เปิ้น____ก๊าฟ
Group Blog
 
 
ธันวาคม 2550
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
12 ธันวาคม 2550
 
All Blogs
 
องค์บารมีประจำสังขาร

มนุษย์เกิดมามีองค์บารมีคุ้มครองสังขารกันทุกคน จะเป็น องค์เทพ องค์พรหม หรือ สัมภเวสี ก็แล้วแต่กุศลมูลเดิมหรือสัญญาที่ได้ทำเอาไว้ในอดีต เราไม่สามารถที่จะเลือกองค์บารมีประจำสังขารได้ บุคคลใดที่พูดว่าเทพองค์นั้นองค์นี้เสด็จมาประทับในร่างของตนนั้น เป็นการพูดเพื่อยกตนให้สูงขึ้นโดยไม่รู้จริง องค์เทพที่เจ้าตัวได้คุยเอาไว้นั้น แม้แต่ช่วยตัวร่างเองก็ไม่ได้แล้ว จะมีฤทธิ์ช่วยเหลือมนุษย์อื่นได้หรือ?

การเชิญองค์บารมีของตนเองมาประทับร่าง หรือเรียกว่า “การเปิดพระโอษฐ์” ใช่ว่าเมื่อเปิดแล้วจะเป็น “คนทรง” หรือ “ร่างทรง” กันทุกคน เพราะว่าเทพแต่ละองค์ท่านจะทำหน้าที่ไม่เหมือนกัน บางองค์ลงมาเพื่อสร้างบารมีโดยการช่วยเหลือมนุษย์ เช่น รักษาโรคภัยไข้เจ็บ เปิดพระโอษฐ์ ไล่ผีปราบมาร ปราบคุณไสย หรือชี้แนะในโชคชะตาราศี เทพส่วนมากจะลงมาคุ้มครองร่างของตนเองเท่านั้นโดยจะไม่ยอมช่วยเหลือใคร

มีสำนักทรงจำนวนมากที่เทพของตนไม่มีหน้าที่ หรือว่าร่างทรงไม่มี “บารมี”พอที่จะเปิดพระโอษฐ์ได้ แต่จะใช้คำพูดเพื่อที่จะให้พ้นๆ ตัวไปว่า “ยังไม่ถึงเวลา” คือถ้าหากจะพูดว่าตัวเองเปิดไม่ได้ก็จะทำให้คุณค่าของตนเองตกต่ำลง ทำให้ศิษย์เกิดการหลงทางโดยบอกว่าองค์ของศิษย์เป็นเทพองค์ใหญ่ ไม่จำเป็นต้องเชิญท่านลงมาประทับ ท่านจะสื่อสังขารเข้ามาหาภายในจิตเอง อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งจะเป็นการยกย่องศิษย์คนนั้นไปในตัวเพื่อที่จะผูกมัดใจให้ศิษย์คนนั้นให้หลงอยู่กับเจ้าสำนัก จะได้พาญาติสนิทมิตรสหายมาเพื่อหวังลาภสักการะ

องค์บารมีประจำสังขาร ถ้าเปรียบกับพระไตรปิฎก (คนมีไว้แต่ไม่เปิดอ่าน หรือเปิดอ่านแต่ไม่เข้าใจ หากว่าเข้าใจก็คงไม่ต้องมีพระสงฆ์มาแปลถ่ายทอดอีกถึงแม้ว่าจะได้เรียนรู้พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าที่ได้ตกทอดกันมา ๒๕๔๗ ปีแล้วก็ตาม หากไม่ได้ปฏิบัติตาม ก็คงจะไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านพระไตรปิฎก)

องค์บารมีก็เช่นเดียวกัน เมื่อไม่ได้เปิดองค์ลงประทับร่าง ก็มีไว้เพียงคุ้มครองเจ้าของร่างได้บางคนเท่านั้น (ไม่ทุกคน) หากองค์บารมีคุ้มครองสังขารได้ทุกคน คนเราก็คงจะไม่ประสบกับเคราะห์กรรม เจ็บป่วย ไม่ประสบอุบัติเหตุ ไม่ถูกผีเข้า หรือถูกคุณไสย และอีกประการหนึ่ง องค์บารมีไม่สามารถป้องกันร่างจากเจ้ากรรมนายเวร จากอดีตชาติตามมาทวงหนี้ในชาตินี้ได้

การเปิดพระโอษฐ์ หรือการเปิดให้พูดภาษาเทพนั้น จะทำให้เทพที่คุ้มครองร่างเราสามารถลงมาประทับร่างเราได้ บางคนได้สร้างสมบารมีไว้ในอดีตชาติมามาก มีกุศลมูลเดิมมาก เมื่อเปิดแล้วจะพูดภาษาได้คล่องแคล่วภายในเวลาอันรวดเร็ว ไม่นานก็จะสามารถสื่อกับองค์ในเป็นภาษามนุษย์ได้

“คนที่ไม่ได้มีบารมีมาตั้งแต่อดีตชาติ และในชาตินี้ไม่ได้สร้างตนโดยการสวดมนต์ ไหว้พระ นั่งสมาธิกรรมฐาน ก็จะเปิดให้พูดภาษาเทพได้ยาก” (ต้องทำพิธีหลายครั้ง)

ส่วนมากองค์เหล่านี้จะลงมาเพื่อคุ้มครองร่างเท่านั้น บางคนเปิดออกมาแทนที่จะเป็นองค์สังขารบารมี กลับกลายเป็นวิญญาณแฝงเข้ามา อาจจะเป็นวิญญาณทั่วไปหรือเป็นวิญญาณของเจ้ากรรมนายเวรก็ได้

ศิษย์ที่อาจารย์เปิดปากให้พูดภาษาเทพได้ โดยมาก “พูดภาษาเทพได้ แต่ว่าฟังไม่รู้เรื่อง” อยากแปลภาษาเทพได้

เทพเทวดานั้น มนุษย์จะสื่อกับท่านได้รู้เรื่อง จะต้อง

๑. เป็นผู้ที่มีจิตใจสะอาดพอสมควร

๒. มีบารมีสะสมมาจากอดีตชาติ

๓. ศรัทธาในองค์บารมีประจำสังขารของตนเอง

๔. ปฏิบัติตน สร้างบารมีเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม

หากไม่ปฏิบัติตน ในที่สุดก็จะห่างเหินจากองค์บารมีของตนเอง แล้วจะพูดภาษาเทพไม่ได้อีกเลย และในที่สุดก็จะไม่สามารถขอความช่วยเหลือจากองค์บารมี

ผลพลอยได้จากการเปิดพระโอษฐ์

๑. ทำให้ทราบว่ามีวิญญาณของบรรพบุรุษที่เรียกว่า “ผีปู่ย่า” วิญญาณทั่วไป หรือวิญญาณผีตายโหง ซึ่งส่งมาด้วยวิชาคุณไสยอยู่ในร่างของผู้เปิด หรือไม่?

๒. บรรพบุรุษบางท่านมีเชื้อสายจีน ถ้าลูกหลานไม่ทำบุญทำทานไปให้ก็จะมาเกาะกินกับลูกหลาน เป็นวิญญาณที่อดอยาก เพราะไม่ได้รับส่วนบุญส่วนกุศล แทนที่จะมาช่วยร่างกลับกลายเป็นว่าไม่เป็นผลดีกับลูกหลานเลย วิญญาณประเภทนี้แก้ไขด้วยการทำสังฆทาน กรวดน้ำส่งไปให้ แต่ไม่สามารถที่จะไปขับไล่ท่านได้เลย

๓. วิญญาณที่มาเกาะหรือแฝงอยู่ในตัวจะทำให้ผู้นั้นไม่สบาย ปวดหัว ปวดแขนปวดขา กลายเป็นคนอ่อนเปลี้ยเพลียแรง วิญญาณพวกนี้จะต้องไล่ออกไปเพราะว่ามิใช่ให้โทษเฉพาะการเจ็บป่วยเท่านั้น แต่จะส่งผลให้กิจการการค้าและครอบครัวมีแต่ความวุ่นวาย เสียหายไปหมดทุกอย่าง ไม่มีความเจริญก้าวหน้าใดๆ ในชีวิตของคนผู้นั้นเลย

๔. วิญญาณระดับสูงที่อยู่ในขั้นเทวดาฝ่ายมาร ต้องเรียกท่านว่า “มารเบื้องสูง” ซึ่งสังขารที่ที่มารเหล่านี้สิงสถิตอยู่ จะเป็นมนุษย์ขี้คุยโม้โอ้อวด อ้างว่าตนเองมีเทพองค์ใหญ่ๆ ทั้งนั้นลงมาประทับ มารประเภทนี้มีฤทธิ์มากพอสมควร ร่างทรงไม่สามารถปราบได้นอกจากร่างทรงที่มีบารมีสูงเท่านั้น (แต่หาได้ยากมาก)

๕. วิญญาณประเภทเจ้าพ่อ เจ้าแม่ หรือปู่ทั้งหลาย ถ้ามิใช่ “พ่อปู่ใหญ่” หรือ “พระฤาษี ๑๐๘ องค์” ถือว่าเป็น “สัมภเวสี” วิญญาณประเภทนี้เป็นวิญญาณที่มาสร้างบุญช่วยเหลือมนุษย์ มีดีบ้างไม่ดีบ้างแล้วแต่สังขารที่สิงอยู่ ผู้ที่ไปหาคนทรงประเภทนี้ต้องใช้สติปัญญา จริงหรือไม่จริงควรสังเกตดูจากผลงานที่ท่านได้รับจากการทำพิธีของเจ้าทรงเหล่านี้ ซึ่งบางท่านกว่าจะรู้ตัวก็หมดเงินทองไปหลายพันหลายหมื่นบาท “เพราะฉะนั้นกรุณา ดู ฟัง ใช้สติปัญญาคิด ไตร่ตรองดูก่อนจึงค่อยเชื่อ ก็ยังไม่สายเกินไป”



Create Date : 12 ธันวาคม 2550
Last Update : 12 ธันวาคม 2550 9:31:57 น. 0 comments
Counter : 242 Pageviews.

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 

apple_meppo
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




Friends' blogs
[Add apple_meppo's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.