This too shall pass~~~แล้วสิ่งนั้นจะผ่านพ้นไป~~~นภัทรษร
Group Blog
 
<<
สิงหาคม 2553
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
23 สิงหาคม 2553
 
All Blogs
 

พระพุทธเจ้าองค์ปฐม

พระติกขะคัมมะสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นพระพุทธเจ้าองค์ปฐม
ที่พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันทรงตรัสแสดงแก่ท่าน " พระอัญญาโกณฑัญญะ"
และ พระปฐมสาวกทุกองค์ในศาสนาของพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ก็จะทูลถามพุทธประวัติ ของ " พระพุทธเจ้าองค์ปฐม"
พระพุทธเจ้าทั้งหลายในอดีตทุกพระองค์ก็จะทรงตรัสแสดงให้ฟังปฐมสาวกได้ฟังแม้มาในศาสนาของพระพุทธเจ้าของเราก็เหมือนกัน
คัมภีร์นี้เป็นคัมภีร์ที่เก่าแก่มาก ต้นฉบับ เป็น " ภาษาล้านนา "
คณาจารย์ของกรมศิลปากร ได้แปลรวมไว้อยู่ใน หนังสือเล่มใหญ่ ชื่อ

" โลกุปปัตติ อรุณวดีสูตร ปฐมมูล ปฐมกัป มูลตันไตรย "

และถ้ามีปัญหาถามว่า " พระพุทธเจ้าองค์แรก ใน พระพุทธศาสนา ที่ตรัสรู้ก่อนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ ทรงพระนามว่าอะไร ?
พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ อุบัตขึ้นก่อนพระพุทธเจ้าทุกพระองค์
และพระองค์ไม่เคยได้เห็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์อื่นใดมาก่อนเลย เพราะยังไม่มี พระพุทธเจ้ามาตรัสรู้ก่อนหน้านั้นเลยแม้แต่องค์เดียว
พระพุทธเจ้าพระองค์นี้ใช้ระยะเวลาในการประทับนั่งบนโพธิบัลลังก์เป็นเวลา
ยาวนานกว่าพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ที่เกิดขึ้นมาภายหลัง คือ ทรงใช้เวลา 5,000 ปีนั่ง
ประทับตรัสรู้อยู่ใต้ต้นไม้ 25 ต้น ๆ ละ 200 ปี เพราะพระองค์ไม่เคยสร้างพระบารมี และไม่เคยได้รับพุทธพยากรณ์ในศาสนาพระพุทธเจ้าพระองค์ใดพระองค์มาก่อนเลย
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์ปฐมมูล พระองค์นั้น ทรงพระนามว่า

" พระติกขะคัมมะสัมมาสัมพุทธเจ้า "

พระองค์มีพระชนม์มายุ 100,000 ปี แล้วจึงเสด็จดับขันธปรินิพพาน
พระองค์ได้ทรงพยากรณ์เป็นพระองค์แรก ว่า
ต่อไปภายภาคหน้า ตระกูลของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ซึ่งจะมาตรัสรู้ต่อจาก
พระองค์ จะมี 3 ตระกูล คือ

1. ปัญญาธิกะ

2. สัทธาธิกะ

3. วิริยาธิกะ

ซึ่งมีเหตุมาจาก มานพ 3 คน ได้มีสัทธาเลื่อมใสปั้นพระพุทธรูปเหมือน " พระติกขะ"
คนแรก มีวิริยะน้อย และต้องการจะปั้นให้เสร็จเร็ว พระรูปที่ปั้นจึงมีขนาดเล็กที่สุด
ด้วยผลแห่งกรรมนี้ จึงได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าประเภท "ปัญญาธิกะ" คือ
ใช้เวลาในการสร้างบารมีน้อยเพื่อให้ตรัสรู้ได้เร็วที่สุด และพระวรการก็เล็ก
เหมือนกับพระรูปที่ปั้น
คนที่ 2 มีสัทธามาก แต่มีวิริยะน้อย ปั้นเหมือนพระติกขะ มากกว่าคนแรก พระรูปมีขนาดปานกลาง ด้วยผลแห่งกรรมนี้ จึงได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า
ประเภท "สัทธาธิกะ" คือ ใช้เวลาในการสร้างพระบารมีปานกลาง
คนที่ 3 มีวิริยะแก่กล้ามากที่สุด และต้องการจะปั้นพระพุทธรูปให้เหมือน "พระติกขะ"มากที่สุด จึงได้ใช้ระยะเวลาในการปั้นนานที่สุด และ
พระพุทธรูปที่ปั้นขนาดใหญ่เท่าองค์จริง ด้วยผลแห่งกรรมนี้ จึงได้มาตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าช้าที่สุด
แต่ มีพระรูปกายสูงใหญ่มากที่สุด ใช้เวลาในการสร้างบารมีนานที่สุด
นี่คือ มูลเหตุแห่งการเกิดขึ้นของ " พระพุทธเจ้า 3 ประเภท"




 

Create Date : 23 สิงหาคม 2553
0 comments
Last Update : 23 สิงหาคม 2553 22:26:49 น.
Counter : 1070 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


นภัทรษร
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งในโลกกว้างใหญ่ใบนี้ มีโลกส่วนตัว ชอบทำอาหาร&ขนม อ่านหนังสือ นั่งสมาธิ เล่นโยคะและฟังเพลง พยายามเข้าใจตัวเองและผู้อื่น คิดเสมอว่าไม่มีสิ่งใดสมบูรณ์แบบ การให้อภัยกัน จะช่วยให้อยู่ร่วมกันได้ในสังคมนี้


Google
free counters
Friends' blogs
[Add นภัทรษร's blog to your web]
Links
 

MY VIP Friend

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.