอระงับอารมณ์ทั้งหมดไว้ได้

ต่อเมื่อชายหนุ่มนั่งอ่านเอกสารจนหมดแล้วเขาก็ปิดแฟ้มลงแล้วหันมองมาทางหญิงสาวที่นั่งตัวลีบอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ตกลงผมรับงานของคุณนะครับ”

รังสิยารู้สึกอึดอัดเต็มทีกับท่าทีของชายหนุ่มที่บอกกลับมา ถึงจะดีใจแค่ไหนที่งานของตนผ่านไปด้วยดีแต่ด้วยอารมณ์เดือดเมื่อครู่ที่เพิ่มขึ้นมาอีกครั้งกับใบหน้าของชายหนุ่มจึงทำให้เธอเอ่ยออกมาด้วยเสียงที่แข็งกระด้าง

“ค่ะ...เรื่องนี้จบลงแล้วใช่ไหมคะ”
“ใช่ครับ...ตกลงผมรับงานของคุณ”
ชายหนุ่มกล่าวเสียงนุ่มทุ้ม ขณะที่หญิงสาวมีแววตาที่เปลี่ยนไป

“งั้นก็มาเริ่มเรื่องของเราได้แล้ว”
“เรื่องอะไรครับ”
เขายังงุนงงกับน้ำเสียงที่เอ่ยบอกของหญิงสาว

“หน๋อยทำไก๋นะยะ...ก็เรื่องรถของเราไง” คุณเธอเปิดประเด็นถึงเรื่องที่ทำให้เธออารมณ์เดือด
“รถของเราเลยหรือครับ...”

ชายหนุ่มเอ่ยบอกอย่างมีเล่ห์เหลี่ยม ขณะที่รังสิยาแสดงสีหน้าเข้มจัดอีกครั้งอารมณ์โกรธที่รถสุดที่รักของเธอบุบสลายเพราะเขาเพิ่มขึ้นมาอีกครั้ง
“รถของฉันยะ...”

หญิงสาวตอบเสียงสะบัดแล้วลุกขึ้น
“เจอกันที่นี่ก็ดีจะได้คุยกันจบๆ ไปสักที...เร็วฉันไม่อยากจะเห็นหน้าคุณนาน”
เธอเบื่อเต็มทีกับสายตาที่เขามองมาด้วยแววชนิดหนึ่ง

“จะรีบไปไหนครับ...ยังไงเราก็ต้องร่วมงานกันแล้วนี่ครับ หรือจะให้ผมไม่ตกลง”
เขาเอ่ยพาดพิงไปถึงงานที่หญิงสาวนำมาเสนอจนทำให้เธอสะดุ้งมานิดหนึ่ง แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าของเขาเธอจึงไม่อยากจะแสดงอะไรออกมามาก

“ไม่ตกลงฉันก็จะไปหาคนอื่น...เอาเอกสารมา”
รังสิยายื่นมือไปดึงแฟ้มจากชายหนุ่ม แต่เหมันต์ก็ได้ยึดเอาไว้จนแน่นจนหญิงสาวพยายามเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ ดังนั้นจึงทำให้ทั้งสองยื้อยุดกันอยู่แบบนั้น

“นี่นาย จะเอายังไงกันแน่”
“คุณก็ปล่อยก่อนสิครับแล้วมาพูดกันดีๆ”
เหมันต์ยังคงเปิดยิ้มอย่างเหนือชั้น ส่งสายตาเจ้าเล่ห์มอบให้กับหญิงสาวที่ไม่อยากจะรับมันสักเท่าไหร่นัก

“ก็ได้...มีอะไรก็พูดมา”
รังสิยายอมในที่สุดก่อนจะล้มตัวนั่งลงที่เดิม

การตกลงของทั้งสองเป็นไปอย่างเชื่องช้าเพราะเหมันต์ต้องการอยู่ใกล้ชิดกับเธอให้นานที่สุดเขาจึงพูดโยกโย้ให้หญิงสาวต้องอารมณ์เสียอยู่ตลอดเวลา แต่ทั้งหมดก็ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีท่ามกลางอารมณ์บูดของหญิงสาวที่เดินออกจากห้องมา

“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้ขี้เก๊ก...เชอะ”
เมื่อออกมาจากห้องได้รังสิยาจึงพูดด้วยเสียงที่ลอดไรฟันก่อนจะสะบัดหน้าหนีแล้วเดินจากไปในทันที


ในห้องเหมันต์นั่งมองตามหญิงสาวที่เปิดประตูออกไปด้วยสีหน้าที่ขบขัน...ความน่ารักของเธอในยามโกรธฉายแววออกมาจนทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว ความที่ได้พูดจากับเธอทำให้เขารู้ว่าแท้จริงแล้วภายในจิตใจของเธออ่อนไหวแค่ไหน...แต่ในเวลานั้นเขาก็หยุดความคิดไว้แค่นั้นเมื่อเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เขาเห็นเบอร์ก็เปิดยิ้มอย่างอารมณ์ดีแล้วกดรับสาย

“หวัดดีครับพ่อ...”
ชายหนุ่มกรอกเสียงนุ่มทุ้มลงไปที่เครื่องโทรศัพท์
“ว่าแต่พี่คิมมาถึงหรือยังครับ”

“มาถึงแล้ว...”
คุณรังสรรค์กรอกเสียงตอบกลับมาด้วยอารมณ์ที่ยินดีไม่แพ้กัน
“งั้นเย็นนี้ผมจะเข้าบ้านนะครับ กะว่าจะพาพี่ชายไปทานข้าวนอกบ้านสักมื้อ...คุณพ่อกับคุณแม่จะต้องไปด้วยนะครับ”

เขาเปิดประเด็นในการชวนบุคคลทั้งสองและพี่ชายไปทานข้าวในทันที
“เออ...เจ้าคิมมันก็อยากจะพบลูกอยู่เหมือนกัน...”
คุณรังสรรค์พูดได้แค่นั้นก็กดวางสายลงเมื่อไม่อยากจะรบกวนเวลางานของบุตรชายนาน

“เท่านี้ก่อนนะลูกเย็นนี้เจอกันนะ”
“ครับ...”

เหมันต์พูดจบก็รีบลุกออกจากห้องนั้นไปในทันทีเมื่อเขาสำนึกได้ว่ายังมีงานอีกหลายอย่างที่จะต้องทำและสะสางให้เสร็จเพราะเย็นนี้มันจะเป็นเวลาที่พิเศษสำหรับครอบครัวของเขา
...โปรดอ่านต่อในตอนต่อไป...




Create Date : 02 กรกฎาคม 2553
Last Update : 2 กรกฎาคม 2553 12:55:39 น. 0 comments
Counter : 259 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ภีมภูริ...
Location :
พะเยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ข้อตกลง
1. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะเป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาตจากผู้ลงผลงาน

2. กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลงผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

3. ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานที่ละเมิดลิขสิทธิ์ โปรดแจ้งเจ้าของบล็อกทันที




Friends' blogs
[Add ภีมภูริ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.