Group Blog
 
<<
ธันวาคม 2567
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
7 ธันวาคม 2567
 
All Blogs
 
เก็บตกเมืองลำปาง อีกที


มาเก็บตกเมืองลำปางกันครับ ลำปางเป็นเมืองที่ผมชอบแวะพักคืนสุดท้าย หลังกลับจากทริปภาคเหนือตอนบนอย่างเชียงใหม่หรือเชียงราย ซึ่งตัวลำปางเอง ก็มีทั้งของกิน ประวัติศาสตร์ แหล่งท่องเที่ยว ขึ้นชื่อมากมายจนไล่เก็บไม่หวาดไม่ไหว เคยอัพบล็อกลำปางเจาะประวัติศาสตร์ยุคเขลางค์นครไปแล้ว ก็ยังเที่ยวซ้ำและเจอที่เที่ยวน่าสนใจจนรวมเป็นบล็อกเก็บตกไปหนนึง เจาะเที่ยวเกาะคาอีกหนนึง และรอบหลังๆ ก็ยังเที่ยวเพิ่มจนรวมมาเล่าเป็นบล็อกเก็บตกได้อีกรอบ คราวนี้เป็นเที่ยวลำปางรอบขาไปของทริปลำปาง-เชียงรายช่วงปีใหม่ 2566 และขากลับทริปเชียงใหม่ฝั่งตะวันออกช่วง ส.ค. 2567 ครับ

เวลาเที่ยวไปไหนต่อไหนในลำปาง จะเห็นสัญลักษณ์ไก่ขาว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของลำปาง ตามตำนานกุกกุฏนคร (เมืองไก่ขัน) เล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาประทับที่ลำปาง พระอินทร์ทราบเรื่องเลยแปลงเป็นไก่ขาว คอยขันปลุกชาวบ้านให้เตรียมของใส่บาตรต้อนรับ แต่บางทีจะเป็นไก่ดำ อันนั้นคือลายชามตราไก่นะครับ ก็เป็นอีกสัญลักษณ์ที่โด่งดังกลายเป็นของคู่บ้านคู่เมืองลำปางเหมือนกัน

ทางตะวันออกของเมืองลำปาง มีค่ายสุรศักดิ์มนตรี เป็นค่ายทหารที่ก่อตั้งขึ้นใน พ.ศ.2445 เพื่อปราบกบฎเงี้ยว เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งพลตรี ได้จัดกองกำลังปราบกบฎในนครแพร่และนครลำปาง ท่านได้ร่วมกับเจ้าบุญวาทย์เจ้าเมืองลำปางยุคนั้น ตั้งกองทหารขึ้นที่นครลำปาง ซึ่งเป็นเมืองสำคัญเชื่อมต่อระหว่างทางเหนือและส่วนกลาง แรกเริ่มเดิมทีค่ายทหารตั้งอยู่ที่วัดป่ารวก จากนั้นในปี พ.ศ.2448 จึงย้ายมาที่ม่อนสันติสุข มีการสร้างอาคารไม้ในปี พ.ศ.2468 ซึ่งคงอยู่จนถึงทุกวันนี้ นั่นคือ "บ้านป่องนัก"  แม้จะอยู่ในเขตทหาร แต่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้คนทั่วไปเข้าชมได้ฟรี เดี๋ยวเราเข้าไปชมกันครับ


บ้านป่องนัก หรือพิพิธภัณฑ์มณฑลทหารบกที่ 32 ป่องนัก เป็นคำเมือง แปลว่ามีหน้าต่างเป็นจำนวนมาก สร้างในปี พ.ศ.2468 เป็นอาคารไม้สักสองชั้น มีหน้าต่าง 250 บาน เปิดในปี พ.ศ.2504 โดย พล.อ.ถนอม รองนายก และ รมว.กลาโหมยุคนั้น และบูรณะในปี พ.ศ.2533 ด้านหน้าคืออนุสาวรีย์เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี


เจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) เกิดปี พ.ศ.2394 เป็นทหารรักษาพระองค์ใน ร.5 ก่อนขึ้นเป็นราชองครักษ์ และอุปทูตเดินทางไปต่างประเทศในภารกิจสำคัญต่างๆ ผลงานสำคัญคือการปราบโจรผู้ร้ายรวมทั้งกบฎเงี้ยว ท่านได้รับราชการจนถึงแก่อสัญกรรมในปี พ.ศ.2474 สมัย ร.7 และในปี พ.ศ.2495 ค่ายทหารนครลำปางได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็นค่ายสุรศักดิ์มนตรี เพื่อเป็นเกียรติแก่ท่าน


ภายในจัดแสดงประวัติศาสตร์เมืองลำปาง อาวุธยุทโธปกรณ์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 และที่นี่ยังเคยเป็นที่เสด็จประทับของ ร.7 ในปี พ.ศ.2469 และ ร.9 ในปี พ.ศ.2501 จึงยังคงมีเครื่องเรือน โต๊ะทรงงาน ข้าวของเครื่องใช้ส่วนพระองค์จัดแสดงในบ้านด้วย



ขับตามทางหลวงสาย 1 ลงมาด้านล่างของเมืองลำปาง จะมีพิพิธภัณฑ์เซรามิคธนบดี เป็นบ้านและโรงงานธนบดีสกุล เป็นโรงงานเซรามิคแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ที่ผลิตชามตราไก่ส่งขายสร้างชื่อเสียงและกลายเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของลำปางไป

โรงงานธนบดี กำเนิดจากอาปาอี้ (ซิมหยู) แซ่ฉิน ชาวจีนที่อพยพมาเมืองไทยในปี พ.ศ.2490 ก่อนไปแต่งงานกับสาวเชียงใหม่ และสร้างโรงงานเซรามิคที่ลำปางในปี พ.ศ.2508 ชื่อโรงงานแป๊ะซิมหยู ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นโรงงานธนบดีสกุล  ปัจจุบันยังคงทำการผลิตอยู่นะครับ แต่ก็เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์ให้เข้าชมด้วย แสดงประวัติความเป็นมาของอุตสาหกรรมเซรามิคในลำปางและสาธิตการผลิตเซรามิคแบบดั้งเดิม ในโรงงานยังมีบ้านหลังเดิม ห้องครัวเดิม และเตามังกรเดิมตั้งแต่ตอนก่อตั้ง

ด้านหน้าเป็นสุสานตระกูลธนบดี มีรูปปั้นของคุณอาปาอี้ (ซิมหยู) เสียชีวิตในปี พ.ศ.2536


ที่นี่เปิดเข้าชมเป็นรอบ ตั้งแต่ 9.00-16.00 น. รอบละ 1 ชม. (พักตอนเที่ยง) ครับ ค่าเข้าผู้ใหญ่ 60 บาท เด็ก 30 บาท เด็กอายุต่ำกว่า 13 / ผู้สูงอายุเกิน 60 / คนพิการ / นักบวช เข้าฟรีครับ

มาพูดถึงชามตราไก่กันหน่อย... ชามไก่ ภาษาจีนแต้จิ๋วเรียกโกยอั้ว ดูเหมือนชามกลมแต่จริงๆ เป็นทรงแปดเหลี่ยม ให้จับง่ายสะดวกเอาไว้พุ้ยข้าว ตราไก่ไม่ได้คิดที่นี แต่เอามาจากประเทศจีนนะครับ เพียงแต่ที่นี่เป็นที่แรกที่ทำชามตราไก่ในไทย และทำให้กลายเป็นสินค้าขึ้นชื่อของลำปาง (ซึ่งเมืองลำปางก็มีสัญลักษณ์เป็นไก่อยู่แล้วยิ่งเหมาะเหม็ง) คุณยุพิน ธนบดีสกุล ลูกสาวคนโตของแป๊ะซิมหยู ได้สืบทอดการเขียนรูปไก่ จนกลายเป็นต้นฉบับภาพชามตราไก่ของลำปาง ของแท้ต้องมีองค์ประกอบตามนี้นะครับ - หัวไก่สีส้มตัวและหางสีดำ ดอกเบญจมาศสีชมพูม่วง ใบไม้และต้นกล้วยสีเขียว คุณยุพินวาดแบบนี้มากว่า 2 แสนใบ ทุกใบจะมีลายเซ็นกำกับและประทับตราเล้งเอี้ย เป็นสัญลักษณ์ว่าเผาจากเตามังกรที่นี่ ตอนนี้มีพนักงานวาดอยู่สามคน แต่ละคนจะมีลายเซ็นของตัวเอง ปั๊มตราเล้งเอี้ย พร้อมลงวันที่วาด ใครมีชามตราไก่ของแท้ที่บ้านไปพลิกดูได้นะ


ช่วงหลังมีหลายโรงงานทำชามไก่ ราคาเลยลดแบบฮวบๆ ชามไก่ที่ขายแบกะดินใบละ 15-20 บาทก็มีมากมาย แถม TEMU ยังมาช่วยดั๊มพ์ราคาลงไปอีก ส่วนของโรงงานนี้ใบละ 300+ นะครับ ประหนึ่งซื้อของแอนทีคประดับบ้าน (แบบนี้ TEMU ไม่ยุ่ง)

มีการสาธิตการผลิตเซรามิคตราไก่ ขั้นตอนการผลิตชามที่เขาสาธิตแล้วก็ยุ่งยากซับซ้อนเอาเรื่อง นวดดินในลูกพิมพ์ปูนปลาสเตอร์ในเบ้าเครื่องจิ๊กเกอร์ -> แต่งขอบ -> ชุบน้ำเคลือบ -> เผาที่ 1,260 C 10 ชั่วโมง -> วาดลวดลายด้วยสีฟู้ดเกรด


นี่คือเตามังกรเดิมตั้งแต่ตอนก่อตั้ง ตอนนี้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไปแล้ว


ทางออกมีร้านกาแฟและร้านขายของที่ระลึก มีทั้งเสื้อ แผ่นรองแก้ว แม่เหล็กติดตู้เย็น เข็มกลัด ตุ๊กตาเซรามิค ฯลฯ และแน่นอนว่าสินค้าหลักคือถ้วยชามตราไก่ ราคาใบละหลายร้อยครับ เน้นซื้อไว้สะสม ถ้าซื้อสินค้าเกิน 500 สามารถเอาตั๋วเข้าชมไปแลกส่วนลดได้ 50 บาท
 


อีกหนึ่งวัตถุประสงค์ที่แวะพักลำปางคือร้านนี้เลยครับ ร้านครัวเนื้อหอม ร้านชนะเลิศจากการแข่งขันเมนูกะเพรา ในงาน World Kaphrao Thailand Grand Prix 2023 ของ ททท. ไหนๆ ก็ได้ชื่อว่ากะเพราที่อร่อยที่สุดในประเทศไทยแล้ว มาลำปางต้องจัด! กะเพราเนื้อโคขุนดรายเอจ สั่งเป็นกับข้าว ราคา 180 บาท สูตรร้านนี้ใช้พริกห้าชนิด - พริกชี้ฟ้าเหลือง พริกขี้หนูสวน พริกกะเหรี่ยง พริกจินดาแห้ง และพริกไทยสด โขลกกับดอกกะเพราแดง ผัดเนื้อสับแบบไม่ใช้น้ำมันจนน้ำมันเนื้อเยิ้มออกมา แล้วใส่เครื่องตำ ใบกะเพราแดง และน้ำสต๊อกเนื้อที่เคี่ยวจากกระดูกวัว เศษเนื้อ สาหร่ายทะเล และเครื่องปรุงอีก 10 ชนิด หอมเนื้อหอมกะเพราแบบสุด แต่เผ็ดจนต้องร้องขอชีวิต สามารถไปเขย่าไอติมโบราณหน้าร้านมากินแก้เผ็ดได้ คราวหน้ามาหลายๆ คน สั่งหลายๆ อย่างมาเจือจางความเผ็ดน่าจะเวิร์ค

 
 


ใจกลางเมืองลำปางคือศาลหลักเมือง เดิมมีเสาหลักเมืองสามเสา ปักไว้ที่ วัดปงสนุก (พ.ศ.2400) คุ้มราชวงศ์เก่า (พ.ศ.2416) และตลาดราชวงศ์ (พ.ศ.2430) ต่อมาเจ้าบุญวาทย์เจ้าเมืองลำปาง ได้รวมทั้งสามหลักมาปักที่เดียวกันที่หอคำ หรือศาลาว่าการเดิม ในปี พ.ศ.2440 และสร้างมณฑปครอบเสาทั้งสามในปี พ.ศ.2511

 


ข้างเสาหลักเมืองมีพระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ หรือพระพุทธรูปสี่มุมเมือง ซึ่ง ร.9 ได้ให้กองทัพบกสร้างในปี พ.ศ.2511 เพื่อปกป้องบ้านเมืองจากภัยคอมมิวนิสต์ โดยสร้างไว้ 4 ทิศทั่วประเทศคือ ศาลากลาง จ.พัทลุง (ทิศใต้) วัดศาลาแดง จ.สระบุรี (ทิศตะวันออก) ยอดเขาแก่นจันทร์ จ.ราชบุรี (ทิศตะวันตก) และศาลหลักเมือง จ.ลำปาง (ทิศเหนือ) คือองค์นี้

 


หลังศาลหลักเมืองคือพิพิธภัณฑ์การเรียนรู้เมืองลำปาง หรือ มิวเซียมลำปาง เพิ่งเปิดให้เข้าชมในปี พ.ศ.2562 เพื่อแสดงเรื่องราวของผู้คนและเมืองลำปาง เปิดทุกวัน ยกเว้น จ.-อ. ไม่เสียค่าเข้าชมครับ

อาคารแห่งนี้เคยใช้เป็นศาลากลางจังหวัดลำปาง สร้างขึ้นบนพื้นที่หอคำเดิมในปี พ.ศ.2452 ต่อมาถูกรื้อถอนและสร้างศาลากลางหลังใหม่ขึ้นในปี พ.ศ.2509 และใช้งานจนถึงปี พ.ศ.2540 ก่อนถูกปรับเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ ส่วนศาลากลางลำปางปัจจุบันย้ายไปอยู่บนทางหลวง 11 ห่างเมืองลำปางไปทางตะวันออก 7 กม. ครับ


เดินขึ้นไปชั้นสองแบ่งโซนจัดแสดงเป็น 16 ห้อง ครอบคลุมเรื่องราวของลำปางตั้งแต่ยุคดึกดำบรรพ์ การเติบโตของลำปางผ่านยุคเขลางค์นคร-เวียงลคอร-นครลำปาง ไก่ขาว รถไฟ รถม้า ภาษาพูด สถานที่ท่องเที่ยว และอื่นๆ อีกมากมาย



ตกเย็นมาเดินตลาดภาคบังคับ ต้องมาเกือบทุกรอบที่มาพักลำปางครับ กาดกองต้า ทั้งที่เดินแต่ละครั้งก็แทบไม่ได้ซื้ออะไรนอกจากของกินกระจุบกระจิบ แต่ชอบตึกรามบ้านช่องย้อนยุคของตลาดนี้

กาดกองต้า หรือถนนตลาดจีน เป็นชุมชนริมน้ำวังที่เคยเป็นศูนย์กลางการค้าขายที่สำคัญของลำปางเมื่อร้อยกว่าปีก่อน ต่อมาเมื่อการขนส่งทางน้ำลดบทบาทลงเพราะมีการตัดทางรถไฟสายเหนือมาถึงลำปางในปี พ.ศ.2459 ผู้คนก็อพยพไปอยู่รอบสถานีรถไฟแทน จนกระทั่งคนท้องที่เปิดเป็นถนนคนเดินทุกวัน ส.-อา. เวลา 16.00-21.00 น. มีของขายมากมายทั้งอาหารพื้นบ้าน สินค้าทำมือ ของที่ระลึก และมีบรรยากาศตึกเก่าที่ยังคงรักษาสภาพเดิมไว้กว่าร้อยปี เช่น อาคารหม่องโง่ยซิ่น อาคารฟองหลี บรรยากาศก็กลับมาคึกคักอีกครั้ง เป็นที่ท่องเที่ยวที่คนหนาแน่นที่สุดในลำปางแล้ว



 

สุดถนนคนเดินคือสะพานรัษฎาภิเศก อีกหนึ่งสัญลักษณ์ของเมืองลำปาง เดิมเป็นโครงไม้ สร้างในปี พ.ศ.2437 จากนั้นได้สร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กในปี พ.ศ.2460 ประดับไก่ขาวและครุฑที่หัวสะพาน และรอดสงครามโลกมาได้ทั้งสองครั้งด้วยการทาสีพรางตาและอ้างว่าไม่มีประโยชน์ทางยุทธศาสตร์
 


เลาะริมน้ำวังมาทางตะวันตกจะมีสะพานแขวนสีส้ม คนท้องที่เรียกนิคเนมว่า สะพานออเร้นจ์ ตรงนี้เป็นอีกแลนด์มาร์คที่คนนิยมมาถ่ายรูป นั่งชิล ออกกำลังกายนะครับ แต่เรามาแถวนี้เพราะมาหาอะไรกิน


ตรงนี้มีร้านดังในตำนาน ป้าแขอร่อยทุกบาท รสชาติกลางๆ กับข้าวได้เร็วและราคาถูกมาก จานละ 25-40 บาท ให้ไม่มาก ได้กินหลายอย่างดี  และแน่นอน ข้าวต้มร้านนี้ถ้วยละ 1 บาทครับ  



ห้าแยกหอนาฬิกา ขับไปไหนก็มาวนเอาตรงนี้ ประหนึ่งเหมือนเป็นศูนย์กลางเมืองลำปางไปแล้ว ช่วงเทศกาลจะเป็นที่จัดงานหลักๆ ของเมืองเลยนะ เคยมาเคาน์ดาวน์ที่นี่ปีนึงครับ หอนาฬิกาเมืองลำปางสร้างในปี พ.ศ.2498 ตั้งแต่ยุคจอมพล ป. ที่ต้องการให้สร้างหอนาฬิกาไว้แต่ละเมืองเพื่อปลูกฝังความตรงต่อเวลา และลำปางก็เป็นเมืองแรกๆ ที่มีหอนาฬิกาตามนโยบายนี้


ตึกพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย อยู่ริมถนนฉัตรไชยก่อนถึงหอนาฬิกา ไม่ได้เปิดให้เข้าไปนะครับ ไม่รู้กำลังจะกลายเป็นอะไร แต่ตึกสวยดีเลยถ่ายมา

 


ริมถนนบุญวาทย์ทางตะวันออกของหอนาฬิกา อีกร้านที่ต้องมานั่งชิลมื้อค่ำหลังกินข้าวเย็นคือแป๊ะยิ้มน้ำเต้าหู้โบราณ ที่อยู่คู่เมืองลำปางมานาน เมนูเยอะตั้งแต่น้ำเต้าหู้ 5 บาท มีเต้าทึง บัวลอย เต้าส่วน ข้าวเหนียวเปียก เลือกใส่เครื่องได้สารพัด กลิ่นหอม รสชาติไม่หวานมาก สมัยก่อนเป็นรถเข็น ขายดีจนสร้างร้านอยู่ในตึกแถวเป็นเรื่องเป็นราวแล้วครับ

 


อีกร้านที่ชอบมาเดินคือเจริญรัตน์ ร้านหนังสือเก่าแก่ประจำเมืองลำปางเช่นกัน ชอบมาซื้อการ์ตูน จะมีเล่มเก่าๆ ที่ร้านหนังสือในกรุงเทพไม่ค่อยเก็บไว้นะครับ ถึงร้านการ์ตูนจะล้มหายตายจากไปเยอะแล้ว แต่ร้านนี้ยังยืนเด่นโดยท้าทาย

 


มื้อเช้าวันที่ออกจากลำปาง จะเป็นมื้อที่เช้ามากกกกก เพราะต้องรีบออกก่อนรถติด ก็จะมีไม่กี่ร้านละครับที่เปิดก่อนไก่โห่ และหนึ่งในนั้นคือร้านที่กินบ่อยที่สุดร้านนี้ ข้าวมันไก่เจ้าเก่า เน้นว่าเจ้าเก่าจริงๆ นะครับ ร้านของคุณยายบัวจีน แซ่เฮงนี้ ได้เชลล์ชวนชิมมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 ร้านเปิดหกโมงเช้า เนื้อไก่นุ่ม หนังกรุบ และปรุงน้ำจิ้มได้ตามชอบ ลำปางมีร้านข้าวมันไก่หลายร้าน ร้านอื่นถึงจะมาดังทีหลังแต่ก็ขายมาหลายสิบปีแล้วเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยลองกินเลยครับ มาจอดเอาร้านนี้ตลอด


ติดกันคือร้านโจ๊กอารีย์ก็อร่อยและกินบ่อยเช่นกัน แต่ไปรอบล่าสุดได้ยินว่าเจ้าของร้านเข้า รพ. อยู่ อีกร้านนึงใกล้ๆกันและเปิดเช้าเช่นกันครับ ก้องกี เปิด 5.30 น. ขายบะหมีเกี๊ยวเป็ดย่างฮ่องกง และมีเมนูอื่นๆ เช่น โจ๊กกับต้มเลือดหมู รสชาติกลางๆ ยังไม่ได้ลองเมนูเป็ดของร้านเลย ไว้มีโอกาสมาใหม่ให้ได้สักมื้อเที่ยงมื้อเย็นครับ

 


เดี๋ยวเที่ยวภาคเหนือรอบหน้า แวะลำปางอีก ก็เจอของน่าสนใจอีก เตรียมตั้งชื่อบล็อกหน้า >> เก็บตกเมืองลำปาง อีกที และอีกที สมเป็นเมืองที่อุดมสมบูรณ์ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม วิถีชีวิต อาหาร และไก่



 


Create Date : 07 ธันวาคม 2567
Last Update : 11 ธันวาคม 2567 20:43:54 น. 36 comments
Counter : 1505 Pageviews.
Share to Facebook

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณโฮมสเตย์ริมน้ำ, คุณmultiple, คุณหอมกร, คุณกะว่าก๋า, คุณhaiku, คุณสองแผ่นดิน, คุณSweet_pills, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณtoor36, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณtanjira, คุณดอยสะเก็ด, คุณkae+aoe, คุณจันทราน็อคเทิร์น, คุณtuk-tuk@korat, คุณ**mp5**, คุณNior Heavens Five, คุณThe Kop Civil


 
หูยๆหูย อาจารย์กำลังอดข้าวเมื้อเย็นอยู่ เห็นของอร่อยทิ่มตา
ต้องรีบปิดก่อน เดี๋ยวตบะแตก พรุ่งนี้กินข้าวอิ่มๆตื้อๆแล้วจะมาใหม่นะคร้าบ แฮร่ 555



โดย: multiple วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:18:37:02 น.  

 
ลำปางมีดีมากกว่าที่คิดจริงๆ จ้า



โดย: หอมกร วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:18:59:37 น.  

 
ร้านครัวเนื้อหอม เห็นในโซเชี่ยลหลายรอบแล้ว
แต่ยังไม่มีโอกาสไปเที่ยวลำปางเลยครับ
น่าไปลองกินมากๆ

พี่ก๋าชอบวัดที่ลำปาง โดยเฉพาะศิลปะพม่า
สวยๆหลายวัดเลย

เมื่อวานพี่ก๋านั่งสนทนากับบาทหลวงชาวเกาหลี
เขาพูดไทยได้ อ่านไทยได้
เค้าชอบพู่กันเดียวที่พี่ก๋าเขียนมากๆ
มีรูปนึงเค้าบอกว่าแนวคิดเหมือนกับทางคริสต์เลย

เอาจริงๆ...พี่ก๋าว่าหลักธรรมมันคืออันเดียวกันหมดเลยทั้งโลก
ต่างตรงชื่อเรียก กับวิธีการในการเรียนรู้เท่านั้นเองครับ

โหนกระแสนี่ทำให้ฆราวาสดังพระดับมาแล้วหลายคนนะครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:20:22:40 น.  

 
แล้วจะตามรอยไปบ้างครับ


โดย: สองแผ่นดิน วันที่: 7 ธันวาคม 2567 เวลา:23:20:38 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 8 ธันวาคม 2567 เวลา:4:25:38 น.  

 
อุ๊ยๆ อุ๊ย เปิดมาก็เจอของดีเลย
บ้านป่องนัก มีหน้าต่าง 250 บาน บ้านไม้สักแบบนี้
ถ้าสร้างตอนนี้ 300 ล้าน จะพอมั้ยเนี่ย
งามมากๆ detail ละเอียดยิบ สวยทั้งภายในภายนอก
เรื่องร้อนไม่ต้องพูดถึง หน้าต่างเป็นร้อย 555

ห่วงแต่ตอนฝนตก ต้องจ้างคนคอยปิดหน้าต่างซัก 10 คน
จะปิดทันมั้ยเนี่ย 555

ชามตราไก่ นี่อยู่คู่ครัวไทยมาตั้งแต่ อาจารย์เต๊ะ จำความได้
พึ่งจะรู้วิธีสังเกต ของแท้ก็วันนี้เอง
ถ้ามีโอกาสไปลำปางไปชม โรงงาน ต้องซื้อเป็นของที่ระลึกกลับบ้านแน่นอนเลยครับ

ส่วนร้านกระเพราที่ชนะมานี่ กะเพราเนื้อโคขุนดรายเอจ 180 ก็ไม่แพงนะครับ ที่สำคัญกระเพรา ถ้าไม่เผ็ดก็ไม่อร่อย
ยอมเหงื่อหัวล้านไหลซก ยังไงต้องไปกินให้ได้แน่นอนครับ 555

กาดกองต้า นี่ก็น่าไปเดินเล่นมาก ชอบ บรรยากาศแบบนี้
ดูข้าวของ อาคารสวยๆ หิวก็แวะกินของอร่อยๆ น่าจะฟินมากเลยเชียวครับ

ส่วนร้านของกินนี่ ชอบทุกร้านเลย ร้านข้าวต้ม 1บาทนี่
เห็นแล้วหิวท้องร้อง โชคดี เมื่อวานอดข้าวเย็นอยู่
ไม่ได้มาอ่าน ไม่งั้นตบะแตกแน่ แฮร่ 555

ร้านโจ๊กกินตอนเช้าๆนี่ ดีที่สุด
ส่วน ข้าวมันไก่แห้งๆ สไตล์นี้ก็หายาก กทม มีแต่ไก่ตอนมันเยิ้มซะแยะ

พูดถึงลำปาง ก็ต้องนึกถึงน้องกิ่ง เจ้าถิ่น
ไม่เห็นนานแล้ว สงสัยเลิกเล่นบล้อกไปแล้วนะครับนี่





โดย: multiple วันที่: 8 ธันวาคม 2567 เวลา:5:14:01 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องชีริว

คนเคยอยู่ลำปางขอตามเที่ยวลำปางกับน้องชีริวค่ะ
สมัยเด็กพี่ต๋าได้แต่ไปโรงเรียน ไปเรียนพิเศษ แทบไม่ได้เที่ยวที่ไหนในลำปางเลย
วันไหนได้ไปร้านหนังสือเจริญรัตน์ ร้านเครื่องเขียนบรรณศิลป์
หรือร้านขายของกระจุกกระจิกชื่อเมืองชัยสวัสดิ์
วันนั้นก็รู้สึกว่าพิเศษแล้วค่ะ สมัยนั้นไม่มีห้างสรรพสินค้า
มีแต่ตลาดสดและร้านค้าเหล่านี้

พี่ต๋ายังแวะลำปางแทบทุกครั้งที่ไปเชียงใหม่
ส่วนมากแวะกินข้าวทั้งขาไปและขากลับ
ร้านข้าวมันไก่รู้จักอยู่สองร้านค่ะ ร้านหนึ่งอยู่ถนนหลังตลาดเทศบาล
อีกร้านอยู่แถวห้าแยกหอนาฬิกา
จากบล็อกน้องชีริวได้รู้จักร้านข้าวมันไก่อีกแห่งกับร้านครัวเนื้อหอมด้วย

กาดกองต้าเดินสนุกค่ะ นั่งร้านขนมจุ๋ยก๊วย
ที่ร้านให้ตักเครื่องได้ตามชอบ สนุกและได้บรรยากาศดีนะคะ

ชามตราไก่โรงงานธนบดี
รู้ที่มาและคุณลักษณะแล้วรู้ทันทีค่ะว่าที่บ้านไม่มี ^^
ทั้งราคาและลายเซนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ เหมาะเป็นของสะสมด้วยนะคะ

ตีกพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทยยังคงสวยโดดเด่น
สมัยก่อนน่าจะเป็นธนาคารไทยพาณิชย์ ส่วนนึงเป็นที่พัก
พี่ต๋าเคยติดสอยห้อยตามไปงานเลี้ยงกับคุณแม่ที่นี่ครั้งนึงค่ะ
เวลาผ่านมานานมากแล้ว อาคารเปลี่ยนเป็นพิพิธภัณฑ์แล้ว
มีโอกาสอยากเข้าชมรวมถึงบ้านป่องนักและมิวเซียมลำปางด้วย

ขอบคุณน้องชีริวมากนะคะที่พาเที่ยว บล็อกเก็บตกเมืองลำปางอีกทีและอีกทีพี่ต๋าก็จะตามเที่ยวด้วยค่ะ

ขอบคุณน้องชีริวที่แวะชมเมนูบ้านพี่ต๋าด้วยนะคะ


โดย: Sweet_pills วันที่: 9 ธันวาคม 2567 เวลา:0:15:22 น.  

 
สวัสดีค่ะชีริว

พี่เคยไปแวะลำปางตอนขากลับจากเชียงใหม่เมื่อนานมากแล้วค่ะ
ไปตั้งแต่น้องป่านยังอยู่ ม.ต้นเลยค่ะ นานจริงๆใช่ป่ะคะ
ตอนนั้นได้ถ้วยชามกลับบ้านมาพอสมควรเลยค่ะ
แต่ไม่ได้ชามตราไก่มานะคะ ชามตราไก่ส่วนมากจะได้มาจากของชำร่วยค่ะ

ตอนไปสุโขทัยพี่คุยกับน้าว่าถ้าว่างเราจะไปลำปางกันค่ะ
น้าเขาจะไปหาเพื่อน ส่วนพี่ก็อยากไปหาเที่ยวค่ะ ถ้ามีโอกาสจริงๆจะได้แวะไปหาคุณพู่เพื่อนบล็อกด้วยค่ะ

ชีริวถ่ายรูปมาเล่าได้ละเอียดละออมากค่ะ ส่วนพี่ไปสุโขทัยไม่ได้รูปอะไรมาเล่ามากนักค่ะ
ส่วนใหญ่ถ่ายรูปให้ สว ตั้งแต่เริ่มทริปจนจบทริป ไม่ได้จับโทรศัพท์ตัวเองเลยค่ะ


วิวอยู่หลังบ้านพี่เลยค่ะ บ้านพี่ติดแม่น้ำ แต่ถ้าไม่ออกไปเดินก็ไม่เห็นนะคะชีริว



โดย: tanjira วันที่: 9 ธันวาคม 2567 เวลา:12:26:36 น.  

 
พูดถึงลำปางหลายๆ คนนึกถึงแต่รถม้ากัน แต่เราไม่ได้สนใจเรื่องนั้นเท่าไหร่ ชามตราไก่เคยได้ยินว่ามาจากทางจีน ไปๆ มาๆ จีนรุ่นใหม่เหมือนจะส่งกำลังมาฆ่าจีนรุ่นเก่าในเมืองไทยเสียแล้ว

มิวเซียมลำปาง ยังไม่เคยไป พึ่งเปิดไม่นานด้วย (แต่ปกจิไม่ค่อยได้เข้าพวกนี้เท่าไหร่)


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 9 ธันวาคม 2567 เวลา:16:34:04 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องชีริว

จังหวัด ลำปาง เป็นเมืองที่ครูไปหลายครั้งนะ แต่ก็ไม่เคยได้
เที่ยวแบบเจาะลึกเหมือนที่เธอเขียนในบล็อกนี้เลย จำได้ว่า ไปไหว้
พระธาตุลำปางหลวงมั้ง แล้วก็ไปเห็นคนนั่งรถม้าที่ลำปาง เคยไป
ตกระกำลำบากที่ลำปาง นั่งอยู่ริมถนน ตอนที่พาลูกเสือไปเที่ยวที่
ลำปาง เพราะรถบัสที่รับจ้างพาไปนั้น เกิดมีปัญหากับครูหัวหน้า
ที่จัดไปเที่ยว มันเลยเบี้ยว เท พวกเรา มันกลับไปเลย เดือดร้อน
ต้องรอให้ครูหัวหน้าแก้ปัญหาหารถพาครูและเด็กกลับโรงเรียน ห้าห้า

บล็อกเก็บตกเมืองลำปาง ครูว่า ไม่ใช่เป็นการเก็บตกหรอกนะ
อ่านไป ๆ ได้ความรู้เกี่ยวกับเมืองลำปางมากโข นะเนี่ย เริ่มด้วย
ไก่ขาว ไก่ดำ ไก่หลากสีในชาม จาน เพิ่งได้ความรู้เกี่ยวกับ
ไก่ขาว ไก่ดำ ว่าเป็นสัญลักษณ์ของเมืองลำปาง
บ้านป่องนัก ที่นี่ ทำให้ทราบประวัติความเป็นมาของที่นี่ว่า
เป็นพิพิธภัณฑ์ ได้ทราบคำเมือง ความรู้ทางภาษา ป่องนัก แปลว่า
มีหน้าต่างเป็นจำนวนมาก ป่องนี่ เดาว่า น่าจะแปลว่า หน้าต่าง
ส่วน นัก น่าจะแปลว่า มาก เนาะ เป็นบ้านที่สวยและดูคลาสสิค
มากเลยนะ บ้านลักษณะนี้ หาดูได้ยากแล้ว
ประวัติเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสงชูโต) สิ่งของ
ต่าง ๆ ในบ้านป่องนัก
โรงงานธนบดี ประวัติความเป็นมาของโรงงานนี้ การทำเซรามิค เป็นต้น
ร้านครัวเนื้อหอม กะเพราที่แสนอร่อย แปลกกว่ากะเพรา
ธรรมดาทั่วไป ชนะการแข่งขันมาด้วย ชีริว นักชิม ต้องสั่งแน่นอน
180 บาท เป็นกะเพราเนื้อ ก็โอเค นะ ขอให้อร่อยเหอะ ชีริว สู้
ราคาแน่นอน อิอิ
ประวัติของเสาหลักเมือง ประวัติการสร้างพระพุทธนิรโรคัน-
ตรายชัยวัฒน์ จตุรทิศ มีทุกภาค 4 ภาค
มิวเซี่ยมลำปาง กาดกองต้า หรือ ตลาดจีน
สะพานรัษฏาภิเศก สะพานสีส้ม จุดถ่ายรูปที่เป็นไฮไลท์
ห้าแยกหอนาฬิกา ประวัติความเป็นมาของหอนาฬิกา
ตึกพิพิธภัณฑ์ธนาคารไทย ตามด้วยปิดท้าย ร้านอาหาร
ต่าง ๆ ในเมืองลำปาง หิวไปตาม ๆ กัน นะ อิอิ
สรุปแล้ว เป็นบล็อกที่พาเที่ยวลำปางได้เป็นอย่างดี จ้ะ
โหวดหมวด ท่องเที่ยว


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 9 ธันวาคม 2567 เวลา:16:40:14 น.  

 
เดี๋ยวผมแวะมาอีกที ผมรู้ท่านไม่รีบอัปบล็อกหรอก ปรากฏว่าพูดปุ๊บอีก 2 วันคุณชีริวอัปบล็อกใหม่ทันที (คงไม่เป็นแหรอกมั้ง 555)

จากบล็อกมาตอบก่อน + พูดคุย
ผมก็ไม่ค่อยรู้วงการม้าแข่งญี่ปุ่นเหมือนกัน รู้จักชื่อก็จากการ์ตูนเรื่อง สู้เพื่อฝัน สาวม้าเดอร์บี้ เท่าที่ตามเหมือนว่าแต่ละตัวก็จะเก่งในแต่ละช่วงเวลานะครับ ส่วนเรื่องเป็นเพืื่อนกันไปเชื่อตามการ์ตูนไม่ได้ครับ บางตัวเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ของอีกตัวเลยก็มี

ผมไปอ่านความเห็นเก่าๆ ในบล็อกคุณชีริวจากบล็อกที่คุฯชีริวส่งมาให้ สมัยก่อนหัวรุนแรงกว่าที่คิดแฮะ เป็นพวกขวาจัดแบบไม่รู้ตัวด้วยมั้ง 555 รึเปล่าหว่า แต่เอาเข้าจริงผมก็เล่นไปตามกฏน่ะแหละ แต่หลังๆ แนวคิดแฮ็กระบบมันก็น่าสนใจเหมือนกัน


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 10 ธันวาคม 2567 เวลา:0:38:00 น.  

 
สวัสดีครับคุณชีริว
บล๊อกลำปางมาถูกเวลามากครับ ผมนี่กำลังอยากเที่ยวเหนือเลย แต่ไม่ชอบเที่ยวช่วงเทศกาล เหนื่อยแย่งกินแย่งเที่ยวกัน
เอ๊ะ เพราะเป็นตำนานเมืองไก่ขันรึป่าว ทำให้ลำปางมีชามตราไก่ เอ๊ะ! ใช่ป่ะครับ 555 นี่ก็ Mixed up กันมั่วเลย

แหม่ การได้แต่งงานกับสาวเชียงใหม่แล้วย้ายไปอยู่เหนือนี่ความฝันของหนุ่มๆ กรุงเทพเลยครับ 55555 อันนี้คืออ่านจากเรื่องอาปาอี้ โรงงานธนบดี นะครับ และ อ้ออออ นี่ไง ตำนานชามตราไก่ จริงๆ แถวบ้านผมก็มีชามตราไก่ขายเยอะเลย แต่ไก่เก๊ละครับ
ว่าแล้วก็อยากไปนั่งปั้นหม้อปั้นไหเพลินๆ บ้างเหมือนกันนะครับ

เวลาไปตามจังหวัดต่างๆ ผมนี่ไม่เคยไปพิพิธภัณฑ์เลยครับ ไปเชียงใหม่ เกือบเข้าทีนึงแต่สุดท้าย มิวเซี่ยมก็แพ้ ท่าช้าง เย้ยยยย!!!!

ร้านอาหารเช้า ก้อวกี นี่น่ากินมากครับ เห็นแล้วหิวเลย


จากบล๊อก
เอาจริงๆ ผมนี่ก็เคยเข้ามัธยมได้เพราะเป็นเด็กในเขตเหมือนกันครับ 55555 แต่ตอนนั้นต้องขับฉลาก แล้วโชคเป็นของผม
แต่ก็ยากนะครับถ้าจะให้ทุกโรงเรียนมีมารตรฐานพอ ๆ กัน ยังไงโรงเรียนดังก็มีภาษีมากกว่า เงินหนากว่า พัฒนาได้มากกว่า

จริงครับ ทำให้ผมคิดว่า รู้งี้เชื่อแม่เรียนหมอฟันดีกว่า แต่ผมไม่ชอบแผล ถ้าผ่ากรอสผมเป็นลมแน่ 55555 เนี้ย ติดแค่นี้จริงๆ เลยเรียนวิศวะให้รู้แล้วรู้รอดกันไป

จริงๆ ถ้าย้ายที่อยู่ได้ตามที่ทำงานคือ Flexible มากครับ หางานเงินดีๆ ง่ายเลย
ผมติดกรุงเทพ ติดบ้าน คือจริงๆ ผมแยกออกมาอยู่คอนโตตั้งแต่ 24 นะครับ แต่ก็ติดมัน 5555 ไม่ไหนไกลไม่ได้ อยากกลับมานอนที่ของตัวเอง ไปค้างที่อื่นได้ชั่วครั้งชั่วคราว แต่ไปพักก็ต้องไม่มีโชคการแสดงกลางดึกนะครับ 55555555


โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 10 ธันวาคม 2567 เวลา:14:30:48 น.  

 
สวัสดีค่ะ
ตอนเด็ก ๆ ไปบ่อยเพราะคุณย่าอยู่ลำปาง
ลำปางเป็นเมืองคนไหหลำเยอะ ของอร่อยต้องข้าวมันไก่
เสียดายเจ้าเก่าแสนอร่อยข้างบ้านย้ายไปแล้ว - ข้างวัดสวนดอก
เคยไปทานข้าวต้มบาทเดียวค่ะ น่าจะ 20-30 ปีที่แล้ว
เพราะคุ้นเคย ตอนนี้แค่ผ่านอย่างเดียว เพราะญาติๆ ลำปางห่างกันไปแล้ว
ตอนนี้ อยากไปชิมร้านปลาช่อนกระบอก ผ่านลำปางไม่ตรงเวลาเปิดสักที อยู่ใกล้ ๆ โรงแรม B2 กับแมคโครค่ะ



โดย: tuk-tuk@korat วันที่: 11 ธันวาคม 2567 เวลา:10:47:08 น.  

 
หนังสือธรรมะที่เขียนละเอียดมากๆ
อ่านแล้วพี่ก๋ามักจะงงครับ
ยิ่งยกบาลีมาเยอะๆ
ท้อใจเลย 555

แต่กลับกัน
เวลาเขียนน้อยๆให้ตีความเยอะๆ
อันนี้พี่ก๋าชอบแหะ
ค่อยๆอ่าน ค่อยๆทำความเข้าใจเอง
ใช้เวลามากหน่อย แต่ค่อยๆซึมเข้าสู่สมองครับ 555



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 11 ธันวาคม 2567 เวลา:21:42:52 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 12 ธันวาคม 2567 เวลา:4:54:11 น.  

 
สวัสดียามบ่ายค่ะ คุณชีริว

ชามตราไก่นี่เค้ามั่นใจในแบรนด์เค้าจริงๆนะคะ
ไม่มีหวั่นเรื่องราคาของเจ้าอื่นที่ถูกกว่า
แบรนด์เค้าแข็งแรงมากกกกกกก

ถ้ามีโอกาสได้ไปลำปาง จะไปตามรอยร้านข้าวมันไก่ค่ะ




โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 12 ธันวาคม 2567 เวลา:16:26:51 น.  

 
จากบล๊อก
พูดว่า ริมสระ ก็คงเสี่ยเดียวกะผมแหละ 555555

ผมทำงานแนว SE ก็จะอีกฟีลของวิศวะครับ
งรนเหมือนสบายที่ไม่สบาย 5555

จริงครับ ชื่อเหนือ ต่าฃชาติออกเสียงไมาได้ เลยเปลี่ยนชื่อตัวเองเป็นนอร์ธ อย่างเท่

เนื้ออร่อยมากครับ เห็นทีแรกคิดว่าจะไมาอิ่ม ที่ไหนได้ แทบไม่ไหว



โดย: จันทราน็อคเทิร์น วันที่: 12 ธันวาคม 2567 เวลา:21:09:48 น.  

 
แวะมาเยี่ยมและส่งกำลังใจครับ


โดย: **mp5** วันที่: 13 ธันวาคม 2567 เวลา:9:07:39 น.  

 
สวัสดีค่ะชีริว

อาหารเป็นพิษนี่ถ้าหนักๆแย่เลยนะคะ
ยิ่งถ้าไปรพ. เราจะยังไง ต้องรอนั่นนี่
ถ้าเราต้องเข้าห้องเราจะยังไง ดีที่พี่หายก่อนนะคะ
ไม่งั้นก็ลำบากล่ะค่ะ ....


พี่นี่ถ่ายรูปแม่น้ำยังไงให้ชีริวเห็นเป็นบ่อ


มีเพื่อนที่เดินๆเขาบอกว่า เจอไอ้เหลือมตอนพลบค่ำค่ะ
แล้ววันก่อนพี่อีกคนมาย้ำว่าเจองูเห่าด้วย พี่ก็หวาดๆค่ะ
พอค่ำก็รีบจ้ำอ้าวซะคะรออะไร



โดย: tanjira วันที่: 13 ธันวาคม 2567 เวลา:14:23:05 น.  

 
สวัสดีค่ะน้องชีริว

น้องชีริวแวะทักทายพี่ต๋าเมื่อวานซืน
พี่ต๋าไม่ได้เข้ามาสองวัน วันที่ 11 ไปอยุธยากับญาติ
เมื่อวานไปโรงพยาบาลค่ะ

ถึงพี่ต๋าไม่ใช่คนลำปางแต่อยู่ตั้งแต่เด็ก
มีเพื่อนสมัยประถม สมัยมัธยม เวลาเลี้ยงรุ่น พี่ต๋าก็ยังไปลำปางอยู่
พอจบ ม.ปลาย ก็ย้ายบ้านไปเชียงใหม่
เพราะการงานของพ่อแม่น่ะค่ะ

พี่ต๋ารู้จักคุณกิ่งที่บล็อก รู้ว่าคุณกิ่งจบ ม.ปลาย โรงเรียนเดียวกับพี่ต๋า
เสียดายตอนนั้นเราไม่รู้จักกัน

ขอบคุณน้องชีริวมากนะคะที่แวะชมเมนูข้าวต้มพะโล้
เต้าหู้พวง พี่ต๋ายังไม่เคยซื้อเลยค่ะ
วันที่ไปอยุูธยา ญาติแวะซื้อเต้าหู้ทอดกับตือคาโคที่วัดแม่นางปลื้ม
เค้าหั่นเต้าหู้เป็นลูกเต๋า กรอบนอก นุ่มใน
ดูแล้วก็คล้ายเต้าหู้พวงอยู่เหมือนกัน ซื้อมาใส่พะโล้ได้เลย

สุขสดชื่นในวันหยุดพักผ่อนนะคะน้องชีริว










โดย: Sweet_pills วันที่: 13 ธันวาคม 2567 เวลา:23:47:10 น.  

 
บันทึกการโหวต Blog

สาขา อันดับที่ ผู้เขียน Blog

Best design ชีริว


โดย: **mp5** วันที่: 14 ธันวาคม 2567 เวลา:20:52:10 น.  

 
ลำปางหลายๆ คนนึกถึงรถม้า แต่ผมไม่อินเลยครับ ผมเฉยๆ กับรถม้ามาก

โรงงานที่เปิดให้เข้าชมด้วยแบบนี้ก็ดีครับ ผมนึกถึงประเทศญี่ปุ่นที่บางที่ก็เปิดให้เข้าชม เรียกได้ว่าเพิ่มช่วงทางหารายได้เลย เพราะคนมาชมก็เก็บค่าชม และมีโอกาสที่จะซื้อผลิตภัณฑ์กลับไป ยิ่งยุคนี้ถ่ายภาพลงโซเชียลน่าจะช่วยดึงดูดคนได้อีกระดับหนึ่ง แต่ก็นะ ช่องทางออนไลน์มันก็มากขึ้น หลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไปตามยุคสมัย คนที่มาชมมันมีใจที่จะซื้ออยู่ระดับหนึ่งด้วยขึ้นอยุ่กับบุคคล แต่ถ้าไม่ได้สนใจก็คงไม่มาดูหรอก

ชามไก่ตอนนี้เจอจีนยุคปัจจุบันเข้ามาตีแล้วครับ เอาเข้าจริง คนจีนที่เข้ามาสยามในยุคก่อนยังปรับตัวเป็นไทย แต่ยุคใหม่ในปัจจุบันนี้ตอบเลยว่าไม่!! เข้ามาโกยอย่างเดียว ขนาดคนจีนที่เข้ามายุคก่อนยังไม่ค่อยพอใจจีนในยุคนี้ที่เข้ามาเลย

ผมก็พึ่งทราบขั้นตอนการทำ และข้อมูลเพิ่มขึ้นจากบล็อกนี้ เก็บรายละเอียดจริงๆ ครับ

เตามังกรเดิมตั้งแต่ตอนก่อตั้ง คงเก็บไว้เพื่อไม่ให้ลืมรากเหง้าของตัวเองมั้งครับ เหมือนเครื่องเตือนใจว่าเราเคยมาจากที่ไหน เคยเป็นอย่างไรมาก่อน

กะเพราน่าสนใจมาก ถ้าผมสั่งคงต้องบอกเขาว่าคนต่างชาติกิน จะได้ทำแบบไม่เผ็ดมาก 555

มิวเซียมลำปางชื่อแบบทันสมัยเลย เพิ่งเปิดเมื่อไม่นานนี้เองด้วย กาดกองต้าบรรยากาศดูคึกคักดี กำลังจะพิมพ์เลยว่าเห็นหอนาฬิกาแบบนี้หลายเมืองมาก ที่แท้มีที่มาอย่างนี้นี่เอง แต่คนไทยก็ยังไม่ค่อยจะตรงเวลากัน ก็รถมันติดนี่ประเทศนี้เมืองนี้

ร้านหนังสือเก่าแก่ประจำเมืองลำปาง ผมนึกถึงร้านเกี่ยวกับอนิเมร้านเดียวในเมืองคุนหมิงในสมัยที่ผมไปเลยครับ 555 เป็นร้านเดียวจริงๆ มีขายแบบจบทุกอย่าง ตั้งแต่หนังสือ โมเดลยันอุปกรณ์คอส พวกร้านหนังสือแสตนด์อโลนเราต้องให้การสนับสนุน ผมก็มีร้านนึงที่สนับสนุนอยู่

เชลล์ชวนชิมนี่เก่าจริงครับ ยอมเลย แถมได้ตั้งแต่ปี 2525 เลยด้วย


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 15 ธันวาคม 2567 เวลา:21:55:37 น.  

 
ที่มาคุย
ญี่ปุ่นก็ดูสุดโต่งเหมือนกัน แต่ก็ทำให้ลดขยะได้ดีมากๆ แค่อ่านบทความเห็นว่าของที่เอาไปรีไซเคิลในประเทศเขาสูงถึง 86% เลย ส่วนพวกที่รีไม่ได้ก็ขายเป็นซากให้ประเทศโลกที่สาม หรือมอบให้ประเทศโลกที่สามเพื่อสร้างบุญคุณต่อไป

จริงๆ ถ้าที่ไทยมีจุดรับซื้อขยะที่สะดวกกว่านี้ เชื่อว่าคนน่าจะเปลี่ยนพฤติกรรมได้มากกว่าที่เป็นอยู่


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 16 ธันวาคม 2567 เวลา:22:45:03 น.  

 
สวัสดีครับ
ลำปางนี่ผมไม่เคยไปเลย เคยเห็นในโซเชียลรีวิวว่ามีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะอยู่ และก็มีร้านอร่อยดังๅอยู่


โดย: Nior Heavens Five วันที่: 23 ธันวาคม 2567 เวลา:19:56:08 น.  

 
ได้เลยครับน้องชีริว
ไว้มีโอกาสเหมาะสม
พี่ก๋าทำโครงการทำบุญฯอีกแน่นอนครับ



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 25 ธันวาคม 2567 เวลา:19:04:03 น.  

 
สวัสดี จ้ะ น้องชีริว

ขอบใจที่แวะมาบล็อกคืนสู่เหย้าชาวทองทอง มาเม้นท์ มาให้
กำลังใจ จ้ะ
ครูอยู่ที่นี่นานมาก ถึง 31 ปีกว่า ไม่ได้ย้ายไปไหนเลย เลย
ผูกพันบ้างเป็นธรรมดา เนาะ พอดีตอนเกษียณฯใหม่ นายกสมาคมฯ
เชิญครูมาเป็นที่ปรึกษา คงเห็นว่าครูสอนมานานมีลูกศิษย์ลูกหาเยอะ
ช่วยเขาขายบัตรได้มั้ง ไป ๆ มา ๆ ก็จับครูเป็นกรรมการเลย แล้ว
สมาคมฯก็น่าสงสาร พวกศิษย์เก่าที่รวย เป็นใหญ่เป็นโต ก็ไม่อยาก
เป็นนายกฯ หรือ กรรมการ เพราะไม่อยากรับผิดชอบ ไม่อยากมีภาระ ฯลฯ ศิษย์เก่าที่เป็นนายกฯรุ่นนี้ กรรมการรุ่นนี้ เป็นลูกศิษย์ที่
ครูให้เขามาช่วยงานสมาคมฯ ครูก็อยากลากออก เพราะแก่แล้ว
ก็ทำไม่ลง เพราะเราไปขอเขามาช่วย ก็ยังดี พวกลูกศิษย์ที่มีเงิน
มีตำแหน่งสูง ขอให้เขาช่วยสมาคมฯ แต่เขาก็ให้เป็นปัจจัยมาช่วย
เหลือ สมาคมบ้าง ก็ยังดี เนาะ
สุขสันตฺ์วันคริสต์มาส จ้ะ ชีริว


โดย: อาจารย์สุวิมล วันที่: 25 ธันวาคม 2567 เวลา:21:20:07 น.  

 
สุขสันตฺ์วันคริสต์มาสครับ

ทุนจีนเข้ามาโกยอย่างเดียวจริงๆ ครับ ไม่มีหรอกใช้ของในประเทศเรา ดูเหมือนว่าภาครัฐจะยังไม่ตื่นตัว น่าจะต้องรอให้ภาษาจีนเป็นราชการภาษาที่สองก่อนกระมังถึงจะรู้สึกตัว

ยุคก่อนๆ ที่ยังไม่มีสมาร์ทโฟนลำบากจริงๆ ครับเวลาไปต่างประเทศ ยิ่งถ้าทำการบ้านไม่ดีนี่จบข่าวเลย

ขอบคุณที่แวะมาบล็อกก่อนบล็อกสุดท้ายส่งท้ายปีนะครับ บล็อกสุดท้าย 29 ธ.ค. นี้ (จะมีคนร่วมเขียนกันมั้ยเนี่ยะ)


โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 25 ธันวาคม 2567 เวลา:21:46:39 น.  

 
อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว



โดย: กะว่าก๋า วันที่: 26 ธันวาคม 2567 เวลา:5:40:06 น.  

 
ตามคุณชีริวมาเที่ยวลำปางกันอีกแล้วครับ
บ้านป่องนักตัวอาคารสวยมากเลยครับ และเค้าบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีด้วยครับ ผมยังไม่เคยไปที่นี่ด้วยครับ ต้องหาโอกาสไปละ
ชามตราไก่ต้องหัวไก่สีส้มตัวและหางสีดำ ดอกเบญจมาศสีชมพูม่วง ใบไม้และต้นกล้วยสีเขียวใช่มั๊ยครับ ผมต้องไปดูที่บ้านละ มีเคยซื้อติดมือมาใบใหญ่เลยครับ
ขอปักหมุดร้านครัวเนื้อหอมอีกร้านนึงครับ อยากไปชิมกะเพราที่อร่อยที่สุดในประเทศไทย
ตึกธนาคารไทยก็สวยนะครับ แต่เสียดายไม่เปิดให้เข้านะ


โดย: The Kop Civil วันที่: 26 ธันวาคม 2567 เวลา:16:05:38 น.  

 
ข้าวหอมมะลิของเวียดนามมีโอกาสอยากชิมค่ะน้องชีริว

แคบหมู น้ำพริกอ่อง เป็นเครื่องเคียงที่เข้ากันมากเลย
ขอบคุณไอเดียนะคะ

ไข่ดาวนี่มาทีหลังจริงๆค่ะ
ตอนแรกพี่ต๋าราดหน้าข้าวด้วยไก่ผัดเห็ดฟางเท่านั้น
แต่ดูสีสันขาดไป เลยทอดไข่ดาวแบบเร่งด่วนในน้ำค่ะ

ปีใหม่น้องชีริวไปไหนรึเปล่า
วันหยุดที่ผ่านมา พี่ต๋าไปเดินสวนเปรมประชาวนารักษ์
ของ ปตท.ทำใช่มั๊ยคะ สวยงาม อากาศเย็นๆอย่างช่วงนี้ยิ่งน่าเดินค่ะ

ราตรีสวัสดิ์นะคะน้องชีริว
ขอบคุณน้องชีริวมากค่ะสำหรับกำลังใจ
พี่ต๋าโหวตหมวดพิเศษให้น้องชีริวค่ะ



โดย: Sweet_pills วันที่: 27 ธันวาคม 2567 เวลา:0:02:05 น.  

 
สวัสดีค่ะชีริว

กว่าจะมาทักทายกันอีกรอบ จะสิ้นปีแล้วนะคะ

ชีริวไปไหนรึเปล่าช่วงปีใหม่ ส่วนพี่คิดว่าไม่น่าจะไปค่ะ



โดย: tanjira วันที่: 28 ธันวาคม 2567 เวลา:12:48:47 น.  

 
จากบล็อก
สมัยเด็กๆ เด็กไทยรู้จักอาชีพน้อย ตำรวจ ทหาร ครู พยาบาล นักธุรกิจ พ่อค้าแม่ค้า ส่วนมากก็ตอบตามๆ เพื่อนกันมากกว่า

ส่วนมากพ่อแม่จะปลูกฝังให้ลูกเป็นข้าราชการกันมากกว่า จะได้เป็น "เจ้าคนนายคน" แต่ในความเป็นจริงคำว่า "ข้า" ในที่นี้มันหมายถึง ข้ารับใช้


โดย: โลกคู่ขนาน (สมาชิกหมายเลข 7115969 ) วันที่: 29 ธันวาคม 2567 เวลา:13:49:40 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ ๒๕๖๘ ครับ
ขอให้มีความสุข สมหวัง มีสุขภาพดี ครับ


โดย: ปัญญา Dh วันที่: 1 มกราคม 2568 เวลา:11:22:42 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ 2568 ค่ะ คุณชีริว

ขอให้ปีนี้เป็นปีที่ดี ในทุกๆเรื่องนะคะ



โดย: โฮมสเตย์ริมน้ำ วันที่: 2 มกราคม 2568 เวลา:12:07:49 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ค่ะชีริว
ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ





โดย: tanjira วันที่: 4 มกราคม 2568 เวลา:15:07:44 น.  

 
สวัสดีปีใหม่ 2568 ครับ


โดย: **mp5** วันที่: 10 มกราคม 2568 เวลา:11:13:12 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

ชีริว
Location :
กรุงเทพฯ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 93 คน [?]





**5 Latest Entries**
โปแลนด์ (1)
Suno
ลำพูน
โดราเอม่อน ตอน ดินเหนียวเสริมสรีระ
เชียงใหม่ฝั่งเหนือ


Friends' blogs
[Add ชีริว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.