Group Blog
 
<<
กันยายน 2558
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
19 กันยายน 2558
 
All Blogs
 
โรคตาขี้เกียจ





โรคตาขี้เกียจ อาการผิดปกติเกี่ยวกับดวงตา เรื่องใกล้ตัวที่เราอาจยังไม่เข้าใจ แต่ใช่ว่าจะปล่อยผ่านได้ เพราะหากเป็นแล้วปล่อยไว้มีสิทธิ์ถึงขั้นตาบอดได้

ภัยเงียบเกี่ยวกับดวงตาที่อาจคุกคามการมองเห็นของเราซึ่งอยู่ใกล้ตัว และสามารถเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ยังเด็กนั่น คือโรคตาขี้เกียจ ซึ่งโรคนี้มีคนจำนวนไม่น้อยที่เป็น แต่ไม่ยอมเข้ารับการรักษาอย่างถูกต้อง เพื่อประคับประคองอาการ และปล่อยไว้โดยคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่นั่นเป็นความคิดที่ผิด เพราะโรคตาขี้เกียจนั้น สามารถสร้างปัญหาให้กับผู้ป่วยได้มาก แถมถ้ายังไม่ยอมอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และรักษาอาการอย่างถูกต้องก็สามารถทำให้เกิดปัญหาสายตาอย่างถาวร ในรายที่อาการรุนแรงถึงขั้นตาบอดก็มี

ทราบแบบนี้แล้วอาจจะกลัวกันขึ้นมา แต่เรื่องแบบนี้เราสามารถรับมือได้หากได้เรียนรู้และทำความเข้าใจกับโรคนี้ให้มากขึ้น มีข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับโรคตาขี้เกียจมาฝาก จะได้รู้เท่าทัน และสามารถดูแลรักษาไม่ให้อาการหนักขึ้นกว่าเดิมได้

โรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจ (Lazy Eye) หรือที่ภาษาทางการแพทย์เรียกว่า Amblyopia เป็นหนึ่งในปัญหาทางด้านจักษุ โดยตาขี้เกียจนั้นเป็นภาวะที่มีการมองเห็นซึ่งผิดปกติมาโดยกำเนิด หรือมีสาเหตุมากจากปัญหาทางจักษุอื่น ๆ โดยสามารถเกิดขึ้นกับตาเพียงข้างเดียวหรือทั้งสองข้างก็ได้ และไม่สามารถตรวจพบความผิดปกติได้ เนื่องจากไม่ได้เกิดความผิดปกติจากโครงสร้างของดวงตา




สาเหตุของของโรคตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจเป็นโรคที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติอื่น ๆ ของดวงตา และจะไม่สามารถตรวจพบได้นอกจากผู้ป่วยจะเป็นคนบอกเล่าอาการ แต่ก็สามารถสรุปสาเหตุออกมาได้ 3 สาเหตุดังนี้

โรคตาเข หรือตาเหล่ (Strabismic amblyopia)

โรคตาเหล่เป็นสาเหตุของตาขี้เกียจที่พบเห็นได้บ่อยที่สุด เพราะดวงตาที่มีอาการเหล่นั้นจะมีการมองเห็นไม่ดีเท่ากับดวงตาที่ปกติ และทำให้ผู้ป่วยต้องเลือกมองด้วยตาเพียงข้างเดียวเพื่อไม่ให้เห็นภาพซ้อน และทำให้ตาอีกข้างหนึ่งที่ไม่ได้ใช้งานเกิดการมองเห็นที่น้อยลง และมองไม่ชัดในที่สุด ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะเกิดขึ้นได้ตั้งแต่ในวัยเด็ก

ภาวะสายตาทั้งสองข้างสั้น-ยาว หรือเอียงไม่เท่ากัน (Anisometropic amblyopia)

ในกรณีที่สายตาทั้งสองข้างเกิดความผิดปกติอย่างเช่น สั้น-ยาว หรือเอียงไม่เท่ากันก็สามารถทำให้เป็นโรคตาขี้เกียจได้ โดยสาเหตุนี้เป็นสาเหตุของโรคตาขี้เกียจที่พบได้รองจากอาการตาเหล่ ยิ่งถ้าหากค่าสายตาห่างกันมาก ๆ ก็จะยิ่งทำให้อาการตาขี้เกียจพัฒนามากขึ้น เช่น ถ้าสายตาข้างซ้าย สั้น 100 แต่อีกข้างสั้น 800 ก็จะทำให้การมองเห็นต่างกัน และส่งผลให้ผู้ป่วยจะเลือกมองด้วยตาเพียงข้างที่สั้นน้อยกว่า และทำให้ตาอีกข้างได้รับการพัฒนาที่น้อยลงจนกลายเป็นตาขี้เกียจ อาการนี้หากรีบรักษาด้วยการสวมแว่นตั้งแต่เริ่มเกิดอาการใหม่ ๆ ก็จะช่วยให้อาการตาขี้เกียจไม่รุนแรงมากนัก

ภาวะสายตาสั้น-ยาว หรือเอียงมากผิดปกติ (Isometropic amblyopia)

ไม่ใช่แค่เพียงว่าค่าสายตาห่างกันมาก ๆ แล้วจะทำให้เป็นตาขี้เกียจได้เท่านั้น การที่มีความผิดปกติของดวงตาและมีค่าสายตาสั้น-ยาว หรือเอียงมาก ๆ ก็อาจจะทำให้เกิดอาการตาขี้เกียจจนไม่เห็นทั้งสองข้างได้เช่นกัน โดยวิธีแก้ไขก็คือควรสวมแว่นเพื่อปรับการมองเห็นให้การมองเห็นเป็นปกติ

ความผิดปกติอื่น ๆ ที่เกิดจากการมีสิ่งมาบดบังดวงตา (Deprivation amblyopia)

เป็นสาเหตุที่เกิดขึ้นได้น้อย แต่ก็มีความรุนแรงและอันตรายมากที่สุด เพราะสาเหตุนี้อาจเกิดจากภาวะต้อกระจก และภาวะหนังตาตกมาบดบังตาดำตั้งแต่กำเนิด ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยนั้นมีสภาพการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน และมีทัศนวิสัยที่แย่ลง เนื่องจากการถูกปิดกั้นการมองเห็นโดยสิ้นเชิง




อาการของตาขี้เกียจ

อาการของตาขี้เกียจนั้นผู้อื่นจะไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติในดวงตาได้ แต่จะเห็นได้จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป โดยผู้ที่เป็นโรคตาขี้เกียจจะใช้สายตาเพ่งมองมากกว่าปกติ หรืออาจจะมองไม่ค่อยเห็นในที่มืด นอกจากนี้หากเป็นในเด็กก็อาจจะสังเกตได้จากพฤติกรรมทางการเรียน หากเด็กไม่ค่อยสนใจเรียนหรือมีอาการเหม่อ ก็ควรที่จะพาเด็กไปตรวจกับจักษุแพทย์จะดีกว่า

ทั้งนี้อาการของตาขี้เกียจนั้นจะเป็นอาการที่เกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก หากผู้ปกครองให้ความสนใจ และหมั่นสังเกตพฤติกรรมที่ผิดปกติหรือไถ่ถามอยู่เป็นประจำก็จะช่วยให้อาการตาขี้เกียจนั้นสามารถรักษาได้อย่างทันท่วงที ซึ่งการรักษาตั้งแต่เริ่มแรกอาการสามารถรักษาให้หายเป็นปกติได้



วิธีรักษาอาการตาขี้เกียจ

โรคตาขี้เกียจหากสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่วัย 3-5 ปี ก็มีโอกาสสูงที่เด็กจะสายตากลับมาเป็นปกติ แต่ถ้าหากอายุมากกว่า 8-10 ปีแล้ว การรักษามักจะไม่ค่อยได้ผล ทำได้เพียงประคับประคองอาการเอาไว้ไม่ให้รุนแรงเท่านั้น ดังนั้นผู้ปกครองที่มีบุตรหลานในช่วงก่อนวัยเรียนควรพาเด็กไปทำการตรวจตาอย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อหาความผิดปกติ ซึ่งถ้าหากพบความผิดปกติแล้ว ก็สามารถรักษาอาการได้ด้วยวิธีดังนี้

Smiley 7 สวมแว่น หรือใส่คอนแทคเลนส์ วิธีนี้เป็นวิธีช่วยให้ตาที่มีความผิดปกตินั้นได้รับการกระตุ้นการมองเห็น และยังช่วยให้ตาข้างที่มีอาการขี้เกียจนั้นถูกกระตุ้นให้ถูกใช้งานมากขึ้นอีกด้วย

Smiley 7 ผ่าตัดในรายที่มีความผิดปกติ เนื่องจากมีสิ่งมาบดบังตาดำนั้น เช่น ต้อกระจก หรือหนังตาตกนั้น การผ่าตัดถือเป็นวิธีที่รักษาได้ผลดีที่สุด เพราะวิธีนี้จะช่วยให้ทัศนวิสัยชัดเจนมากขึ้น แต่ก็ต้องมีการกระตุ้นการใช้ดวงตาข้างที่มีอาการตาขี้เกียจร่วมด้วย เพื่อให้สามารถใช้สายตาได้ใกล้เคียงปกติมากที่สุด

Smiley 7 กระตุ้นการใช้งานข้างที่มีอาการตาขี้เกียจด้วยตนเอง เป็นวิธีที่ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของจักษุแพทย์อย่างใกล้ชิด โดยวิธีการกระตุ้นการใช้งานดวงตานั้นก็มีตั้งแต่การปิดตาข้างที่ดี และใช้เพียงข้างที่มีอาการตาขี้เกียจ หรือในกลุ่มผู้ป่วยเด็กก็อาจจะใช้ยาหยอดตาที่ทำให้ตาข้างที่ดีมัวลงชั่วคราว จะทำให้เด็กใช้ตาข้างที่เป็นตาขี้เกียจมากขึ้น หรือหากโตขึ้นมาหน่อย ก็สามารถใช้วิธีการบริหารดวงตาด้วยการใช้มือปิดตาข้างหนึ่งแล้วมองด้วยตาอีกข้างเป็นประจำ ก็ช่วยได้เช่นกัน



ตาขี้เกียจในผู้ใหญ่ รักษาหายได้ไหม ?


โรคตาขี้เกียจในผู้ใหญ่มีอาการสืบเนื่องมาจากการที่ไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องในช่วงวัยเด็ก ทำให้เมื่อโตขึ้นก็จะเกิดการมองเห็นที่ไม่ชัดเจน แม้ว่าจะยังไม่มีผลการศึกษาใดสรุปว่า โรคตาขี้เกียจในผู้ใหญ่จะสามารถรักษาหายได้ แต่ก็ใช่ว่าจะหมดความหวัง เพราะการศึกษาในปี 2008 โดยมหาวิทยาลัย University Of Southern California ได้ทำการศึกษาเกี่ยวกับการรักษาอาการโรคตาขี้เกียจในผู้ใหญ่ และได้เปิดเผยไว้ในเว็บไซต์ ScienceDaily

โดยจากการศึกษากับหนูทดลองในวัยเจริญเติบโตซึ่งมีอาการตาขี้เกียจ ด้วยการปิดตาข้างที่ดีให้หนูทดลอง และนำไปใส่ไว้ในกรงที่มีสิ่งแวดล้อมซึ่งเต็มไปด้วยข้าวของต่าง ๆ และหมั่นเปลี่ยนแปลงการจัดวางอยู่บ่อย ๆ ช่วยให้หนูทดลองต้องใช้เวลาในการสำรวจสถานที่ใหม่ และส่งผลให้ดวงตาที่มีอาการขี้เกียจนั้นได้รับการกระตุ้นการทำงานจนกลายเป็นปกติภายในเวลา 2 สัปดาห์

ซึ่งเมื่อนำมาวิเคราะห์เปรียบเทียบเพิ่มเติมแล้วก็พบว่า หากเปรียบเทียบอายุของหนูกับมนุษย์แล้ว การรักษาโรคตาขี้เกียจในช่วงวัย 20 ปี จะเป็นช่วงที่ได้รับประสิทธิภาพมากที่สุด จึงเป็นเรื่องดีที่จะช่วยพัฒนากระบวนการรักษาให้ดียิ่งขึ้น

โรคตาขี้เกียจ ผู้คนรอบข้างไม่สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนนัก จึงเป็นหน้าที่ของตัวเราเองที่จะหมั่นสังเกตความผิดปกติเกี่ยวกับการมองเห็นของตัวเองอย่างสม่ำเสมอ ถ้าหากหากมีอาการมองไม่ชัดติดต่อกันนาน ๆ แบบไม่ทราบสาเหตุละก็ ควรรีบไปพบจักษุแพทย์น่าจะดีกว่า ส่วนในเด็กก็ต้องเป็นหน้าที่ของผู้ปกครองที่ต้องเอาใจใส่ เพื่อที่เด็กจะได้เติบโตมามีการมองเห็นที่ปกติอย่างที่ควรจะเป็น


หวังให้ทุกท่านมีสุขภาพที่แข็งแรง







Create Date : 19 กันยายน 2558
Last Update : 26 กันยายน 2558 13:16:16 น. 29 comments
Counter : 1187 Pageviews.

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
พรหมญาณี Dharma Blog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


สวัสดีค่ะคุณปาน มี่ก็โดนโรคเน็ตเล่นงานในแบบเดียวกับคุณปานบ่อยๆมากค่ะ


โดย: ญามี่ วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:17:42:25 น.  

 
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: ไวน์กับสายน้ำ วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:18:27:13 น.  

 
เป็นโรดอันตรายโรดหนึ่งถึงขั้นตาบอด
ถ้าไม่ได้รักษาทันท่วงทีนะครับ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: moresaw วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:20:31:06 น.  

 
pantawan Health Blog ดู Blog
สมุฎฐานของทุกโรคเกิดจากกรรมค่ะคุณพยาบาล



โดย: หอมกร วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:21:37:26 น.  

 
เพิ่งรู้ว่ามีโรคนี้ด้วย คุณปานหาข้อมูลมาให้อย่างละเอียดเลย ขอบคุณค่ะ
และขอบคุณมาก ๆ ที่แวะไปรำลึกถึงครูศิลป์และโหวตให้นะคะ


โดย: haiku วันที่: 19 กันยายน 2558 เวลา:23:27:45 น.  

 
โรคแปลกดีนะ นับวันจะมีโรคแปลกๆมาให้รู้จัก

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น




โดย: mambymam วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:8:23:53 น.  

 
สวัสดีวันหยุดค่ะน้องปาน
เดี๋ยวนี้มีโรคแปลก ๆ และชื่อแปลก ๆ นะคะ
แต่ไม่เป็นดีที่สุดเนาะ
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
ชมพร About Weblog ดู Blog
kae+aoe Parenting Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: เนินน้ำ วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:9:52:43 น.  

 
เป็นโรคที่ซับซ้อนพอสมควรเลยนะคะ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog



โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:20:38:01 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog



สวัสดีค่ะคุณปาน
หายไปนานมากเลยค่ะ ธุระยุ่งมากจนไม่มีเวลาพิมพ์
แต่ก็มาโหวตให้คุณปานเป็นคนแรกเลยค่ะ ไม่เคยรู้
ว่ามีโรคแบบนี้ด้วย "ตาขึ้เกียจ"


โดย: เวียงแว่นฟ้า วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:20:43:38 น.  

 
pantawan Health Blog ดู Blog


แวะมาเยี่ยมน้องปานและส่งกำลังใจให้
โรคตาขีเกียจนี่คิดว่าไม่มีอะไรร้ายแรงเสียอีก
อ่านไปอ่านมาก็เริ่มรู้สึกว่าน่ากลัวเหมือนกันนะ
ตาเหล่นี่ก็เป็นอาการอย่างหนึ่งของโรคนี้จริงๆหรือคะ


โดย: ดอยสะเก็ด วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:21:11:03 น.  

 
ชื่อโรคตาขี้เกียจ ใครเค้าช่างตั้งชื่อนะคะ
ขี้เกียจทำหน้าที่ตามปกติซะงั้น
ชื่อนี้เพิ่งรู้จักอีกแล้วค่ะคุณปาน
เด็กที่สายตาผิดปกติ ต้องอยู่ที่พ่อแม่เอาใส่หมั่นสังเกตุลูกจริงๆค่ะ
ถึงแก้ไขได้ทันท่วงที



โดย: ที่เห็นและเป็นมา วันที่: 20 กันยายน 2558 เวลา:23:19:23 น.  

 
แวะมาอ่านเรื่องสุขภาพของตาค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
ที่เห็นและเป็นมา Music Blog ดู Blog
สายหมอกและก้อนเมฆ Photo Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: newyorknurse วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:5:47:29 น.  

 
สวัสดีค่ะ คุณปาน

แก่จนจะลงโลงแล้ว เพิ่งจะรู้ว่าตัวเองมีอาการตาขี้เกียจกะเค้าด้วย 555

มันอยากขี้เกียจก็ให้มันขี้เกียจไปละกันเนาะ แก่แล้ว ไม่กี่วันก็ม่องแล้ว

ไม่ต้องไปทำอะไรมันมากหรอก แค่ไม่บอดก็ดีถมไปแระ แฮ่ ๆ ๆ

โหวตค่ะ

pantawan Health Blog ดู Blog



โดย: พรหมญาณี วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:12:39:59 น.  

 
น่าสนใจมากๆ ค่ะโรคนี้ ขอบคุณที่เอาเรื่องราวดีดีมาฝาก


โดย: sawkitty วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:17:52:14 น.  

 
คงต้องใส่ใจสังเกตกันตั้งแต่เล็ก ๆ เลยนะคะน้องปาน
แปลกดี ... วัยผู้ใหญ่ก็คงต้องหมั่นเช็ค ๆ สภาพดวงตา
การมองเห็นของตัวเอง

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: Tristy วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:21:48:48 น.  

 
ขอบคุณครับ
หลานที่บ้านสายตาเอียงแพทย์ให้ใส่แว่น แต่ใส่ได้สักพักก็เลิก โดนเพื่อนทักเพื่อนแซว
พึ่งรู้ว่ามีโรคตาขี้เกียจ ขี้เกียจจริงๆครับ ขี้เกียจใส่แว่น
ปัจจุบันหลายสายตาเป็นยังไงบ้างไม่ค่อยได้ถามครับ แต่ชอบเดินเตะโน่นนี่ในบ้านครับ
โหวต pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:22:46:44 น.  

 
เป็นตอนเช้า ๆ ค่ะ โรคตาขี้เกียจตื่นตอนเช้าค่ะ
กว่าจะลืมตาตื่นได้ บิดแล้วบิดอีก 555

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog


โดย: ALDI วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:23:05:27 น.  

 
พูดถึงตาสั้นยาวเอียงไม่เท่ากัน พี่ต๋าก็เป็นค่ะน้องปาน
อาจเข้าข่ายโรคตาขี้เกียจหน่อยๆค่ะ

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้
ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต

pantawan Health Blog ดู Blog

-----------------------------

นอนหลับฝันดีคืนนี้นะคะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 21 กันยายน 2558 เวลา:23:08:53 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog

รับความรู้จ้า..


โดย: ก้นกะลา วันที่: 22 กันยายน 2558 เวลา:0:51:38 น.  

 

บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

อ่านแล้วดูน่ากลัวจังเลยนะคะคุณปาน


โดย: LoveParadise วันที่: 22 กันยายน 2558 เวลา:19:25:38 น.  

 
เพิ่งเคยได้ยินชื่อนี้นะคะ

ดีจังค่ะ


โดย: praewa cute วันที่: 22 กันยายน 2558 เวลา:20:24:53 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
Close To Heaven Parenting Blog ดู Blog
ไวน์กับสายน้ำ Diarist ดู Blog
Sweet_pills Food Blog ดู Blog
Tui Laksi Sports Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


5555 ชื่อนี้ฟังชื่อแล้วตลกดีว่ามันมีอยู่จริงด้วย

แต่ดูๆแล้วก็น่ากลัวเหมือนกันนะครับ ถ้าปล่อยไป อาจตาบอดได้เลย

ปล.ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมที่บ้านและโหวตให้ด้วยค๊าบบบบ


โดย: Ariawah Auddy วันที่: 22 กันยายน 2558 เวลา:22:22:01 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

ดีค่ะช่วยนำมาใช้หน่อย


โดย: ชมพร (ชมพร ) วันที่: 23 กันยายน 2558 เวลา:14:22:41 น.  

 
สวัสดีจ้าคุณปานตะวันคนน่ารัก
เค้ามาส่งกำลังใจให้น๊าาาา คริๆ

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
mambymam Music Blog ดู Blog
คนบ้านป่า Home & Garden Blog ดู Blog
เนินน้ำ Food Blog ดู Blog
เศษเสี้ยว Photo Blog ดู Blog
pantawan Health Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 5 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


โดย: mastana วันที่: 23 กันยายน 2558 เวลา:21:14:15 น.  

 
สวัสดีค่ะ

เด็กๆชอบข้าวเหนียวอยู่แล้วยิ่งจอเป็นสีๆยิ่งชอบค่ะ


โดย: praewa cute วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:11:29:41 น.  

 
ขอบคุณที่แวะฟังเพลงจ้ะคุณปาน



โดย: mambymam วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:12:51:56 น.  

 
หืมมม เพิ่งเคยได้ยินขอบคุณที่มาเปิดโลกทัศน์ให้นะค่ะ เดี๋ยวนี้มีโรคแปลกๆใหม่ๆเกิดขึ้นตลอดเลย


โดย: Kisshoneyz วันที่: 24 กันยายน 2558 เวลา:20:59:15 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
pantawan Health Blog

ได้มาอ่านบทความวันนี้ดีใจมาก เพราะพี่สาวกำลังมีปัญหาเกี่ยวกับตา มันตกไปหนึ่งข้าง แต่สาเหตุมาจากสมองซึ่งหมอกำลังปรึกษากันว่าจะต้องทำอย่างไร ?

ขอบคุณมากค่ะที่แวะไปเยี่ยมพี่ ๆ ไม่ค่อยมีเวลาไปเยี่ยมใครเลย โดยเฉพาะตอนนี้กำลังเตรียมตัวกลับบ้าน ต้องทำอะไรหลายๆ อย่างให้เสร็จก่อนจะไปแบบระยะย่าว มีโอกาสจะเข้ามาเยี่ยมอีกค่ะ



โดย: Maeboon วันที่: 25 กันยายน 2558 เวลา:0:26:44 น.  

 
(ความเชื่อ)โรคตาถ้ารักษาไม่หายให้ลองย้ายทื่อยู่ดู


โดย: taw IP: 1.46.7.164 วันที่: 4 ธันวาคม 2558 เวลา:10:21:27 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

pantawan
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 63 คน [?]




free counters
เริ่มทำ Blog ครั้งแรกเมื่อ 27 ก.ค.54
เริ่มนับ 2 มี.ค.55
ขอบคุณภาพประกอบจากบล็อค คุณญามี่ คุณยายเก๋า คุณนุช oranuch_sri กรอบภาพจากบล็อค คุณ Lozacat คุณ KungGuenter
New Comments
Friends' blogs
[Add pantawan's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friends


 
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.