|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | |
|
| |
|
|
|
|
|
|
|
|
น้ำมันแพงเพราะ ปตท.?
เมื่อวันที่ 31 ส.ค. ไปงานมอบรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น จัดโดย สคร. กระทรวงการคลัง มาครับ ผมเป็นหนึ่งในทีมทำข้อมูลเสนอขอรางวัลให้ ปตท. เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปกับเขาด้วยก็ปีนี้แหละ เอาภาพบรรยากาศในงานมาฝากจ้า



ปีนี้ ปตท. ได้มาสองรางวัล คือรางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม และรางวัลนวัตกรรมดีเด่น ที่ดูเหมือนได้น้อยเรื่องของเรื่องก็คือรัฐวิสาหกิจที่ได้รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุด เท่ากับได้รับรางวัลครอบคลุมทั้ง 7 รางวัล คือ รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม / รางวัลคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจดีเด่น / รางวัลการจัดการองค์กรดีเด่น / รางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น / รางวัลการดำเนินงานเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมดีเด่น / รางวัลบริการดีเด่น / รางวัลนวัตกรรมดีเด่น / รางวัลพัฒนาปรับสถานภาพองค์กรดีเด่น หากได้รางวัลนี้แล้วจะมีโอกาสได้รับอีกแค่สองรางวัล คือรางวัลนวัตกรรมและรางวัลผู้นำองค์กร ซึ่งผู้นำองค์กรเนี่ย ปีนี้ก็เอาคุณประเสริฐขึ้นหิ้ง เข้า Hall of Fame ไม่มีสิทธิ์รับรางวัลอีก เพราะได้ติดกันมาสองปีแล้ว เพราะฉะนั้นปีนี้ก็เลยได้มาแค่สองรางวัลซึ่งนับว่าเต็มที่ๆสุดเท่าที่เขาจะแจกได้แล้วจ้า

รางวัลนี้มีเพื่อสร้างกำลังใจในการทำงานและการปรับปรุงการทำงานของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ถ้าให้รัฐวิสาหกิจยักษ์ใหญ่กวาดรางวัลซะหมดรายเดียวก็ไม่รู้จะจัดไปทำไมเหมือนกัน มาดูตัวเลขจากกระทรวงการคลังกันครับ
รัฐวิสาหกิจของไทย 57 แห่ง มีทรัพย์สินรวมทั้งหมด 9.2 ล้านล้านบาท (ปตท. 1.2 ล้านล้านบาท) คิดเป็น 85% ของ GDP ประเทศ ผลการดำเนินงานปี 53 มีรายได้รวม 3.6 ล้านล้านบาท (ปตท. 1.9 ล้านล้านบาท) ส่งรายได้เข้าคลัง 90,000 ล้านบาท นับเป็นแหล่งรายได้ใหญ่อีกทางหนึ่งของรัฐบาลเลยทีเดียว
มีกระทู้ราคาน้ำมันที่ตั้งในที่ถูกที่ควร เช่นห้องสินธรที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินมากมาย หรือห้องหว้ากอที่เรื่องอะไรก็รู้ไปโม้ด จะมีผู้รู้คอยอธิบายในประเด็นต่างๆ แต่ตามเว็บอื่นๆอีกหลายที่ เมื่อพูดถึงราคาน้ำมันก็จะนึกถึงแต่ ปตท. เมื่อพูดถึง ปตท. ก็จะนึกถึงแต่ปั๊มขายน้ำมัน น้ำมันจะถูกจะแพง จะเก็บกองทุนเลิกเก็บกองทุน เชื้อเพลิงตัวนึงขึ้นตัวนึงลง ก็ด่า ปตท. ไว้ก่อน เงินเยอะก็เป็นเป้าใหญ่ มันขายเชื้อเพลิงและมันรวย! ดังนั้นมันต้องเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนจนๆอย่างกูต้องใช้น้ำมันแพงแน่ๆ! ต้องเอากลับมาเป็นของรัฐ 100%! ต้องรณรงค์เติมปั๊มต่างชาติแทน! (โอ้ย อะไรมันจะเกลียดกันขนาดนั้นครับคู้ณณณ ToT)
อาทิตย์ก่อนรัฐบาลงดเว้นการเก็บเงินเข้ากองทุนกับเชื้อเพลิง 3 ประเภท คนก็หันมาสนใจเรื่องราคาน้ำมันกับแนวทางการสนับสนุนพลังงานชนิดต่างๆเพิ่มขึ้น มีการพูดคุยในหลายๆประเด็น บางคนเชียร์ บางคนโห่ บางคนก็มึน
ในฐานะที่เจ้าของบล็อกจับข้อมูลเรื่องพลังงานมาหลายปี หนนี้ขอเข้ามาอธิบายโครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศไทย และนโยบายการสนับสนุนพลังงานในภาคขนส่งครับ
ราคาน้ำมัน 1 ลิตร นอกจากต้นทุนค่าน้ำมันจากหน้าโรงกลั่นแล้วก็จะมีค่าอื่นๆอีกล้านแปดโปะเข้ามาจนกลายเป็นลิตรละ 30-40 บาทดังที่เห็นกันหน้าปั๊ม และโครงสร้างราคาน้ำมันของประเทศไทยก็แสนจะปั่นป่วนชวนหัวหมุนหวิวหวิวปลิวว่องไหววิเวกวะหวามอก ซึ่งเจ้าค่าโน่นค่านี่มากมายนั้นเป็นข้อกำหนดจากรัฐบาล (ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไหนโดยตรงนะครับ เพราะเข้ามาเพิ่มมาลดกันสมัยละอันสองอันจนมีหน้าตาชวนสยองแบบทุกวันนี้) ที่จะเก็บเงินจากคนเติมน้ำมัน ไปแจกจ่ายให้กับภาคส่วนต่างๆที่เกี่ยวข้อง ดังนี้
ราคาหน้าโรงกลั่น - ราคาน้ำมันแต่ละชนิด กำหนดราคาอ้างอิงตลาดน้ำมันของสิงคโปร์ กองทุนน้ำมัน - ส่วนที่หักและเติมให้กับน้ำมันชนิดต่างๆ เพื่อรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมัน (แต่หลังๆถูกนำไปสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน เช่นหักเงินจากคนเติมเบนซินไปลดราคาให้ E85) ค่าการตลาด - เงินที่บริษัทน้ำมันและสถานีบริการน้ำมันได้จากคนเติมน้ำมัน แต่ก่อนได้ลิตรละ 1.5 บาท ซึ่งบริษัทแม่ต้องนำไปแบ่งกับปั๊มน้ำมันอีกที แต่เดี๋ยวนี้แทบจะเหลือ 0 บาท ปั๊มเจ๊งกันระนาว ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีเทศบาล และสรรพสามิต - ส่วนนี้เก็บเข้ารัฐ ไม่ค่อยเป็นประเด็นเท่ากับสามตัวข้างบน และทุกรัฐบาลก็ไม่พยายามทำให้เป็นประเด็นด้วย เดี๋ยวจะเล่าให้ฟังข้างล่างครับว่าตัวนี้มันแสบขนาดไหน
ดูโครงสร้างราคาน้ำมันแบบวันต่อวันได้จากเว็บของ สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน (สนพ.) //www.eppo.go.th/petro/price/index.html
ลองมาแจงกันดูครับ ว่าแต่ละตัวคืออะไร? ใครมีบทบาทในการกำหนดราคา? น้ำมันแพงเพราะใคร? จะได้ไม่ด่ากันผิดๆถูกๆ
นี่คือราคาหน้าปั๊มก่อนยิ่งลักษณ์จะงดกองทุนน้ำมันของเบนซิน 91 95 และดีเซล เป็นชุดราคาน้ำมันที่เราคุ้นเคยกับมันมาหลายปี

สมมุติเติม gasohol 95 1 ลิตร เสียเงิน 37 บาท เท่ากับคุณจ่ายค่าน้ำมัน 24 บาท เสียเงินเข้ากองทุน 2.6 บาท จ่ายให้ปั๊มและบริษัทน้ำมัน 1 บาท เสียภาษีอีก 9.3 บาท
และเนื่องจากโรงกลั่นส่วนใหญ่ก็เป็นของ ปตท. นี่นะ ทำให้ค่าการกลั่นถูกนำมาใช้เป็นประเด็นเล่นงาน ปตท. มาก งั้นก็มาลงลึกกับตัวนี้กันสักหน่อย...
ราคาหน้าโรงกลั่นคือราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปที่ออกจากโรงกลั่น รวมต้นทุนน้ำมันดิบและค่าการกลั่น ราคานี้อ้างอิงตลาดสิงคโปร์ เขาตั้งเท่าไหร่เราก็ต้องตั้งเท่านั้น ไม่มีโรงกลั่นไหนได้สิทธิพิเศษ ถ้าอยากได้กำไรมากโรงกลั่นก็มีหน้าที่ต้องคุมปริมาณคลังน้ำมันและจัดการต้นทุนดำเนินการให้ดี ตลาดสิงคโปร์เป็นศูนย์กลางการซื้อขายน้ำมันระหว่างประเทศที่สำคัญที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ประเทศในภูมิภาคนี้ใช้ราคาสิงคโปร์กำหนดราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่น หากตั้งราคาสูงเกินไป น้ำมันจากนอกจะไหลเข้าประเทศ เพราะคงไม่มีใครอยากซื้อน้ำมันแพงๆจากโรงกลั่นบ้านเรา สูญเงินต่างประเทศแบบไม่เข้าท่า และหากตั้งราคาต่ำเกินไปน้ำมันจะไหลออกนอกประเทศ เพราะโรงกลั่นส่งไปขายต่างประเทศได้กำไรดีกว่า ทำให้เกิดการขาดแคลนน้ำมันในประเทศอีก
น้ำมันดิบมาจากไหน?
ไทยมีแหล่งน้ำมันเล็กๆอยู่ในภาคเหนือและภาคกลางตอนบน แต่ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ น้ำมันดิบที่ประเทศไทยนำเข้าเพื่อกลั่นเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันประเภทต่างๆประมาณ 80% มาจากการนำเข้าจากตะวันออกกลาง เพราะกลั่นได้ดีเซลปริมาณมาก
น้ำมันดิบกลั่นออกมาได้ผลิตภัณฑ์หลายประเภทด้วยสัดส่วนที่แตกต่างกัน น้ำมันดิบแหล่งที่เรานำเข้าเมื่อกลั่นแล้วจะได้ดีเซล 38% เบนซิน 22% น้ำมันเตา 21% เคโรซีน 11% LPG 5% และอื่นๆ ส่วนที่กลั่นได้เกินความต้องการใช้ของประเทศก็ต้องส่งออกไปขายตามราคาของประเทศนั้น และส่วนที่ขาดแคลนก็ต้องนำเข้าในรูปของน้ำมันสำเร็จรูป
และราคาหน้าโรงกลั่นจะถูกจะแพงมันก็ขึ้นกับน้ำมันดิบเป็นส่วนมาก ทั้งนี้การกำหนดราคาต้องคิดถึงปริมาณสต๊อกน้ำมันดิบด้วย ราคาจะไม่ปรับขึ้นหรือลงตามน้ำมันดิบโลกทันที เพราะน้ำมันที่ขายคือน้ำมันที่สต๊อกไว้ และการซื้อน้ำมัน จะซื้อโดยการคาดคะเนราคาน้ำมันดิบล่วงหน้า 2 เดือน (ต่อรองราคาล่วงหน้าก่อนซื้อขาย 45 วัน ใช้เวลาขนส่งทางเรือ 15 วัน)
ทีนี้มาดูราคาน้ำมันในช่วงต่างๆกันบ้างครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมราคามันอุ๊ตาลาฮู้ขึ้นทุกวันๆ แน่นอนว่า oil crisis ในปี 2009 เป็นหนึ่งในสาเหตุหลัก แต่กลไกราคาน้ำมันบ้านเรามันมีอะไรให้ดูมากกว่านั้น
นี่คือราคาน้ำมันยุคที่ประเทศไทยยังสงบสุขร่มเย็นครับ (มันเคยมียุคแบบนั้นด้วยรึ?) เป็นราคาที่เราขายกันมายาวนาน
 วันที่ 2 ก.พ. 2552 รัฐบาลขึ้นภาษีสรรพสามิตเบนซินจาก 3 บาท เป็น 5 บาท แก๊สโซฮอล์ จาก 0 บาท เป็น 4.5 บาท และดีเซล จาก 0 บาท เป็น 3.3 บาท (E85 ปรากฏตัววันนี้) ขึ้นภาษีอีกรอบหนึ่งวันที่ 14 พ.ค. 2552 ภาษีสรรพสามิตเบนซินขึ้นจาก 5 บาท เป็น 7 บาท แก๊สโซฮอล์ จาก 4.5 บาท เป็น 6.3 บาท และดีเซล จาก 3.3 บาท เป็น 5.3 บาท
 เห็นแท่งสีฟ้าๆที่มันพุ่งขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยนั่นไหมครับ - -" ตอนนั้นเพิ่งพ้น oil crisis น้ำมันดิบอยู่ในช่วงราคาขาลงพอดี แต่น้ำมันบ้านเราไม่ลงเพราะอะไรน่ะรึ? อ๋อ เพราะรัฐบาลเก็บภาษีแพงขึ้นไปแล้วน่ะสิครับ สรุปว่าคุณเติมแก๊สโซฮอล์แพงขึ้นมาเฉยๆลิตรละ 6 บาทแบบไม่รู้ตัว หลังจากนั้นราคาน้ำมันก็เด้งกลับขึ้นมาเรื่อยๆด้วยวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์, ความวุ่นวายในตะวันออกกลาง และอีกหลายๆปัจจัย ราคาหน้าโรงกลั่นสิงคโปร์กระเด้งขึ้นไปสองเท่า แถมสรรพสามิตที่ขึ้นไปแล้วก็ยังคงค้างฟ้าอยู่เช่นนั้น จนในที่สุดมันก็กลายเป็นแบบนี้ครับ
 (หันไปดูรูปเมื่อสองปีที่แล้วเทียบกันแล้วอยากจะร้องไห้) ส่วนต่างสรรพสามิตที่เพิ่มขึ้นคิดเป็นเงินปีละหลายแสนล้านบาท หลังสรุปผลงานประเทศไทยมีเงินสำรองคลังเพิ่มขึ้น ไชโย! รัฐบาลเก่งที่สุด! (นี่พวกแกไม่รู้ตัวเลยเรอะว่าเงินตัวเองทั้งนั้น?)
ช่วงปลายปีก่อน-ต้นปีนี้น้ำมันปาล์มแพงนรก! ทำเอาต้องยกเลิก B5 ตายหายสาบสูญไปจากท้องตลาดกันเลยทีเดียว แถมราคาดีเซลก็ยังพุ่งสุดๆหยุดไม่อยู่ และหากดีเซลเกิน 30 บาทต่อลิตร ประเทศคงถึงกาลอวสาน (ดีเซลเป็นน้ำมันที่ใช้มากที่สุดในภาคขนส่งและเครื่องยนต์หนักบางประเภทในภาคอุตสาหกรรม) จนในที่สุดรัฐบาลก็ต้องใช้ลิมิตเบรก "งดสรรพสามิตดีเซล!!" ผนวกกับท่าโอเวอร์ไดรฟ์ "ดึงกองทุนโปะดีเซลไร้จุดสิ้นสุด!!" ทำเอาเงินกองทุนลดฮวบๆ รัฐสูญรายได้เดือนละ 1 หมื่นล้านบาท จากนั้นก็ใช้ท่า Final Attack "ปูจ๋ารับช่วงต่อด้วยจ้ะ" ชะลาล่า... แต่แน่นอนว่ารัฐบาลไหนๆก็กลัวประชาชนโห่ทั้งนั้น ปูใช้เงินต่อด้วยท่าไม้ตาย "งดกองทุนน้ำมัน" ครับ
มาร์ค "น...นี่มัน ท่าไม้ตายที่ข้าฝึกมาตั้ง 3 ปีก็ยังไม่สำเร็จนี่นา!!" (โฆษณาในป้ายหาเสียงสมัยเลือกตั้งแข่งกับสมัคร ว่าจะเลิกกองทุนน้ำมัน แต่พอเป็นรัฐบาลก็ไม่ได้เลิก) ปู "ที่เจ้าทำไม่สำเร็จ เป็นเพราะเจ้ายังไม่เข้าถึงพลังแห่งประชานิยมที่แท้จริงไงล่ะ!" /me โดนแฟนปู+มาร์คกระทืบ
ส่วน NGV รัฐบาลให้ตั้งราคาเป็นครึ่งหนึ่งของดีเซล ตั้งแต่ปี 2005 ตอนนั้นดีเซล 17 บาท/ลิตร NGV เลย 8.5 บาท/กก. แม้ทุกวันนี้ดีเซลจะเตลิดไป 30 บาทแล้ว และถ้าไม่ตั้งเพดานราคาป่านนี้ดีเซล 40 บาทไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ NGV ก็ยังถูกกดไว้ที่ 8.5 บาทอยู่ (ต้นทุน NGV จากการประเมินของ สถาบันปิโตรเลียม ตก 14-15 บาท/กก.) รัฐบาลสมชายเคยสัญญาว่าจะปรับราคาให้ โดยทยอยขึ้นราคาตั้งแต่ปี 2009 เป็นต้นไป แต่พอพี่มาร์คเข้ามาเป็นรัฐบาลก็ไม่ยอมให้ปรับเพราะกลัวคนด่า ผิดสัญญากับ ปตท. ก็ช่างหัวมัน มันรวยอยู่แล้วก็จงก้มหน้าก้มตาทำงานส่วนอื่นมาชดเชยหนี้ NGV ต่อไป
เรื่องราคาพลังงานนั้นผมเห็นด้วยกับผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานเกือบทุกท่านที่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า "ราคาควรสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่เช่นนั้นปัญหาด้านพลังงานก็ไม่มีทางหมดไปจากประเทศหรอก" การมีโครงสร้างราคา การชดเชยราคา และการตั้งเพดานราคา ถึงจะดูเหมือนช่วยประชาชน แต่มันบิดเบือนต้นทุนพลังงานและไม่ทำให้ปัญหาที่แท้จริงหมดไป เกิดรัฐบาลบ้าจี้ทำให้น้ำมันเหลือลิตรละ 1 บาท เราคงดีใจที่ได้ใช้น้ำมันราคาถูก กว่าจะรู้ตัวรัฐบาลก็ใช้เงินหมดคลัง + น้ำมันไหลออกนอกประเทศ + ปั๊มและโรงกลั่นเจ๊ง และประเทศฉิบหายไปแล้ว
นี่คือภาพสัดส่วนการใช้พลังงานในภาคขนส่งครับ ดีเซลเป็นเชื้อเพลิงที่ใช้มากที่สุด แล้วยังมีสัดส่วนสูงขึ้นไปเรื่อยๆในปีหลังๆ เพราะอะไรน่ะรึ? ก็รัฐบาลชดเชยราคาให้ตลอด คนก็แห่มาใช้หมดซิ

หลังปูเลิกเก็บกองทุนน้ำมันสำหรับเบนซิน 91 95 และดีเซล หน้าตาโครงสร้างราคาก็ออกมาเป็นแบบนี้ครับ
 จะว่าน้ำมันถูกลงก็ใช่ (แต่ผมใช้ gasohol 95 ราคาเท่าเดิม -3-) ยังไงรัฐบาลก็ต้องรักษาปริมาณการใช้พลังงานทางเลือกอย่างเอทานอลกับไบโอดีเซลไว้ด้วย เพื่อเดินตามแผนพลังงานทางเลือก 15 ปี ของกระทรวงพลังงาน ที่ต้องเพิ่มปริมาณการใช้เอทานอลจาก 1.2 ล้านลิตรต่อวัน เป็น 9 ล้านลิตรต่อวัน เราต้องลดการพึ่งพาพลังงานจากต่างประเทศ สร้างเสถียรภาพและความมั่นคงพลังงานของไทย สนับสนุนเกษตรกรให้มีรายได้ ต่อให้เปลี่ยนรัฐบาลแผนนี้ก็ต้องเดินต่อไปครับ เพราะงั้นก็ต้องทำให้มีส่วนต่างราคาเบนซินกับแก๊สโซฮอล์ต่อไป ไม่งั้นคนเลิกใช้แก๊สโซฮอล์หมด ตอนนี้กระทรวงการคลังกำลังจะเสนอภาษีสรรพสามิตสีเขียว ซึ่งจะเก็บตามปริมาณการปล่อยคาร์บอนของเชื้อเพลิงแต่ละชนิด น่าสนใจเหมือนกันนะครับ ถ้าบังคับใช้จริงๆก็ช่วยรักษาส่วนต่างของพลังงานทางเลือกกับเชื้อเพลิงฟอสซิลได้แบบไม่ต้องใช้กองทุนน้ำมัน
กลับมาเรื่องเงินตราต่อ...
ค่าการตลาดเท่าขี้มดแล้วไหง ปตท. มันรวยนักล่ะ?
ปตท. แบ่งออกเป็นหลายธุรกิจ (น้ำมัน, ก๊าซ, โรงกลั่น, ปิโตรเคมี, สำรวจและขุดเจาะ, ค้าต่างประเทศ แถมมีบริษัทย่อยอีกเพียบ! ทำตั้งแต่ผลิตไฟฟ้า, ทำเหมืองถ่านหินที่ออสเตรเลีย, ฯลฯ ไปจนถึงปลูกปาล์มในอินโด) ซึ่งธุรกิจน้ำมันเองมีรายได้ทั้งจากการขายน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วยังมีน้ำมันหล่อลื่น, ผลิตภัณฑ์พิเศษจำพวกยางมะตอยและจารบี รวมไปถึง non-oil ธุรกิจร้านค้าในปั๊ม, กาแฟอเมซอน ทำให้รายได้ของธุรกิจน้ำมันอกมาดูไม่ขี้เหร่ คิดเป็น 23% รายได้ของ ปตท. ครับ
สัดส่วนรายได้ ปตท. ปี 2553 ตามรูปจ้ะ

อันนี้แบ่งสัดส่วนตามรายได้ ถ้าแบ่งตาม "กำไร" ธุรกิจน้ำมันจะยิ่งต่ำกว่านี้ไปอีก เพราะกำไรจากการขายน้ำมันเทียบต่อหน่วยรายได้แล้วต่ำกว่าปิโตรเลียมขั้นต้น, ก๊าซ และผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมี (แต่ผมไม่มีข้อมูลตัวเลขกำไรปีที่แล้ว) ตอนประชุมแผนกลยุทธ์ธุรกิจน้ำมันจะแหวกออกไป non-oil ค่อนข้างมาก จะไม่เทคนิคแล้วครับ มีทั้งปรับปรุงสูตรกาแฟ, ทำ life station ไปจนถึงมองพวก superstore ต่างๆเลย 
ปีที่แล้วจะเทคโอเวอร์คาร์ฟูร์ที่จะเลิกกิจการในประเทศไทย แต่รัฐบาลพี่มาร์คสั่งเก็บซะก่อน (ให้เหตุผลว่ารัฐวิสาหกิจไม่ควรไปทำธุรกิจแข่งกับผู้ค้ารายย่อย) สุดท้ายบิ๊กซีได้คาร์ฟูร์ไป แต่ที่แน่ๆในการประชุมผู้บริหารระดับสูงมองว่าธุรกิจน้ำมัน "เป็นคนจน" ครับ จะลุกขึ้นมาพรีเซนต์ทีแซวกันทั้งห้อง "อี๊ คนจน ไม่อยากฟังๆ" "เงินน้อยข้ามๆไปเลยแล้วกัน" (ซะงั้น... ทั้งที่คนนอกด่าแทบตาย!) แต่มันก็จนจริงๆแหละ ผมทำงานสถาบันวิจัย ปตท. งานวิจัยส่วนที่เกี่ยวข้องกับน้ำมันต้อง allocate งบประมาณไปลงธุรกิจน้ำมัน ของบยากชิบผาย
... เพราะธุรกิจนี้จน!!
บทความอธิบายเรื่องกลไกราคาน้ำมันมีมากมายบนอินเตอร์เน็ต แต่ก็ยังมีคนเข้าใจผิดอยู่อีกมาก เพราะการทำความเข้าใจให้ถูกต้องมันมีรายละเอียดซับซ้อน สู้จำแค่ "น้ำมันแพงเพราะคนในรัฐบาลงาบน้ำมัน, น้ำมันแพงเพราะปตท. ขูดรีด!" มันง่ายกว่า (งั้นก็ไปเติมปั๊มอื่นที่มันถูกกว่าสิครับ) เซียนน้ำมันหลายๆคนอย่างคุณ P_Wut ก็สิ้นหวังกับการอธิบายให้คนพวกนี้ฟังไปนานแล้ว เวลาอ่านข่าว เราควรอ่านสื่อหลายๆมุมมอง แต่ในความเป็นจริง คนเสื้อเหลืองก็ย่อมชอบอ่านสื่อเหลือง คนเสื้อแดงชอบอ่านสื่อแดง คนจะด่า ปตท. ก็คงไม่อยากเข้าไปศึกษาข้อมูลของกระทรวงพลังงานหรือฟังผู้รู้ด้านน้ำมันหรือการเงินหลายๆคน ด้วยอคติที่ว่า "พวกนี้มีแต่แก้ตัว" โดยไม่คิดบ้างเลยว่าเว็บที่ตัวเองชอบอ่านก็เป็นแค่สื่อเสี้ยมที่คนเขียนบทความไม่ได้มีความรู้ในเรื่องที่เขียนดีพอด้วยซ้ำ
ท่านใดที่มีความเข้าใจค่อนข้างดีก็ขอให้ช่วยกันอธิบายแก้ไขอคติและความเข้าใจผิดๆเท่าที่จะสามารถช่วยได้ จะช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำงานได้ง่ายขึ้นมาก และส่งผลให้นโยบายพลังงานของประเทศไทยก้าวไปในทางที่ถูกที่ควรซะทีครับ

| Create Date : 04 กันยายน 2554 |
| Last Update : 27 สิงหาคม 2560 21:22:16 น. |
|
34 comments
|
| Counter : 7764 Pageviews. |
 |
|
|
โดย: tifun วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:15:58:21 น. |
|
|
|
| โดย: ขายน้ำมัน IP: 110.77.138.173 วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:18:08:14 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:19:16:34 น. |
|
|
|
โดย: Ujiba วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:19:55:36 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:21:13:47 น. |
|
|
|
โดย: panwat วันที่: 4 กันยายน 2554 เวลา:23:46:09 น. |
|
|
|
| โดย: ชาวกาญจน์ IP: 125.27.196.108 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:0:21:29 น. |
|
|
|
| โดย: เชื่อหรือไม่ IP: 61.90.110.14 วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:0:34:18 น. |
|
|
|
โดย: มี๊เก๋&ซีทะเล (kae+aoe ) วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:8:36:15 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:20:34:37 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 5 กันยายน 2554 เวลา:22:50:14 น. |
|
|
|
| โดย: oko IP: 192.168.1.235, 180.183.78.171 วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:0:08:10 น. |
|
|
|
| โดย: สิ้นชาติเพราะมัวแต่กู้ชาติ IP: 202.44.4.251 วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:10:58:31 น. |
|
|
|
โดย: oa (rosebay ) วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:14:37:19 น. |
|
|
|
โดย: นายกสมาคมพ่อค้าจิ้งเหลนเพื่อการส่งออก..แห่งประเทศไทย.. (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:15:20:01 น. |
|
|
|
โดย: เศษเสี้ยว วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:15:24:48 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:19:47:08 น. |
|
|
|
โดย: กะว่าก๋า วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:20:11:28 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 6 กันยายน 2554 เวลา:22:05:56 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:8:31:01 น. |
|
|
|
| โดย: sasarai IP: 118.173.106.23 วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:10:43:44 น. |
|
|
|
โดย: oa (rosebay ) วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:13:33:43 น. |
|
|
|
โดย: คุณต่อ (toor36 ) วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:14:37:01 น. |
|
|
|
โดย: ชายผู้หล่อเหลา...กว่าแย้นิดนึง. (เป็ดสวรรค์ ) วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:16:52:15 น. |
|
|
|
| โดย: oko IP: 192.168.1.84, 180.183.73.135 วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:19:51:03 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:20:53:26 น. |
|
|
|
| โดย: oko IP: 192.168.1.235, 180.183.73.135 วันที่: 7 กันยายน 2554 เวลา:23:54:39 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:0:05:12 น. |
|
|
|
| โดย: 1234 IP: 183.88.34.243 วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:15:06:45 น. |
|
|
|
โดย: ชีริว วันที่: 8 กันยายน 2554 เวลา:22:39:41 น. |
|
|
|
| โดย: Suikoaslife IP: 124.121.90.89 วันที่: 18 กันยายน 2554 เวลา:14:14:34 น. |
|
|
|
โดย: OceanSage วันที่: 8 ตุลาคม 2554 เวลา:12:39:10 น. |
|
|
|
|
|
|
|
..โห นักวิชาการด้าน ธุรกิจพลังงาน อยู่นี่เอง เขียน แต่เกี่ยวกับการ์ตูน อยู่บ่อย ๆ เลยนึกว่าเป็นเด็ก อยู่เรื่อย 555..
วันนี้ ทางการ มากเลย เด๋วมีปัญหาเรื่อง น้ำมันจะแจ้น ..มาปรึกษาก่อน เลย อิอิ..
ตอนนี้ตัวเองก็ใช้โซฮอล 91 ราคาก็ พอๆ กับธรรมดาแล้ว แหะ ๆ ..
เลิกเก็บเข้า กองทุนฯ ก็ดีนะ ที่ผ่านมาเหมือนหลอกตัวเอง ..คิดว่า ..
เราชาวบ้านธรรมดาคงไม่เข้าใจลึกซึ้งเท่าไร ดูจากทีวี อธิบายให้ฟังคร่าว ๆ บางทีไม่รู้เรื่อง ..ขอบคุณ ที่ให้ ข้อมูล น้า .. มีเปรียบ เทียบ แบบนี้ สุดยอดเลย..
จากบล็อก หลาย คนบอก ค่าตั๋ว มันแพง อ่ะ..
หวัดดี ตอนบ่ายๆ ค่า คุณซ๊ริว