Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2559
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
 
5 ธันวาคม 2559
 
All Blogs
 
โรคเก็บสะสมของ




ท่านเป็นโรคนี้กันหรือป่าว มาดูกัน

Hoarding disorder หรือ โรคเก็บสะสมของ คือ การที่ผู้ป่วยเก็บข้าวของไว้มากเกินไปจนรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน หรือทำให้เกิดอันตรายต่อตัวเองหรือผู้อื่น ซึ่งการเก็บข้าวของที่มากเกินไปนี้มักมีที่มาจากการที่ไม่สามารถตัดสินใจทิ้งของได้ แม้ของนั้นแทบจะไม่มีประโยชน์ หรือมีโอกาสได้ใช้น้อยมากก็ตาม

หลายคนน่าจะเคยได้ยินมาบ้างว่า มีคนกลุ่มหนึ่งที่สะสมของไว้ในบ้านชนิดเยอะมาก แบบล้นเต็มห้องจนไม่รู้ว่าอยู่ได้ยังไง คนในกลุ่มนี้ส่วนใหญ่น่าจะเข้าได้กับการวินิจฉัยโรคทางจิตเวชที่เรียกว่า Hoarding disorder

Hoarding disorder เป็นโรคที่พึ่งถูกเพิ่มเข้าไปใหม่ในเกณฑ์วินิจฉัยโรคทางจิตเวช (DSM V) เมื่อปี พ.ศ. 2556 นี้เอง โดยก่อนหน้านี้ยังไม่มีเกณฑ์การวินิจฉัยโรคนี้มาก่อน เดิมทีเชื่อว่าเป็นอาการแบบหนึ่งในโรคกลุ่มย้ำคิดย้ำทำ ด้วยเหตุว่าเป็นโรคใหม่ในภาษาไทยจึงไม่มีศัพท์ที่ใช้เรียกอย่างเป็นทางการ 

การศึกษาในต่างประเทศพบว่าโรคเก็บสะสมของพบได้ประมาณ 2-5% ในคนทั่วไป และพบได้เท่าๆ กันทั้งผู้ชายและผู้หญิง คนที่เป็นส่วนใหญ่มักเป็นคนโสด (ถ้าอ่านอาการแล้วจะเข้าใจว่า ทำไมส่วนใหญ่ถึงโสด) โดยอาการมักจะเริ่มเป็นตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นต่อเนื่องไปตลอด




โรคนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

เนื่องจากเป็นโรคที่ค่อนข้างใหม่ จึงมีข้อมูลการศึกษาน้อยมาก เมื่อเทียบกับโรคทางจิตเวชอื่นๆ แต่จากการศึกษาที่ผ่านมาพบว่า กรรมพันธุ์น่าจะมีส่วนต่อการเกิดโรค เนื่องจาก 80% ของผู้ป่วยจะมีญาติสายตรงที่มีอาการคล้ายๆ กัน การศึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ทางสมองพบว่า สมองบางส่วน (ส่วน cingulated cortex และ occipital lobe) ของผู้ที่เป็นโรคนี้มีการทำงานลดลง ซึ่งน่าจะส่งผลต่อการคิดและการตัดสินใจ



ผู้ป่วยจะมีลักษณะอาการแบบใด

โรคเก็บสะสมของจะมีลักษณะอาการดังต่อไปนี้

• เก็บของไว้มากเกินไป แม้ว่าของนั้นจะดูไม่ค่อยมีประโยชน์ หรือมีโอกาสใช้ประโยชน์น้อยมาก

• มีความยากลำบากในการทำใจที่จะทิ้งของ (ตัดใจทิ้งของไม่ได้) โดยส่วนใหญ่มักเกิดจากความคิดว่า “ยังอาจจำเป็นต้องใช้” “อาจจะได้ใช้” หรือทิ้งแล้วจะรู้สึกไม่สบายใจ

• ของที่สะสมมีเยอะมากจนรบกวนการใช้ชีวิต หรือทำให้เกิดอันตราย เช่น วางบนพื้นห้องจนไม่มีที่เดิน กองวางท่วมล้นบนโต๊ะทำงานจนทำงานบนโต๊ะไม่ได้ หรือของเยอะจนทำให้เจ็บป่วยบ่อย โดนของที่สะสมโค่นทับ เป็นต้น


ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักไม่คิดว่าตัวเองผิดปกติ และมองว่าการเก็บของของตัวเองนั้นสมเหตุสมผล (แต่คนส่วนใหญ่จะไม่คิดอย่างนั้น) คนที่มักทนไม่ได้คือคนที่อยู่ด้วยหรือเพื่อนบ้าน สิ่งสะสมที่พบได้บ่อย ได้แก่ หนังสือ นิตยสาร เสื้อผ้า ถุงพลาสติก และขวดต่างๆ ซึ่งการเก็บของนี้จะเยอะเกินกว่าปกติของคนทั่วไป เช่น เก็บจนล้นกองเต็มทั่วบ้าน เป็นต้น (ในคนปกติบางคนอาจจะสะสมของบางอย่าง เช่น ชอบสะสมหนังสือ แต่จัดเก็บได้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย เช่นนี้ไม่ถือว่าเป็นโรคเก็บสะสมของ)


การสะสมของจำนวนมากๆ แบบนี้ หลายครั้งมักทำให้เกิดอันตรายตามมา เช่น พบว่าผู้ป่วยบางรายมาโรงพยาบาลเพราะบาดเจ็บจากการถูกของล้มทับ (เช่น กองหนังสือเป็นตั้งไว้สูงท่วมหัว แล้วหนังสือล้มทับใส่) ห้องรกสกปรกจนทำให้เกิดโรคติดเชื้อหรือมีกลิ่นเหม็นมาก


โดยทั่วไปโรคสะสมของนี้มักเริ่มมีอาการตั้งแต่วัยรุ่น และเป็นต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ตลอดชีวิต เพียงแต่โดยส่วนใหญ่ตอนวัยรุ่นอาจจะไม่เป็นปัญหารุนแรงมากนัก เพราะของที่สะสมมักจะยังไม่มาก แต่จะเริ่มเป็นปัญหาหนักเมื่อวัยผู้ใหญ่ เพราะของที่สะสมมักจะเยอะมาก ส่วนใหญ่พบว่าโรคจะเป็นลักษณะเรื้อรัง ไม่หายขาด โดยอาการอาจจะเป็นมากขึ้นเป็นบางช่วง โดยเฉพาะช่วงที่มีความเครียดมักจะมีการสะสมของมากขึ้น โรคที่มักพบร่วมกับโรคสะสมของ ได้แก่ โรคย้ำคิดย้ำทำ พบว่าคนที่เป็นโรคนี้เป็นโรคย้ำคิดย้ำทำร่วมด้วยมากถึง 30% นอกจากนี้อาการสะสมของ อาจพบได้บ้างในผู้ป่วยโรคจิตเภท และโรคสมองเสื่อม


โรคนี้การรักษาด้วยยาพบว่าได้ผลเพียงนิดหน่อย โดยยาที่ใช้เป็นยากลุ่มยาต้านเศร้า การรักษาที่ดีที่สุดในปัจจุบันคือ การสอนการตัดสินใจ (ในการเก็บหรือทิ้งของ) การจัดกลุ่ม และการสอนวิธีการเก็บของที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงฝึกให้ทนได้กับการทิ้งของ ซึ่งพบว่าวิธีการเหล่านี้สามารถช่วยลดของที่สะสมลงได้เกือบ 1 ใน 3 ซึ่งก็ถือว่ามากแล้ว


ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกัน

หวังให้ทุกท่านมีสุขภาพแข็งแรงค่ะ


ปล.ไม่รู้บล็อคเป็นอะไร ข้อมูลปีนี้หายหมดเลย แจ้งทางบล็อคแกงค์ 2 วันแล้ว แต่ยังไม่กลับมาเลย



Create Date : 05 ธันวาคม 2559
Last Update : 7 ธันวาคม 2559 11:41:12 น. 17 comments
Counter : 753 Pageviews.

 
อุต๊ะ เพิ่งรู้ตัวเองว่าเป็นโรคนี้ด้วย..เล็กน้อย
ขอบคุณครับ


โดย: Panvart IP: 101.108.250.202 วันที่: 9 ธันวาคม 2559 เวลา:23:44:57 น.  

 
อ่านแล้วรู้สึกเหมือนตัวเองมีแนวโน้มเป็นโรคนี้ค่ะ แงๆ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กาบริเอล Travel Blog ดู Blog
เรียวรุ้ง Literature Blog ดู Blog
tuk-tuk@korat Music Blog ดู Blog
benz47 Food Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
lovereason Literature Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:0:53:22 น.  

 

มีของสะสมเยอะเเมือนกันค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:4:08:32 น.  

 
สวัสดีครับคุณปาน
เป็นโรคใหม่อีกแล้ว น่าจะเรียกโรคบ้าหอบฟาง
ของข้าใครอย่าแตะ อย่าทิ้ง ไม่งั้นมีเรื่อง

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น



โดย: moresaw วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:6:46:18 น.  

 
สวัสดีค่ะคุณปานตะวันคนน่ารัก
เก็บสะสมของในห้องน้ำนี่เอาเรื่องอยู่นะคะ
เค้าก็เก็บแต่ไม่ไว้ในห้องน้ำนะ อ่าาาา

เรื่องบล็อกหายนี่ปวดใจเลย เค้าเอาใจช่วย
ให้ทีมงานเอาบล็อกกลับมาได้อย่างสมบูรณ์
คิดถึงเหมือนกันอ่ะ ส่งกำลังใจให้น้าาาา

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวัน


โดย: mastana วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:22:19:19 น.  

 
แต่ก่อนพี่ก็เป็นนะ
แต่เดี๋ยวนี้อันไหนที่ไม่ใช้ ไม่จำเป็นพี่ก็เก็บทิ้งหมด
เพราะไม่งั้นก็เก็บเข้าเก็บออกทำความสะอาดอยู่นั้นหล่ะ

pantawan Health Blog




โดย: ข้ามขอบฟ้า วันที่: 10 ธันวาคม 2559 เวลา:22:21:51 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาคุงกล่อง Book Blog ดู Blog
aitai อ่านว่า อะอิไต้ Diarist ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
Tristy Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog

มาโหวตสุขภาพให้ค่ะ


โดย: อุ้มสี วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:7:42:43 น.  

 
(pantawan Health Blog)


โดย: ควายเฒ่า วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:8:10:53 น.  

 
ชอบเก็บสะสมของเมหือนกันค่ะ เก็บไว้ก่อนไม่รู้เอาไว้ทำไร
แต่ไม่ถึงขั้นเก็บเยอะมาก ๆ นะคะ สงสัยยังไม่เข้าขั้น อิๆ


โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:8:37:24 น.  

 
มาส่งกำลังใจให้ค่ะ

pantawan Health Blog


โดย: kae+aoe วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:9:03:14 น.  

 
pantawan Health Blog ดู Blog
สงสัยจะเป็นโรคนี้แหละค่ะ



โดย: หอมกร วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:10:06:51 น.  

 
อ้าวววววว เค้าเป็นโรคนี้แฮะ 555

pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: ปลาแห้งนอกกรอบ วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:13:00:59 น.  

 
อ่านแล้วก็พยายามเทียบเคียงกับตนเองว่าเข้าข่ายหรือเปล่า โล่งใจครับ ตอนที่บอกว่าถ้าเก็บเป็นที่เป็นทางอย่างเรียบร้อยจะไม่ใช่

โหวต Health Blog


โดย: Insignia_Museum วันที่: 12 ธันวาคม 2559 เวลา:20:00:12 น.  

 
ขอบคุณโหวตค่ะคุณปาน



โดย: mambymam วันที่: 13 ธันวาคม 2559 เวลา:7:27:29 น.  

 
อ่านแล้วเหมือนเป็นโรคนี้เหมือนกันครับ 55

pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: The Kop Civil วันที่: 13 ธันวาคม 2559 เวลา:11:02:50 น.  

 
ส่งกำลังใจค่ะ>>>>>> ขอบคุณค่ะ


โดย: เรียวรุ้ง วันที่: 13 ธันวาคม 2559 เวลา:15:45:32 น.  

 
เอ่อ ในห้องน้ำแทบไม่มีที่นั่งแล้วนะคะนั่น

ชอบนั่งแบบโล่งๆอ่ะค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
mambymam Music Blog ดู Blog
ดอยสะเก็ด Literature Blog ดู Blog
บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน Food Blog ดู Blog
toor36 Cartoon Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: ตุ๊กจ้ะ วันที่: 13 ธันวาคม 2559 เวลา:22:27:16 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

pantawan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




free counters
เริ่มทำ Blog ครั้งแรกเมื่อ 27 ก.ค.54
เริ่มนับ 2 มี.ค.55
ขอบคุณภาพประกอบจากบล็อค คุณญามี่ คุณยายเก๋า คุณนุช oranuch_sri กรอบภาพจากบล็อค คุณ Lozacat คุณ KungGuenter
New Comments
Friends' blogs
[Add pantawan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.