สิ่งดี ๆ ของนาย NobiKee
Group Blog
 
 
กุมภาพันธ์ 2550
 
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728 
 
19 กุมภาพันธ์ 2550
 
All Blogs
 

เรื่งของคิม ฟุค เด็กคนนั้นที่เวียดนาม





ผมได้รับ emial จากพี่เล็ก พี่สาวที่แสนดีคนหนึ่ง เธอได้ forward mail ที่ดีมาก ๆ มาให้ผมอ่านหลายครั้ง และนี่ก็เป็นครั้งหนึ่งที่เธอได้ mail ให้ผมอีก ผมไม่ทราบว่าใครเขียนเรื่องนี้ แต่ตัวละครในเรื่องนี้ ได้สอนให้เราคิดและทำในสี่งเดียวกับที่หนังสือ "เข็มทิศชีวิต" ได้สอนไว้ ลองอ่านดูนะครับ






คิม ฟุค คือเด็กหญิงชาวเวียดนามใต้คนนั้นซึ่งช่างภาพอเมริกันได้ถ่ายไว้ขณะที่เธอและเพื่อนบ้านกำลัง
แตกตื่นหนีภัย แม้เธอจะรอดตายจากระเบิดนาปาล์มที่ทิ้งลงหมู่บ้านของเธอ แต่ไฟก็ได้เผาลวกผิวหนัง
ของเธอถึง 65 เปอร์เซ็นต์ เธอต้องรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลถึง 14 เดือน และผ่านการผ่าตัดถึง
17 ครั้งกว่าจะหายเป็นปรกติ

เธอยังโชคดีเมื่อเทียบกับลูกพี่ลูกน้องอีก 2 คน ซึ่งตายเพราะทนพิษบาดแผลไม่ไหวนั่นคือเหตุการณ์ที่เกิด
ขึ้นในปี 2515 เมื่อเวียดนามกลายเป็นคอมมิวนิสต์ 3 ปี ต่อมา ก็ไม่มีข่าวคราวของเธอปรากฏสู่โลก
ภายนอกอีกเลย

แต่แล้ววันหนึ่งในปี 2539 คิม ฟุค ก็ได้มาปรากฏตัวอยู่ต่อหน้าชาวอเมริกันซึ่งเคยผ่านสมรภูมิเวียดนาม
เธอได้รับเชิญให้มาพูดเนื่องในโอกาสวันทหารผ่านศึก ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. การได้มาเผชิญหน้ากับกลุ่ม
คนซึ่งครั้งหนึ่งเคยมาทำลายบ้านเกิดเมืองนอนของเธอ ทำให้ญาติพี่น้องของเธอต้องตาย และเกือบฆ่า
เธอให้ตายไปด้วยนั้น ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทำใจได้ง่ายนักแต่เธอมาก็เพื่อจะบอกให้พวกเรารู้ว่าสงครามนั้น
ได้ก่อความทุกข์ทรมานแก่ผู้คนอย่างไรบ้าง

หลังจากที่เล่าถึงประสบการณ์อันเจ็บปวดของเธอแล้ว เธอก็ได้เผยความในใจว่า มีเรื่องหนึ่งที่เธอ
อยากจะบอกต่อหน้านักบินที่ทิ้งระเบิดใส่หมู่บ้านของเธอ

พูดมาถึงตรงนี้ก็มีคนส่งข้อความมาบอกว่า คนที่เธอต้องการพบกำลังนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ เธอจึงเผย
ความในใจออกมาว่า "ฉันอยากบอกเขาว่า เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประวัติศาสตร์ได้ แต่เราควร
พยายามทำสิ่งดี ๆ เพื่อส่งเสริมสันติภาพทั้งในปัจจุบันและอนาคต"

เมื่อเธอบรรยายเสร็จ ลงมาจากเวที อดีตนักบินที่เกือบฆ่าเธอก็มายืนอยู่เบื้องหน้าเธอ

เขามิใช่ทหารอีกต่อไปแล้ว แต่เป็นศาสนาจารย์ประจำโบสถ์แห่งหนึ่ง
เขาพูดด้วยสีหน้าเจ็บปวดว่า "ผมขอโทษ ผมขอโทษจริง ๆ"
คิมเข้าไปโอบกอดเขาแล้วตอบว่า "ไม่เป็นไร ฉันให้อภัย ฉันให้อภัย"

ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่เราจะให้อภัย โดยเฉพาะกับคนที่ทำร้ายเราปางตาย คิม ฟุค เล่าว่าเหตุการณ์
ครั้งนั้นสร้างความทุกข์ทรมานแก่เธอทั้งกายและใจ จนเธอเองก็ไม่รู้ว่าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อย่างไร

แต่แล้วเธอก็พบว่าสิ่งที่ทำร้ายเธอจริง ๆ มิใช่ใครที่ไหน หากได้แก่ความเกลียดที่ฝังแน่นในใจเธอนั่น
เอง
"ฉันพบว่าการบ่มเพาะความเกลียดเอาไว้สามารถฆ่าฉันได้"
เธอพยายามสวดมนต์และแผ่เมตตาให้ศัตรู และแก่คนที่ก่อความทุกข์ให้เธอ แล้วเธอก็พบว่า
"หัวใจฉันมีความอ่อนโยนมากขึ้น เรื่อย ๆ เดี๋ยวนี้ฉันสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องเกลียด"

เราไม่อาจควบคุมกำกับผู้คนให้ทำดี หรือไม่ทำชั่วกับเราได้ แต่เราสามารถควบคุมกำกับจิตใจของเรา
ได้

เราไม่อาจเลือกได้ว่ารอบตัวเราต้องมีแต่คนน่ารักพูดจาอ่อนหวาน แต่เราสามารถเลือกได้ว่าจะทำใจ
อย่างไรเมื่อประสบกับสิ่งไม่พึงปรารถนา คิม ฟุค ได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของตัวเองว่า
"ฉันน่าจะโกรธ แต่ฉันเลือกอีกทางหนึ่ง แล้วชีวิตของฉันก็ดีขึ้น"

บทเรียนของ คิม ฟุค คือ ในเมื่อเราเปลี่ยนแปลงอดีตไม่ได้ เราจึงไม่ควรปักใจอยู่กับอดีต แต่เรา
สามารถเรียนรู้จากอดีตเพื่อทำปัจจุบันและอนาคตให้ดีขึ้นได้ บทเรียนจากอดีตอย่างหนึ่งที่เธอได้เรียนรู้มา
ก็คือ "การอยู่กับความโกรธ เกลียด และความขมขื่นนั้น ทำให้ฉันเห็นคุณค่าของการให้อภัย"


ผมต้องขอขอบคุณผู้ที่ถ่ายทอดความรู้สึกของคุณคิม มาเป็นเรื่องราวให้เราได้อ่านกัน และหวังว่าผู้เขียนคงจะไม่ว่าอะไรที่เห็นบทความของตัวเองอยู่ใน blog ของผมนะครับและขอขอบคุณพี่เล็กมาก ๆ ที่ส่งเรื่องราวชิ้นนี้มาให้ผมได้อ่าน




 

Create Date : 19 กุมภาพันธ์ 2550
5 comments
Last Update : 21 กุมภาพันธ์ 2550 10:26:52 น.
Counter : 382 Pageviews.

 

อ่านแล้วร้องไห้(อย่างไม่อายเลย)

 

โดย: J-Nap 19 กุมภาพันธ์ 2550 14:13:38 น.  

 

เป็นการเปลี่ยนแปลงความคิดที่ดีมากเลยครับ เปลี่ยนแปลงให้ตัวเองสบายใจขึ้น ดีกว่าเลือกการโกรธที่เผาตัวเอง

ขอให้มีความสุขในวันปีใหม่จีนนะครับ ร่ำรวย และมีสุขภาพแข็งแรง

ปล. ช่วยคลิ๊กป้ายโฆษณา "ทำงานผ่านเนท" ให้ผมสัก 1 คลิ๊กนะครับ ขอบคุณมากครับ

 

โดย: sak (psak28 ) 19 กุมภาพันธ์ 2550 17:03:00 น.  

 

แว้บมาอ่านค่ะ

 

โดย: SevenDaffodils 22 กุมภาพันธ์ 2550 9:30:01 น.  

 

สวัสดีคะ พี่คี้
ขอแวะมาทักทายบ้างนะคะ
บทความดีมากเลยอ่านแล้ว รู้สึกเรื่องความทุกข์ของเราเองกลายเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อยไปเลยเมื่อเทียบกัน ให้ประโยชน์และก็กำลังใจดีคะ

 

โดย: น้องเอ๋ สวนพลู IP: 202.90.127.15 6 พฤษภาคม 2550 1:25:37 น.  

 

อยากให้หาเรื่อดี ๆ แบบนี้มาลงอีก อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวของเรามีกำลังใจอีกมาก เพราะมีผู้ที่แย่กว่าเราแล้ว เขายังสู้ได้

 

โดย: อ้อแอ้ IP: 203.172.208.14 9 เมษายน 2552 9:29:11 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ


NobiKee
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




อยากบันทึกสิ่งดี ๆ ในชีวิต


Friends' blogs
[Add NobiKee's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.