Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2561
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
30 กรกฏาคม 2561
 
All Blogs
 

อยุธยายศล่มแล้ว: เทศกาลความทรงจำครั้งกรุงเก่า



วันนี้มาเล่าตอนอวสานของอยุธยา อาณาจักรที่อยู่มายาวนานถึง 417 ปี นับตั้งแต่พระเจ้าอู่ทองสถาปนากรุงศรีอยุธยาและสร้างพระราชวังริมหนองโสนในปี พ.ศ.1893 จนกระทั่งอยุธยาถูกทำลายอย่างราบคาบในปี พ.ศ.2310 ผมเชื่อว่ากรุงเทพมหานครคงอยู่ได้ยาวนานกว่านั้นโดยไม่ยากนัก แต่นั่นคือโลกยุคใหม่ที่มีนิยามของประเทศ มีเส้นแบ่งพรมแดน มีข้อตกลงนานาชาติ และผู้คนที่โหยหาสันติภาพไม่จำเป็นต้องตอบสนองความทะเยอทะยานของชนชั้นปกครองดังเช่นอดีต อยุธยาที่อยู่กลางภัยสงครามได้ยาวนานถึง 417 ปีจึงนับเป็นรัฐยุคโบราณที่เข้มแข็งอย่างเหลือเชื่อ

หลังกอบกู้เอกราชให้อโยธยาที่สืบสานวัฒนธรรมจากละโว้แล้ว พระนเรศได้เปลี่ยนชื่อ"อโยธยา" เมืองของพระราม เป็น "อยุธยา" เมืองที่ไม่มีวันรบแพ้ หากใครยังจำที่ผมเล่าในบล็อกเก่าๆได้ อยุธยามีปราการสามชั้นที่ทำให้ไม่มีทางถูกทำลายครับ

1. แม่น้ำและคูเมืองล้อมรอบเมืองทุกด้าน ต้องเข้ามาทางเรือ
2. เมื่อข้ามมาเกาะเมืองอยุธยาได้ก็ต้องเจอกำแพงอิฐสูง 3 วา หนา 6 ศอก ป้องกันเมืองทุกด้าน
3. ต่อให้ข้าศึกล้อมเมืองไว้ได้ แต่ถ้าหากรอจนถึงฤดูน้ำหลาก น้ำทุ่งจะเข้าท่วมทำลายกองทัพศัตรูไปเอง



แม่น้ำและคูเมืองล้อมเกาะเมืองอยุธยาทุกด้าน



กำแพงเมืองอยุธยาปัจจุบันถูกรื้อหมดทุกด้านแล้ว



ทุ่งลุมพลีทางเหนือเกาะเมืองปัจจุบันก็ยังเป็นที่ทิ้งน้ำ




ถือเป็นเมืองที่มีพลังป้องกันสูงสุดขีดแล้วครับ เมืองโบราณที่กำแพงหนาๆอย่างกำแพงเพชรหรือเชียงแสนชิดซ้ายไปเลย และเมืองนี้ก็ไม่เคยถูกตีแตกได้เลยจริงๆ แม้แต่บุเรงนองก็เจาะเข้าเมืองไม่ได้ ต้องถล่มลูกปืนใหญ่เข้ามาเรื่อยๆ จนพระมหาจักพรรดิยอมแพ้ไปเองครับ

แต่สุดท้ายอยุธยาก็ถูกทำลายลงได้ เรามุ่งไปที่ความอ่อนแอภายในและใช้บทเรียนครั้งนี้ช่วยสอนเรื่องความสามัคคีของคนในชาติ แต่ด้วยปราการสามชั้นดังที่กล่าวแล้ว ต่อให้กษัตริย์อยุธยาอ่อนแอยังไงก็ใช่ว่าจะตีเอาเมืองได้ง่ายๆ เหมือนเรือไททานิคที่สร้างให้แข็งแกร่งเสียจนตั้งใจขับให้จมยังจะยากเสียกว่า .....แต่สุดท้ายมันก็จม หากจะไม่พูดถึงฝีมือและความมุ่งมั่นของฝ่ายพม่า หรือความพยายามป้องกันเมืองอย่างสุดความสามารถของฝั่งไทยแล้ว ก็ดูจะไม่ให้ความเป็นธรรมแก่บุคคลในประวัติศาสตร์ เอาเป็นว่าเราตามมาดูกันดีกว่าครับว่าเมื่อ 251 ปีที่แล้ว เกิดอะไรขึ้น ลองดูไทม์ไลน์สำคัญใหญ่ๆก่อนครับ...

พ.ศ.2135 พระนเรศชนะพระมหาอุปราช พม่าร้างศึกกับอยุธยาไป 167 ปีหลังจากนี้
พ.ศ.2302-2303 พระเจ้าอลองพญาบุกโจมตีอยุธยา แต่ตีอยุธยาไม่แตก
พ.ศ.2307 พระเจ้ามังระบุกอยุธยา นำโดยกองทัพของมังมหานรธาและเนเมียวสีหบดี
พ.ศ.2310 อยุธยาถูกตีแตก

สมัยของพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศถือเป็นรัชกาลสุดท้ายในสมัยอยุธยาที่ถือว่าแผ่นดินดี (มีความสงบสุข) และที่ชาวบ้านเรียกชื่อพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศนี้กันติดปากเพราะทรงเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายที่ได้รับการบรรจุลงพระบรมโกศด้วย ชื่อจริงๆของท่านคือพระบรมราชาธิราชที่ 3 (ซึ่งไม่มีใครจำ) หลังพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศสวรรคต เกิดความวุ่นวายเรื่องบัลลังก์ขึ้นเมื่อเจ้าสามกรม (กรมหมื่นจิตสุนทร กรมหมื่นสุนทรเทพ และกรมหมื่นเสพภักดี) พยายามขึ้นมีอำนาจเหนือรัชทายาทอย่างพระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรและพระเจ้าเอกทัศน์ ก็เลยโดนจับประหาร แต่ความวุ่นวายก็ยังไม่จบสิ้นเพราะแทนที่ราชสมบัติจะเป็นของพระเจ้าเอกทัศน์ที่เป็นคนพี่ พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศดันยกราชสมบัติให้พระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรที่เป็นน้อง สุดท้ายก็ถูกพระเจ้าเอกทัศน์ที่มีฐานกำลังมากกว่ากดดันจนต้องยอมสละราชสมบัติให้แล้วออกบวช พระเจ้าอยู่หัวอุทุมพรจึงได้ชื่อว่าขุนหลวงหาวัด การที่ผู้มีฐานอำนาจมากที่สุดอย่างพระเจ้าเอกทัศน์ขึ้นครองราชย์ก็ทำให้อยุธยาไม่ได้อ่อนแอลงไปจนน่าเกลียดเหมือนกับที่บทเรียนพยายามทำให้เป็น แต่ที่น่ากลัวคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในฝั่งพม่าครับ

ช่วงปลายกรุงศรีอยุธยา มอญมีกำลังกล้าแข็งครอบครองแผ่นดินส่วนใหญ่ในประเทศพม่าปัจจุบัน และเข้ายึดอังวะ ปิดฉากราชวงศ์ตองอูของพระเจ้าบุเรงนอง จนกระทั่งพระเจ้าอลองพญาได้รวบรวมชาวพม่าต่อต้านมอญและขึ้นครองราชเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์คองบอง ถ้าไทยมีพระเจ้าตากสิน พม่าก็มีพระเจ้าอลองพญานี่ละครับ (ชื่ออลองพญาแปลว่าโพธิสัตว์) ท่านสามารถกำราบทัพของมอญ และผู้นำก๊กเล็กๆอื่นๆได้สำเร็จ ภายในเวลาไม่ถึงปี

แม้พระเจ้าอลองพญาจะครองราชย์ในช่วงสั้นๆ เพียง 8 ปี (พ.ศ.2295-2303) แต่เป็นกษัตริย์ที่รวมชาติพม่ากลับมาได้ และครองความเป็นใหญ่อยู่เหนือเผ่าอื่นๆในประเทศพม่าจนถึงปัจจุบัน ทำให้พม่ายกย่องพระเจ้าอลองพญาเป็น 1 ใน 3 กษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล เทียบเท่าพระเจ้าอโนรธามังช่อ กษัตริย์ที่รวบรวมชาวพม่าสร้างพุกามเป็นปึกแผ่น และพระเจ้าบุเรงนอง ผู้ชนะสิบทิศ



อนุสาวรีย์พระเจ้าอโนรธา พระเจ้าบุเรงนอง และพระเจ้าอลองพญา ที่เนปิดอว์ (ซึ่งอุทยานราชภักดิ์ของเราไปเอาอย่างมา)

พระเจ้าอลองพญาต้องการกำจัดพวกมอญให้สิ้นซาก ไม่งั้นจะกลับมาทวงความเป็นใหญ่ได้เหมือนที่ผ่านๆมา และการที่อยุธยายังหนุนหลังพวกมอญ ไม่ยอมส่งตัวกบฏมอญที่หนีเข้าไปในอยุธยาให้ ก็นำไปสู่ความขัดแย้งครั้งใหญ่ ทุกครั้งอยุธยาจะหนุนหลังฝ่ายที่เพี่ยงพล้ำเพื่อคานอำนาจในดินแดนนี้ และกษัตริย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในสุวรรณภูมิจะอยู่ใกล้กันขนาดนี้ก็รังแต่จะก่อสงครามระหว่างกันไม่รู้จบ

ไม่เพียงแค่มอญ เพื่อความมั่นคงของพม่าแล้ว จึงจำเป็นต้องทำลายอยุธยาให้สิ้นซากลงไปด้วย

พระเจ้าอลองพญายกทัพเข้าประชิดและตีค่ายรอบกรุงอยุธยาแตก อยุธยาตั้งรับภายในเกาะเมืองด้วยความมั่นใจในพลังป้องกันอันสูงลิ่ว แม้จะต้องทนรับฝนปืนใหญ่ แต่เชื่อว่าหากต้านได้ถึงฤดูน้ำหลาก ทัพพม่าก็จะถูกน้ำท่วมพัดกระเจิงแตกพ่ายไป แต่ยังไม่ทันถึงหน้าน้ำ พระเจ้าอลองพญาก็ประชวรสิ้นพระชนม์ไปเสียก่อน ไทยบอกว่าโดนปืนใหญ่แตกใส่ พม่าบอกว่าเป็นโรคบิด แต่เอาเป็นว่าศึกครั้งนี้อยุธยารอดไปแบบไม่เจ็บตัวมากเท่าไหร่

หลังสิ้นพระเจ้าอลองพญา พระเจ้ามังลอกบุตรชายขึ้นครองราชย์ช่วงสั้นๆ (พ.ศ.2303-2306) ก่อนจะมาถึงรัชสมัยของพระเจ้ามังระน้องชายของพระเจ้ามังลอก พระเจ้ามังระผู้นี้เองที่พิชิตกรุงศรีอยุธยาได้สำเร็จ และการพิชิตอยุธยาครั้งนี้ ไม่ได้ตีเอาเป็นเมืองขึ้นอย่างสมัยพระเจ้าบุเรงนอง แต่เป็นการทำลายให้สิ้นซาก สานต่อเจตนารมณ์ของบิดา

การบุกเข้าอยุธยาครั้งนี้จัดเต็มที่สุดเท่าที่อยุธยาเคยถูกบุกมา แบ่งทัพพม่าออกเป็นสองสายคือทัพของมังมหานรธา 20 ทัพ บุกทางทวาย มะริด ตะนาวศรี เพชรบุรี ราชบุรี สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เข้าโจมตีอยุธยาจากทางใต้ และทัพของเนเมียวสีหบดี 28 ทัพ บุกเชียงใหม่และหัวเมืองล้านนา ล้านช้าง ตาก กำแพงเพชร สุโขทัย และเข้าตีอยุธยาจากทางเหนือ หนนี้ไม่ได้ตัดตรงเข้ามาทางด่านเจดีย์สามองค์แบบครั้งก่อนๆแล้วนะครับ แต่ทัพพม่าจะไล่กวาดหัวเมืองของอยุธยาทีละแห่งๆ เพื่อไม่ให้ส่งทัพมาตีขนาบได้ ก่อนจะเข้าล้อมเกาะเมืองอยุธยา



เส้นทางเดินทัพของพม่าในการบุกกรุงศรีอยุธยา จากหนังสือ 2310 อวสานกรุงศรี ของสำนักพิมพ์สารคดี (คลิ๊กที่ภาพเพื่อชมภาพขยาย)

จากการบุกและการตั้งรับเป็นรูปแบบเห็นได้ว่านี่ไม่ใช่การรบแบบกองโจร แวะตีอยุธยาเอามันส์ หรืออยุธยาปวกเปียกไม่พร้อมทำศึกแบบที่กรมพระยาดำรงเคยวิเคราะห์ไว้ เมื่อพม่าเข้าตีค่ายรอบกรุงศรีอยุธยาแตกแล้วก็มาตั้งค่ายหลักนอกเกาะเมืองอยุธยา โดยทัพเหนือของเนเมียวสีหบดีตั้งค่ายอยู่ที่ปากน้ำประสบ และทัพใต้ของมังมหานรธาตั้งค่ายอยู่ที่วัดสีกุก

ปี พ.ศ.2309 หลังหัวเมืองและค่ายรอบอยุธยาถูกพม่าตีแตกเกือบหมดแล้ว ชัยชนะของบ้านบางระจันมาเข้าหูพระเจ้าเอกทัศน์เรื่อยๆ ซึ่งท่านได้ส่งคนไปช่วยหล่อปืนใหญ่ แต่บางระจันก็เป็นเพียงกลุ่มคนที่มารวมตัวกันจากหลายบ้านเพื่อปกป้องตนเองมากกว่าคุ้มกันกรุงศรีอยุธยา และเป็นเพียงแนวป้องกันชั้นนอก พม่าก็ไม่ได้ส่งทัพใหญ่มาขยี้จริงจังนักเพราะทัพใหญ่จริงๆอยู่เลยบ้านบางระจันมาแล้ว เพียงแค่ต้องกำจัดไม่ให้ใหญ่ขึ้นแล้วเข้ามาตลบหลัง สุดท้ายบางระจันก็ถูกตีแตกไป (แต่ประวัติศาสตร์ไทยฉบับชาตินิยมพยายามยกเหตุการณ์บ้านบางระจันให้สำคัญยิ่งกว่าศึกป้องกันพระนครจริงๆเสียอีก)

นอกจากพระเจ้าเอกทัศน์และพระเจ้าอุทุมพรแล้ว พระเจ้าอยู่หัวบรมโกศมีบุตรที่มีสิทธิ์ในบัลลังก์อีกคนคือกรมหมื่นเทพพิพิธ ซึ่งถูกพระเจ้าเอกทัศน์ระแวงว่าจะก่อกบฎเลยถูกเนรเทศไปอยู่ลังกา แต่เมื่อได้ข่าวว่าอยุธยาตกอยู่ในภาวระลำบากเขาจึงกลับมาอีกครั้ง เขาคือตัวละครลับที่จะมาช่วยอยุธยา!! ....ก็หาไม่ ทัพของกรมหมื่นเทพพิพิธที่รวมมาได้เพียง 2,000 คนถูกพม่าตีแตกจนต้องหนีไปนครราชสีมา และรอมีบทอีกครั้งในฐานะเจ้าชุมนุมพิมายในยุคกรุงธนบุรี

พวกตะวันตกก็หวังจะยืมมือยากนะครับ เขาเข้ามาค้าขาย ไม่จำเป็นต้องสู้ตายเพื่ออยุธยา ชาวตะวันตกพยายามหาทางหนีออกจากอยุธยาทุกวิถีทาง แม้จะมีประกาศปิดด่านงดการเดินเรือ แต่ก็มีทั้งแอบต่อเรือออกไปบ้าง จับคนอยุธยาเป็นตัวประกันบ้าง จนชาวต่างชาติหนีออกไปหมด (พอมองย้อนไปถึงบทคลั่งชาติของพระเพทราชาในบุพเพตอนไล่ฝรั่งเศสออกไปแล้วมัน sarcasm สิ้นดี)

และในที่สุดจากความพยายามต้านทานทัพจนถึงปลายปี ตัวเอกที่จะช่วยอยุธยาก็เดินทางมาถึง นั่นก็คือ "น้ำ" ครับ น้ำทุ่งที่มาประจำทุกปีได้เอ่อขึ้นท่วมทัพของพม่า เป็นอีกครั้งที่น้ำได้ช่วยอยุธยาไล่กองทัพพม่ากลับไปได้สำเร็จ....แต่!!! ครั้งนี้พม่าไม่ยอมถอยทัพกลับไปอย่างที่คาดการณ์ กองทัพของพม่าต่อเรือลอยน้ำ เข้าโจมตีอยุธยาเป็นยุทธนาวีรอบกรุงศรีอยุธยา! ปกติจะรบทางเรือกันที่ปากน้ำบางกอกแท้ๆ ศึกนี้มันเอากันทุกท่าจริงๆ เอาไปทำเกมน่าจะมันส์ - -b ซึ่งทัพเรือของพม่าก็มีชัยเหนืออยุธยาตามระเบียบครับ แล้วหน้าน้ำก็ผ่านพ้นไป พร้อมความหวังของอยุธยาที่ริบหรี่ลงไปเรื่อยๆ

ตัวช่วยสุดท้ายคือกำแพงเมืองที่ปิดล้อมเมืองทุกด้านครับ ถึงจะทนน้ำได้ล้อมเมืองได้ แต่ก็เข้าเมืองไม่ได้ ค่ายที่ล้อมเมืองยิงปืนใหญ่ข้ามกำแพงมาถล่มเมืองก็ไม่ได้ง่ายแบบสมัยพระเจ้าบุเรงนองหรือพระเจ้าอลองพญา เพราะในศึกนี้มีการตั้งค่ายนอกเมืองไว้ด้วย (แต่ก็ถูกตีแตกเกือบหมดแล้วอย่างที่บอก) พม่าจึงสร้างป้อมประชิดเมืองไว้ที่วัดทางเหนือของเกาะเมือง เช่น วัดแม่นางปลื้ม วัดสามวิหาร วัดมณฑป และข้ามแม่น้ำเข้ามาขุดอุโมงค์เผาทำลายฐานกำแพงเมือง แผนการณ์ครั้งใหญ่ของพม่าที่จะทำลายกำแพงนี้ถูกเรียกว่า "มโหสถขุดอุโมงค์"

และแล้วก็ล่วงเข้าต้นปี พ.ศ.2310 ปีที่อยุธยาถูกตีแตก ค่ายรอบเมืองก็เหลืออยู่ไม่กี่แห่ง ส่วนใหญ่ทางเหนือถูกตีแตกหมดแล้ว ทางตะวันออกยังพอมีพื้นที่อยู่ พระยาวชิรปราการที่ตั้งค่ายนอกกรุงอยู่ที่วัดพิชัยเห็นว่าคงต้านทานไม่ไหว จึงพาไพร่พลตีฝ่าทัพพม่าออกไปทางตะวันออก รอกลับมามีบทอีกครั้งในฐานะพระเจ้าตากสิน ผู้รวบรวมคนไทยกลับมา (และจับเจ้าพิมายคนข้างบนไปประหารด้วย) อีกกระแสหนึ่งเชื่อว่าพระเจ้าตากไม่ได้หนีทัพ แต่ตีฝ่าออกไปทางตะวันออกเพื่อรวบรวมไพร่พลตามคำสั่งของพระเจ้าเอกทัศน์ เพื่อกลับมาช่วยอยุธยา แต่ไม่ว่าพระเจ้าตากจะหนีหรือตั้งใจทำตามคำสั่งกษัตริย์ ความช่วยเหลือของไพร่พลทางตะวันออกก็มาถึงอยุธยาไม่ทันเวลาแล้ว...

ตอนนี้เกิดความโกลาหลไปทั่วอยุธยา การที่พม่าผ่านปราการน้ำมาได้ ก็ทำให้ชาวอยุธยารู้ตัวว่าอาณาจักรนี้ไม่อาจคุ้มกะลาหัวพวกเขาได้อีกแล้ว ฝนปืนใหญ่เข้าถล่มตัวเมืองอย่างต่อเนื่อง และเกิดเพลิงไหม้ครั้งใหญ่ในตัวเมืองบ้านเรือนเสียหายกว่าหมื่นหลัง เสบียงที่มีก็ร่อยหรอลงไปอีก ประชาชนหิวโหย มีโจรปล้นฉกชิงวิ่งราวไปทั่ว ทหารไทยหลายนายก็แปรพักตร์ไปเข้าฝ่ายพม่า พระเจ้าเอกทัศน์เห็นว่าหมดหนทางชนะ จึงส่งสาส์นไปขอคืนดีกับพม่า แต่พม่าที่ได้เปรียบทุกหนทางอยู่แล้วก็บอกว่ายอมเป็นเมืองขึ้นเราสิจ๊ะ ♥ การเจรจาจึงล้มเหลวไป

ทางฝ่ายพม่าเองก็ต้องรีบปิดเกม เพราะต้องไปทำศึกกับจีนต่อ มังมหานรธาที่กรำศึกมานานต่อเรือลอยน้ำอยู่หลายเดือนล้มป่วยจนเสียชีวิตไป ได้ทำการปลงศพที่ค่ายวัดสีกุก แล้วเนเมียวสีหบดีได้ขึ้นบัญชาการทัพใหญ่แต่เพียงผู้เดียว ตอนนี้ค่ายรอบเมืองอยุธยาถูกตีจนแตกหมดแล้ว พม่าข้ามคูเมืองจุดที่แคบที่สุดด้านเหนือของเกาะเมืองแถวป้อมมหาชัย (ปัจจุบันคือตลาดหัวรอ) แล้วขุดใต้กำแพงเมือง ก่อไฟเผาเสาเข็มที่ใช้เป็นรากฐานของกำแพงเมือง จนมันถล่มลงมา

บริเวณตลาดหัวรอ (ซ้าย) ในอดีตคือป้อมมหาชัย จุดที่กำแพงเมืองถูกเผาจนถล่มลงมา ฝั่งตรงข้าม (ขวา) คือวัดแม่นางปลื้มที่ทีมทลายกำแพงของพม่าตั้งค่ายอยู่


ในวันที่ 7 เมษายน พ.ศ.2310 พม่าสามารถบุกเข้าเมืองได้สำเร็จ ได้เผาทำลายพระราชวังและทำลายพระศรีสรรเพชญ์อันเป็นหัวใจของกรุงศรีอยุธยา



อยุธยาถูกแผดเผาคล้ายต้องแสงจากพระอาทิตย์เจ็ดดวงซึ่งปรากฏขึ้นยามโลกใกล้ล่มสลาย พระราชวัง อาคาร สถานที่ต่างๆ ถูกทำลาย แม้แต่บ้านที่สร้างด้วยอิฐก็ถูกเผา เต็มไปด้วยควันไฟปกคลุม คูเมืองและแม่น้ำเต็มไปด้วยซากศพจนน้ำเปลี่ยนเป็นสีเลือดและเต็มไปด้วยกลิ่นแห่งความตาย --จากคำบรรยายในโยเดียพ่าย

ผู้คนถูกกวาดต้อนเป็นเชลยจำนวนมาก รวมถึงราชวงศ์อย่างพระเจ้าอุทุมพรด้วย ส่วนพระเจ้าเอกทัศน์นั้น หลักฐานแต่ละแห่งบันทึกวาระสุดท้ายไว้ไม่ตรงกัน มีทั้งโดนปืนใหญ่ตายขณะหนี, โดนคนสยามด้วยกันเองวางยาพิษ, หนีไปซ่อนก่อนป่วยตาย, ฯลฯ ฉบับที่ผมเคยอ่านตอนเด็กๆ รู้สึกจะเป็น "หนีไปซ่อนในกอไผ่อดอาหารเป็นสิบวัน จนพม่าพายเรือมาเจอ เลยเอาตัวไปอังวะแต่เสียชีวิตเสียก่อน" (แต่งให้มันดีๆหน่อยได้มั้ย?) Smiley



พระราชวังโบราณปัจจุบันเหลือแค่ซากฐานอาคาร
ในภาพคือพระที่นั่งบรรยงรัตนาสน์ด้านในสุดของเขตพระราชวัง



เศียรพระพุทธรูปในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
ที่เชื่อกันว่าคือเศียรของพระศรีสรรเพชญ์


ภาพที่เราควรจะลืมเสียทีคือบทบาทของพม่าที่ถูกสร้างเป็นศัตรูที่ร้ายกาจชั่วช้า เพราะมันเป็นธรรมดาของรัฐยุคโบราณที่คนเข้มแข็งจะเข้ายึดครองช่วงชิงทรัพยากรเอาจากคนอ่อนแอ เหมือนที่สยามเคยทำกับเขมรและลาว และการที่โบราณสถานของอยุธยาสภาพเละเทะก็ไม่ใช่ฝีมือของพม่าเสียทั้งหมด พม่าเข้ายึดกรุงศรีอยุธยาแค่ 3 สัปดาห์นะครับ ก่อนจะยกทัพหลักกลับไปรบจีนต่อ เหลือไว้แค่กองทัพเล็กๆให้พระเจ้าตากกลับมาตีคืนง่ายๆ พม่าไม่มีเวลาพอจะไล่ทุบอิฐจนเละเหมือนที่เราเห็นกันในปัจจุบันหรอกครับ ที่โบราณสถานส่วนใหญ่ของอยุธยาเหลือเพียงเท่านี้ โดยเฉพาะกำแพงเมืองและพระราชวังก็เป็นเพราะการฟื้นฟูบ้านเมืองในสมัยธนบุรีและกรุงเทพที่ขนอิฐจำนวนมากจากกรุงเก่าและเมืองโบราณรอบๆ อย่างนครปฐมไป ไหนจะมีพวกลักลอบขุดกรุพระอีก ทะลวงพระพุทธรูปและเจดีย์จนพรุนทั้งอยุธยา

ตอนเสียกรุงใหม่ๆ ช่วงที่คนไม่มีอาชีพ ไม่มีเงิน ก็มีคนไทยและจีนหลายคนแห่กันไปขุดสมบัติและทำลายพระพุทธรูปไปขายในช่วงที่ไม่มีรัฐคอยควบคุมแล้ว สมบัติที่ฝังไว้ที่อยุธยามีเยอะมากๆครับ ตอนเสียกรุงชาวบ้านได้หนีออกไปโดยฝังสมบัติไว้หวังจะกลับมาขุดใหม่ แต่เจ้าของก็คงไม่ได้กลับมาเอาแล้ว... แม้แต่แม่ผมสมัยเด็กๆ ตอนที่ยังอยู่อยุธยายังไปขุดดินเล่นกับเพื่อนเจอโบราณวัตถุกันบ่อยๆ แต่เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วนะครับ ถึงมีก็ไปขุดเล่นไม่ได้ด้วย

และการเสียกรุงครั้งนี้ไม่ใช่แค่การสูญเสียอยุธยานะครับ แต่เป็นการถูกทำลายของหัวเมืองทั้งหมด ลองกลับไปดูบล็อกเมืองโบราณเก่าๆ ดูก็ได้ว่ามีกี่เมืองที่จบด้วยคำว่า "และถูกทิ้งร้างหลังเสียกรุงครั้งที่สอง" เกือบทั้งประเทศครับ! (รวมถึงอดีตเมืองที่เคยอยู่กับเราแต่เสียไปตอนเสียดินแดนทั้งหลายด้วย) จะมียกเว้นบางเมืองที่ได้รับผลกระทบน้อย เช่นโคราช จันทบุรี พิษณุโลก หรือพวกที่ตอนนั้นยังไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย อย่างกลุ่มหัวเมืองล้านนา หรือปัตตานีเท่านั้นเอง

หลังจากนี้ศึกใหญ่กับพม่ามีเพียงศึกอะแซหวุ่นกี้ ที่พระเจ้ามังระรับรู้ว่าพระเจ้าตากสินรวบรวมคนไทยกลับมาอีกแล้ว เลยส่งกองทัพนำโดยอะแซหวุ่นกี้แม่ทัพฝีมือฉกาจมาจัดการด้วยยุทธวิธีตีขนาบแบบที่พิชิตอยุธยามาแล้ว เราเกือบจะเสียกรุงด้วยมือพม่าอีกหน แต่ก็มีข่าวพระเจ้ามังระสวรรคตในปี พ.ศ.2319 ทำให้อะแซหวุ่นกี้ต้องรีบยกทัพกลับไปจัดการความวุ่นวายในราชสำนักเสียก่อน (ที่บอกอะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวพระยามหากษัตริย์ศึกอะไรนั่นไม่มีจริงนะครับ เพ้อเจ้อ) หลังสิ้นพระเจ้ามังระ ราชวงศ์คองบองก็อ่อนแอลงฮวบฮาบ มีการชิงบัลลังก์กันไปมา จนถึงสมัยของพระเจ้าปดุง พยายามยกทัพมากำราบสยามอีกครั้ง เกิดเป็นสงคราม 9 ทัพในสมัย ร.1 แต่ด้วยการที่ซอยเส้นทางเดินทัพซะยิบ แต่ละทัพเลยไม่มีแรงจะไปหักด่านอะไรกับใคร สุดท้ายก็ล่องจุ๊นแพ้ไป หลังจากนั้นพม่าไม่ได้มาวุ่นวายกับเราอีกเลยครับ เพราะก็ต้องไปไฝว้กับฝรั่งและตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษในที่สุด

จะบอกว่ากรรมสนองที่ทำกับไทยไว้ก็ดูจะชาตินิยมสุดโต่งไปนะครับ อย่างที่บอกว่าสงครามเป็นเรื่องธรรมดาของสังคมยุคโบราณ และในโลกสมัยใหม่พม่าเองเสียอีกที่เป็นเพื่อนบ้านที่รักเรามากที่สุดแล้ว ในปี พ.ศ.2500 จอมพล ป. ได้เชิญ ฯพณฯ อูนุ นายกพม่าสมัยนั้น มาร่วมงานฉลอง 25 พุทธศตวรรษ ระหว่างเยือนอยุธยาท่านอูนุได้ขออโหสิกรรมสิ่งที่พม่าได้ทำไว้ และบริจาคเงินให้ฟื้นฟูอยุธยาขึ้นมาด้วย รัฐบาลจอมพล ป. ได้เรียบเรียงประวัติศาสตร์สอนให้คนไทยรู้สึกถึงความเป็นชาติ (กระบวนการ Nationalization นี้เองที่ทำให้เกิดความแตกแยกระหว่างเชื้อชาติในไทยน้อยกว่าหลายประเทศ เช่นพม่า) และได้ฟื้นฟูอยุธยาในฐานะเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตัดถนนโรจนะ ตัดถนนอู่ทอง สร้างสวนสาธารณะบึงพระราม และบูรณะโบราณสถานในอยุธยาหลายแห่งเลยครับ

"เมื่อพม่าได้รับเอกราช สิ่งแรกที่ชาวพม่ามุ่งหวังก็คือกลับเป็นมิตรกับประเทศซึ่งเป็นพุทธมามกะเพื่อนบ้านใกล้เคียงคือประเทศไทย..." --สุนทรพจน์โดยฯพณฯ อูนุ อดีตนายกรัฐมนตรีของพม่า



**เนื้อหาช่วงเสียกรุงส่วนใหญ่เรียบเรียงจากหนังสือ 2310 อวสานกรุงศรี ของสำนักพิมพ์สารคดี และประวัติศาสตร์พม่า แผ่นดินแห่งความแตกแยก ของสำนักพิมพ์ยิปซี เป็น reference เรื่องไทย-พม่าที่ครบถ้วนมากครับ มีหลักฐานจากหลายแหล่งไล่เรียงให้ดูเปรียบเทียบกันด้วย



ถึงอยุธยาจะจบสิ้นไปแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นบนดินแดนนี้ก็มีการเปลี่ยนแปลงของกลุ่มประชากรครั้งใหญ่ คือคนสยาม จีน ลาว ที่มารวมตัวกันใต้ก๊กของพระเจ้าตากสิน และเอาชนะก๊กอื่นๆ จนเกิดศูนย์กลางอำนาจแห่งใหม่ขึ้นมา พระเจ้าตากสินพยายามสร้างอยุธยากลับมาอีกครั้ง แต่สภาพก็เกินที่จะฟื้นฟูไหว จึงย้ายไปสร้างเมืองหลวงที่บางกอก ดินแดนสุดแผ่นดินที่เคยเป็นบ้านนอกในสมัยอยุธยา และเกิดเป็นกรุงธนบุรีที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่รวมไปถึงดินแดนต่างๆที่เคยตกอยู่ใต้อาณัติของอยุธยามาก่อน และบางกอกก็ยังคงความเป็นราชธานีมาจนถึงปัจจุบัน (ร.1 แค่ย้ายวังมาอีกฝั่ง ไม่ควรนับเป็นเมืองหลวงใหม่)

นั่นเป็นเรื่องราวของยุคสมัยที่จะเล่าถึงในโอกาสต่อไป

แม้ดินแดนและผู้คนจะกลับมา แต่ในความรู้สึกของชนชั้นสูงที่โหยหาความวิจิตรเรืองรองของพระราชวังและวัดวาอารามอย่างที่เคยมีในสมัยอยุธยามันไม่มีให้เห็นในยุคกรุงธนบุรีที่พระเจ้าตากสินไม่ได้ให้ความสำคัญกับระเบียบประเพณีแบบเดิมมากนัก แม้แต่วังก็เป็นเพียงอาคารเรียบๆที่ปัจจุบันถูกใช้เป็นกองบัญชาการกองทัพเรือ จนกระทั่งเปลี่ยนสมัยมายุครัตนโกสินทร์ปราสาทราชวังต่างๆ ก็ถูกสร้างขึ้นตามแบบของอยุธยา

พระบรมมหาราชวัง สร้างตามพระราชวังโบราณ
วัดพระแก้ว สร้างตามวัดพระศรีสรรเพชญ์
สนามหลวง สร้างตามทุ่งพระเมรุ
วัดอรุณ สร้างตามวัดมหาธาตุ
วัดสระเกศและภูเขาทอง สร้างตามวัดภูเขาทอง

ข้าราชการในยุคต้นกรุงรัตนโกสินทร์ท่านหนึ่งได้ออกเดินทางจากกรุงเทพ เมื่อเห็นความงดงามของกรุงเทพรู้สึกราวกับอยุธยาได้กลับมาจากสรวงสวรรค์อีกครั้ง เขาบรรยายไว้ในนิราศนรินทร์ว่า

อยุธยายศล่มแล้ว         ลอยสวรรค์ ลงฤๅ
สิงหาสน์ปรางค์รัตน์บรร-     เจิดหล้า
บุญเพรงพระหากสรรค์     ศาสน์รุ่ง เรืองแฮ
บังอบายเบิกฟ้า         ฝึกฟื้นใจเมือง




บัดนี้ผ่านมาแล้ว 251 ปี ความสนใจในประวัติศาสตร์เพิ่มขึ้นของผู้คนทำให้คนไทยเริ่มหวนระลึกถึงอยุธยามากขึ้น แม้โลกทุกวันนี้จะพัฒนาจนดีขึ้นในทุกด้าน แต่อดีตก็เป็นความทรงจำที่ทำให้หัวใจพองโตและชวนให้คิดถึง ขอปิดท้ายบล็อกด้วยบรรยากาศงานเทศกาลเพื่อความทรงจำครั้งกรุงเก่ากันครับ Smiley

เทศกาลความสัมพันธ์อยุธยา-เปอร์เซีย วันที่ 22-24 มิถุนายน พ.ศ.2555 ณ บริเวณหน้าศาลากลางหลังเก่า มีสินค้า อาหาร ของเปอร์เซียมาขาย (ส่วนใหญ่ก็คืออาหารอิสลามของคนละแวกนี้แหละ) บนเวทีมีการแสดงวัฒนธรรมเปอร์เซียด้วย



เทศกาลความสัมพันธ์อยุธยา-ฝรั่งเศส วันที่ 24-26 สิงหาคม พ.ศ.2555 ณ บริเวณหน้าศาลากลางหลังเก่า มีอาหาร และสินค้า แต่ดูไม่ค่อยมีความฝรั่งเศสเท่าไหร่เลยครับ ยังคงมีข้าวหมกไก่ เนื้อย่าง ฯลฯ นี่มันร้านเดียวกับงานก่อนนี่หว่า อ้อ มีบอร์ดเกี่ยวกับฝรั่งเศสหน่อยนึง มีเครื่องพ่นหิมะกลางงานด้วยครับ ส่วนการแสดงบนเวทีเป็นลิเก (ฝรั่งเศสตรงหนายยยยย?!)



งานลอยกระทง อันนี้จัดทุกปีอยู่แล้วครับ จุดลอยกระทงหลักๆของอยุธยา คือ 4 มุมรอบเกาะเมือง ในภาพนี้คืองานลอยกระทงที่ผมไปเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ.2558 แถวหัวแหลม มีกระทงขายให้ลอยในแม่น้ำรอบเกาะเมืองครับ ส่วนบนเวทีเป็นเวทีงานวัดทั่วๆไป



งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก จัดขึ้นปีละครั้ง อันนี้เป็นงานที่จัดขึ้นช่วงวันที่ 27 มกราคม - 5 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2560 ครับ ตัวงานจัดในเขตอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ตั้งแต่ศาลากลางไปถึงวัดพระรามเลย มีเวทีการแสดงกระจายอยู่หลายจุดมากๆ ของซื้อของขายก็เยอะ โดยเฉพาะของกินย้อนยุค และของกินประจำอำเภอต่างๆ ของอยุธยา ที่สำคัญคือการฉายภาพบนม่านน้ำหน้าวัดพระรามถึงครั้งที่ในหลวง ร.9 เสด็จเยือนอยุธยาด้วย ตอนจัดงานยังอยู่ในช่วงไว้อาลัยครับ













วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2560 เป็นวันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีการตั้งพระเมรุมาศจำลองที่จังหวัดต่างๆ หลายจุดให้ประชาชนเข้ามาวางดอกไม้จันทน์ และจุดหลักของอยุธยาคือที่นี่ครับ ที่สนามหน้าจักรวรรดิ เขตพระราชวังโบราณ อยุธยา ผมไปดูบรรยากาศเมื่อวันที่ 25 ต.ค. 2560 (วันจริงอยู่กรุงเทพ) นับเป็นการใช้งานพระราชวังโบราณอีกครั้งในรอบกว่าร้อยปีหลังพระราชพิธีบวงสรวงบรรพกษัตริย์ในสมัย ร.5 ปี พ.ศ. 2451 มีภาพในหลวงเสด็จเยือนอยุธยาไล่ตั้งแต่ครั้งแรกตอนเปิดอนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง ปี พ.ศ.2513 ไปจนถึงครั้งสุดท้ายเสด็จเยือนทุ่งมะขามหย่อง ปี พ.ศ.2555








งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก ช่วงวันที่ 15-24 ธันวาคม พ.ศ.2560 รอบนี้จัดใหญ่มากกว่าหนก่อนครับ กินพื้นที่ตั้งแต่ศาลากลางหลังเก่าไปถึงข้างวัดมหาธาตุเลย การแสดงก็จัดเต็มขึ้นไปอีก มีกระทั่งแสดงช้าง แสดงจระเข้ ผมชอบที่ได้ใช้พื้นที่ภายในบึงพระราม พวกวัดหลังคาขาว ฯลฯ ที่ปกติ low profile ก็มีคนเข้าไปเยี่ยมเยียนด้วย ดีใจแทนซากอิฐที่ถูกทิ้งให้เงียบเหงาอยู่กลางบึงพระรามเป็นร้อยปี ในที่สุดก็มีคนกลับมาเยือนอีกครั้ง สมเป็นปีที่เสียกรุงครบรอบ 250 ปีจริงๆครับ อะไรก็จัดเต็มไปหมด





































โซนคาราวานและงานวัดมีคนแน่นแบบสุดๆไปเลย ใครคุ้นกับการเล่นอะไรในงานวัดสมัยก่อนบ้างเอ่ย? หลายอันไม่ได้เห็นนานแล้วเนอะ





และปีนี้ก็มีกระแสบุพเพสันนิวาสมาช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวอยุธยาขึ้นไปอีก ติดลมบนอย่างต่อเนื่องแบบนี้จัดงานไปยาวๆ เลยครับ ตอนนี้ตลาดกรุงศรีที่เพิ่งจะย้ายพวกร้านค้าบริเวณวัดมงคลบพิตรมาก็เริ่มฮิตติดตลาดขึ้นมาแล้ว โดยเฉพาะช่วงวัน ศ.-อา. จะเปิดเป็นไนท์มาร์เก็ต เวลา 16.00 - 22.00 น. พ่อค้าแม่ค้าพร้อมใจกันแต่งตัวเข้าบรรยากาศ ตอนนี้คนแน่นทุกวันเลยครับ จอดรถข้างถนนหรือบริเวณที่จอดรถหลังศาลากลางเก่าได้





ส่วนงานนี้กำลังจะมีในวันที่ 3-9 สิงหาคม พ.ศ.2561 ท่องราตรีกรุงศรีอยุธยา จะมีการประดับไฟตามโบราณสถานเช่น วัดมหาธาตุ วัดพระศรีสรรเพชญ์ วัดพระราม ฯลฯ มีตลาดย้อนยุค และรถรางเที่ยวชมไฟฟรีตลอดงานด้วย งานมีเวลา 18.00 - 22.00 น. นะครับ เชิญมาเที่ยวชมบรรยากาศอยุธยา และย้อนระลึกถึงความทรงจำเมื่อหลายร้อยปีที่ผ่านมากันเถอะพวกเรา ♥



















 

Create Date : 30 กรกฎาคม 2561
69 comments
Last Update : 15 สิงหาคม 2561 23:18:28 น.
Counter : 2418 Pageviews.

ผู้โหวตบล็อกนี้...
คุณSweet_pills, คุณtoor36, คุณสองแผ่นดิน, คุณTui Laksi, คุณruennara, คุณThe Kop Civil, คุณKavanich96, คุณกะว่าก๋า, คุณmambymam, คุณสาวไกด์ใจซื่อ, คุณอาจารย์สุวิมล, คุณข้ามขอบฟ้า, คุณอุ้มสี, คุณเนินน้ำ, คุณtuk-tuk@korat, คุณภาวิดา คนบ้านป่า, คุณhaiku, คุณRinsa Yoyolive, คุณschnuggy, คุณยังไงก็ได้ว่ามาเลย, คุณmastana, คุณสายหมอกและก้อนเมฆ, คุณเรียวรุ้ง, คุณตุ๊กจ้ะ, คุณบาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน, คุณไวน์กับสายน้ำ, คุณmoresaw, คุณkae+aoe, คุณInsignia_Museum, คุณmariabamboo, คุณที่เห็นและเป็นมา, คุณหมุยจุ๋ย, คุณmcayenne94, คุณJinnyTent, คุณทุเรียนกวน ป่วนรัก, คุณauau_py, คุณคนผ่านทางมาเจอ, คุณlife for eat and travel

 

เจิมก่อน

เดี๋ยวแวะมาอ่านครับ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 30 กรกฎาคม 2561 22:09:45 น.  

 

สมัยก่อนอาณาจักรเกิดแล้วดับก็เพราะสงครามนี่แหละ พวกชาวบ้านตาดำๆ ก็ต้องไปสู้รบ ความเป็นอยู่นับว่าแย่มาก ในอนาคตข้างหน้าคงไม่ย้อนกลับไปเถื่อนๆ แบบสมัยก่อนแล้วมั้งครับ แต่ก็ไม่แน่หรอก อะไรก็เกิดขึ้นได้

จะว่าไปภูมิปัญญาของคนสมัยก่อนก็นับว่ายอดเยี่ยมเหมือนกัน ใช้วิธีทางธรรมชาติเลย กันแล้วกันอีก ให้มันรู้ไปว่าจะกันไม่อยู่ แต่สุดท้ายก็แพ้ภัยตัวเอง ไทยแพ้ภัยตัวเองมาไม่รู้กี่ยุคกี่สมัย ตราบจนถึงปัจจุบัน เหมือนเป็นคำสาปร้ายที่ไม่สามารถแก้ได้

ประวัติศาสตร์ไทยฉบับชาตินิยม เราก็รู้ประวัติศาสตร์จากฉบับนี้ทั้งนั้น เพราะมันเป็นชาตินิยม ดังนั้นเราจึงต้องเป็นพระเอกจ๋า สงสัยผมคงต้องเร่งหาเวลาอ่านเล่มของมติชนเสียที (แต่เล่มนั้นมันเกี่ยวข้องกับการเมืองมากกว่า)

จากที่คุณชีริวเขียนไว้ ทางพม่าเรียนรู้จากอดีตเยอะเหมือนกัน ไม่งั้นคงโดนน้ำเล่นงานไปอีกครั้งแล้ว

สงครามมันไม่มีมิตรแท้ศัตรูถาวร จะว่าไปการเมืองวก็คือสงครามที่ไม่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ ส่วนสงครามมันก็คือการเมืองที่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อ

ขอค้านเรื่อง ย้ายวังมาอีกฝั่ง ไม่นับเป็นเมืองหลวงใหม่ครับท่านประธาน สมัยก่อน กรุงเทพฯ มันเป็น 2 จังหวัดนี่ครับ ธนบุรี กับพระนคร

การฉายภาพบนม่านน้ำหน้าวัดพระราม อันนี้คุ้นอยู่ครับ ได้ข่าวอยู่

วันที่ 26 ตุลาคม พ.ศ.2560 ผมอยู่ กทม. ครับ คนไปสนามหลวงเยอะเกิน ออกจากบ้านไปได้พักนึง กลับบ้านครับ ดูท่าทางไม่ไหว

งานวัดสมัยก่อน ถ้าเป็นที่เขียนในบล็อกผมคุ้น มอเตอร์ไซด์ไต่ถัง ยิงเป้า สาวน้อยตกน้ำ ม้าหมุน แต่ถ้าอย่างอื่นที่คุ้น จะมีชิงช้าสวรรค์อีกอัน บล็อกนี้ทิ้งท้ายด้วยการเชิญท่องเที่ยวซะด้วย ผมไม่ค่อยได้เที่ยวในยามค่ำคืนเท่าไหร่



จากบล็อก
จริงๆ ศาลเจ้าที่เรย์มุเป็นมิโกะมันอยู่ห่างไกลมาก คนเลยไม่ค่อยมา เลยทำให้ยอดบริจาคน้อยตามไปด้วย เธอเลยต้องอยู่อย่างอดๆ อยากๆ ครับ

หลังๆ ผมไม่ค่อยขได้ทำอาหารแล้วครับ ขนาดคราวก่อนเมนูชีสยังไม่ได้ทำเลย แต่ของเดือนนี้เมนูข้าวแกงน่าสนใจนะ แค่ 1.หุงข้าว 2.ทอดไข่เจียว 3.ทอดไข่ดาว 4.จัดแต่งในจาน แค่นี้ก็เสร็จสมบูรณ์แบบ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 30 กรกฎาคม 2561 23:00:32 น.  

 

นี่ผมอ่านบล็อกนี้ + นั่งพิมพ์คอมเม้นต์เกือบชั่วโมง?

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 30 กรกฎาคม 2561 23:01:28 น.  

 

เน็ตอืด เดี๋ยวมาใหม่อีกรอบครับ

 

โดย: สองแผ่นดิน 30 กรกฎาคม 2561 23:18:46 น.  

 

ขอบคุณนะคะคุณชีริว ก่อนอื่นขอปรบมือรัวๆให้บล๊อกวันนี้คะ
เขียนรีวิวพร้อมภาพประกอบงดงาม น่าสนใจมากๆ
ย้อนวันเวลา พาสุขใจในอดีตกาลกรุงเก่า
เนื้อหาอัดแน่น สมกับเป็นคนเจ้าถิ่น
เดี๋ยวว่างๆมากกว่านี้จะมาอ่านเก็บรายละเอียดอีกหลายๆครั้งคร้า
ชอบเรื่องราวในวันวาน พร้อมภาพเมืองอโยธยาอดีตกาลมากๆ
เราไม่ได้ติดละครทีวี ออเจ้า สักเท่ารัยเลยคร้า
สงสัยต้องมาอ่านประวัติเรื่องราวต่อในบล็อกนี้อีกคร้า
ขอบคุณที่แวะทักทายคร้า

 

โดย: Tui Laksi 30 กรกฎาคม 2561 23:36:58 น.  

 

แม้ในอดีตจะสู้รบและสูญเสียกันมา
ประทับใจประโยคที่ว่า "ในโลกสมัยใหม่พม่าเองเสียอีกที่เป็นเพื่อนบ้านที่รักเรามากที่สุดแล้ว"

อ่านแล้วได้ความรู้ค่ะน้องชีริวตั้งแต่เรื่องการสร้างปราการสามชั้นที่แข็งแรง
วิธีการบุกของทัพพม่าที่ไล่กวาดหัวเมืองของอยุธยาทีละแห่งๆ
เพื่อไม่ให้ส่งทัพมาตีขนาบได้
กองทัพของพม่าทำทุกวิถีทางแม้แต่การต่อเรือลอยน้ำเข้าโจมตี

ยกย่องชาวบางระจันที่มาจากหลายบ้านมารวมตัวกัน
แม้จะเพื่อป้องกันตนเองก็มีความกล้าหาญมากนะคะ
ที่น่าเสียใจคือโบราณสถานของอยุธยาที่เสียหายจากการลักลอบขุดกรุพระ กรุสมบัติและทำลายพระพุทธรูปน่ะค่ะ

แต่ละงานที่ผ่านมาจัดได้น่าชม น่าตื่นตามาก
งานท่องราตรีกรุงศรีอยุธยา 2561 ที่จะจัดอีกไม่กี่วันนี้ก็น่าไปเที่ยว ไปชมมากค่ะ

ขอบคุณน้องชีริวสำหรับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
และข่าวท่องเที่ยวนะคะ

 

โดย: Sweet_pills 31 กรกฎาคม 2561 0:24:14 น.  

 

สูขสันต์วันเกิดครับ

 

โดย: The Kop Civil 31 กรกฎาคม 2561 1:28:33 น.  

 

ขอบคุณที่แบ่งปัน

 

โดย: Kavanich96 31 กรกฎาคม 2561 4:35:42 น.  

 


สวัสดียามเช้าครับน้องชีริว

ชัยภูมิในสมัยก่อนมีผลต่อการรบจริงๆ
สังเกตว่าเมืองใดแพ้ยากๆ
มักจะมีน้ำหลาก น้ำท่วมมาช่วยเสมอ

กำแพงเมืองก็สำคัญนะครับ
ยิ่งสูง ยิ่งมั่นคงแข็งแรง
ข้าศึก็ตีแตกได้ยาก
ถ้าจะล่ม ก็เพราะคนในทะเลาะกันเอง
มีไส้ศึก มีการเปิดช่องให้ศัตรูเข้ามาในกำแพงเมืองได้

พี่ก๋าไม่แม่นประวัติศาสตร์เลย
หลายครั้งที่อ่านไป ก็เชื่อบ้าง ไม่เชื่อบ้าง
ประวัติศาสตร์ไทยในบางแง่มุม
เขียนออกมาดูดีมากครับ 555

บางเรื่องพี่ก๋าเคยอ่านประวัติศาสตร์พม่าเทียบเคียงดู
เหมือนหนังคนละม้วนเลย 555

เคยไปเที่ยวพม่าแล้วเอาข้อมูลที่เรารู้ไปถามไกด์พม่า
เค้าก็ตอบมาไม่ตรงปก 555

แสดงว่าข้อมูลที่เราเล่ากับคนของเค้าเล่า
และฝรั่งเล่า ไม่ตรงกันเลย

ส่วนของใครจะจริง จะเท็จ ก็คงต้องพิสูจน์ความเชื่อกันต่อไป

โหวตครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 31 กรกฎาคม 2561 6:31:41 น.  

 

สุขสันต์วันครบรอบวันเกิดครับ คุณชีริว

 

โดย: สองแผ่นดิน 31 กรกฎาคม 2561 8:06:26 น.  

 

โห อยุธยาที่อยู่กลางภัยสงครามได้ยาวนานถึง 417 ปี
ระยะเวลานานจริงๆ ไม่ธรรมดาเลย เป็นเมืองที่มีความเข้มแข็งสุดๆ
มีน้ำล้อมรอบเป็นด่านปราการแบบนี้ ศัตรูจะเข้ามานี่คิดหนักเลย
เรื่องราวในสมัยก่อนนี่อ่านแล้วนึกเกลียดพม่านะนี่ ร้ายกาจมากเลย
วันนี้คุณชีริวลงเรื่องแบบลึกและละเอียดยิบ
ทำให้ได้รู้เรื่องราวต่างๆที่ไม่เคยรู้มาก่อน สุดยอดมากๆ
สนใจงานเทศกาลงานสัมพันธุ์ ไว้มีโอกาสอาจะไปเดินชมและหาซื้อสินค้า
ส่วนงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก เดือนธัวานี่ตั้งใจจะไปเลยล่ะ ชอบงานแบบนี้จ้ะ
ท่องราตรีกรุงศรีอยุธยา ก็น่าสนใจ
อยุธยาเป็นจังหวัดที่พี่ชอบมาก และอยากจะไปเที่ยวอยู่เสมอๆ ชอบบรรยากาศ กลิ่นอายในสมัยก่อน
ชอบความเป็นอยู่แบบพื้นบ้านของผู้คนมากๆ
ไปกี่ครั้งๆก้ไม่เบื่อ

สุขสันต์วันเกิดจ้ะ
ขอให้มีแต่ความสุข ความสุขความโชคดีตลอดไปจ้า




 

โดย: mambymam 31 กรกฎาคม 2561 8:45:24 น.  

 

(ที่บอกอะแซหวุ่นกี้ขอดูตัวพระยามหากษัตริย์ศึกอะไรนั่นไม่มีจริงนะครับ เพ้อเจ้อ)
^
^
จริงดิ แล้วเค้าไปเอามาจากไหนกัน? ใครมโนขึ้นมาเรอะ?


งาน 3-9 น่าไปจุงเลยยยยย นี่ถ้าไม่ติดว่าไปพัทยาแล้ว จองทุกอย่างแล้ว คงย้ายไปยุดยาแน่เลยง่าาาาา

เวลามีงานไรงี้บอกล่วงหน้าสิ เผื่องานไหนไปได้จะได้ไปอ้ะ


บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
กะว่าก๋า Book Blog ดู Blog
ruennara Book Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog
ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 31 กรกฎาคม 2561 9:40:27 น.  

 

เห็นงานวัดแล้วอยากเที่ยว
คงมีโอกาสได้ไปเที่ยวอยุธยาอีก

สุขสันต์วันเกิดจ้า
มีแต่ความสุข ความทุกข์อยู่ห่างๆ
และสุขภาพแข็งแรงนะจ๊ะ

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 31 กรกฎาคม 2561 13:58:22 น.  

 

สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดจ้ะ น้องชีริว (อีกรอบ)
ขอให้มีความสุข ทั้งกายและใจ หน้าที่การงานเจริญ
ก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นและตลอดไป จ้ะ

บล็อกนี้ เป็นเรื่องของการล่มสลายของกรุงศรีอยุธยาซึ่ง
เป็นราชธานีของไทยมายาวนานถึง 417 ปี มีฐานการป้องกันการ
รุกรานของข้าศึกถึง 3 ชั้น กว่าข้าศึกจะบุุกถึงตัวเมืองหลวง ก็
ยากเย็นไม่น้อย แต่อะไร ๆ ก็ไม่เที่ยงแท้เนาะ อยุธยาก็ต้องล่มสลายไปเพราะฝีมือของ พม่า เหลือแต่สิ่งปรักหักพัง ให้ชน
รุ่นหลังได้รำลึกถึง ถ้าจะเปรียบก็คงเหมือนกับ เมืองโบราณ
เอเฟซุส ของประเทศตุรกี ซึ่งเป็นเมืองโบราณในยุคกรีกโบราณ
ยุคจักรวรรดิโรมันที่เจริญรุ่งเรือง เหมือนอยุธยาของเรา เนื่อง
จากสงคราม การรุกรานสู้รบ การเผาเมือง ปัจจุบันก็เหลือ
แต่ซากปรักหักพัง ให้คนไปเที่ยวเหมือนอยุธยาของเรา

เฮ้อ! การอวสานของอยุธยาที่เธอเล่าแล้ว ก็เศร้าใจ
สะเทือนใจเหลือเกิน สงคราม การบ้าอำนาจ การอยากได้
เมืองอื่นที่สมบูรณ์มาเป็นของตน เรื่องน่าเศร้าจึงเกิดขึ้นเสมอมา
แต่โบราณ คนที่ทุกข์สุด คือ เหล่าทหาร ประชาชน นั่นเอง
ปัจจุบัน ถึงจะมีเหตุการณ์เช่นนี้ ไม่มากนัก แต่ก็กลายเป็นสงครามเศรษฐกิจแทน เนาะ

เรื่องข้อเท็จจริงของการจารึกเรื่องราวประวัติศาสตร์
ครูคิดว่า คนเขียนประวัติของชาติไหน ก็คงต้องเขียนเข้าข้าง
ชาติตัวเอง พม่าเขียน ก็ต้องเขียนเรื่องดี ๆ เข้าประเทศตนเอง
จึงควรอ่านหลาย ๆ เล่ม หลาย ๆ คน ประมวลความเห็นกัน
แต่อย่างไรก็ตาม ครูว่า หลักฐานอ้างอิงมาประกอบการวิเคราะห์
เป็นเรื่องสำคัญและน่าเชื่อถือที่สุด เนาะ
ได้อ่านเรื่องราวเกียวกับการล่มสลายของอยุธยาที่เธอ
ค้นคว้ามาจากที่ต่าง ๆ ทำให้ครูได้ความรู้ที่ต่างไปจากทีเรียน
มาหลายเรื่องเหมือนกัน เรื่องทีคนว่า พระเจ้าเอกทัศน์เป็น
กษัตริย์ที่ไม่ได้ใส่พระทัยเรื่องบ้านเมือง หลงใหลเหล่าสนม สั่ง
ไม่ให้ยิงปืนใหญ่ เพราะเสียงดัง ทำให้เหล่าสนมตกใจ เฮ้อ!
ถ้าเป็นจริงเช่นนั้น ก็น่าตำหนิหรอก จริงเท็จประการใดก็ยากที่
จะสืบค้นน่ะนะ

สำหรับเรื่องการจัดงานต่าง ๆ ใน อยุธยาในปัจจุบันนี้
ครูเห็นด้วยอย่างยิ่งนะ เพราะว่า นอกจาก จะทำให้คนปัจจุบัน
นี้ได้รำลึกถึงอยุธยาแล้ว ยังทำให้ประชาชนในอยุธยามีรายได้
อีกด้วย เนาะ อย่างเช่น

- เทศกาลความสัมพันธ์ อยุธยา - เปอร์เซีย ทำให้ได้ทราบ
เรื่องราว วัฒนธรรมของชาวเปอร์เซีย มีอาหารมุสลิมขายเป็นส่วน
ใหญ่ ก็อยุธยา มีมุสลิม เยอะ นี่นา อิอิ ส่วนงานเทศกาล
ความสัมพันธ์อยุธยากับฝรั่งเศสเห็นด้วยกับเธอเลย ไม่น่าจัด
เพราะไม่มีเรื่องของฝรั่งเศส มีแต่อาหารมุสลิม เหมือนงาน
เซียเปอร์ ที่จริง ฝรั่งเศสมีเรื่องราวเกี่ยวกับอยุธยามากกว่า
เปอร์เซียเสียด้วยซ้ำเนาะ
- งานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก จัดปีละครั้ง ดูยิ่งใหญ่
มากเลย ดูจากรูปที่เธอนำมาประกอบ สมแล้วกับหัวข้อเรื่อง
เรื่องโคลงสี่สุภาพ โคลงนิราศนรินทร์ ที่เธอยกมา
เป็นงานเขียนของ นายนรินทร์ธิเบศร์ กวีที่มีชื่อเสียงในสมัย
รัชกาลที่ 2 จ้ะ ก็มีการวิเคราะห์วิจารณ์ว่า เรื่องนิราศนรินทร์
คำโคลง แต่งเลียนแบบ โคลงนิราศกำสรวลศรีปราชญ์ แต่
ไพเราะกว่า โคลงกำสรวลศรีปราชญ์ เนื่องจาก ของนายนรินทร์
แต่งเป็นโคลงสี่สุภาพ จึงมีเสียงนุ่มกว่า เพราะโคลงกำสรวล
ศรีปราชญ์แต่งเป็นโคลงสี่ดั้น เสียงจึงห้วนกว่า

- งานราตรีกรุงศรีอยุธยา ปี 61 ที่จะจัดในวันที่ 3-9 ส.ค. ที่
อุทยานประวัติศาสตร์พระนครอยุธยา เป็นงานที่น่าสนใจ นะ
แต่คงจะหาใครพาไปเที่ยวยาก ห้าห้า ยิ่งเป็นงานกลางคืนด้วย
คงยาก แต่สำหรับเธอ คงไปเก็บความสนุกของงานมาฝากครูได้
แน่นอน เพราะบ้านของเธอใกล้กับอยุธยาอยู่แล้วเนาะ

ของเล่นงานวัดที่เธอนำมาให้ชม ปัจจุบันตามงานวัดต่าง ๆ
ก็ยังมีอยู่นะ เช่น ชิงช้าสวรรค์ ม้าหมุน บางอย่างสงสัยอันตราย
เช่นขี่มอเตอร์ไซด์ไต่ถัง ไม่เห็นมีแล้วนะ อิอิ

โหวดหมวด ท่องเที่ยว

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 31 กรกฎาคม 2561 15:12:58 น.  

 

vote & Like ให้น้องชีริวเลย
ว่าแล้วก็ HBD สุขสมหวังตั้งใจจ๊ะ
ว่าแล้วตามรอยน้องมั่ง
เราจะอัพบล็อกอยุธยามั่งดีกว่า

 

โดย: อุ้มสี 31 กรกฎาคม 2561 17:53:13 น.  

 

ชอบบล็อกวันนี้ค่ะ อ่านแล้วได้ความรู้ซึ่งเป็นเรื่องใกล้ตัวมาก ๆ
ได้รู้ว่าพระยาวชิรปราการคือพระเจ้าตากสิน
เพราะเมืองชลบ้านพี่มีถนนชื่อวชิรปราการ และมีวัดใหญ่อินทารามที่พระเจ้าตากมาตั้งค่ายก่อนไปเมืองจันทบุรี
การได้รู้อดีตและความเป็นมา ได้รู้จักรากเหง้ามันดีต่อใจนะคะ

 

โดย: เนินน้ำ 31 กรกฎาคม 2561 19:05:30 น.  

 

แต่เสี่ยดายซิมเปิดไม่ได้

 

โดย: อุ้มสี 31 กรกฎาคม 2561 19:22:36 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดครับ ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรง ไม่บาดเจ็บ โล่แข็งแรงไม่แหลกง่าย

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 31 กรกฎาคม 2561 20:44:18 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดค่ะ
สนใจเรื่องเส้นทางเดินทัพมากค่ะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 31 กรกฎาคม 2561 21:05:54 น.  

 

ยังไม่มีเวลาอ่านเลยค่ะ ยังไม่เม้นทีไม่โหวต
ชีพจรลงเท้าค่ะ
แวะมาHBD สุขสันต์วันเกิดก่อนนะคะ
ขอให้น้องชีริว สุขกายสบายใจ
เป็นที่รักของใครๆนะคะ

 

โดย: mcayenne94 31 กรกฎาคม 2561 22:46:50 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับน้องชีริว

พี่ก๋าเลยชอบอ่านประวัติศาสตร์จีน
เพราะเค้ากล้าเขียนอย่างตรงไปตรงมา
เราจะถอดบทเรียนประวัติศาสตร์ได้
ต้องเริ่มต้นจกาการกล้าเขียนความจริงลงไป
เพื่อให้ลูกหลานได้เรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีต

อ่านประวัติศาสตร์ไทย
จะหนักไปทางการเชิดชูความเป็นไทยนะครับ 555

ซกเซนเป็นพุทธ
เพียงแต่คนละนิกาย
หลัหใหญ่ใจความของคำสอน
ก็เหมือนพุทธนี่ล่ะครับ


 

โดย: กะว่าก๋า 31 กรกฎาคม 2561 23:28:38 น.  

 

มาตอกบัตรก่อนน้าา
อยุธยาล่มแล้ว แต่เชื่อสิ มีชีริวได้บันทึกเก็บไว้เป็นประวัติศาตร์ด้วยในที่นี่

 

โดย: Rinsa Yoyolive 31 กรกฎาคม 2561 23:43:03 น.  

 

ขอบคุณเช่นกันคร้า...มาอ่านประวัติศาสตร์อยุธยายศล้มแล้ว...อีก !
จขบ.เรียบเรียงเรื่องราวไว้ได้น่าจดจำง่ายกว่าอ่านในตำราตอนเรียนเลย
เชื่อว่าบล๊อกนี้ คงเป็นสื่อการสอนค้นคว้าให้เด็กๆรุ่นลูกหลานเหลนโหลน
ได้อ่านด้วยละคะ...อ่านไปๆทำให้นึกถึงหนัง ศรีอโยธยา ช่องทรู เลย
บางเรื่องเราก็เพิ่ง รู้กระจ่างจากในบล๊อกวันนี้เอง...ขอบคุณ ๆ ๆ

ปล. ไปเที่ยวบ่อยอยู่คร้าอยุธยาใกล้กรุง
เราไปเที่ยวยุดยา แบบเน้นกินเที่ยวที่เดียวกันตลอด
ไปแต่ละครั้ง ก็ยังเที่ยวได้ไม่หมดครบทั้งเมือง
ประวัติศาสตร์อ่านแล้วให้ขนลุก เพราะทึ่งในหลายๆเรื่องของสมัยก่อน
เราจะพยายามนึกภาพในอดีตตามด้วย...มองเห็นความรุ่งเรืองยุคนั้น
ให้เสียดายอยุธยาจังคะ ...

 

โดย: Tui Laksi 1 สิงหาคม 2561 0:01:38 น.  

 



สวัสดียามเช้าครับน้องชีริว

 

โดย: กะว่าก๋า 1 สิงหาคม 2561 6:41:51 น.  

 

สวัสดีตอนเช้าค่ะ คุณซีริว

 

โดย: ยังไงก็ได้ว่ามาเลย 1 สิงหาคม 2561 8:12:16 น.  

 

งั้นแสดงว่าแต่งขึ้นภายหลัง น่าจะโดยใครอ้ะ (ปรากฏครั้งแรกเมื่อไหร่?) แต่งขึ้นมาเพื่ออะไรน้อออออ

เค้าก็อัพทุกวันอ้ะ แต่ตั้งหน้าหลักวันเว้นวัน

เธอแหละ ไม่ได้ไปทุกวันไง เลยโหวตไม่ทัน 5555555555555555

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 1 สิงหาคม 2561 10:30:35 น.  

 

สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะ

ขอให้น้องชีริวมีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง
การงานเจริญก้าวหน้า คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการค่ะ

ขอบคุณมากค่ะที่แวะชมเมนูบ้านพี่ต๋า
เส้นขนมจีนแบบนี้ทดแทนเวลาหาเส้นสดไม่ได้น่ะค่ะ สะดวกทีเดียว
ขอบคุณกำลังใจจ้า

 

โดย: Sweet_pills 1 สิงหาคม 2561 13:33:51 น.  

 

แว่วๆว่าคนแถวนี้
เพิ่งจะครบเบญจเพศ

สิ้นเดือนงานยุ่งเหยิงมากๆ
หายหกตกหล่นไปบ้าง

มาแฮ็ปปี้ย้อนหลังนะคะ
ขอให้น้องชีริวมีความสุขมากๆ มีสุขภาพแข็งแรง
การงานเจริญก้าวหน้า คิดสิ่งใดขอให้สมปรารถนาทุกประการค่ะ

ก็อปคนข้างบนมาทั้งดุ้นละกาน555

ประวัติศาสตร์ชาติไทย
ไม่ชอบอ่านเท่าไหร่
เราเป็นคนในยุคสมัยนี้แท้ๆ
ยังเขียนอะไรที่ตรงกับใจไม่ค่อยจะได้เล้ย แหะ แหะ



 

โดย: แอมป์อร (peeamp ) 1 สิงหาคม 2561 20:29:53 น.  

 

อ่านแล้วนึกถึงบทกลอนของสุนทรภู่เลยค่ะ

กำแพงรอบของคูก็ดูลึก
ไม่น่าศึกอ้ายพม่าจะมาได้
ยังให้มันข้ามเข้าเอาเวียงชัย
โอ้อย่างไรเหมือนบุรีไม่มีชาย

อ่านแล้วเศร้าใจ..อย่างบอกไม่ถูก
แต่เราก็เสียกรุงไม่นานก็สามารถกุ้เอกราชได้
เพียงแต่เสียกรุงครั้งนี้ย่อยยับจนต้องย้ายถิ่นฐานสร้างบ้านแปงเมืองใหม่

อา...เพิ่งครบเบญจเพศหรือคะ
ขอให้ประสบแต่ความสุข สุขภาพแข็งแรงนะคะ
สุขสันต์วันคล้ายวันเกิดย้อนหลังค่ะ

 

โดย: เรียวรุ้ง 1 สิงหาคม 2561 20:52:31 น.  

 

เป็นการเล่าประวัติศาสตร์ได้น่าสนใจมากค่ะ รายละเอียดมาครบ มีแง่มุมที่ไม่เคยอ่าน สำนวนน่าติดตาม ตอนแรกเห็นว่ายาวเดี๋ยวค่อยมาอ่าน แต่เริ่มอ่านไปนิดนึงก็หยุดไม่ได้ ขิบคุณสำหรับข้อมูลดี ๆ แบบจัดเต็มค่ะ

 

โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน 1 สิงหาคม 2561 23:12:30 น.  

 

คุณชีริว เขียนเล่ามา.. ทำให้ผมนึกถึง อ.ชุ่ม ณ บางช้าง
ที่สอนประวัติศาสตร์ผม อ.เป็นนักประพันธ์นามปากกา ลพบุรี

อ.เล่าเป็นฉาก ๆ ขณะสอนพวกเรา อ.แม่นเรื่องพศ.มาก ๆ

ตอนนั่งฟังผมยังนึกว่าอาจารย์คง มีบันทึกเป็นกระตั๊ก.. ภายหลัง
รู้ว่า ท่านศึกษาประวัติศาสตร์ด้วยความ ชอบ..จึงจำ และบันทึก
ไว้..

.....

เรื่องพม่ากับไทย.. ผมก็อ่านจากหนังสือไทย ว่าพม่าเข้าตี
ไทยมานาน.. แต่ไปพม่า.. ไม่เห็นเขาพูดถึงไทยแบบที่ไทย
พูด... แต่ผมคงจะไม่พบ คนที่รู้เรื่องสมัยโบราณก็ได้..

ถ้าเป็นแบบที่ไทยเขียน... กรรมที่พม่าทำไว้ คงรับกรรมไป
เยอะ.. เพราะอังกฤษเข้ายึดครองด้านเศรษฐกิจ นำทรัพยากร
ไม้ หยก พลอย นานมาก..

แต่ตอนนี้ถูกคืบ โดยจีนเข้าไปทำป่าไม้ ป่น ต่อ.. แล้วถูก
คนกันเอง กดไว้มานาน โดยตาหาน 555

คนที่น่าจะช่วยเมียนม่าได้ กลับทำอะไรไม่ได้

v

......

เหล้าในบาร์ ในผับ.. เขาทำแบบนี้ครับ

แขกเข้าสั่งเหล้า...จะแพงกว่าร้านข้างนอก... เมื่อกินไม่หมด
ไม่ต้องหิ้วกลับบ้าน... เขาจะออกบัตรฝากเหล้า ติดชื่อและ
หมายเลขไว้... บาร์เทนเดอร์จะเก็บเข้า ไว้ในตู้หรือห้องที่มี
ช่องเก็บเหล้า เรียงเป็นตับ... คนอืืนเข้าไม่ได้ ยกเว้นผมแฮ่
เพราะต้องตรวจนับเหล้าของบาร์ แต่ไม่นับที่เขาฝากนะ

มีข้อกำหนดไว้ในการ์ดรับฝากว่า กำหนดหมดอายุภายใน 2
หรือ 3 เดือนตั้งแต่วันรับฝาก..

เท่ากับแขกไม่กลับไปกินไปดื่ม เราเอ้ยบาร์ อิ๊บได้.. นั่นคือ
เหล้าเชลย.. ผมกับเจ้าของบาร์นำไปกินกันได้..

ถ้าแขกนำออกไปตอนขากลับได้เปล่า... ได้ซิครับ แต่ถ้านำ
กลับมาในวันอื่น ต้องเสียค่าเปิดขวด.. สู้ฝากไว้ดีกว่า

เอะ นำมามะพร้าวมาขายสวนหรือเปล่า.. ดูแล้วคุณชีริวจะ
เข้าผับบาร์บ่อยนะเนี่ย 555

 

โดย: ไวน์กับสายน้ำ 2 สิงหาคม 2561 5:00:23 น.  

 

กลับมาอ่านต่อ กำลังสนุกเลยค่ะ
แต่ยังไม่จบนะคะ

ดูจากสภาพภูมิศาสตร์
อยุธยาเน้นการตั้งรับมากกว่าการรุกราน
ถึงได้สร้างป้อมปราการซะแน่นหนา
เพราะเราน่าจะรักสงบมาแต่ไหนแต่ไร
ยามศึกเรารบ ยามสงบเราก็รบกันเอง555+

 

โดย: แอมป์อร (peeamp ) 2 สิงหาคม 2561 6:29:26 น.  

 

เห็นภาพวาดเผาทำลายพระราชวังและทำลายพระศรีสรรเพชญ์
แล้วเศร้า พูดไม่แออกเลยครับ

 

โดย: moresaw 2 สิงหาคม 2561 8:25:55 น.  

 

แต๊งกิ้วที่ไปบอกนะ

งี้นะ...เค้าถึงบอกว่า ความเท็จบางอย่าง ผ่านกาลเวลาไปก็กลายเป็นความจริงได้เอานะนั่น เหอๆ

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 2 สิงหาคม 2561 9:04:13 น.  

 

วันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ มีไทน?มาร์เก็ต
น่าสนใจจ้ะ ไว้มีโอกาสต้องไปแน่นอน
เรื่องเดินชอป+หาของกินนี่ พี่เลิฟมั่กๆ



 

โดย: mambymam 2 สิงหาคม 2561 12:07:23 น.  

 

สวัสดีตอนเที่ยงๆ ค่ะ
ภาพสวย บรรยากาศดีมากๆค่ะ

ขอบคุณโหวตตะพาบด้วยค่ะ

 

โดย: ยังไงก็ได้ว่ามาเลย 2 สิงหาคม 2561 12:55:44 น.  

 

หูยยย น่าไปเที่ยวมากเลยค่ะ อยากไปดูแสงสีเสียงที่อยุธยาบ้าง

 

โดย: life for eat and travel 2 สิงหาคม 2561 13:55:21 น.  

 

ดีมากๆ เลยค่ะ ที่นำมาเล่าให้ฟังแบบละเอียด เพราะว่า มี้เจอคำถามว่าเพราะอะไร ถึงเป็นแบบนี้ จากซี มี้เองก็ไม่ได้ทำการบ้านตอบไม่ได้ หุหุ เดี๋ยวจะให้ซีอ่านนะคะ ไม่ต้องห่วงในเรื่องการอ่านเรื่องยาวๆ ซีถนัด อิอิ

 

โดย: kae+aoe 2 สิงหาคม 2561 14:10:20 น.  

 

ขนมที่รัสเซียอร่อยค่ะ
ชอบพายอยู่แล้ว น่าจะลองเค้กด้วยเนาะ

 

โดย: tuk-tuk@korat 2 สิงหาคม 2561 15:40:18 น.  

 

อยุธยามีจุดขายการท่องเที่ยวมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย
หากจัดทัวร์พระพุทธบาท จะต้องแวะอยุธยาเมืองเก่า
ถึงกระนั้น ก็ยังมีการสร้างจุดขายใหม่ๆเพิ่มเข้าไปอีก
แต่วิถีชาวบ้านก็อีกแบบ อยู่แบบเดิมๆ ในซอกซอยอาจไม่สวยงาม
คุณชีริวลงข้อมูลได้ละเอียดมาก ถือเป็นบันทึกร่วมสมัยฉบับหนึ่งก็ว่าได้ครับ

 

โดย: Insignia_Museum 2 สิงหาคม 2561 19:56:29 น.  

 

บันทึกการโหวตเรียบร้อยแล้วค่ะ



บันทึกการโหวต Blog ในวันนี้

ผู้เขียน Blog หมวดเนื้อหา Blog ได้รับโหวต
อาจารย์สุวิมล Travel Blog ดู Blog
หอมกร Movie Blog ดู Blog
เริงฤดีนะ Sports Blog ดู Blog
สองแผ่นดิน Photo Blog ดู Blog
อุ้มสี Topical Blog ดู Blog
ชีริว Travel Blog ดู Blog

ระบบจะบันทึกคะแนนโหวต เฉพาะการโหวต 10 ครั้งล่าสุดในแต่ละวันเท่านั้น


ส่งกำลังใจค่ะคุณซีริว

 

โดย: mariabamboo 2 สิงหาคม 2561 20:24:57 น.  

 

จากบล็อกเรื่องโดนกุคดีผมลืมไปแล้วนะนั่น แต่ออายุสั้นจริงๆ ผมว่าแกมีคุณูปการอย่างนึงที่หลายๆ คนลืมนะ คือแกทำให้ผู้คนสนใจโรคด่างขาวกันมากขึ้น จากที่ไม่ค่อยมีคนสนใจเท่าไหร่

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 3 สิงหาคม 2561 0:20:08 น.  

 

ตามมาอ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ ดีใจที่ยังมาทันค่ะ

 

โดย: sawkitty 4 สิงหาคม 2561 15:09:13 น.  

 

ขอนอกเรื่องนิดนึงครับ
ผมคิดว่าคุณชีริวต้องใช้เวลาอย่างมากในการเขียนเอนทรี่นี้ เคยมีบล็อกเกอร์ท่านหนึ่งเอ่ยไว้ว่า เขาใช้เวลาเขียนนานถึง 5 ชั่วโมง อ่านไม่ผิดหรอกครับ เขาต้องการสื่อว่าเขาทุ่มเทมากในการเขียน อยากให้ทุกคนเข้าไปชม แต่เวลาเขาไปบล็อกเพื่อนๆ คนอื่น มันดูแล้วเหมือนเขาไม่ได้อ่านเลย ผมอาจจะอคติไปเองก็ได้ จริงๆ แล้วเขาอ่านอย่างตั้งใจ แต่พิมพ์ช้า เลยทำให้ดูเหมือนไม่ได้อ่าน (ผมอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์)

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 4 สิงหาคม 2561 23:31:28 น.  

 

มาอ่านอีกหลายรอบ
เรื่อง พม่าต่อเรือลอยน้ำรบกับอยุธยา มีกล่าวถึงในแบบเรียนหรือหนังสือที่เราเรียนบ้างไหมครับ หรือ จากแหล่งอ้างอิง
เรือที่ใช้ในการรบทำจากท่อนซุง หรือ ไม้ไผ่ครับ

อยากไปชมงานแสงสียามค่ำคืนบ้างครับ

 

โดย: สองแผ่นดิน 5 สิงหาคม 2561 0:32:30 น.  

 


อรุณสวัสดิ์ครับน้องชีริว

ไม่ว่าจะเผาทำลายความรู้ไปกี่ครั้ง
ส่วนที่ดีที่สุด
ก็คือ ก็ยังมีคนนำมันกลับมาใหม่ได้เสมอในประเทศจีน

ตรงนี้เกิดจากการบันทึกจริงๆครับ
ประวัติศาสตร์ถูกบันทึกไว้ในกระดองเต่า ในตำราม้วนไม้ไผ่
ในกระดาษ แล้วความรู้เหล่านี้ก็ข้ามผ่านกาลมาได้เป็นพันๆปี

เขียนความจริงเกี่ยวกับบ้านเมือง
เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้
ไม่ใช่เพื่อเชิดชูและยกย่องอย่างเดียว

ตำราขงจื๊อมีอิทธิพลกับคนจีนและนักปกครองมากๆเลยครับ
พี่ก๋าอ่านแล้วชอบน้อยกว่าแนวปรัชญาสาขาอื่นนะครับ
เพราะมันเป็นนิติศาสตร์เพื่อการเมืองการปกครอง
ในขณะที่เมธีอื่นๆเช่น จวงจื๊อ เล่าจื๊อ
พูดถึงการเป็นมนุษย์ที่ดีมากกว่าครับ

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับ

 

โดย: กะว่าก๋า 5 สิงหาคม 2561 6:42:35 น.  

 

สวัสดีอีกรอบเน้ออออ

ปกติพี่ไม่ใช่สายช็อปนะ 555 แต่ก็ยังชอบเอาท์เล็ท หลายอย่างมันถูกกว่าบ้านเราเยอะจริงๆ

ถ้ามีเวลา ซื้อให้คนอื่นก็สนุกดี แต่อย่ามาเยอะกะพี่แค่นั้น แฮร่...

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 5 สิงหาคม 2561 9:09:34 น.  

 

ที่คุยกัน
ผมยังเลเวลไม่ถึงขั้นนั้นครับ เม้นต์ส่งๆ นี่ไม่ใช่ผมเลย ผมอาจจะต้องเรียนรู้จากคุณชีริวบ้างแล้ว ไม่งั้นคงจะรู้สึกแย่ไปมากกว่านี้แน่ๆ

 

โดย: คุณต่อ (toor36 ) 5 สิงหาคม 2561 20:40:41 น.  

 

สวัสดี จ้ะ น้องชีริว

แวะมาเยี่ยมและขอบใจสำหรับเม้นท์และให้กำลังใจ

เดาถูกจ้ะ กำลังเขียนตอนที่ 4 เป็นเรื่องที่ไปล่องเรือ ชม
สองฟากฝั่งทะเล แล้วก็เที่ยววังอีก 2 แห่ง ทำรูป เรียงลำดับ
เรื่อง งานจรก็เยอะ ห้าห้า จะรีบ ๆ เขียน จ้ะ

 

โดย: อาจารย์สุวิมล 5 สิงหาคม 2561 21:42:29 น.  

 

ขออภัยคร้า...ช่วงนี้แอบไปเที่ยวหลายที่
รูปเยอะมากๆ สมองสับสนไม่รู้จะอัพบล๊อกเรื่องไหนก่อนดีคร้า
เสียเวลาย่อรูปเลือกรูปนานหน่อย 5 5 5
ดองบล๊อก ไว้ แต่ไม่ปิดบล๊อกคร้า...กลัวเพื่อนๆลืม
แถม EX.HDD ที่เก็บภาพเกิดเสียกระทันหัน ยังกู้ไม่ได้คร้า
ขอบคุณมากมายที่แวะไปเยี่ยมแซวๆกันขำๆจร้า

 

โดย: Tui Laksi 5 สิงหาคม 2561 22:14:24 น.  

 

ขอบคุณสำหรับคะแนนโหวตครับน้องชีริว

ศาสนาในโลกนี้มีเยอะจริงๆนะครับ
เยอะจนพี่ก๋าอ่านไปอ่านมา
มันมีอะไรคล้ายกันเยอะจริงๆ

ที่ต่างกันเป็นเรื่องปลีกย่อยมากกว่า
กับชื่อเรียกที่ต่างกัน
แต่หลักใหญ่ใจความไม่ค่อยต่าง
เพราะพูดเรื่องความตาย กับความกลัวเป็นหลัก
สองอย่างที่ว่าก็เป็นหนึ่งในความทุกข์

ถ้าคนที่ไม่กลัว ไม่กลัวตาย
ไม่กลัวความทุกข์
จะอยู่ในศาสนาไหน
พี่ก๋าว่าเค้าก็ไม่กลัวนะ
หรือจะไม่มีศาสนาเลยก็ได้
เพราะเขาเข้าถึงความจริงแห่งชีวิตแล้วนั่นเอง

 

โดย: กะว่าก๋า 5 สิงหาคม 2561 22:40:30 น.  

 



สวัสดียามเช้าครับน้องชีริว

 

โดย: กะว่าก๋า 6 สิงหาคม 2561 6:27:24 น.  

 

นั่นดิ ไม่อีกทีก็โน่นเลย เมษาปีหน้า 55555

 

โดย: สาวไกด์ใจซื่อ 6 สิงหาคม 2561 9:02:16 น.  

 

ขอบคุณนะคะชีริวที่ไปคอมเม้นน้องซีจนนักวิชาการอายอายได้ 55555555

 

โดย: kae+aoe 6 สิงหาคม 2561 13:25:37 น.  

 

ไวน์โลกเก่าคือไวน์จากกลุ่มประเทศในทวีปยุโรปที่มีวัฒนธรรมการดื่มไวน์มาช้านาน ส่วนโลกใหม่ก็คือประเทศอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีไวน์เป็นวัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของตัวเอง รสมันจะต่างกันด้วยค่ะ แต่เราก็แยกไม่ออกหรอกนะ รู้แค่ฝาด ไม่ฝาด , หนัก-เบา แค่นั้นค่า อาศัยนาน ๆ จิบที

 

โดย: บาบิบูเบะ...แปลงกายเป็นบูริน 7 สิงหาคม 2561 8:07:16 น.  

 

วันนี้ทานอิ่มๆมานั่งเรียนประวัติศาสตร์กับคุณครูต่อค่ะ เพิ่งจะมีเวลาว่างอ่านนานเลย ได้ความรู้เพิ่มขึ้นอีกเยอะ รูป สามกษัตริย์นั่นก็ไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะว่าเป็น พจ.อโนรธามังช่อ พจ.บุเรงนอง และ พจ.อลองพญา กะจะกำจัดไทยให้สิ้นซากแบบมอญ ไม่ต้องเจรจากันให้เหนื่อย ที่จริงไทยก็ยังไม่เคยไปตีพม่าได้เลยสักครั้ง เพราะไทยนี้รักสงบ ที่จริงถ้าอยู่แบบผ่อนปรน ก็ไม่ต้องเหนื่อยยากทั้งสองฝ่ายนะคะ

 

โดย: mcayenne94 7 สิงหาคม 2561 13:05:09 น.  

 

ตะเอ๊ มาลงทะเบียนแล้วจร้า
โผล่หัวอย่างเป็นทางการวันแรกจากที่มุดดินไปเสียนาน

ตาลายมาก วันก่อนที่แปะลิ้งค์เข้ามาดูที
แม่เจ้า พระเจ้าช่วย มายก๊อด
ถ้าวันไหนเค้ามีหมวดบล็อกสารคดีหรือวัฒนธรรม
(ยังกะชื่อนิตยสาร อิอิ) อิฉันจะชูจั๊กกะแร้รัว ๆ
ยกตำแหน่งให้ชีริวไปเล้ยยยยย

ลูกก้ากำลังล้นร้าน
แวปมาแวปไป ยังบ่อได้ละเลียดชมอย่างละเอียดนะจ๊ะ

 

โดย: JinnyTent 7 สิงหาคม 2561 19:24:22 น.  

 

บล็อกนี้พี่เข้ามาแล้ว แต่ไม่ได้คอมเม้นส์ทิ้งไว้ อยู่ในช่วงปิดบล๊อก แหะๆ
ช่วงนี้พี่ยุ่งวุ่นวายมาก ถ้าไม่อัพบล็อกก็กลัวจะหยุดยาวไปเลย

บล็อกของน้องชีริวคุณภาพอัดเต็มแน่นหนา
ใครลืมประวัติศาสตร์ หรือจำไม่ค่อยได้ ก็มาบล็อกนี้เลย
มารื้อฟื้นความหลังครั้งงสมัยกรุงศรีอยุธยา

** พี่ก็อยากเอาน้องม้ากลับมาเลี้ยงที่บ้านเหมือนกัน
แต่เสียดายที่ท้ายจักรยานเล็กไปหน่อย 555
เอาน้องม้ามาไม่ได้ แต่พี่มีดอกบัตเตอร์คัพมาฝาก ปะไปดูดอกไม้

 

โดย: ข้ามขอบฟ้า 8 สิงหาคม 2561 3:58:08 น.  

 

ขอบคุณค่ะคุณซีริวที่ไปเที่ยวทาคายะมะกับแม่โม
ใช่ค่ะช่วงนี้ร้อนมากพี่สาวบอก ร้อนกว่าไทย
แม่โมบล๊อกใหม่คุณซีริวอยู่นะคะ

 

โดย: mariabamboo 8 สิงหาคม 2561 9:18:09 น.  

 

เห็นด้วยที่ว่าเรื่องสงครามเกิดขึ้นทั่วไปในสมัยโบราณ
ถ้าคนไทยเราเกลียดพม่าที่มาตีอยุุธยา ก็ไม่แปลกที่คนลาวจะเกลียดไทยที่เอาพระแก้วของเขามา

ตำราประวัติศาสตร์คือเรื่องเก่าเล่ามา แล้วแต่ว่าคนเขียนคือใคร
จึงมีทั้งข้อเท็จจริงและข้อสันนิษฐาน
ซึ่งเรายากจะรู้แน่ว่า จริงเท็จนั้นมีแค่ไหน

พม่ากับลาวเป็นประเทศเพื่อนบ้านที่นับถือศาสนาพุทธเหมือนกัน แต่คนไทยจะสื่อสารกับคนลาวได้มากกว่าเพราะใช้ภาษาใกล้เคียงกัน

เดี๋ยวนี้พม่ามาทำงานในเมืองไทยเยอะ น่าจะเรียนรู้ภาษาพม่าเอาไว้สื่อสารกันให้มากขึ้นนะคะ

 

โดย: เพรางาย 8 สิงหาคม 2561 15:31:31 น.  

 

เป็นไปได้ไหมว่า การสร้างผังเมืองอยุธยาแต่เดิมที่มีแม่น้ำล้อมไว้ ต้องนั่งเรือเข้ามาเท่านั้น ทำให้น้ำท่วมข้าศึกสมัยกอน เป็นผลย้อนมายังชาวอยุธยาเสียเอง
ทำให้ปัจจุบันนี้ อยุธยาน้ำท่วมบ่อยเหลือเกินในอำเภอรอบนอก
ที่ไม่เป็นข่าวอีกเท่าไหร่
ล้วนเกียวกับผังเมืองในตอนสมัยก่อนนั่นเอง

แล้วพวกชาวตะวันตกที่เข้ามานี่ก็ไม่ธรรมดา จริงๆ เขาเน้นเอาพื้นที่เป็นถิ่นค้าขายเพือตัวเองด้วยนั่นแหละ
มีส่วนช่วยบ้านเมืองไทยจริงอะป่าวเนี่ย

การเสียกรุงครั้งที่สองนั้น โหดร้ายจริง เพราะเป็นการสญเสียทั้งประเทศจริงๆ ครั้งนั้นโด่งดังเป็นประวัติศาตร์ตามที่ได้อ่านสมัยเด็กๆ มาตลอด
พอมาอ่านเจอตำราชีริวในวันนี้
ยิ่งตอกย้ำ ว่าเสียทั้งประเทศจริงๆแหละ

อะแซหวุ่นกี้ ชื่อนี้จำได้แม่นยำเลย เอาไปทำละครกี่ตอนแล้วเนี่ย
555 ขนาดผ่านมาแล้ว 251 ปีคนไทยรุ่นหลังก็ระลึกถึงอยุธยามีการจัดงานรำลึกต่างๆ ได้ดีเลยทีเดียว
ยิ่งปีนี้กระแสออเจ้าแรงมาก
คนแห่ไปเที่ยวอยุธยาแต่งชุดไทยกันตรึม
ได้ข่าวว่า เงินสะพัดเยอะมากอีกต่างหาก


 

โดย: Rinsa Yoyolive 8 สิงหาคม 2561 23:21:52 น.  

 

จบกันไปสำหรับซีรีส์ Game of Thrones (ฉบับอโยธยา)
มีตั้งแต่ Rise and Fall เลย สุดยอดจริง ๆ ครับ
คุณชีริวได้นับมั้ยครับว่าเฉพาะอยุธยาเริ่มเขียนเมื่อไหร่และมีกี่เอนทรีย์
แต่ก็คงนับยากอะนะ เพราะเนื้อหาบางเอนทรีย์มันคาบเกี่ยวกับอาณาจักรอื่นด้วยมั้ง

เรื่องประวัติศาสตร์นี่ขึ้นอยู่แล้วแต่คนเขียนจะเขียนยังไง และเพื่อวัตถุประสงค์อะไร
ถ้าจะให้ดีต้องเทียบเคียงกับบันทึกของแคว้นอื่น ๆ ดูว่าเป็นยังไงบ้าง
อย่างถ้าใครบอกว่า...
พระเจ้าเอกทัศน์ตายโดนปืนใหญ่ตายนี่ผมไม่เชื่อเลยนะ มันบังเอิญเกิ๊นนนนน
ปืนใหญ่สมัยนั้นมันก็ยิงเป้าใหญ่สุ่ม ๆ ไปงั้น ไม่ได้แม่นแบบสไนเปอร์ซักหน่อย
คงไม่สามารถเจาะจงให้โดนบุคคลสำคัญโดยเฉพาะหรอกมั้ง ^^"


"งานท่องราตรีกรุงศรีอยุธยา จัดวันที่ 3-9 สิงหา 61
อ้าวววว งานเลิกพรุ่งนี้แล้วเหรอ ทำไมเพิ่งมาบอก!
^
^
(เค้าอัพบล็อกบอกตั้งหลายวันแล้ว แกนั่นแหละมาช้าเอง -*-)



ป.ล.1 สุขสันต์วันเกิดแบบเลท ๆ ย้อนหลังครับ แต่ย้อนหลังไปไกลหน่อยนะ 55
(ทุเรียนตัวจริงต้องมาแบบเลท ๆ นี่แหละ ถ้ามาตรงเวลาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นตัวปลอม :P)
ขอให้คุณชีริวมีความสุขมาก ๆ นะครับ ^^
ผมมาช้าหน่อย ขออภัยด้วย ช่วงที่ผ่านมาตาไม่สู้แสงครับ จ้องคอมนาน ๆ ไม่ค่อยได้เลย ^^"

ป.ล.2 แถมนิดนึง "สดมภ์" ไม่ประวิสรรชนีย์ครับ ^^

 

โดย: ทุเรียนกวน ป่วนรัก 8 สิงหาคม 2561 23:36:21 น.  

 

ขอบคุณที่ไปฟังนิทาน และขอโทษที่เรื่องมันยาวจริงๆ แหละ แอบคิดว่า หายกันน่า ก็คุณงายก็รู้สึกว่าเรื่องอยุธยานี่ยาวจัง เหมือนกัน (แต่ก็ตั้งใจอ่านจนจบนะ)

พอคุณซีริวพูดถึงประเด็นฆ่าปลาใหญ่แล้วสงสารปลาเล็กนี่ ทำให้นึกถึงคงเวลาโมโหจนทำอะไรร้ายแรงแล้วมาคิดเสียใจทีหลัง แต่ในเรื่องนั้นเหล่าซันโมโหปลาใหญ่ที่มาแย่งปลาที่จะติดเบ็ดเขาไปหมด ได้ปลาใหญ่กลับมากินเลยอารมณ์ดีขึ้น พอจะกินปลาเจอปลาทองเข้าก็เลยสงสาร คงเพราะตัวหนึ่งทำให้เสียผลประโยชน์ ส่วนอีกตัวไม่ได้ขัดผลประโยชน์แล้วก็ดูน่ารักด้วย ความรู้สึกที่มีต่อปลาก็เลยต่างกัน แล้วก็ชวนให้คิดต่อประเด็นความน่าเอ็นดูของสัตว์อีก

แหม...แสดงความคิดเห็นชวนให้เราคิดต่อไปได้เยอะจัง

เช้านี้แม่บอกว่าเจ้าเหมียวมีอาการอีกหน่อยค่ะ อาจจะเพราะอากาศเย็น ฝนเริ่มตกส่งผลด้วยรึเปล่าก็ไม่รู้ ต้องรอดูต่อไปค่ะ

 

โดย: เพรางาย 9 สิงหาคม 2561 9:06:58 น.  

 

ขอบคุณที่แวะไปอ่านตะพาบของพี่นะคะ
ทำให้ต้องกลับมาศึกษาบล็อกนี้ พี่ไม่ได้รู้
และไม่ได้ค้นหมวดอื่นดูเลยไม่รู้ว่า คุณชีริวเขียน
เรื่องการ์ตูนมาก่อน พี่เข้ามาที่นี่ก็เจอแต่ท่องเที่ยว
เชิงประวัติศาสตร์ มีการ์ตูนบ้างเป็นครั้งคราวก็เลย
ไม่รู้ว่าเคยเน้นหมวดนี้เช่นกัน ขออภัยนะคะ
ส่วนน้องต่อนั้น พี่เขียนไว้ว่า "แม้ว่าน้องต่อจะ
เขียนเรื่องการ์ตูนเล่มๆไว้ไม่น้อย..." ไม่ได้ว่าเธอวาด
จั๊กโหน่ย แงแง

ขอบคุณกำลังใจด้วยค่ะ

 

โดย: ภาวิดา (คนบ้านป่า ) 9 สิงหาคม 2561 15:21:14 น.  

 

สวัสดีค่ะ งานใหญ่เลยนะคะ

 

โดย: kae+aoe 10 สิงหาคม 2561 11:22:59 น.  

 

ว้าว...ได้ความรู้มากค่ะ และงานน่าสนใจมากค่ะ

 

โดย: auau_py 11 สิงหาคม 2561 8:29:31 น.  

 

สวัสดีค่ะคุณชิริว..

ตามมาเที่ยวอยุธยาด้วยคน

ช่วงนี้ ไปเที่ยวอยุธยาบ่อยมาก

เดือนกค.ที่ผ่านมา ก็ 3-4 ครั้งล่ะ

ได้ความรู้ดีดีคะ..โหวตให้เลย

 

โดย: อ้อมแอ้ม (คนผ่านทางมาเจอ ) 12 สิงหาคม 2561 7:01:49 น.  

 

แวะมาโหวตและไปเที่ยวด้วยคนค่ะ

 

โดย: life for eat and travel 12 สิงหาคม 2561 21:09:13 น.  

 

เดี๋ยวๆ ดองนานแท้

 

โดย: Rinsa Yoyolive 14 สิงหาคม 2561 23:25:54 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


ชีริว
Location :
พระนครศรีอยุธยา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 84 คน [?]




เป็นสิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่บนบอร์ด pantip มานาน
เผ่าพันธุ์ : สัตว์มีกระดูกสันหลัง (ยาวมาก)
อายุ : หลายขวบแล้ว
สติปัญญา : หยุดการเจริญเติบโตเมื่อหลายปีก่อน

**5 Latest Entries** ธนบุรี (ตอนจบ)
ฝั่งธน
พระราชวังเดิม
Parasite
เจริญกรุง-ตลาดน้อย


Friends' blogs
[Add ชีริว's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.