อ๊อด อ๊อด....ยอดมานุสสส
เหงา..เก่าไป+ใหม่มา...อยากฟังคลาสสิค..อีกฝันที่เหลือ



สวัสดีครับเพื่อนๆ





มาหลายเรื่องเหลือเกินอยากจะเล่า..ช่วงที่ผ่านมาเวลามีอะไรๆเข้ามาในชีวิต ที่คิดว่าอยากจะเขียนเก็บไว้ เผื่อเอาไว้มาอ่านในภายหลัง ก็เก็บๆ เมมๆ ไว้ในหัวกะม๋อง ว่าจะเขียนทีไรก็ไม่ได้เขียนซะที..แย่จริงๆผม วันนี้ก็ได้ฤกษ์ดีแล้วหล่ะ ได้เอามาเขียนซะที อ่านไหวก็ลองอ่าน อ่านไม่ไหว ก็ข้ามๆมันไปก็ได้ครับ...ไม่ได้สาระอะไรนัก..




  • เหงา...หรือเปล่า...


เคยคิดว่าตัวเองเหงาไหม....คำถามนี้อยู่ๆก็ผุดมาในหัว ชั่วขณะ ในระหว่างแชทกับรุ่นน้องคนหนึ่ง... จะว่าไป ไอ้เจ้านี่ก็หาใช่รุ่นน้องที่เรียนมาด้วยกันไม่...มันเป็นรุ่นเดียวกัน สมัยบวช (ศิษย์วัดอุโมงค์ เชยงใหม่) แบบว่าน้องมันอายุน้อยกว่า แต่บวชรุ่นเดียวกัน ก็เลยสนิทกัน เจ้าน้องชายคนนี้พอเรียนจบตอนนี้ก็ทำงานเป็นช่างภาพอยู่ที่สมุย...เพิ่งไปอยู่ได้ประมาณอาทิตย์กว่าๆ...สดๆร้อนๆเลย..อาทิตย์ที่แล้วตอนคุยกัน มันก็บ่นตลอดเลยว่าเหงา เหงา เหงา เหงา เหงา เหงา เหงา ...ผมก็พยายามเข้าใจนะ ว่าอาจจะเกิดอาการเหงา เพราะแปลกที่แปลกทาง ห่างบ้าน แถมโสด ไม่มีแฟน อารมณ์เหงามันก็คงเกิดขึ้นได้บ้าง แต่ผมเอง ลองมาย้อนถามตัวเองว่า เหงาครั้งล่าสุดเมื่อไหร่...ราวกับว่า เหมือนไม่เข้าใจคำว่าเหงา จริงๆซะทีเดียว เหงาเหรอ มันยังไงฟ่ะ ที่เรียกว่าเหงา...เหงาเหรอ มันยังไง...เหงาเหรอ...เคยเป็นหรือเปล่าว่ะ ผมเหมือนเพิ่งจะนึกออกว่า ความรู้สึกที่เรียกว่าเหงาเนี่ย เคยเกิดขึ้นแบบชัดเจนก็ตอนครั้งแรกที่ต้องไปเข้าค่ายต่างจังหวัด ห่างบ้านห่างครอบครัว และอีกครั้งที่ชัดๆเลยก็คือ ตอนมาเรียนมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ที่มหิดลศาลายา จำได้ว่าเหงาและทรมาน มันเป็นไง แต่เหมือนหลังจากนั้นก็ไม่เคยต้องทรมานจากความรู้สึกเหงาอีกเลย.....หรือจริงๆแล้ว..เราหน่ะเหงา แต่ชินกับมันไปแล้ว จนแยกแยะไม่ออกระหว่างความรู้สึกปกติ และความเหงา ประหนึ่งว่าความรู้สึกเหงา มันซ้อนทับ พอดี แนบแน่นสนิทกับความรู้สึกที่เป็นปกติไปแล้ว .....แล้วเพื่อนๆ เหงากันบ้างไหมครับ (ความเหงา มันเชี่ย กับมิวยังไงเหรอ) ฮ่าๆๆๆๆๆ





  • เก่าไป...ใหม่มา...


ช่วงนี้ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงกับสิ่งรอบตัว คนรอบตัว..เก่าไป ใหม่มา เพื่อนในบล๊อกบางคนก็หายไป..บ้างก็ลาจากไปด้วยวาระแห่งตน.....เพื่อนใหม่ก็เข้ามาทักทาย..เพื่อนที่เจอกันแต่ในบล๊อก ก็กำลังจะได้เจอตัวกันเป็น..ได้เห็น ได้คุย ได้ทักทาย ได้ศึกษานิสัยใจคอ ได้เป็นเพื่อนกันจริงๆ...นี่ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี รุ่นน้องรุ่นพี่เพื่อนๆ นักเรียนที่เรียนอยู่ที่นี่...ก็เรียนจบ กลับบ้านกันแล้ว..หลายคนเริ่มทยอยกลับบ้าน ต้องเอ่ยคำร่ำลากันอีกแล้ว.. ในขณะเดียวกัน นักเรียนรอบใหม่ ก็กำลังจะมา ได้พบเจอ ได้เห็นหน้า ได้กล่าวทักทายและยินดีต้อนรับ.. อย่างพรุ่งนี้..ผมเองต้องไปรับเพื่อนที่สนามบิน แต่เช้าตรู่เลย..แล้วก็พาไปอีกเมืองนึง ซึ่งเป็นที่หมายปลายทาง และเพื่อนผมเองก็ต้องใช้เวลาอีก 3-4 ปีข้างหน้าที่นั่น...ด้วยเงินภาษีของเพื่อนๆอีกนั่นแหล่ะครับ....และหวังว่า อีก 3-4 ปีข้างหน้า เพื่อนผม พร้อมกับ นักเรียนไทยคนอื่นๆ ก็จะได้กลับไปรับใช้ชาติ...ส่วนผมเอง..เวลาแห่งการบอกลา ก็ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว...ตอนนี้เริ่มนับถอยหลังได้ อีกปีเดียวเท่านั้นครับ...





  • อยากฟังคลาสสิค


เคยเล่าตั้งแต่ครั้งกระโน้นตอนไปเที่ยว กรุงปราก ประเทศสาธารณรัฐเชค ว่ารู้สึกประทับใจในการไปฟังดนตรีคลาสสิคมากๆ...สองอาทิตย์ก่อนโน้น มีโอกาสดีๆในชีวิตอีกแล้ว ที่ได้ดูการแสดงคอนเสิร์ตสดๆ โดยวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้าระดับโลก ที่มาเปิดการแสดงที่นี่ ในราคาอันย่อมเยาว์ แบบนักเรียนทุนเบี้ยน้อยๆ อย่างพวกผม สามารถจ่ายได้...รายการนี้ชื่อว่า BBC PROM ครับ.. โดยทาง BBC London จัดงานขึ้นที่ Royal Albert Hall งานนี้ มีการรวมเอาวงซิมโฟนี ออร์เครสต้า ระดับดังๆใหญ่ๆ ของโลกมาแสดงรวมกันที่นี่ครับ....ราคาตั๋วยืน (ที่ผมซื้อได้) อยู่ที่ 5ปอนด์เท่านั้นเอง...และวันนั้นที่ไปดู ก็เป็นรอบการแสดงของ The Chicago Symphony Orchestra ครับ.. ยิ่งใหญ่อลังการ มากทีเดียว..เพิ่งได้เห็นสดๆ ถึงขอบเวที จริงๆเลยว่า ถ้าเล่นวงซิมโฟนี เต็มวง มันอลังการขนาดไหน..ประทับใจสุดๆไปเลย ไม่เคยคิดมาก่อนว่า จะประทับใจได้ขนาดนี้...





หากเพื่อนๆได้มีโอกาส ลองไปดูคอนเสิร์ตดูนะครับ..ผมเองแต่ก่อนคิดว่า เพลงคลาสสิค ฟังยาก หูผมคงไม่ถึง...แต่พอมาได้ฟังจริงๆ..ถึงได้รู้ว่า ดนตรีคลาสสิค เป็นศิลปะของดนตรีอย่างแท้จริง...เป็นดนตรี ที่เป็นดนตรี ไม่ต้องมีเนื้อร้อง แต่ก็เข้าถึงใจได้ ผมคิดว่าเวลาเราฟังเพลงที่มีเนื้อร้อง เราร้องตาม และเราเข้าถึงอารมณ์เพลง หรือเข้าใจเพลงได้จากเนื้อหา...และเหมือนว่า คนฟังก็จะตีความหมายเพลงได้เหมือนๆกัน หรือไม่ต่างกันมากนัก ก็นั่นเป็นเพราะเนื้อเพลงเป็นตัวให้ความหมาย....แต่เพลงคลาสสิค...คนฟังแต่ละคน ต้องตึความหมายกันเอง...คนฟังแต่ละคน ก็จะได้อารมณ์เพลง และตีความหมาย ได้แตกต่างกัน..นั่นก็เป็นเพราะไม่มีเนื้อร้องเป็นสื่อความหมาย...ตรงนี้แหล่ะ ที่ผมว่า มันเท่ห์ดีครับ

พอไปฟังดนตรีในคอนเสิร์ตจริงๆ กับฟังเพลงคลาสสิคในซีดี ก็ต่างกันอีกแหล่ะ...ผมรู้สึกว่ามันน่าทึ่งมากจริงๆ.. เครื่องดนตรีแต่ละชิ้น มีความหมายต่อเพลง..ถึงแม้ว่าตลอดทั้งเพลง เครื่องดนตรีบางชิ้น จะได้เล่นให้ได้ยินเสียงแค่ไม่กี่ครั้ง ไม่กี่ท่อน...แต่เครื่องดนตรีชิ้นนั้นก็มีความหมายจริงๆ นักดนตรีทุกคน ก็น่าทึ่งมาก. เวลาผมมองคนเล่น ผมจะรู้สึกว่า เค้าเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกโลกหนึ่ง ซึ่งมีแต่ตัวเค้า เครื่องดนตรีที่เค้ากำลังทำหน้าที่ดีด ตี สี เป่า ตัวโน๊ต ทำนอง และทำยังไง..ให้แต่ละคน แต่ละเครื่อง ประสานกันออกมาให้เป็นเพลงที่น่าฟัง ไพเราะ...การทำงามร่วมกันอย่างสอดประสาน...นี่แหล่ะ ถึงเรียกว่า ออร์เครสต้า ... สิ่งที่น่าทึ่งอีกอันนึงก็คือ คอนดักเตอร์ ผู้อำนวยเพลง...ผมว่าเค้าละเอียดและให้ความสำคัญกับทุกจังหวะ และตัวโน๊ต..หนักเบาของเสียงดนตรี...น่าทึ่งจริงๆ...และที่น่าทึ่งที่สุด...ก็คือ...ศิลปินผู้ประพันธ์เพลง...ผมว่านั่นเป็นสิ่งอัศจรรย์ เป็นพรสวรรค์ ที่ใช่ว่าใครก็จะทำได้ เวลาผมดูเค้าแสดง..ตาผมเนี่ยจะต้องมองไปให้ทั่ว แล้วก็จะสังเกตุว่าผมได้ยินเสียงเครื่องดนตรีเครื่องไหน ที่ดังตอนนั้น ก็จะสอดส่ายสายตาไปจับจ้อง..มันสนุกดีนะครับ.. ถ้าถามว่า เครื่องดนตรีชิ้นไหนที่ผมประทับใจ....ผมบอกได้ว่า...ผมชอบเสียง Double Bass ผมชอบเสียงของ Double Bass ที่ฟังดูสุขุม นุ่มลึก ดูหนักแน่นและมั่นคงครับ...

ผมว่า...ผมหลงรักดนตรีคลาสสิคแล้วหล่ะ






  • อีกความฝันที่เหลือ


ผมเคยมีความฝันอีกอย่าง..ที่แอบๆซ่อนๆไว้..ตอนเด็กเคยฝันว่าอยากเป็นหมอ อยากเป็นพระ...อยากเป็นผู้พิพากษา...ตอนจะเอนทรานซ์ (เมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว)...ก็เคยคิดอยากจะเข้า นิติศาสตร์ แต่ตอนนั้น คุณแม่เคยขอไว้ครับ..แม่ให้เหตุผลว่า ไม่อยากเห็นผมต้องขึ้นโรงขึ้นศาล ถ้าเป็นทนาย อาจจะต้องว่าความ และกลัวว่าไม่ว่าจะชนะหรือแพ้ ก็อาจจะเกิดอันตรายแก่ตัวเองได้...แต่ก็เลยคิดว่าเรียนทางสาขาอื่นน่าจะดีกว่า...เลยขอไว้...ผมก็เห็นแก่แม่เหมือนกันนะ...แต่ตอนนั้นก็ด้วยความที่ยังเด็กครับ..ว่าไงก็ว่าตามกัน...และยังไม่แน่ใจในอนาคตตัวเองมากนัก...ผมเองก็ยังอยากเรียนกฏหมายอยู่...และไฟอยากเรียนมันลุกโชนมาอีกครั้งหล่ะหนนี้..เพราะด้วยเห็นว่า ที่เรียนอยู่ตอนนี้ ก็ใกล้จะจบแล้ว...และหากเรียนจบ กลับบ้านเรา..ผมก็อยากจะเรียนกฏหมาย...เสาร์ อาทิตย์นี้ ผมเองก็ง่วนกับการหาข้อมูล มีหลายสถาบันที่มีหลักสูตร นิติศาสตรบัณฑิต ที่น่าสนใจ อย่าง ม.รามคำแหง กับ มสธ. ก็มีหลักสูตรที่เอื้อต่อคนที่อยู่ ต่างประเทศ..ผมเองก็สามารถเริ่มเรียนได้เลยจากที่นี่เหมือนกัน..ซึ่งก็น่าสนใจดี....และที่จุฬาฯ มีหลักสูตรสำหรับผู้ที่จบปริญญาตรีมาแล้ว..ผมเองก็คิดว่า น่าสนใจเช่นกัน...เอาไว้คิดเป็นการบ้าน และค่อยๆคิด..แต่ยังไม่ใจร้อนครับ...แต่ทำแน่...เป็นกำลังใจให้ผมด้วย




เอาหล่ะ....วันนี้ผมว่าเป็นอีกครั้งหนึ่งที่เขียนเยอะ เขียนยาวมาก..ไม่รู้ว่าเพื่อนๆจะอดทนอ่านกันไหม...แต่ผมเอง การเก็บไว้อ่านในอนาคต เป็นเรื่องดีสำหรับผมครับ



รักษาสุขภาพกันด้วยครับ


รักและคิดถึงเช่นเคย


สิงห์นครพิงค์




Create Date : 21 กันยายน 2551
Last Update : 21 กันยายน 2551 6:57:35 น. 19 comments
Counter : 382 Pageviews.

 
สวัสดีครับอ้ายอ๊อด

บางคนอยู่ท่ามกลางคนนับหมื่นยังรู้สึกเหงา
บางคนอยู่ท่ามกลางป่าเปลี่ยว
แต่ไม่มีความรู้สึกเหงาเลย

เหงาอยู่ที่ไหน ?

อยู่ที่ใจ

................


อ้ายอ็อดชอบเฮียนเน๊าะ
หมั่นแต๊ๆ .....
ผมลงเรียนมหาวิทยาลัยชีวิตไปแล้วครับ 5555
แห๋มเมินกว่าจะรู้แจ้งเจนจบ
แต่ก่ต้องเฮียนฮู้กั๋นต่อไป



มีความสุขนั๊กๆเน้อครับอ้าย
ดูแลสุขภาพตวยครับ




โดย: ก.ก๋า (กะว่าก๋า ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:7:49:00 น.  

 
Nice! Enjoy reading it :)


โดย: Annie/Fl. IP: 71.99.78.112 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:8:55:27 น.  

 
ไม่เจอท่านพี่นานเลย

สบายดีไหมครับ


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:9:11:41 น.  

 
แวะมาทักทายค่า


โดย: โยเกิตมะนาว วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:9:44:43 น.  

 
อ่านเรื่องเก่าไป ใหม่มา มันเป็นสัจธรรมจริงๆ ค่ะ
แบบว่าเราไม่สามารถทำให้อะไรมันยั่งยืน
เหมือนเคยได้ตลอดไปเน๊าะ ขนาดความคิดเราเอง
ยังเปลี่ยนได้ทุกเมื่อ นับประสาอะไรน๊อ
จะให้อย่างอื่นมันเหมือนเดิมทุกอย่างตลอดเวลา ...


.........

อ่านแล้วเข้าใจ อีก 1 ปีจะกลับบ้านเฮาแล้ว
ช่วงนี้ก็เต็มที่ไปเลยเด้อ เพราะจบกลับมาแล้วเชื่อว่า
เวลามันก็คงเปลี่ยนไป มีอะไรต่างๆ ได้ทำ
เก็บเกี่ยวช่วงเวลา 1 ปีของทางโน้นให้เต็มที่จ่ะ ..



โดย: JewNid วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:9:51:49 น.  

 
ยาวจิง

แต่ก็อ่านจนจบ ค่ะ


โดย: kanhompung วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:10:52:30 น.  

 
วันก่อนเจอน้องพยาบาล

สวนดอก เคยเรียน TOEFL
ด้วยกันจบปริญญาเอกที่ Maryland , มาเรียนกฎหมาย
ของมสธ.
มาเรียนกฎหมายไทยกันเถอะคุณสิงห์

Photobucket




โดย: Cheria (SwantiJareeCheri ) วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:12:37:03 น.  

 
ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต วันๆคิดแต่เรื่องผิดๆ หายไปเลยนะสาาาดด

ไม่มีไร คิดถึงเฉยๆ อิๆๆ


โดย: ตี๋โลโซ IP: 91.54.227.212 วันที่: 21 กันยายน 2551 เวลา:17:18:48 น.  

 
อ้าย ยะหยังมาเขียนยาวแต้ว่า

ขอเวลาอ่านกำน้อ

อิอิ


โดย: patra_vet วันที่: 22 กันยายน 2551 เวลา:21:53:41 น.  

 
ครั้งหนึ่งผมเคยออกเรือไปหยุดแถว ๆ นิวยอร์ก ด้วยความกระแดะครับท่านพี่ ซื้อตัวไปดูคลาสสิก คณะอะไรไม่รู้เขาว่ามีชื่อมาก

เสียเงินไปประมาณ ร้อยเหรียญ ที่นั่งก็พอมองเห็น แต่มันเล่นได้สองเพลง ไอ้นักร้องโอเปล่าออกมา

ผมหลับเลย


โดย: พยัคฆ์ร้ายแห่งคลองบางหลวง วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:10:53:13 น.  

 
สัวสดีครับอ้ายอ๊อด

ไม่มีอะไรที่เป็นไปไมไ่ด้ครับในทางธรรม
มีแต่ต้องลงมือทำ
เพื่อจะให้ไปถึงซึ่ง "ศรัทธา" ที่เราตั้งไว้

แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับว่าเราตั้งมันไว้ "สูง" แค่ไหนด้วยนะครับ







โดย: กะก๋า ฮา 3 สายสะพาย (กะว่าก๋า ) วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:21:43:51 น.  

 
เคยฟังดนตรีคลาสสิคหลายครั้งแล้วครับ
ทั้งเล่นเดี่ยวๆ ประกอบนักร้องประสานเสียง ประกอบการแสดงบัลเล่ต์ และประกอบเสียงร้องแบบโอเปร่า
ขอยืนยันว่าผมไม่ชอบและพร้อมหลับได้ทุกครั้งครับ


โดย: พลทหารไรอัน วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:22:01:11 น.  

 
หัวสมองระดับเพชรแล้ว อ่านอะไรก็ออกจริงม่ะครับน้องอ๊อด


โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 23 กันยายน 2551 เวลา:23:48:02 น.  

 
ยินดีต้องฮับบบบบบบ กลับบ้านนนนนนนนนนน


โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 24 กันยายน 2551 เวลา:8:13:26 น.  

 
สวัสดีเจ้าอ้ายสิงห์ฯเจ้า

สบายดีน้อเจ้า แหม๋เฮาสวนทางกันแหมแล้วฮ่าๆๆๆ
นุชพึ่งกลับมาเมื่อวันศุกร์นี้เองเจ้า บ้านเฮาม่วนแต้ม่วนว่า

แอ่วหื้อม่วนเน้อเจ้าอ้ายสิงห์


โดย: แม่เฮือน วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:2:13:23 น.  

 
หนูก็เหงานะอาจารย์

รีบกลับมานะคะ อิอิ รอต้อนรับกลับบ้านอะค่ะ


โดย: นม-เนย-น้ำตาล วันที่: 29 กันยายน 2551 เวลา:23:18:30 น.  

 
หวัดดีครับอ้ายอ๊อด

วันนี้ก่ไปโฮงยาแห๋มรอบครับ
เพราะหมิงหมิงยังแหวะอยู่ครับ



เฮ้อ...สงสารลูกขนาดเลยครับ
อู้ก่บ่าได้ ไห้ฮ้องอย่างเดียวเลย





ขอบคุณสำหรับกำลังใจ๋เน้อครับอ้าย

ฮักษาสุขภาพตวยเน้อครับ




โดย: ก๋าคุง (กะว่าก๋า ) วันที่: 3 ตุลาคม 2551 เวลา:16:41:38 น.  

 
สวัสดีครับอ๊อดๆๆ

ขอให้เที่ยวให้สนุกนะ..ว้าเสียดายจังไม่ได้เจอกัน
แต่พี่ต๊อกให้เบอร์แล้วหละ..เดี๋ยวโทรไปแซวซะหน่อย อิอิ


เรื่องเหงา หรือ เบื่อ มันเกิดมาแล้วก็ไป..สลับไปสลับมา
บางทีคนเยอะแยะ..เพื่อนก็แวะมาบ่อย
ทำไมเราเบื่อๆเหงาๆก็ไม่รู้

แต่เวลาทำงานคนเดียว..บรรยากาศวังเวง
กลับรู้สึกมีความสุขสนุกมากเลยก็ไม่รู้

ผมว่ามันเป็นอารมณ์เป็นอารมณ์ที่แปลกดีเหมือนกัน..อิอิ
อย่าเหงานานหละ...เดี๋ยวก็ได้เจอเพื่อนๆที่น่ารัก หรือ เปล่าก็ไม่รู้ หุหุหุ
เที่ยวให้สนุกคร้าบบบบ


โดย: Little Knight วันที่: 4 ตุลาคม 2551 เวลา:7:09:11 น.  

 
พ่อหนุ่มแดนไกล กลับมาไทยแล้วยังเหงาอีกอ่ะเปล้าหน้อออออ กินๆ เที่ยวๆ ฮาๆ เพื่อนๆ อะไรทำนองนี้หนะ


โดย: พี่รี่+ต๊อก วันที่: 6 ตุลาคม 2551 เวลา:20:05:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

อ๊อดอ๊อดยอดมานุส
Location :
พิษณุโลก Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 3 คน [?]









Srawut Kumphune's Facebook Profile
Group Blog
 
<<
กันยายน 2551
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
282930 
 
21 กันยายน 2551
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add อ๊อดอ๊อดยอดมานุส's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.