URL บล็อก ...ณ มิตร... = http://silhouette.bloggang.com/ นะครับ..
" ทำไมนกกระยางจึงยืนขาเดียวเวลาหลับ"





มีปริศนาที่อยากให้ช่วยกันเฉลยหน่อย

"ทำไมนกกระยางจึงยืนขาเดียวเวลาหลับ"

ขอบอกว่านี่เป็นปริศนาประลองเชาว์ ไม่เกี่ยวกับความรู้รอบตัว

ถ้าผ่านไป 5 นาทีแล้วคุณยังคิดไม่ออก
(หรือยังตอบได้ไม่ถูกใจทั้งคนถามและคนฟัง)
นั่นเพราะคุณมัวแต่จะถามตัวเองใช่ไหมว่า...
ทำไมมันยืนขาเดียว ทำไมมันไม่ยืนสองขา

ลองเปลี่ยนมาถามตัวเองใหม่สิว่า..
ทำไมมันหดขาเดียว ทำไมมันไม่หดสองขา


เท่านี้แหละ คำตอบก็ออกมาทันทีว่า
"ถ้ามันหดทั้งสองขา มันก็ล้มน่ะสิ"
ปริศนาข้อนี้ตอบได้ง่าย หากเราเปลี่ยนมุมมอง
หรือตั้งคำถามเสียใหม่
นกกระยางยืนขาเดียว
กับนกกระยางหดขาเดียว ที่จริงก็คือสิ่งเดียวกัน
แต่เป็นภาพอันเกิดจากมุมมองที่ต่างกัน
และสามารถชักนำความคิดของเราไปคนละทิศละทางได้

การเปลี่ยนคำถามหรือมุมมอง ไม่ได้มีประโยชน์เพียงแค่ช่วยให้เรารอดพ้นจากอาการหน้าแตก
เวลาถูกจู่โจมด้วยปริศนาแบบนี้ (ซึ่งบางคนเรียกอย่างเจ็บแค้นว่า ปริศนาปัญญาอ่อน) ที่จริงมันมีประโยชน์มากกว่านั้น

เชื่อหรือไม่ว่า มันอาจจะมีผลถึงกับเปลี่ยนวิถีชีวิตของคุณได้



คงมีหลายครั้งที่คุณรู้สึกเศร้าสร้อยน้อยใจ เฝ้าบ่นในใจว่า "ทำไมเขาไม่เข้าใจเราเลย" ไม่ว่าเขา (หรือเธอ)
คนนั้นเป็นเพื่อนหรือคู่รักของคุณก็ตาม การตอกย้ำกับตัวเองด้วยความคิดอย่างนี้ บางทีก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลย นอกจากตัวเองจะทุกข์แล้ว ยังอาจหมางเมินเขามากขึ้น ซึ่งทำให้ความสัมพันธ์แย่ลงไปอีก

ลองเปลี่ยนมุมมองหรือตั้งคำถามใหม่สิว่า "แล้วเราล่ะ เข้าใจเขาบ้างหรือเปล่า" การถามแบบนี้อาจช่วยให้เราพบสาเหตุที่แท้จริงของปัญหาก็ได้ เพราะอันที่จริง เราเองก็คงไม่ได้เข้าใจเหมือนกัน

สัมพันธภาพของผู้คนมักมีปัญหาก็เพราะทุกคนคิดแต่จะเรียกร้องให้คนอื่นเข้าใจตนเอง

แต่ไม่พยายามหรือแม้กระทั่งคิดที่จะเข้าใจคนอื่น ถึงตรงนี้ คำถามไม่ได้อยู่ที่ว่า "ทำไมเขาไม่เข้าใจเรา" แต่อยู่ที่ "ทำไมเราถึงไม่เข้าใจเขา" และ"ทำอย่างไร เราถึงจะเข้าใจเขาได้"

การรู้จักตั้งคำถามเป็นศิลปะสำคัญอย่างหนึ่งของชีวิต
ทุกวันนี้เราถูกสอนให้สนใจคำตอบ จนลืมว่าคำถามนั้นสำคัญกว่าคำตอบมาก คำถามนั้นเป็นตัวกำหนดคำตอบ พูดอีกอย่างก็คือ คำถามเป็นตัวกำหนดความคิดและการกระทำของเรา ถ้าตั้งคำถามผิด ก็พาความคิดของเราเข้ารกเข้าพง ซ้ำอาจพาชีวิตหลงทางไปด้วย

เด็ก (และผู้ใหญ่) หลายคน ชอบถามในใจเวลามีงานมากองอยู่ข้างหน้าว่า "ฉันจะทำได้หรือ" คำถามอย่างนี้ชวนให้ท้อ แต่ความรู้สึกของเขาจะเปลี่ยนไป หากเขาถามตัวเองใหม่ว่า "ทำไมฉันจะทำไม่ได้"

อย่างไรก็ตาม บ่อยครั้งอุปสรรคไม่ได้อยู่ตรงที่ว่าทำได้หรือไม่ได้ หากอยู่ที่แรงจูงใจ
มีคำถามหนึ่งซึ่ง คุณหมอประเวศ วะสี (ใครอะครับ ณ มิตร ไม่รู้จัก??) บอกว่า เป็นคำถามที่น่าเกลียดที่สุด แต่เป็นคำถามที่กำลังระบาดไปทั่วสังคมไทย นั่นก็คือ คำถามว่า "ทำแล้วฉันจะได้อะไร" คำถามอย่างนี้ทำให้คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น ทำให้จิตใจแคบลง และหาความสุขได้ยาก

จะไม่ดีกว่าหรือ หากเราถามใหม่ว่า "ทำแล้วส่วนรวม (หรือสังคม) จะได้อะไร"

การคำนึงถึงส่วนรวมโดยเริ่มต้นจากคำถามแบบนี้
จะช่วยให้สังคมไทยน่าอยู่มากขึ้น และคนที่เสียสละเพื่อส่วนรวมก็จะได้ไม่ต้องมาคอยตอบคำถามของญาติมิตรว่า
"ทำแล้วเธอได้อะไร" หรือถูกตั้งข้อสงสัยว่า "ได้ไปเท่าไหร่"

การถามว่า ใคร กับ ทำไม ก็ให้ผลที่แตกต่างกันมาก เวลาเกิดเหตุร้ายขึ้นมา คนส่วนใหญ่มักสนใจว่า ใครทำ แต่ไม่ค่อยถามว่า ทำไมเขาจึงทำ คำถามแรกนั้นเพียงแต่สนองความอยากรู้อยากเห็น แต่คำถามหลังช่วยให้เห็นสาเหตุของปัญหา และอาจนำมาเป็นบทเรียนแก่ตนเองได้


คุณโสภณ สุภาพงษ์ (ส่วนคนนี้ ณ มิตร รู้จัก ฮี่ฮี่...) เล่าว่า ตอนที่ไปบริหารโรงกลั่นน้ำมันบางจากใหม่ๆ โรงกลั่นอยู่ในสภาพทรุดโทรมมาก อุบัติเหตุเกิดขึ้นประจำ ขาดทุนมหาศาล ขณะที่ขวัญของพนักงานก็ไม่ดี เพราะมีปัญหาสืบเนื่องจากเจ้าของเดิม คุณโสภณเล่าว่า เวลาเกิดอุบัติเหตุในโรงกลั่น จะไม่ถามพนักงานว่า "ใครทำ" แต่จะถามว่า "ทำไมถึงเกิดขึ้น"

วิธีการดังกล่าวมีผลคือ
ทำให้พนักงานช่วยกันหาสาเหตุและวิธีป้องกันแก้ไข แทนที่จะซัดทอดหรือกล่าวโทษกัน ซึ่งมีแต่จะทำให้แตกความสามัคคีกันมากขึ้น ในเวลาไม่นานโรงกลั่นก็แทบไม่มีอุบัติเหตุเลย กำไรก็เพิ่มมากขึ้น จนมีสถานะมั่นคง ส่วนพนักงานก็ทำงานอย่างมีความสุขและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม
คงไม่มีคำถามใดสำคัญเท่ากับคำถามเกี่ยวกับชีวิตจิตใจของเราเอง ถ้าเราเริ่มรู้สึกเหนื่อยอ่อนกับการถามตัวเองไม่รู้จบว่า "เมื่อไหร่ฉันถึงจะรวยเสียที" ลองเปลี่ยนมาเป็นคำถามว่า "เมื่อไหร่ฉันถึงจะพอใจกับความรวยของฉันเสียที" (นั่นหนะสินะ...) ลองเหลียวดูรอบตัวเถิด ตอนนี้คุณอาจร่ำรวยอยู่แล้วก็ได้ แต่ยังไม่พอใจเสียที เพราะเอาแต่ชะเง้อมองคนอื่นที่รวยกว่า

แต่ถึงแม้คุณจะยังไม่รวย พยายามบ่มเพาะความพอใจในสิ่งที่ตนมี แล้วคุณจะพบกับความรวยชนิดที่ไม่มีใครมาแย่งชิงได้ แม้จะอิจฉาตาร้อนจนลุกเป็นไฟก็ตาม





ที่มา : Fwd Mail



Create Date : 10 กุมภาพันธ์ 2549
Last Update : 10 กุมภาพันธ์ 2549 22:15:16 น. 29 comments
Counter : 2200 Pageviews.

 
Wow มาทักทายคนแรกเลย..จ้า เขียนดีจังเลย...ช่ายๆเนอะ ถ้าเราลองเปลี่ยนมุมมอง บางทีอะไรมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิดก็ได้เนอะ


โดย: FaRaWaYGiRL IP: 63.68.228.197 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:16:19:59 น.  

 
วันนี้วันศุกร์ มีความสุขเพราะได้อ่านอะไรที่ดีๆ มีประโยชน์มากๆ เลยจ้า ... อ่านแล้วก็น๊าก็ทำให้เราต้องหัดมองต่างมุมมั่งแล้วล่ะ

บางทีการที่เราไม่มีมุมมองมากขึ้นมันทำให้เราเป็นกบในกะลาจริงนะ แถมการมองอะไรมุมเดียวมันทำให้เราเป็นคนมีอคติด้วย ตอนนี้เลยต้องลองหัดเรียนรู้การมองอะไรหลายๆ มุมบ้าง อย่างน้อยตัวเองก็จะได้ผลดีคือ " ความสบายใจ "


โดย: JewNid วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:44:37 น.  

 
สวัสดีค่า มาอ่านเมล์ ชอบรูปหมูจัง น่ารักดี


โดย: ดา ดา วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:17:46:35 น.  

 
อิอิ นั่งท้าวคางอ่านจบแล้วค่ะ ชอบมีคำถามและหาคำตอบให้กับตัวเองเสมอ
ทำไมคนอื่นถึงไม่เข้าใจเรา แล้วทำไมเราถึงต้องให้คนอื่นมาเข้าใจเราได้ทั้งหมด ซึ่งตัวเราเองหลายเรืองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมี๊ยนค่ะ

ความพอใจของชีวิต จะบอกกับตัวเองเสมอเรามีตั้งแค่นี้ ไม่ใช่เรามีแค่นี้เองเหรอ
เกิดมาก็มีแต่ตัวแล้ว ที่มีอยุ่จะมากจะน้อยก็คือกำไรทั้งสิ้น

และอ่านเรืองราวของคุณโสภณ สุภาพงษ์ แล้วผุ้บริหาร หรือแม้กระทั้งการใช้ชีวิตประจำวันกับคนรอบข้าง ถ้าเรารู้จักใช้คำพูดได้อย่างนี้ในทุกสถานการณ์นอกจากจะได้ผลทีดีเกินคาด เรายังได้ความสามัคคีกับส่วนรวมอีกนะคะ ดีจัง

ว่าแล้วก็หันไปตะหวาดแว๊ว คนที่บ้าน
เอร้ย ใครทำอะไรตกเสียงดังฟระ อิอิ

ล.ป บล็อกใสๆ สบายตาดีค่ะ แว๊บ
อิอิ ถ้ามีเวลาว่างไปแต่งกลอนไว้ที่บล็อกอีกนะคะ อิอิ






โดย: พลอยสีรุ้ง วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:37:45 น.  

 
ดีครับ จะพยายามนำไปใช้ครับ


โดย: ตงเหลงฉ่า วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:07:04 น.  

 
แค่เปลี่ยนความคิด ชีวิตก็เปลี่ยนใช่มั้ยคะ


โดย: BBwindy วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:20:23:21 น.  

 
หลายครั้งที่เราอยากจะเปลี่ยนมุมมองดูบ้างแต่ก็ทำไม่สำเร็จ...

เพียงเพราะแค่ชินกับการมองจากมุมเดิมๆ...



ต้องลองส่องกระจกหกด้านดูอะนะครับ...

กล้าเปลี่ยน กล้าเปิดใจครับ...

ว่าแล้วก็ต้องไปหาเพลง "เปิด" มาเปิด...


ที่คุณหนูพลอยฯ ว่า "เกิดมามีตั้งแค่นี้... ไม่ใช่แค่นี้เองเหรอ..." เจ๋งมากครับ...


โดย: namit วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:13:28 น.  

 
อ่ะน่ะ วันนิเฮียมาเป็นการเป็นงานแฮะ....อิอิ
เฝงปรัชญาชีวิตด้วย อืม อืม พี่ณมิตร นำสิ่งที่ดีสู่ชีวิต จิง จิง


โดย: Peachy IP: 203.188.19.97 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:48:10 น.  

 
^
^^
^^^
คนข้างบนอะ...

นี่ ณ มิตร นะ... ไม่ใช่ โตชิบ้า...


โดย: namit วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:22:59:40 น.  

 
เห็นด้วยว่า
บางทีคำถาม สำคัญกับคำตอบ
คำถามกำหนดอะไรหลายๆ อย่าง

คุณหมอประเวศ วะสี
เป็นคนหมอที่สนใจปัญหาบ้านเมือง
เวลาประเทศชาติ มีวิกฤติ คุณหมอจะออกมาเขียนบทความ มีข้อคิด ดีๆ อ่านง่าย
เป็นปัญญาชนของเมืองไทยคนหนึ่ง
เคยเป็นนักเรียนแพทย์ ระดับเหรียญทอง
เป็นบรรณาธิการหนังสือ หมอชาวบ้าน
เคยได้รางวัลแมกไซไซ
ฯลฯ
หลังมาๆ นี้คุณหมอ ชอบเรียกตัวเองว่า ราษฎรอาวุโส

อาจารย์หมอประเวศ ยังเขียนหนังสือไว้หลายเล่มด้วยจ้า



โดย: grappa วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:37:06 น.  

 
"ทำไมเราถึงไม่เข้าใจเขา"
นั่นสินะครับ บางคนก็เข้าใจยากจริงๆนั่นแหละ

比上不足,比下有余。


โดย: Hematite วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:02:13 น.  

 
พยายามคิดพยายามเปลี่ยนมุมมอง จะพบทางออกที่ไม่คาดฝันเสมอครับ อ่านเรื่องวันนี้แล้วได้มุมมองดีๆหลายอย่างทีเดียว


โดย: นายเบียร์ วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:16:46 น.  

 
เข้าใจเขา แล้วเราจะรู้ว่าทำไมเขาไม่เข้าใจเรา

ดีมากๆครับ หลาน ณ มิตร ..

สวัสดีแปดร้อยครั้งด้วยรอยยิ้มนะคะ


โดย: ป่ามืด IP: 58.10.138.237 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:19:35 น.  

 
รูปประกอบกระทู้ น่าสนใจสุดๆ เก๋มากๆ อ่ะ




โดย: กำปงพิราเทวี วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:1:59:35 น.  

 
Oh! Boy! I really love your pictures; all of those are very funny sir!


โดย: POL_US IP: 130.126.87.110 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:7:19:12 น.  

 
อืม................


ปล. รูปน่ารักดีอ่ะ พี่มิต ไปเอามาจากหนายยยย


โดย: ส้ม IP: 58.136.135.85 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:8:30:18 น.  

 
ขอบคุณที่เก็บเรื่องราวดีๆมาให้ได้อ่าน
และนำเก็บไปคิดต่อประยุกต์ใช้กับเรื่องจริงในชีวิตประจำวันได้

เรื่องแบบนี้แตกต่างไปจากเรื่องที่อานแล้วจบแล้วจบเลย


โดย: พ่อพเยีย วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:9:30:10 น.  

 
....สวัสดีค่ะ แวะมาทักทายค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักน่ะคะ....ว่างๆก็แวะไปเที่ยวชมบล็อคของเจนนี่บ้างน่ะคะ....

......แล้วเจนนี่จะแวะมาเยี่ยมชมใหม่น่ะคะ......


โดย: jenny (สาวอิตาลี ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:13:20:18 น.  

 
เห็นด้วยมากๆ เลยค่ะ เมื่อไรที่เราสามารถเปลี่ยนมุมมองได้ (ด้วยใจจริงๆ ไม่ใช่การฝืน) ความรู้สึกต่อโลกจะเปลี่ยนไปทันที

ปล. คุณหมอประเวศ วะสี เป็นคุณหมอที่ดังมากค่ะ เป็นเจ้าของหรือบรรณาธิการ (รึเปล่าไม่แน่ใจ) นิตยสารหมอชาวบ้านค่ะ (เคยอ่านไหมหนอ อิอิ)

ปล.2 หายไปนาน จำกันได้ป่าวคะ


โดย: Hachimitsu (Hachi_chan ) วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:18:47:35 น.  

 
อืมห์...อืมห์....และอืมห์ น่าคิดครับผม..

แบบ เราทำน้ำหกไปครึ่งแก้ว แทนที่จะคิดว่า

" ว้า !! หมดไปตั้งครึ่งแล้ว " แต่คิดว่า
" ไม่เป็นไร !! ยังเหลืออีกตั้งครึ่งนึงแหน่"

คิดแบบนี้สบายใจกว่ากันเยอะฮะ
เอาล่ะต่อจากนี้ผมจะลองเปลี่ยนมุมมองการคิดบ้างล่ะฮะ...


โดย: อัยคุง วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:03:41 น.  

 
ปล พี่มิตรขอรับ รูปวาดบันไดที่กำแพง subwayเจ๋ง!!


โดย: อัยคุง วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:19:05:41 น.  

 
ยินดีที่เห็นหลายๆคนเข้ามาใส่ความคิดเห็นไว้นะครับ...

ผมนานๆจะทำตัวมีสาระกับเค้าที... ฮิฮิ

เด๋วจะทยอยตอบครับ...


โดย: namit วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:21:46:58 น.  

 
ถ้าพี่ณมิตรเป็นโตชิบ้าได้จิง(โคดสะนาให้ฟรีด้วยดูดิ) พี่จะมีคุณค่า+คุณประโยชน์มากกก ก่านี้อีกค้า หุหุหุ ลัลลลลลลลลลลลล ลา................
ไปแล้นแวะมากวนโอ๊ยย..เจ้ย เจ้ย อ่ะค่ะ


โดย: น้องพีชชี่มาอีกแล้นนนก้าบ... IP: 203.188.12.115 วันที่: 11 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:23:13:58 น.  

 
โอ้ววว คราวนี้มามีสาระแฮะ รูปกินพระอาทิตนี้ ชอบสุด ๆเลยเนอะ


โดย: Pigwidgeon IP: 203.150.30.31 วันที่: 14 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:12:57:12 น.  

 
นก รู้แล้ว ว่าทำไม คนที่มาเม้นท์ พี่ ณมิตร ไม่ค่อย log in อิอิ

กัว หัวใจมันแบะ อ่ะ ซึ่ง กะลังจะ โดนแบบเนี้ย

V
V


โดย: varissaporn327 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:22:49 น.  

 


โดย: varissaporn327 วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:24:00 น.  

 
เพลงนี้มีใน b นู๋เหมือนกัน แบบเต็ม version เลย เพื่อนส่งมาให้ตอนมีปัญหากะชีวิต..ชอบมั่ก ๆ


อ้าว...วันนี้ไม่ร้องเองหรอกเหรอคะ


โดย: ชิด-ชิด เข้ามาอีกหน่อย วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:0:48:39 น.  

 
แวะมาทักทาย ขอบคุณอีกรอบนะคะ บัตรอาร์โอพี ตอนนี้ดันไปสมัครใหม่เพราะว่าของเก่า เข้าพินโค้ดไม่ได้ค่ะ (จำไม่ได้)


โดย: แม่น้องธัย วันที่: 25 กุมภาพันธ์ 2549 เวลา:6:21:12 น.  

 
ขอโทดครับ


โดย: ด.ช. อัณณ์ เเก้วสาย IP: 222.123.128.253 วันที่: 16 มกราคม 2551 เวลา:16:19:51 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

namit
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Jazza Silhouette's Blog


เพียงฟ้าจดดิน...

๏ เพียง ลำพังเที่ยวทั้ง....พสุธา
ฟ้า ขอบเขตข้ามมา.......หมดสิ้น
จด จำเรื่องผ่านตา.........มาบอก
ดิน ติดเกือกปาดปลิ้น.....เก็บไว้ในโหล๚




สำหรับพวกชอบมาสาย
จะดู เปิดหมวก

Click ตรงนี้...





เติมหลังไมค์ไว้ใน Blog...
ทำยังงัย???
เฉลยอยู่นี่จ้า...

Special Guest...
Be Tickled by Tinglish
Doctor Manta
กำปงพิราเทวี
ป้าหนอน
มัชฌิมา
แมงปอ
อัยคุง

(เรียงตามลำดับความสั้น...)
อิอิ...




เปลี่ยน เป็น
Code โดย คุณชาเขียว ครับ...


v v v
v v
v
[ เก็บบล็อก ผีคิวฯ ♥ ผีเหม่ง ไว้ในอ้อมใจ ]
^
^ ^
^ ^ ^

CopyLeft @ May 2005
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2549
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728 
 
10 กุมภาพันธ์ 2549
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add namit's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.