|
|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 |
| 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 |
| 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 |
| 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 |
| 29 | 30 | 31 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
เก็บตกเมืองลำปาง อีกที
มาเก็บตกเมืองลำปางกันครับ ลำปางเป็นเมืองที่ผมชอบแวะพักคืนสุดท้าย หลังกลับจากทริปภาคเหนือตอนบนอย่างเชียงใหม่หรือเชียงราย ซึ่งตัวลำปางเอง ก็มีทั้งของกิน ประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยว ขึ้นชื่อมากมายจนไล่เก็บไม่หวาดไม่ไหว เคยอัพบล็อกลำปางเจาะประวัติศาสตร์ยุคเขลางค์นครไปแล้ว ก็ยังเที่ยวซ้ำและเจอที่เที่ยวน่าสนใจจนรวมเป็นบล็อกเก็บตกไปหนนึง เจาะเที่ยวเกาะคาอีกหนนึง และรอบหลังๆ ก็ยังเที่ยวเพิ่มจนรวมมาเล่าเป็นบล็อกเก็บตกได้อีกรอบ คราวนี้เป็นเที่ยวลำปางรอบขาไปของทริปลำปาง-เชียงรายช่วงปีใหม่ 2566 และขากลับทริปเชียงใหม่ฝั่งตะวันออกช่วง ส.ค. 2567 ครับ
เวลาเที่ยวไปไหนต่อไหนในลำปาง จะเห็นสัญลักษณ์ไก่ขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลำปาง ตามตำนานกุกกุฏนคร (เมืองไก่ขัน) เล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่ลำปาง พระอินทร์ทราบเรื่องเลยแปลงเป็นไก่ขาว คอยขันปลุกชาวบ้านให้เตรียมของใส่บาตรต้อนรับ แต่บางทีจะเป็นไก่ดำ อันนั้นคือลายชามตราไก่นะครับ ก็เป็นอีกสัญลักษณ์ที่โด่งดังกลายเป็นของคู่บ้านคู่เมืองลำปางเหมือนกัน
ทางตะวันออกของเมืองลำปาง มีค่ายสุรศักดิ์มนตรี เป็นค่ายทหารที่ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2445 เพื่อปราบกบฎเงี้ยว เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพลตรี ได้จัดกองกำลังปราบกบฎในนครแพร่และนครลำปาง ท่านได้ร่วมกับเจ้าบุญวาทย์เจ้าเมืองลำปางยุคนั้น ตั้งกองทหารขึ้นที่นครลำปาง ซึ่งเป็นเมืองสำคัญเชื่อมต่อระหว่างทางเหนือและส่วนกลาง แรกเริ่มเดิมทีค่ายทหารตั้งอยู่ที่วัดป่ารวก จากนั้นในปี พ.ศ.2448 จึงย้ายมาที่ม่อนสันติสุข มีการสร้างอาคารไม้ในปี พ.ศ.2468 ซึ่งคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ "บ้านป่องนัก" แม้จะอยู่ในเขตทหาร แต่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปเข้าชมได้ฟรี เดี๋ยวเราเข้าไปชมกันครับ
บ้านป่องนัก หรือพิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32 ป่องนัก เป็นคำเมือง แปลว่ามีหน้าต่างเป็นจำนวนมาก สร้างในปี พ.ศ.2468 เป็นอาคารไม้สักสองชั้น มีหน้าต่าง 250 บาน เปิดในปี พ.ศ.2504 โดย พล.อ.ถนอม รองนายก และ รมว.กลาโหมยุคนั้น และบูรณะในปี พ.ศ.2533 ด้านหน้าคืออนุสาวรีย์เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เกิดปี พ.ศ.2394 เป็นทหารรักษาพระองค์ใน ร.5 ก่อนขึ้นเป็นราชองครักษ์ และอุปทูตเดินทางไปต่างประเทศในภารกิจสำคัญต่างๆ ผลงานสำคัญคือการปราบโจรผู้ร้ายรวมทั้งกบฎเงี้ยว ท่านได้รับราชการจนถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ.2474 สมัย ร.7 และในปี พ.ศ.2495 ค่ายทหารนครลำปางได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นค่ายสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองลำปาง อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และที่นี่ยังเคยเป็นที่เสด็จประทับของ ร.7 ในปี พ.ศ.2469 และ ร.9 ในปี พ.ศ.2501 จึงยังคงมีเครื่องเรือน โต๊ะทรงงาน ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์จัดแสดงในบ้านด้วย
ขับตามทางหลวงสาย 1 ลงมาด้านล่างของเมืองลำปาง จะมีพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี เป็นบ้านและโรงงานธนบดีสกุล เป็นโรงงานเซรามิคแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ที่ผลิตชามตราไก่ส่งขายสร้างชื่อเสียงและกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของลำปางไป
โรงงานธนบดี กำเนิดจากอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน ชาวจีนที่อพยพมาเมืองไทยในปี พ.ศ.2490 ก่อนไปแต่งงานกับสาวเชียงใหม่ และสร้างโรงงานเซรามิคที่ลำปางในปี พ.ศ.2508 ชื่อโรงงานแป๊ะซิมหยู ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นโรงงานธนบดีสกุล ปัจจุบันยังคงทำการผลิตอยู่นะครับ แต่ก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมด้วย แสดงประวัติความเป็นมาของอุตสาหกรรมเซรามิคในลำปางและสาธิตการผลิตเซรามิคแบบดั้งเดิม ในโรงงานยังมีบ้านหลังเดิม ห้องครัวเดิม และเตามังกรเดิมตั้งแต่ตอนก่อตั้ง
ด้านหน้าเป็นสุสานตระกูลธนบดี มีรูปปั้นของคุณอาปาอี้ (ซิมหยู) เสียชีวิตในปี พ.ศ.2536 ที่นี่เปิดเข้าชมเป็นรอบ ตั้งแต่ 9.00-16.00 น. รอบละ 1 ชม. (พักตอนเที่ยง) ครับ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 13 / ผู้สูงอายุเกิน 60 / คนพิการ / นักบวช เข้าฟรีครับ
มาพูดถึงชามตราไก่กันหน่อย... ชามไก่ ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกโกยอั้ว ดูเหมือนชามกลมแต่จริงๆ เป็นทรงแปดเหลี่ยม ให้จับง่ายสะดวกเอาไว้พุ้ยข้าว ตราไก่ไม่ได้คิดที่นี แต่เอามาจากประเทศจีนนะครับ เพียงแต่ที่นี่เป็นที่แรกที่ทำชามตราไก่ในไทย และทำให้กลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อของลำปาง (ซึ่งเมืองลำปางก็มีสัญลักษณ์เป็นไก่อยู่แล้วยิ่งเหมาะเหม็ง) คุณยุพิน ธนบดีสกุล ลูกสาวคนโตของแป๊ะซิมหยู ได้สืบทอดการเขียนรูปไก่ จนกลายเป็นต้นฉบับภาพชามตราไก่ของลำปาง ของแท้ต้องมีองค์ประกอบตามนี้นะครับ - หัวไก่สีส้มตัวและหางสีดำ ดอกเบญจมาศสีชมพูม่วง ใบไม้และต้นกล้วยสีเขียว คุณยุพินวาดแบบนี้มากว่า 2 แสนใบ ทุกใบจะมีลายเซ็นกำกับและประทับตราเล้งเอี้ย เป็นสัญลักษณ์ว่าเผาจากเตามังกรที่นี่ ตอนนี้มีพนักงานวาดอยู่สามคน แต่ละคนจะมีลายเซ็นของตัวเอง ปั๊มตราเล้งเอี้ย พร้อมลงวันที่วาด ใครมีชามตราไก่ของแท้ที่บ้านไปพลิกดูได้นะ ช่วงหลังมีหลายโรงงานทำชามไก่ ราคาเลยลดแบบฮวบๆ ชามไก่ที่ขายแบกะดินใบละ 15-20 บาทก็มีมากมาย แถม TEMU ยังมาช่วยดั๊มพ์ราคาลงไปอีก ส่วนของโรงงานนี้ใบละ 300+ นะครับ ประหนึ่งซื้อของแอนทีคประดับบ้าน (แบบนี้ TEMU ไม่ยุ่ง)
มีการสาธิตการผลิตเซรามิคตราไก่ ขั้นตอนการผลิตชามที่เขาสาธิตแล้วก็ยุ่งยากซับซ้อนเอาเรื่อง นวดดินในลูกพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ในเบ้าเครื่องจิ๊กเกอร์ -> แต่งขอบ -> ชุบน้ำเคลือบ -> เผาที่ 1,260 C 10 ชั่วโมง -> วาดลวดลายด้วยสีฟู้ดเกรด นี่คือเตามังกรเดิมตั้งแต่ตอนก่อตั้ง ตอนนี้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไปแล้ว ทางออกมีร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึก มีทั้งเสื้อ แผ่นรองแก้ว แม่เหล็กติดตู้เย็น เข็มกลัด ตุ๊กตาเซรามิค ฯลฯ และแน่นอนว่าสินค้าหลักคือถ้วยชามตราไก่ ราคาใบละหลายร้อยครับ เน้นซื้อไว้สะสม ถ้าซื้อสินค้าเกิน 500 สามารถเอาตั๋วเข้าชมไปแลกส่วนลดได้ 50 บาท
อีกหนึ่งวัตถุประสงค์ที่แวะพักลำปางคือร้านนี้เลยครับ ร้านครัวเนื้อหอม ร้านชนะเลิศจากการแข่งขันเมนูกะเพรา ในงาน World Kaphrao Thailand Grand Prix 2023 ของ ททท. ไหนๆ ก็ได้ชื่อว่ากะเพราที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยแล้ว มาลำปางต้องจัด! กะเพราเนื้อโคขุนดรายเอจ สั่งเป็นกับข้าว ราคา 180 บาท สูตรร้านนี้ใช้พริกห้าชนิด - พริกชี้ฟ้าเหลือง พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง พริกจินดาแห้ง และพริกไทยสด โขลกกับดอกกะเพราแดง ผัดเนื้อสับแบบไม่ใช้น้ำมันจนน้ำมันเนื้อเยิ้มออกมา แล้วใส่เครื่องตำ ใบกะเพราแดง และน้ำสต๊อกเนื้อที่เคี่ยวจากกระดูกวัว เศษเนื้อ สาหร่ายทะเล และเครื่องปรุงอีก 10 ชนิด หอมเนื้อหอมกะเพราแบบสุด แต่เผ็ดจนต้องร้องขอชีวิต สามารถไปเขย่าไอติมโบราณหน้าร้านมากินแก้เผ็ดได้ คราวหน้ามาหลายๆ คน สั่งหลายๆ อย่างมาเจือจางความเผ็ดน่าจะเวิร์ค  ใจกลางเมืองลำปางคือศาลหลักเมือง เดิมมีเสาหลักเมืองสามเสา ปักไว้ที่ วัดปงสนุก (พ.ศ.2400) คุ้มราชวงศ์เก่า (พ.ศ.2416) และตลาดราชวงศ์ (พ.ศ.2430) ต่อมาเจ้าบุญวาทย์เจ้าเมืองลำปาง ได้รวมทั้งสามหลักมาปักที่เดียวกันที่หอคำ หรือศาลาว่าการเดิม ในปี พ.ศ.2440 และสร้างมณฑปครอบเสาทั้งสามในปี พ.ศ.2511 |  ข้างเสาหลักเมืองมีพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือพระพุทธรูปสี่มุมเมือง ซึ่ง ร.9 ได้ให้กองทัพบกสร้างในปี พ.ศ.2511 เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากภัยคอมมิวนิสต์ โดยสร้างไว้ 4 ทิศทั่วประเทศคือ ศาลากลาง จ.พัทลุง (ทิศใต้) วัดศาลาแดง จ.สระบุรี (ทิศตะวันออก) ยอดเขาแก่นจันทร์ จ.ราชบุรี (ทิศตะวันตก) และศาลหลักเมือง จ.ลำปาง (ทิศเหนือ) คือองค์นี้ |
หลังศาลหลักเมืองคือพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง หรือ มิวเซียมลำปาง เพิ่งเปิดให้เข้าชมในปี พ.ศ.2562 เพื่อแสดงเรื่องราวของผู้คนและเมืองลำปาง เปิดทุกวัน ยกเว้น จ.-อ. ไม่เสียค่าเข้าชมครับ
อาคารแห่งนี้เคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดลำปาง สร้างขึ้นบนพื้นที่หอคำเดิมในปี พ.ศ.2452 ต่อมาถูกรื้อถอนและสร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นในปี พ.ศ.2509 และใช้งานจนถึงปี พ.ศ.2540 ก่อนถูกปรับเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ส่วนศาลากลางลำปางปัจจุบันย้ายไปอยู่บนทางหลวง 11 ห่างเมืองลำปางไปทางตะวันออก 7 กม. ครับ เดินขึ้นไปชั้นสองแบ่งโซนจัดแสดงเป็น 16 ห้อง ครอบคลุมเรื่องราวของลำปางตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ การเติบโตของลำปางผ่านยุคเขลางค์นคร-เวียงลคอร-นครลำปาง ไก่ขาว รถไฟ รถม้า ภาษาพูด สถานที่ท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย
ตกเย็นมาเดินตลาดภาคบังคับ ต้องมาเกือบทุกรอบที่มาพักลำปางครับ กาดกองต้า ทั้งที่เดินแต่ละครั้งก็แทบไม่ได้ซื้ออะไรนอกจากของกินกระจุบกระจิบ แต่ชอบตึกรามบ้านช่องย้อนยุคของตลาดนี้
กาดกองต้า หรือถนนตลาดจีน เป็นชุมชนริมน้ำวังที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญของลำปางเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ต่อมาเมื่อการขนส่งทางน้ำลดบทบาทลงเพราะมีการตัดทางรถไฟสายเหนือมาถึงลำปางในปี พ.ศ.2459 ผู้คนก็อพยพไปอยู่รอบสถานีรถไฟแทน จนกระทั่งคนท้องที่เปิดเป็นถนนคนเดินทุกวัน ส.-อา. เวลา 16.00-21.00 น. มีของขายมากมายทั้งอาหารพื้นบ้าน สินค้าทำมือ ของที่ระลึก และมีบรรยากาศตึกเก่าที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้กว่าร้อยปี เช่น อาคารหม่องโง่ยซิ่น อาคารฟองหลี บรรยากาศก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นที่ท่องเที่ยวที่คนหนาแน่นที่สุดในลำปางแล้ว สุดถนนคนเดินคือสะพานรัษฎาภิเศก อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองลำปาง เดิมเป็นโครงไม้ สร้างในปี พ.ศ.2437 จากนั้นได้สร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กในปี พ.ศ.2460 ประดับไก่ขาวและครุฑที่หัวสะพาน และรอดสงครามโลกมาได้ทั้งสองครั้งด้วยการทาสีพรางตาและอ้างว่าไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์ |  |
เลาะริมน้ำวังมาทางตะวันตกจะมีสะพานแขวนสีส้ม คนท้องที่เรียกนิคเนมว่า สะพานออเร้นจ์ ตรงนี้เป็นอีกแลนด์มาร์คที่คนนิยมมาถ่ายรูป นั่งชิล ออกกำลังกายนะครับ แต่เรามาแถวนี้เพราะมาหาอะไรกิน ตรงนี้มีร้านดังในตำนาน ป้าแขอร่อยทุกบาท รสชาติกลางๆ กับข้าวได้เร็วและราคาถูกมาก จานละ 25-40 บาท ให้ไม่มาก ได้กินหลายอย่างดี และแน่นอน ข้าวต้มร้านนี้ถ้วยละ 1 บาทครับ
ห้าแยกหอนาฬิกา ขับไปไหนก็มาวนเอาตรงนี้ ประหนึ่งเหมือนเป็นศูนย์กลางเมืองลำปางไปแล้ว ช่วงเทศกาลจะเป็นที่จัดงานหลักๆ ของเมืองเลยนะ เคยมาเคาน์ดาวน์ที่นี่ปีนึงครับ หอนาฬิกาเมืองลำปางสร้างในปี พ.ศ.2498 ตั้งแต่ยุคจอมพล ป. ที่ต้องการให้สร้างหอนาฬิกาไว้แต่ละเมืองเพื่อปลูกฝังความตรงต่อเวลา และลำปางก็เป็นเมืองแรกๆ ที่มีหอนาฬิกาตามนโยบายนี้ ตึกพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย อยู่ริมถนนฉัตรไชยก่อนถึงหอนาฬิกา ไม่ได้เปิดให้เข้าไปนะครับ ไม่รู้กำลังจะกลายเป็นอะไร แต่ตึกสวยดีเลยถ่ายมา  ริมถนนบุญวาทย์ทางตะวันออกของหอนาฬิกา อีกร้านที่ต้องมานั่งชิลมื้อค่ำหลังกินข้าวเย็นคือแป๊ะยิ้มน้ำเต้าหู้โบราณ ที่อยู่คู่เมืองลำปางมานาน เมนูเยอะตั้งแต่น้ำเต้าหู้ 5 บาท มีเต้าทึง บัวลอย เต้าส่วน ข้าวเหนียวเปียก เลือกใส่เครื่องได้สารพัด กลิ่นหอม รสชาติไม่หวานมาก สมัยก่อนเป็นรถเข็น ขายดีจนสร้างร้านอยู่ในตึกแถวเป็นเรื่องเป็นราวแล้วครับ |  อีกร้านที่ชอบมาเดินคือเจริญรัตน์ ร้านหนังสือเก่าแก่ประจำเมืองลำปางเช่นกัน ชอบมาซื้อการ์ตูน จะมีเล่มเก่าๆ ที่ร้านหนังสือในกรุงเทพไม่ค่อยเก็บไว้นะครับ ถึงร้านการ์ตูนจะล้มหายตายจากไปเยอะแล้ว แต่ร้านนี้ยังยืนเด่นโดยท้าทาย |
มื้อเช้าวันที่ออกจากลำปาง จะเป็นมื้อที่เช้ามากกกกก เพราะต้องรีบออกก่อนรถติด ก็จะมีไม่กี่ร้านละครับที่เปิดก่อนไก่โห่ และหนึ่งในนั้นคือร้านที่กินบ่อยที่สุดร้านนี้ ข้าวมันไก่เจ้าเก่า เน้นว่าเจ้าเก่าจริงๆ นะครับ ร้านของคุณยายบัวจีน แซ่เฮงนี้ ได้เชลล์ชวนชิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 ร้านเปิดหกโมงเช้า เนื้อไก่นุ่ม หนังกรุบ และปรุงน้ำจิ้มได้ตามชอบ ลำปางมีร้านข้าวมันไก่หลายร้าน ร้านอื่นถึงจะมาดังทีหลังแต่ก็ขายมาหลายสิบปีแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยลองกินเลยครับ มาจอดเอาร้านนี้ตลอด ติดกันคือร้านโจ๊กอารีย์ก็อร่อยและกินบ่อยเช่นกัน แต่ไปรอบล่าสุดได้ยินว่าเจ้าของร้านเข้า รพ. อยู่ อีกร้านนึงใกล้ๆกันและเปิดเช้าเช่นกันครับ ก้องกี เปิด 5.30 น. ขายบะหมีเกี๊ยวเป็ดย่างฮ่องกง และมีเมนูอื่นๆ เช่น โจ๊กกับต้มเลือดหมู รสชาติกลางๆ ยังไม่ได้ลองเมนูเป็ดของร้านเลย ไว้มีโอกาสมาใหม่ให้ได้สักมื้อเที่ยงมื้อเย็นครับ
เดี๋ยวเที่ยวภาคเหนือรอบหน้า แวะลำปางอีก ก็เจอของน่าสนใจอีก เตรียมตั้งชื่อบล็อกหน้า >> เก็บตกเมืองลำปาง อีกที และอีกที สมเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร และไก่
| Create Date : 07 ธันวาคม 2567 |
| Last Update : 11 ธันวาคม 2567 20:43:54 น. |
|
36 comments
|
| Counter : 1505 Pageviews. |
 |
|
|
| ผู้โหวตบล็อกนี้... |
| คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtoor36, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtanjira, คุณดอยสะเก็ด, คุณkae+aoe, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtuk-tuk@korat, คุณ**mp5**, คุณNior Heavens Five, คุณThe Kop Civil |
โดย: multiple วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:18:37:02 น. |
|
|
|
โดย: หอมกร วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:18:59:37 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:20:22:40 น. |
|
|
|
โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:23:20:38 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 ธันวาคม 2567 เวลา:4:25:38 น. |
|
|
|
โดย: multiple วันที่: 8 ธันวาคม 2567 เวลา:5:14:01 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 9 ธันวาคม 2567 เวลา:0:15:22 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 9 ธันวาคม 2567 เวลา:12:26:36 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 10 ธันวาคม 2567 เวลา:0:38:00 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ธันวาคม 2567 เวลา:21:42:52 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ธันวาคม 2567 เวลา:4:54:11 น. |
|
|
|
โดย: **mp5** วันที่: 13 ธันวาคม 2567 เวลา:9:07:39 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 13 ธันวาคม 2567 เวลา:14:23:05 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 13 ธันวาคม 2567 เวลา:23:47:10 น. |
|
|
|
โดย: **mp5** วันที่: 14 ธันวาคม 2567 เวลา:20:52:10 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 ธันวาคม 2567 เวลา:21:55:37 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ธันวาคม 2567 เวลา:19:04:03 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 ธันวาคม 2567 เวลา:21:46:39 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ธันวาคม 2567 เวลา:5:40:06 น. |
|
|
|
โดย: Sweet_pills วันที่: 27 ธันวาคม 2567 เวลา:0:02:05 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 28 ธันวาคม 2567 เวลา:12:48:47 น. |
|
|
|
โดย: ปัญญา Dh วันที่: 1 มกราคม 2568 เวลา:11:22:42 น. |
|
|
|
โดย: tanjira วันที่: 4 มกราคม 2568 เวลา:15:07:44 น. |
|
|
|
โดย: **mp5** วันที่: 10 มกราคม 2568 เวลา:11:13:12 น. |
|
|
|
|
|
|
|
ต้องรีบปิดก่อน เดี๋ยวตบะแตก พรุ่งนี้กินข้าวอิ่มๆตื้อๆแล้วจะมาใหม่นะคร้าบ แฮร่ 555