Group Blog
 
 
พฤศจิกายน 2554
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
3 พฤศจิกายน 2554
 
All Blogs
 

อุ่นใจไอรัก ตอนที่ 1

วันรับปริญญาบัตรของบัณฑิตจบใหม่ มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ
หญิงสาวตาโตผมตรงยาวสลวยที่ถูกเกล้าขึ้นอย่างดูดีรับกับใบหน้ารูปไข่ที่ถูกบรรจงแต่งมาอย่างเหมาะสม
ชื่อว่าวัชรียา ปิยานันท์ หรือ กะรัต เป็นสาวน้อยผู้อ่อนหวานและอ่อนโยน ยืนหันซ้ายแลขวามองหาคนที่เธอรู้จักอยู่กลางลานกว้างที่เต็มไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา


“กะรัต กะรัต” เสียงเรียกที่ดังมาจากข้างหลังหญิงสาวรีบหันหน้ามาทางต้นเสียงนั้น


“พี่ริน” หญิงสาวตะโกนโบกไม้โบกมือด้วยความดีใจ เมื่อเห็นปริตา
ปิยานันท์ ญาติผู้พี่ที่สนิทกันมาตั้งแต่เด็ก ซึ่งเป็นลูกสาวคนเดียวของลุงพิพัฒน์
ปิยานันท์ ผู้มีหน้าสวยคมตาโตแบบฉบับสาวแขก (แขกในที่นี้หมายถึงประเทศทางตะวันออกกลาง)


“เป็นไงน้องรัก วันนี้สวยมาก” ปริตาโอบกะรัตเข้าหาตัวอย่างหลวมๆ
แล้วจับตัวเธอหมุนไปรอบๆ


“พี่รินก็ แล้วคุณย่ากับคุณลุงล่ะพี่” กะรัตพูดด้วยน้ำเสียงแห่งความสุขพร้อมทำท่ามองหาคุณลุงพิพัฒน์
และคุณย่าพรสรวง “ช่วงนี้คุณย่าไม่ค่อยสบาย พ่อพี่เลยอยู่ดูแลแล้วให้พี่ขึ้นมารับตัวเราลงไป”
สิ้นสุดคำพูดของปริตา กะรัตยิ้มรับบางๆอย่างเข้าใจ


“โทรหาคุณย่าได้ไหมพี่ริน” หญิงสาวพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือออกจากกระเป๋าถือ


“เอาเลยจ่ะ” ปริตายิ้มรับอย่างเอ็นดู กะรัตรีบกดโทรศัพท์ถึงผู้ที่เธอรักที่สุดทันที


“คุณย่า เป็นไงบ้างวันนี้หลานรับปริญญาแล้วนะ” กะรัตกล่าวทักคุณย่าด้วยความปิติ


“ดีใจด้วยลูก”


“แล้วทำไมคุณย่าไม่มาล่ะค่ะ หลานล่ะน้อยใจจริงเชียว”


“ก็ย่ารอให้เราเอาใบปริญญามาฝากไงล่ะ”


“ค่ะ เดียวเสร็จงานปุ๊บหลานจะรีบกลับไปทันที คิดถึงคุณย่านะค่ะ”
สุดคำพูดของกะรัต คุณย่าพรสรวงรับคำสั้นแล้วก็วางสายลง


“เรียบร้อยแล้วจ่ะพี่ริน หนูฝากโทรศัพท์กับกระเป๋าไว้ด้วยนะ”
กะรัตยิ้มอย่างสบายใจแล้วรีบส่งของในมือให้ปริตา


“เออ!!แล้วพ่อหนุ่มสุดหล่อแฟนเราล่ะอยู่ไหน เขาไม่มาด้วยหรอ” ปริตาถามถึงแฟนหนุ่มของกะรัตที่คบกันมาตั้งแต่เธอเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ


“เขาไปซื้อของอยู่ เดี๋ยวคงมา กะรัตใช้เขาไปเองแหละพี่” กะรัตตอบอย่างดีอกดีใจ
เมื่อพูดถึงแฟนหนุ่มของเธอ ไม่กี่ชั่วอึดใจมังกร นราธิป จงทรัพย์เจริญ
หนุ่มหล่อขาวมาดเท่ห์ ก็วิ่งถือข้าวของที่ซื้อเข้ามา เอื้อมมือแตะบ่าของกะรัตเบาๆ
หญิงสาวหันไปยิ้มให้กับเขาก่อนที่จะรับของจากมือเขามาพลางกล่าวแนะนำให้ชายหนุ่ม
ทักทายพี่สาวของตน


“มังกรค่ะ นี่พี่ริน”
เมื่อชายหนุ่มได้ยินเช่นนั้นก็หันไปยกมือไหว้ปริตาอย่างสุภาพ


“ที่จริงมังกรไม่ต้องไหว้พี่รินก็ได้นะ เพราะอายุก็เท่ากันไม่ใช่หรอ”
หญิงสาวหยอกกลับอย่างน่าเอ็นดู


“ยัยกะรัตเดี๋ยวเถอะ เราว่าพี่แก่งั้นสิ ไม่คุยกับเราและ
เอาของมาเดี๋ยวจะไปเก็บไว้ที่รถก่อน”
ปริตารีบคว้าข้าวของจากกะรัตและมังกรอย่างรีบร้อน ก่อนที่จะหันไป


“ตุ๊บ!!”


“อุ้ย ! ขอโทษค่ะ” ปริตากล่าวขอโทษร่างหนาๆที่เธอหันไปชนเข้าอย่างไม่ตั้งใจ


“ไม่เป็นไรครับ” เจ้าของร่างหนาๆรับคำแล้วก้มตัวลงมาช่วยเก็บข้าวของที่ตกอยู่ที่พื้น


“พี่รินเป็นอะไรรึเปล่าค่ะ”
กะรัตร้องทักเมื่อเหลือบมาเห็นพี่สาวลงไปกองอยู่กับพื้น จึงรีบวิ่งเข้ามาช่วยพยุงตัวปริตาขึ้น
และเมื่อเจ้าของร่างหนาๆเงยหน้าขึ้นมา “พี่ธนา” “เอ้า
! น้องกะรัต”
ธนา ทวีนนท์เจ้าของร่างหนาๆที่ชนเข้ากับปริตาเอ๋ยทักขึ้น
ธนาเป็นเพื่อนสนิทของมังกรตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัยและเขาสนิทกับกะรัตในฐานะแฟนของเพื่อน


“มังกรค่ะ พี่ธนามาค่ะ” กะรัตหันไปเรียกมังกรที่อยู่ด้านหลัง


“นี่รู้จักกันหรอ โธ่เจ็บเป็นบ้า” ปริตาพูดเหมือนน้อยใจ


“ยังไงผมก็ขอโทษด้วยนะครับพอดีไม่ทันมองครับ” ธนาขอโทษเป็นยกใหญ่


“เอาล่ะ เอาล่ะ พอแล้ว พี่เอาของไปเก็บก่อนนะกะรัต”
ปริตาพูดขึ้นแล้วคว้าข้าวของเดินไปทางที่รถจอดอยู่โดยไม่สนใจชายร่างหนาที่มองเธออย่างสนใจตั้งแต่แรกเห็น


“ไอธนา มองอะไร” เสียงของมังกรทำให้ชายร่างหนาคืนสติ


“เปล่าๆๆ” ธนารีบแก้ตัวเป็นวรรคเป็นเวรก่อนจะเปลี่ยนไปคุยกับกะรัตแทน
หลังจากเสร็จงานรับปริญญาของกะรัต
ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปโดยตกลงว่าในตอนเย็นจะไปเลี้ยงฉลองกันที่ร้านอาหารหรู
กะรัตและปริตากลับมาถึงหอพักด้วยความเหนื่อยอ่อน
จนกะรัตและปริตาเผลอหลับไปและในตอนเย็น ธนาและมังกรก็มารอหญิงสาวทั้งสองอยู่หน้าหอ


“พี่รินเสร็จยัง เขามากันแล้วนะ” กะรัตเร่งปริตาอย่างรีบร้อน


“จ่ะๆเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ” สองสาวรีบเดินออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นประตูเสียงโทรศัพท์มือถือของกะรัตก็ดังขึ้น


“ฮัลโหลค่ะ” กะรัตกล่าวตอบปลายสายที่โทรมา


“กะรัต กะรัตฟังลุงดีๆนะลูก ตอนนี้ย่าอาการทรุดลงมากลุงอยากให้หลานรีบกลับมาด่วนนะ”


“ค่ะ หนูจะรีบไปค่ะ” กะรัตรับคำสั้นๆก่อนจะวางสายลง น้ำตาของกะรัตค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ


“ใครโทรมาจ่ะเมื่อกี้ หรือว่ามังกรโทรมาตาม” ปริตาพูดขึ้นเมื่อปิดประตูห้องเสร็จ


“พี่...ริน...คุณย่า..คุ.ณ” กะรัตพูดเสียงสั่นๆจนปริตาต้องหันกลับมาดู


“กะรัต ใจเย็นๆนะ คุณย่าเป็นอะไร” ปริตาโอบกะรัตเข้ามาหาตัว


“พี่รินกลับบ้านเถอะตอนนี้เลยคุณลุงบอกคุณย่าอาการทรุด”
กะรัตกลั้นน้ำตาเพื่อพูดจนจบ แล้วก็ร้องไห้ออกมา


ปริตาจัดแจงข้าวของแล้วพากะรัตนั่งรถไปจังหวัดกระบี่ทันทีโดยมีธนาและมังกรตามมาด้วย
ช่วงเวลาที่อยู่บนรถช่างเป็นเวลาที่แสนยาวนาน กะรัตร้อนรนจนไม่เป็นอันทำอะไร
มือไม้สั่นตลอดเวลา ปริตาโทรกลับไปหาพ่อของเธอครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อถามอาการของย่าเป็นระยะแต่ก็ไม่ได้ความคืบหน้าอะไรที่จะทำให้เธอทั้งสองสบายใจขึ้น
คุณย่าพรสรวงอาการทรุดลงอย่างต่อเนื่องมังกรที่นั่งมาข้างหลังกับกะรัตกุมมือที่สั่นไหวของกะรัตมาตลอดทาง
แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้วเมื่อผู้เป็นลุงโทรมาอีกครั้ง


“ริน กะรัต ย่าเสียแล้วนะลูก”


สิ้นสุดคำของลุงเหมือนโลกทั้งโลกหยุดเคลื่อนไหวนี่คือการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ของเธออีกครั้ง
หลังจากที่เธอต้องสูญเสียผู้เป็นพ่อและแม่ของเธอไปตั้งแต่เธออายุได้
10 ปีทำให้เธอกลายเป็นเด็กกำพร้ามาตั้งแต่เล็ก
เธอต้องย้ายมาอยู่กับคุณย่าพรสรวงและลุงพิพัฒน์ที่บ้านสวน
จังหวัดกระบี่ตั้งแต่เล็ก และในวันนี้ก็เป็นอีกครั้งเมื่อย่าพรสรวงผู้เปรียบเสมือนผู้ให้ชีวิตใหม่หลังจากที่เธอสูญเสียพ่อและแม่ต้องมาจากไป
กะรัตน้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสอง เธอได้แต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จามังกรบีบมือกะรัตให้แรงขึ้นเพื่อให้หญิงสาวรู้สึกตัว
เธอหันมามองหน้ามังกร เขาโอบตัวเธอเข้ามาไว้ในอ้อมแขน ปากก็พร่ำบอกว่า
“ไม่เป็นอะไร ใจเย็นๆ” มือของมังกรก็ลูบไปที่หลังของหญิงสาวอย่างเบาๆ
กะรัตสะกดกลั้นน้ำตา ก่อนจะที่จะผละตัวออกจากมังกรแล้วหันไปถามปริตา


“พี่ริน นี่มันเรื่องจริงหรอ” น้ำเสียงเย็นเยือกที่เปล่งออกมาจากปากหญิงสาว
ทำให้ปริตาผู้ไม่เคยร้องไห้ให้กับสิ่งใด ที่พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลต้องปล่อยน้ำตาให้พรั่งพรูออกมาโดยไม่สามารถจะหยุดได้


“จ.ริ..ง...กะ.รั..ต” ปริตาหันมาบอกกับน้องสาวของตนก่อนเอื้อมมือมาจับมือกะรัตไว้


“เข้มแข็งไว้นะกะรัต คุณริน”
ธนาอยู่ที่อาสาเป็นผู้ขับรถให้เอ๋ยขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองร้องไห้



ทันทีที่มาถึงกระบี่
ทุกคนตรงไปที่วัดที่ตั้งศพคุณย่าพรสรวงไว้ศพของคุณย่ายังไม่ถูกบรรจุลงโลงเพราะลุงพิพัฒน์อยากให้หลานสาวทั้งสองมารดน้ำศพเสียก่อน
เมื่อรถที่กะรัตนั่งแล่นมาหยุดอยู่ที่ศาลาตั้งศพกะรัตรีบลงจากรถอย่างรีบร้อนวิ่งตรงไปที่ศพคุณย่าพร้อมกับถือใบปริญญาบัตรที่พึ่งได้รับมาเข้าไปด้วย
กะรัตนั่งลงตรงข้างศพของย่าที่เริ่มอืดบวมแล้ว


“คุณย่านี่ใบปริญญาหนูเอามาฝากคุณย่าแล้วนะค่ะ คุณย่าดีใจไหมค่ะ”
กะรัตพูดด้วยน้ำเสียงปนเศร้าแล้ววางใบปริญญาที่ถืออยู่ในมือลงบนร่างที่ไร้วิญญาณไร้การตอบสนอง
“คุณย่าเปิดดูสิค่ะ” สิ้นสุดคำพูดของตัวเธอเอง น้ำตาก็ไหลลงมาเป็นสาย
มังกรอยู่ที่ยืนมองอยู่ห่างๆจึงเดินเข้ามานั่งลงข้างๆเธอโอบตัวเธอไว้
แล้วเอื้อมมือไปแตะที่ศพคุณย่าพรสรวงแล้วพูดว่า


“คุณย่าหลับให้สบายเถอะครับต่อไปนี้ผมจะดูแลกะรัตเอง”
กะรัตได้ยินคำพูดของมังกรชัดเจนทุกถ้อยคำ
ทำให้เธอนึกย้อนไปถึงวันที่พ่อแม่ของเธอจากไป
คุณย่าเดินมาโอบกอดเธอไว้ก่อนที่จะบอกเธอว่า “กะรัต
หลานไม่ต้องเสียใจนะพ่อแม่หนูไปสบายแล้ว ต่อไปนี้ย่าจะดูแลหนูเองนะ”
กะรัตเงยหน้าขึ้นมองมังกรก่อนจะซบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาลงบนไหล่กว้างๆของเขา



หลังจากการเสียชีวิตของคุณย่าพรสรวง 1 ปี กะรัตย้ายขึ้นมาอยู่กรุงเทพฯ
ทำงานและเก็บเงินเพื่อสร้างครอบครัวของเธอเองในอนาคต
จนในที่สุดเธอได้แต่งงานกับมังกรชายหนุ่มผู้ที่สัญญาต่อหน้าศพของย่าว่าจะดูแลเธอ และในวันที่เธอรู้ว่าตัวเองตั้งท้องได้ 2 เดือน


“ผลตรวจมาแล้วนะครับ คุณวัชรียาแสดงความยินดีด้วยนะครับคุณตั้งท้องได้
2 เดือนแล้วครับ” คุณหมอบอกผลการตรวจครรภ์ของกะรัตหลังจากที่ดูผลการตรวจบนกระดาษ


“จริงหรอค่ะคุณหมอ” กะรัตแสดงอาการดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะทำหน้าสงสัยและถามหมออีกครั้ง

“แล้วทำไมถึงไม่มีอาการแพ้เหมือนคนอื่นๆเลยล่ะค่ะ” คุณหมอยิ้มรับในคำถามของกะรัต


“คุณถือว่าโชคดีนะครับที่ไม่มีอาการแพ้ท้อง
ไม่ถือว่าผิดปกติหรอกนะครับ มันขึ้นอยู่กับฮอร์โมนของแม่กับลูกครับ คุณก็สบายใจได้
เพราะหมอตรวจดูแล้วเด็กยังแข็งแรงดี ไม่มีปัญหาครับ”
คุณหมอเอ๋ยชมด้วยความยินดีถึงลูกในท้องของกะรัต


กะรัตก้าวออกจากห้องหมอด้วยความดีใจ
ตั้งใจจะไปบอกข่าวดีเรื่องลูกกับมังกรเป็นคนแรกและเมื่อเธอมาถึงบ้าน
เธอก็ได้ยินมังกรและคุณนายบัวทิพย์คุยกัน


“มังกร แย่แล้วล่ะลูก
ธุรกิจที่อเมริกากำลังแย่ตาอ๋องกับยัยหลินอยู่ที่นั่นก็ช่วยอะไรไม่ได้
มังกรแม่ว่าลูกต้องไปแล้วล่ะ” เสียงของคุณนายบัวทิพย์ จงทรัพย์เจริญ แม่บังเกิดเกล้าของ มังกร
พูดขอร้องลูกชายให้รีบไปแก้ไขปัญหาทางธุรกิจที่อเมริกาโดยเอ๋ยถึง หลิน นรีนุช จงทรัพย์เจริญ ลูกสาวคนเล็กของเธอและอ๋อง
ชโนทัย เดชเดชา
หลานชายของเธอ
ที่เรียนอยู่ที่อเมริกาซึ่งไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้


“ครับ ครับ คุณแม่ เดี๋ยวจัดการเองครับ” มังกรรับคำผู้เป็นมารดาอย่างหนักใจ


“หรือแกเป็นห่วงเมีย” คุณนายบัวทิพย์ถามกลับเหมือนจะรู้ใจลูกชาย
มังกรไม่ได้ตอบอะไรนอกจากพยักหน้าเบาๆ คุณนายบัวทิพย์จึงกล่าวต่อ


“แกไม่ต้องเป็นห่วง แกก็รู้ฉันก็รักกะรัตไม่น้อยไปกว่าแกหรอกนะ
แล้วอีกอย่างเมียแกเขาก็ยังไม่ได้ท้องซะหน่อยจะมาเป็นห่วงอะไร”
คุณนายบัวทิพย์กัดฟันพูดอย่างขัดใจ คนทั้งบ้านต่างก็รู้ว่าแม่สามีกับลูกสะใภ้คู่นี้เข้าหน้ากันไม่ค่อยจะติดด้วยคุณนายบัวทิพย์เห็นว่ากะรัตไม่ใช่ลูกผู้ดีมีเงินเลยไม่ค่อยจะชอบหน้าแต่ก็ต้องยอมให้ลูกชายแต่งงาน
เพราะขัดลูกชายตัวเองไม่ได้


“แต่วันนี้กะรัตไปหาหมอนะครับ เขาบอกว่าจะไปตรวจว่าท้องรึเปล่า”
เมื่อได้ฟังคำของมังกร คุณนายบัวทิพย์เริ่มหัวเสียมากขึ้น


“แล้วยังไงล่ะ จะท้องหรือไม่ท้องแม่ก็ดูแลให้อยู่แล้ว
น่าๆแกก็ไปไม่นาน จัดการเรื่องงานทางนั้นเสร็จแกก็กลับ ไม่ได้ยุ่งยากอะไรเลยนะ
หรือแกจะให้ลุงชัยไป” คุณนายบัวทิพย์แผดเสียงขึ้นอ้างถึง คุณชัยธวัฒน์ เดชเดชา
ผู้เป็นพี่ชายของเธอที่รับหน้าที่ดูแลธุรกิจของตระกูล


“แกก็รู้ลุงแกต้องดูแลทางนี้ แค่แกไปจัดการทางโน้นให้เรียบร้อยมันก็จบ
แล้วอีกหน่อยตาอ๋องกับยัยหลินเรียนจบกลับมาช่วย แกก็สบาย
ลำบากทำตรงนี้ไปก่อนเถอะน่ายังไงมันก็ธุรกิจของตระกูล” คุณนายบัวทิพย์พยายามหว่านล้อมทุกทาง
มังกรถอนหายใจเฮือกใหญ่


“เดี๋ยวผมขอคุยกับกะรัตก่อนแล้วกันครับ”
มังกรพูดจบก็เดินขึ้นไปบนห้องนอนซึ่งอยู่ชั้นสองของบ้านทันทีโดยไม่รอฟังคำของผู้เป็นแม่
คุณนายบัวทิพย์เดินออกมาจากห้องนั่งเล่น แล้วเห็นกะรัตยืนอยู่ เธอจึงสะบัดหน้าใส่กะรัตและทำสีหน้าไม่พอใจอย่างรุนแรงที่ลูกชายไม่ยอมฟังเธอ
กะรัตก้มหน้าเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อที่จะขึ้นไปหามังกร
เธอเดินมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องพยายามทำใจสักพักแล้วแสร้งยิ้มเปิดประตูเข้าไปในห้อง


“คุณอยู่ที่นี่เองหรอฉันก็เดินหาคุณทั่วบ้านเลย”
กะรัตเดินหลบสายตาของมังกรที่นั่งอยู่บนโซฟาตรงทางเข้าห้อง
มาที่โต๊ะวางของเล็กๆมุมห้องแสร้งทำเป็นรื้อค้นของในกระเป๋าถือของเธอเอง


“คุณไปหาหมอมาคุณหมอว่าไงบ้าง” มังกรถามด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งจนน่ากลัว
กะรัตรู้สึกตัวชาไปทั้งตัวเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เรียบนิ่งของมังกร


“ก็...ก็...” กะรัตอึกอัก มือของกะรัตเริ่มสั่นมากขึ้น
มังกรเหลือบมาเห็นอาการของกะรัต
จึงลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าหากะรัตที่ยืนอยู่ริมประตูระเบียงห้อง
มังกรโอบเอวกะรัตจากด้านหลังแล้วกุมมือของเธอที่สั่นไหว
เขาเลื่อนใบหน้าของเขาลงมาใกล้ๆใบหน้าของเธอแล้วกระซิบข้างหูเธอเบาๆด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงกว่าตอนแรก


“กลัวหรอ” มังกรรู้ดีว่าน้ำเสียงแบบนั้นของเขาทำให้กะรัตรู้สึกกลัวทุกครั้งที่ได้ยิน


“ก็คุณทำเสียงแบบนั้นทำไม คุณก็รู้นิ” กะรัตทำเสียงตัดพ้อต่อว่ามังกรที่ทำเสียงอย่างนั้นก่อนจะพูดลองเชิงมังกรในเรื่องที่เธอได้ยินมา


“คุณต่างหากที่เป็นอะไร อยู่ดีๆทำไมถึงทำเสียงแบบนั้น
มีเรื่องอะไรหรอ” สุดคำของกะรัตมังกรนิ่งไปพักใหญ่


“ไม่ตอบหรอ งั้นฉันตอบคุณก่อนก็ได้ ฉันไม่ได้ท้องนะ”
กะรัตกัดฟันทำเสียงใสใส่มังกรว่าเธอไม่ได้ท้อง มังกรทำหน้างงเมื่อได้ยินสิ่งที่กะรัตบอก


“แล้วไหนคุณบอกว่าประจำเดือนขาดมา2เดือนแล้วนิ” มังกรถามอย่างสงสัย


“ก็หมอบอกว่าฉันเครียด ประจำเดือนเลยขาด”
กะรัตรู้สึกโชคดีมากที่ไม่ได้ยืนประจันหน้ากับเขาเพราะถ้าเธอต้องประจันหน้ากับเขาแบบตรงๆแน่นอนว่าเขาต้องรู้แน่ว่าเธอโกหก


“คุณแน่ใจหรอ” มังกรถามย้ำเพื่อความแน่ใจ เพราะเสียงหัวใจของกะรัตตอนนี้เต้นแทบจะไม่เป็นจังหวะ
จนเขาพอที่จะจับความรู้สึกนั้นได้ และเหมือนกะรัตจะรู้ตัว จึงพยายามตีหน้าใสและผละตัวออกจากเขาแล้วพูดว่า


“แน่ใจค่ะคุณผู้ชาย” มังกรยังมองกะรัตไม่วางตา เธอจึงชิงถามคำถามที่เขาไม่ยอมตอบ


“ว่าแต่คุณเถอะเป็นอะไร มีเรื่องอะไรหรอถึงทำเสียงเย็นขนาดนั้น”
กะรัตส่งสายตาอยากรู้อยากเห็น


“คุณไม่ท้องก็ดีแล้วล่ะ” มังกรกลับบ่ายเบนที่จะพูดเรื่องนั้น


“โห้!! อะไรเนี่ยไม่ท้องก็ดี หมายความว่ายังไม่อยากให้ฉันมีลูกหรือยังไง”
กะรัตรู้สึกไม่สบอารมณ์กับคำพูดของมังกรจึงพูดประชดใส่เขา


“ไม่ใช่อย่างนั้น...” มังกรพูดเว้นคำแล้วถอนหายใจออกมาก่อนที่จะพูดต่อ


“คุณแม่ท่านจะให้ผมไปดูธุรกิจที่อเมริกาสักพัก
ตอนแรกผมคิดว่าคุณท้องเลยไม่อยากไปแต่นี่ถ้าคุณไม่เป็นอะไร ผมขอไปอเมริกาสักพักนะ
หรือคุณจะไปด้วยกันไหมล่ะ” สิ้นสุดคำพูดของตัวเองมังกรรู้สึกตัวเบาเหมือนนุ่นเมื่อได้ปลดปล่อยเรื่องในใจออกไป
แต่เขาหารู้ไม่ว่าความหนักใจที่เขาปลดปล่อยออกมานั้นไปตกอยู่ที่กะรัตหมดแล้ว
เธอยืนนิ่งไปชั่วครู่ก่อนที่จะยิ้มบางๆแสดงท่าเป็นเข้าใจเรื่องทุกอย่าง


“คุณไปเถอะ คุณก็รู้ฉันยังต้องทำงานจะไปกับคุณได้ยังไงล่ะ” กะรัตพูดจบก็แสร้งทำเป็นยิ้มกว้างๆให้มังกร


“แล้วอย่าลืมซื้อของฝากมาฝากฉันด้วยล่ะ” กะรัตทำทีเป็นร่าเริงทำให้มังกรโล่งใจขึ้น


“เดี๋ยวผมไปบอกแม่ก่อนนะป่านนี้ท่านกลุ้มใจแย่แล้ว”
มังกรพูดจบก็เดินตรงเข้ามาหากะรัต
โอบศีรษะของกะรัตเข้ามาและบรรจงจูบเบาๆที่หน้าผากของกะรัต
แล้วผละตัวเดินออกจากห้องไป กะรัตทรุดตัวลงที่เก้าอี้ที่อยู่ปลายเตียง
นำมือลูบท้องของตัวเองแล้วพูดกับลูกในท้องของเธอเบาๆ


“ลูกจ๋าให้พ่อเขาทำงานเสร็จกลับมาก่อนนะ แล้วแม่จะบอกพ่อแม่สัญญาจ่ะ
ลูกไม่โกรธแม่นะ”






Free TextEditor




 

Create Date : 03 พฤศจิกายน 2554
0 comments
Last Update : 3 พฤศจิกายน 2554 14:24:16 น.
Counter : 350 Pageviews.

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


Valentine's Month


 
sindesign
Location :
สมุทรปราการ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




ชีวิตคนหมุนเวียน และเปลี่ยนผัน
มีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย
ที่ย้ำเตือนอยู่ในความทรงจำไม่เปลี่ยน
มีบ้างที่เรื่องเหล่าันั้นจะเลือนลาง
มีบ้างที่เรื่องเหล่าันั้นจะจางหาย
แต่ก็คงจะมีบางเรื่องหรือบางสิ่งที่ไม่เคยลืมมัน
ไปจากหัวใจของเราสักที

ไม่เชื่อลองมองดูใจตัวเองนะ
มันจะมีอยู่บางเรื่อง
ที่มันจะติดอยู่ในใจเราตลอดไป


A:hover {BACKGROUND-IMAGE: url(); CURSOR: crosshair; COLOR: Red; BACKGROUND-COLOR: #; TEXT-DECORATION: none} pearleus
Friends' blogs
[Add sindesign's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.