อ๊อด อ๊อด....ยอดมานุสสส
เขียนประวัติศาสตร์ของตัวเอง.



สวัสดีครับ....





เคยคิดกันบ้างไหมว่า ทำไมชีวิตเราต้องการอะไรกันนักหนา.... ชีวิตๆหนึ่งเกิดมามันจะมีอะไรมากไปกว่าการมีที่อยู่อาศัย มีอาหารให้เลี้ยงชีพ มีเสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่มไว้ปกปิดร่างกาย มียารักษาโรคยามเจ๊บไข้..ปัจจัยสี่ที่ว่ามาเป็นพื้นฐานของชีวิตที่คนธรรมดาอย่างเราๆ พึงมี และเพียงเท่านี้ ก็อาจจะทำให้ชีวิตธรรมดาๆอย่างพวกเราดำรงได้อย่างเป็นปกติสุข...แล้วทำไม...มานั่งเซ็งวะ...น่าจะสุขได้แล้ว...อิอิ




วันนี้ผมเกิดอาหารว่างโดยอุบัติเหตุ อิอิ.....จริงๆมันไม่ควรจะว่าง แต่มันว่างด้วยเหตุการณ์ที่ไม่สามรถควบคุมได้...อะไรๆวันนี้ผิดแผนไปหมด แต่แทนที่จะมานั่งหดหู่เศร้าใจ.....กลับคิดขำๆกับสิ่งที่เกิดขึ้น..ตลกชะมัด...




เออ..แปลกดี อยู่ๆก็อยากเขียนขึ้นมา...เอาแบบว่ามาบ่นมาเล่า...แล้วกันนะครับ





ผมเคยถามเพื่อนหลายคน ทั้งเพื่อนสนิท และเพื่อนใน bloggang ว่าเคยเขียนไดอารี่ หรือบันทึกประจำวันกันบ้างอะป่าว....บ้างก็บอกเขียน บางคนบอกว่าจะเขียนเฉพาะเมื่อมีเรื่องน่าประทับใจและน่าจดจำ...บางคนบอก ไม่รู้จะเขียนไปทำไม...บางคนบอกขี้เกียจ...ผมเองไม่เคยเขียนบันทึกประจำวันหรอกนะ...เพื่อนผมบอกว่า มันก็ไม่ต่างจากการเขียน blog....แต่ผมก็แย้งว่าไม่จริง...การเขียน blog ไม่เหมือนเขียนบันทึกประจำวัน เพราะว่าไม่ได้เขียนทุกวัน...เขียนเฉพาะเวลาที่อยากเขียน เขียนเฉพาะเรื่องที่อยากแบ่งปัน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเรื่องดี..เขียนในเรื่องที่ไม่เป็นความลับ เปิดเผยได้...แต่บันทึกประจำวันนั้น ยากที่ใครจะเดินเข้ามาขอดูแล้วยอมให้ดูแต่โดยดี....





ผมใช้เวลาบ่ายวันนี้ (ก็ตอนที่เขียนเนี่ยแหล่ะ) มานั่งอยู่ในสวนสาธาระณะ ให้เวลาและความสงบ สบายของที่นี่ ปรับปรุงจิตใจของตัวเองที่ขุ่นมัวให้มองเห็นอะไรในมุมที่แตกต่าง...เลยได้คิดโน่นคิดนี่ คิดสาระพัดเรื่อง...คิดอย่างเงียบๆ แต่แอบเขียนมาเป็นตัวหนังสือ...แล้วก็เผลอไปคิดเรื่องบันทึกประจำวัน....




ผมว่าทุกคนคงมีความทรงจำของตัวเอง....แต่ส่วนใหญ่จะจำแต่เรื่องที่มันมีผลทางจิตใจ...แต่วิถีชีวิตในแต่ละวัน หากมันไม่ได้มีอะไรตื่นเต้น เราอาจจะลืม เมื่อวาน หรือ ลืมวันก่อนหน้านี้ ลืมวันจันทร์ของอาทิตย์ที่แล้วว่าทำอะไร..แม้กระทั่งลืมว่า วันที่นี้ของเดือนที่แล้ว หรือวันนี้ของปีที่แล้ว...เราทำอะไร อยู่ที่ไหน หรือแม้กระทั่ง เรารู้สึกยังไง....อืม..มันเลยทำให้คิดว่าการเขียนบันทึกเหมือนเป็นเครื่องมือช่วยเตือนความทรงจำ...ถึงแม้ว่าจะเถียงว่า ฉันจำเก่ง...ไม่เห็นจำเป็นเลยว่าต้องจำ ..หรือ อะไรๆที่ว่ามา..ไม่เห็นจะน่าจดจำตรงไหน...เพราะชีวิตมันก็เหมือนกันทุกวัน....”ชีวิตเรา ดำเนินไปอย่างซ้ำกัน วนเวียนเป็นวัฎจักร เหมือนกันทุกวันเหรอ...ผมว่ามันไม่น่าเหมือนกันทุกวันนะ” เพื่อนๆว่าไง




เมื่อวานเป็นประวัติศาสตร์ของวันนี้....พอพรุ่งนี้ วันนี้ก็จะกลายเป็นประวัติศาสตร์...ถึงแม้คุณจะเกลียดวิชาประวัติศาสตร์มากแค่ไหน...แต่ก็เลี่ยงไม่ได้ที่คุณจะมีประวัติศาสตร์ของตัวเอง....บันทึกประจำวันก็อาจจะเป็นเหมือนหนังสือเรียนวิชาประวัติศาสตร์ แต่เป็นประวัติศาสตร์ที่ส่วนตัว....





ผมไม่เคยเขียนบันทึกประจำวันเลย และไม่เคยคิดจะเขียน...แต่ตอนนี้ ชักอยากจะมีหนังสือประวัติศาสตร์ของตัวเองบ้างแล้ว....กลัววันหนึ่งจะลืม...





มีหนังสือ pocket book ภาษาอังกฤษเล่มหนึ่ง.....สำหรับผม เป็นหนังสือภาษาอังกฤษ เล่มแรกที่ตั้งใจอ่าน แล้วก็อ่านจนจบ...เพราะว่าเนื้อหามันไม่เยอะ ศัพท์ก็ไม่ยากเกินไป...โคตรดีใจเลยตอนนั้นที่อ่านจบ..ภูมิใจว่าตูก็อ่านนิยายภาษาอังกฤษได้ทั้งเล่ม....เพื่อนๆหลายคนคงเคยอ่าน..เรื่องราวของหนังสือเล่มนี้ได้นำมาทำเป็นภาพยนต์ด้วยนะครับ...ชื่อเรื่อง The Notebook








เรื่องราวของคน 2 คนที่รักกันมาก....เขาและเธอมีแต่ความทรงจำและวันเวลาที่ดีร่วมกันมาโดยตลอด....แต่เธอ...สูญเสียความทรงจำ ด้วยโรคอัลไซเมอร์...ชายที่เธอรัก...ผู้เป็นทั้งสามีผู้ซื่อสัตย์ในหัวใจรักที่มีต่อเธอผู้นั้น....พ่อที่น่ารักของลูกๆ...และเพื่อนตายในยามที่เธอต้องเผชิญกับวาระสุดท้ายของชีวิต.....ชายคนนั้นได้เขียนเรื่องราวของเขาและเธอไว้ในบันทึก...บันทึกที่ ชายคนนั้น หยิบมานั่งอ่านให้ภรรยาสุดที่รักฟังอยู่บ่อยครั้ง.... เพียงเพื่อหวังว่าจะช่วยให้ความทรงจำเธอกลับคืนมา...ซึ่งก็เป็นผล แต่แค่ชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น...เขาและเธอต่างดีใจ เมื่อภาพความทรงจำอันมีค่า ย้อนกลับมาปรากฏให้เห็น และทำให้เธอจำชายผู้เป็นที่รักได้ ถึงแม้จะเป็นเวลาไม่กี่นาทีก็ตาม....ผมอ่านจนจบแล้วก็คิดในใจว่า....ถึงแม้ว่าความตายนั้นจะทำให้คนเราพรากจากกันชั่วกาล ก็ยังดีเสียกว่าการที่ต้องสูญเสียความทรงจำในชีวิตโดยไม่หลงเหลือความทรงจำไว้ที่ดีต่อกันไว้อีกเลย....





อย่าเศร้านะคร๊าบบบ...อิอิ..ที่เขียนเนี่ย..เพราะคิดถึงเรื่องนี้...พอดีมันว่างหน่ะ( โดนเพื่อนด่าประจำว่า ว่างมาก..มานั่งเขียน blog)




พอเขียนถึงตรงนี้...ก็อยากขอบคุณใครสักคนหนึ่ง...จริงๆก็ไม่รู้ว่าใคร..ที่ส่งของขวัญวันเกิดมาให้ เป็นสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง...ปกสมุดทำด้วยผ้าสีดำ ข้างในเป็นกระดาษที่ไม่มีลายเส้นบันทัด...




ผมเคยคิดเล่นๆมาก่อนหน้านี้ว่าอยากเขียนบันทึกประจำวัน....แต่ยังขี้เกียจอยู่เลย...คิดเล่นๆในใจว่า ถ้ามีใครซื้อสมุดบันทึกมาให้เขียน ก็คงจะเริ่มเขียน...คิดแบบนี้มานานแล้วหล่ะ...อิอิ...แต่ไม่มีใครซื้อให้สักที




เมื่อวันก่อน ได้รับพัสดุจากประเทศไทย....ข้างในมีสมุดบันทึกเล่มดังกล่าว...แต่ไม่ยักกะเขียนชื่อคนส่ง....มีเพียงการ์ดใบเล็กว่า สุขสันต์วันเกิด..เอาไว้สำหรับบันทึกนะ...จากเพื่อนผู้หวังดีเสมอ....(ครายยยยฟ่ะ...) ยังไงก็ขอบคุณมากๆๆครับ...คงได้ฤกษ์เขียนซะที....หากคนที่ส่งมาให้ได้อ่าน..ผมได้รับของแล้วนะครับ..แล้วก็ขอบคุณมากๆ ถ้าไม่เป็นความลับมากเกินไป...เมลล์มาบอกหน่อยแล้วกันว่าท่านเป็นผู้ใด....





เอาหล่ะ...ผมว่าจะเก็บของกลับบ้านแล้วครับ...นั่งเขียนอยู่ริมแม่น้ำ ทั้งเป็ด ทั้งหงษ์ บินให้ว่อนเลย...สบายใจแล้ว....เดี๋ยวต้องกลับไปวางแผนก่อนว่ากลับบ้านเดือน ธ.ค. นี้ผมจะทำอะไรบ้าง...มีอะไรตั้งหลายอย่างที่อยากทำ...





ถึงผมจะเกลียดวิชาประวัติศาสตร์...แต่ผมก็อยากมีหนังสือประวัติศาสตร์ของตัวเอง...(ส่วนตั้วส่วนตัวคร๊าบบบบ)





ขอให้มีกำลังใจทำในสิ่งที่อยากทำต่อไปครับ...สู้ๆ และรักษาสุขภาพด้วย



รักและคิดถึง

สิงห์นครพิงค์






Create Date : 26 ตุลาคม 2549
Last Update : 19 มกราคม 2551 7:44:56 น. 23 comments
Counter : 514 Pageviews.

 
ดีดี เขียนเลยอ็อด
เราเคยเขียนตอนอยู่มัธยมอ่ะ และก็หยุดยาวเลย
มาเริ่มเขียนอีกทีตอนเรียนปี 1 แล้วก็หยุดไม่ได้เขียนอีกเลย
มีโอกาสได้กลับมาอ่าน มันรู้สึกได้ถึงอารมณืตอนนั้นเลยนะ
ถ้าไม่ได้เขียนไว้ก็คงจำไม่คอยได้หรอกว่า
เราเคยเป็นอย่างโน้นเป็นอย่างนี้
ยินดีด้วยจ้า ที่จะมีประวัติศาสตร์เป็นรูปเล่มของตัวเอง
ขอบคุณผู้ส่งสมุดโน๊ตเล่มนั้นให้อ็อดด้วยนะคะ
ได้ใช้งานเลย อิอิ


โดย: tweety girl วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:23:31:23 น.  

 
ว่างโดยอุบัติเหตุ เยี่ยมมาก


โดย: PutterZ (ToppuT ) วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:23:46:59 น.  

 
บันทึกประจำวันเคยทำค่ะ ก็เป็นทั้งเรื่องลับ และไม่ลับ แต่บันทึกทุกวัน เดี๋ยวนี้ขี้เกียจล่ะ เลยเก็บเอาบันทึกนั้นลงลิ้นชัก แต่เขีนไดอารี่ในบล๊อกแก๊งค์แทน แต่จะเขียนแต่เรื่องที่ควรเขียนค่ะ ไม่กล้าเขียนอะไรที่เป็นความลับ มันไม่ดีเนอะ


เก่งจังอ่านนิยายภาษาอังกฤษจบเล่ม ฝนยังไม่เคยอ่านจบซักเล่มเลยค่ะ แบบว่าหลับไปซะก่อน อย่างมากก็แค่เปิดผ่านๆ

เข้าใจความรู้สึกค่ะว่าดีใจแค่ไหนที่อ่านจบ แถมเป็นภาษาอังกฤษ เพราะฝนก็เคยมีความประทับแบบนี้ตอนร้องเพลงภาษาอังกฤษได้จบเพลงครั้งแรกในชีวิต ในวันงานคริสตมาส ที่จัดในโรงเรียนสมัยเรียนมัธยมค่ะ

ชื่อเพลง Right Here Waiting ทุกวันนี้ยังจำเนื้อขึ้นใจเลย

มีความสุขในทุกๆ วันนะคะ


โดย: Malee30 วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:23:52:12 น.  

 
ขออนุญาต add blog ไว้เป็นเพื่อนกันนะครับ


โดย: stawahna (stawahna ) วันที่: 26 ตุลาคม 2549 เวลา:23:58:33 น.  

 
พี่ชอบประวัติศาสตร์ เลยจำเรื่องราวได้เกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในชีวิต ไม่ว่าจะแย่หรือจะดีแค่ใหน เลยเป็นคนที่ไม่ชอบขีดเขียนอะไรสักเท่าไหร่ ไม่เคยมีบันทึกเป็นของตัวเอง ยกเว้นตอนถูกบังคับให้เขียนอนุทินส่งอาจารย์ตอนม.ต้น


ปล.ขอบคุณที่แวะไปอวยพรให้คนพิเศษของพี่นะ


โดย: Picike วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:1:43:24 น.  

 
ชอบจังคะ กะลังคิดเรื่องนี้เลยนะนิ

คิสเป็นคนสมาธิสั้นมาก ประวัติศาสตร์ในชีวิตเลยมักเป็นเรื่องที่"ฝังใจ"มากกว่า

ความทรงจำคิสเป็นจุดๆ แล้วแว่บหายไป แล้วก็เป็นจุดๆอีก เหมือนกราฟง่อยๆ

เรื่องที่ประทับใจ คิสไม่เคยลืมนะ แต่ส่วนใหญ่ที่จำได้มักเป็นเรื่องที่นึกแล้วก็ร้องไห้

ก็เหมือนที่เค้าบอกว่า บางสิ่งที่อยากลืม เรากลับจำ สิ่งที่อยากจะจำ ดันกลับลืม

ไม่รู้ว่าทำไมถึงไม่เลือกจะจำสิ่งดีๆให้มากกว่าสิ่งที่บั่นทอนตัวเรา

แต่บางอย่าง เราก็ตั้งใจที่จะจำ คิสว่าคิสความจำไม่ดี(อย่างแรง) แต่ก็มั่นใจว่า บางเรื่อง ต่อให้ตายแล้วก็จะจำได้อยู่ ไม่ลืมแน่นอน

พล่ามยาวไปนะนิ เริ่มออกนอกทะเลแล้ว หนังน่าดูจังเลยคะ

เดี๋ยวไม่พลาดแน่นอน กลับบ้านมาอาจจะตั้งหน้าตั้งตาเขียนเลยก้ได้(แต่ลายมือคิสเหมือนลายแทงเลยคะ)

ขอบคุณที่เอามาฝากกันนะคะ ไม่ได้มาเยี่ยมบล๊อคคุณอ๊อดนานเลย เทคแคร์คะ


โดย: หนูคิสเซอร์วิส IP: 58.8.183.235 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:4:25:14 น.  

 
อ่า...เพิ่งเห็นว่าเกิดเดือนเดียวกันด้วย

ว๊าวๆๆๆ ดีใจจัง(ถึงไม่รู้ว่าจะดีใจไปทำไมก็เหอะ)

คนเดือนนี้มันอาภัพรักชิม๊ะคะ?? ล้อเล่นๆ คนเดีอนนี้มักจะหน้าตาดีนะ(ช่างกล้า)

ราตรีสวัสดิ์นะค่า


โดย: หนูคิสรีเทริน IP: 58.8.183.235 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:4:30:07 น.  

 
แวะมาทักทายคับ ช่วงนี้อัพบ่อย ๆ ดีจังคับ เรือ่งเขียนได ก้อดีคับ หนับหนุน ๆ


โดย: F IP: 124.120.64.108 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:4:57:00 น.  

 
อยากจดบันทึกมั่งแต่ไม่เคยจดได้นานเลยอะ จริง ๆ พอเวลาผ่านไปบางเรื่องที่บันทึกไว้มีประโยชน์เหมือนกัน


โดย: 90210 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:6:25:02 น.  

 
ผมเคยจดบันทึกแบบต่อเนื่องอยู่ครั้งนึงนะ
ครั้งเดียวเท่านั้นแหละในชีวิต
เป็นบันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตผมนับตั้งแต่วันที่ผมเลิกกับแฟน
เขียนได้ครบ 100 วันก็ให้เขาเป็นของขวัญวันเกิด
แล้วหลังจากนั้นก็ไม่ได้เขียนอะไรแบบนี้อีกเลยครับ


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:13:54:13 น.  

 
บันทึกประจำวันของเรากับของทางสน.นี่ สู้เราบันทึกเองเจ๋งกว่าครับผม

ประวัติศาสตร์เล็ก ๆ ของคนธรรมดา ที่อยากทำอะไรพิเศษ ๆ แบบสิงห์นครพิงค์

โอ้โห ไม่ธรรมดา


โดย: ดำรงเฮฮา วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:16:27:43 น.  

 
เคยเขียนบันทึกเมื่อนานมาแล้วตอนมีแฟนครั้งแรก ตอนหลังเลิกกันเลยโยนทิ้งถังขยะไปเลย 555หลังจากนั้นก็ไม่เคยเขียนบันทึกอีกเลย ตอนนี้มานั่งเขียน blog สนุกกว่ากันเยอะเลย ^__^

เพื่อนว่าเหมือนกันว่า"ว่างมากเรอะแก มานั่งเขียนอะไรไร้สาระ" ฮึ มันไร้สาระตรงไหนว๊า
wow..w ใครแอบส่งของขวัญวันเกิดให้น๊า


โดย: random-4 วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:21:01:24 น.  

 
เขียนดีจังค่ะ ชอบอ่าน เขียนอีกนะคะ

เคยเขียนบันทึกเหมือนกันค่ะ แต่เขียนแต่เรื่องดีๆเท่านั้น เรื่องที่ไม่อยากจำจะไม่เขียนเลย มันหดหู่เวลาอ่าน ปล่อยให้มันหายไปกับเวลาดีกว่า


โดย: ตอง (Kazalong ) วันที่: 27 ตุลาคม 2549 เวลา:22:10:17 น.  

 
เอาหล่ะ...ผมว่าจะเก็บของกลับบ้านแล้วครับ...นั่งเขียนอยู่ริมแม่น้ำ ทั้งเป็ด ทั้งหงษ์ บินให้ว่อนเลย...สบายใจแล้ว....

^
^

นี่แหละ คือสุดยอดของการปล่อยอารมณ์ในการเขียนหนังสือ

แม่โสมก็มีสวนหลังบ้าน แต่ไม่มีน้ำ

อ้อ มีบ่อปลาเน่าๆ

แต่ที่ไม่กล้าออกไปอ่านหนังสือ หรือเขียนหนังสือหลังบ้านมานานแล้ว เนื่องจากว่า

มันมีรังต่อหัวเสือโคร่งรังหญ๊าย หญ่ายยยยยยยยยยย อยูหลังบ้าน

กัวๆๆๆ ช่วยด๊วย


โดย: โสมรัศมี วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:9:48:12 น.  

 
I also watched the movie.

I like it; very touching...

Memory is quite an interesting human's capability. It's so delicate and erasible...

Well, to ensure that one's memory wouldn't be forgotten, writting may be the best way to preserve it for loved ones....

Don't you think?

Take care,
A.T.


โดย: A.T. IP: 129.82.96.71 วันที่: 28 ตุลาคม 2549 เวลา:12:00:22 น.  

 
คนที่โชคดีคือคนที่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักและอยุ่ท่ามกลางมิตรสหายที่ดี ผมว่าอาจารย์อ๊อดเป็นคนที่โชคดีคนนึงทีเดียวครับ.....
ส่วนตัวผมนั้น ตอนนี้สิ่งที่ผมรักกำลังรอผมอยู่เบื้องหน้า รอให้ผมไปถึงอยู่ ซักวันผมคงจะได้หยุดพัก และให้เวลาที่เหลืออยู่กับคนที่ผมรัก งานที่ผมรักซะที
คงจะดีไม่น้อยถ้าได้ใช้ชีวิตเหมือนที่ฝันไว้ จริงไหมครับ.....


โดย: นักเรียนของอาจารย์ IP: 210.86.142.37 วันที่: 29 ตุลาคม 2549 เวลา:21:10:41 น.  

 
อ่า...เห็นชื่อคุณที่เข้ามาเยี่ยมบ๊อกเราก็ว่าคุ้นๆ พอเข้ามาดูก็จำได้ว่าเคยเข้ามาทีนึงแล้วตอนที่อัพเพลงอ่ะคะ

จะว่าไปเวลาอัพบ๊อกมันก็คล้ายๆกับการเขียนไดอารี่นะคะ แต่ก็จริงค่ะว่าอยากจะอัพบ๊อกก็ต่อเมื่อมีอารมณ์อยากจะเขียนอะไรขึ้นมา แต่ไดอารี่เหมือนกึ่งๆบังคับตัวเองให้เขียนนะคะ

ชอบแนวคิดเรื่องประวัติศาสตร์ของตัวเองจัง....เวลาเอาบันทึกเก่าๆมาอ่านทีไรรู้สึกดีทุกครั้งเลย.....




**ปล.ขอบคุณค่ะที่ไปเยี่ยมบ๊อก


โดย: kaka (kakaman ) วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:1:56:29 น.  

 
เราก็เป็นคนนึงที่เคยอ่าน "Notebook" และก็เคยดูภาพยนต์เรื่องนี้..เพราะประทับใจจากหนังสือ..จำได้ว่าตอนที่อ่านเนี๊ยะ..ซึ้งจนน้ำตาร่วงเลย...

เข้ามาอ่าน Blog ของเพื่อนหลายครั้งแล้ว..เราว่า..Oz..เป็นคนนึงที่มักมีอะไรสอดแทรกในสิ่งที่เขียนตลอดเวลา..มันทำให้เรารู้สึกว่าอยากเข้ามาติดตาม Blog ของเพื่อนตลอด..อยากรู้ว่าเพื่อนจะเขียนอะไรอีก...


โดย: Angel_pew IP: 202.133.135.237 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:13:52:32 น.  

 
I would like to tell to another that he needs to try to make confliction with the yong puppy,Unuseful..., for every ones at all , beside to commit a faux pas or curiously.

The diversificate thinking alway say...

" Give a man a fish and he lives for one day"
" Teach a man to fish and he eats for life"

so, where is the kindly done that you wanted to teach or suggest?



โดย: . IP: 202.41.187.247 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:14:48:19 น.  

 
ลืมชมคะ เพลงบรรเลงเพราะมากๆๆ ฉันฟังซะหลายรอบเลยคะ

ยังไงจะแวะมาฟังอีกคะ


โดย: . IP: 202.41.187.247 วันที่: 30 ตุลาคม 2549 เวลา:15:05:28 น.  

 
ขอบคุณสำหรับเทียบเชิญในเมล์นะครับ

ถ้าว่างจะพยายาม มาอ่านให้ได้เลย
แต่เน็ต พี่ช่วงนี้ มันเป็น เอดีเอสแอลป่วยไงก็ไม่รู้ อืดชิบ

เพลงเพราะ ข้อความซึ้ง
เฮ้อ

ชีวิตคนเรา ไม่เหมือนกันทุกวันหรอก
มันอยู่ ที่เจ้าของชีวิต

ใช้ดินสอดำสีเดียวหรือ ดินสอสีหลายสีในการเขียนบทชีวิตในแต่ละวันน่ะ

คนบางคนอาจชอบที่จะทำซ้ำเดิมๆ
แต่บางคนอาจจะชอบสีสันหลากหลาย

แต่ทั้งหมด ล้วนแล้วแต่คือความทรงจำ

ความทรงจำของเรากับใครบางคน
ถ้าเค้าจำไม่ได้
แต่เราจำได้

แค่นี้ มันก็คุ้มที่ได้ร่วมผลิตความทรงจำระหว่างกันแล้ว


โดย: สะติมม๊อนโสสะโตเบ้ว วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:5:10:50 น.  

 
แวะมาเยี่ยมครับ หายว่างหรือยัง


โดย: 90210 วันที่: 31 ตุลาคม 2549 เวลา:6:41:43 น.  

 
อ๊อด

ขอบคุณสำหรับกำลังใจนะ พี่สบายใจขึ้นมากแล้วค่ะ


โดย: Picike วันที่: 1 พฤศจิกายน 2549 เวลา:2:57:42 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อ๊อดอ๊อดยอดมานุส
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]









Srawut Kumphune's Facebook Profile
Group Blog
 
<<
ตุลาคม 2549
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
26 ตุลาคม 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อ๊อดอ๊อดยอดมานุส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.