Everyday is special..
Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2552
 
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
 
22 กุมภาพันธ์ 2552
 
All Blogs
 

Changeling หนังที่ดูแล้วรู้สึกปวดใจ

จริงๆ เรื่องนี้เราไม่เคยอ่านที่มาของหนังเรื่องนี้มาก่อนเลย
แต่ตอนที่ไปซื้อหนังเมื่อหลายวันก่อนนั้น
เราเห็นว่าเป็นหนังของ ปู่คลิ้นท์ อีสต์วูด ผู้กำกับหนังที่เราชื่นชอบ
และเราก็ชอบแองเจลิน่า โจลี่ ด้วย เลยซื้อมาซะเลย

เมื่อคืนพอเราเปิดดูแล้ว..ดูไปก็ถามตัวเองไปว่า ถ้าเราเป็น"คริสทีน คอลลินน์" ล่ะ?
เราจะเข้มแข็งและอดทนและสู้เหมือนเธอมั๊ย เราจะทำอย่างไร
แล้วเราจะรู้สึกอย่างไร แน่นอนล่ะ มันต้องเจ็บปวดรวดร้าว
แสนสาหัส กับการที่ลูกชายถูกลักพาตัวไป แองจี้ ถ่ายทอดอารมณ์ของคนเป็นแม่ที่สูญเสียลูกไป
ได้อย่างเจ็บปวดและร้าวรานอย่างลึกสุดใจ

เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปีคศ. 1928 (81 ปีที่แล้ว) ที่ลอสแองเจลิส สหรัฐอเมริกา
คริสทีน สาวอเมริกัน Single mom เลี้ยงวอลเตอร์ ลูกชายคนเดียววัย 9 ขวบมาตลอดและดูแลลูกเป็นอย่างดี
แต่แล้ว ณ วันหนึ่ง คริสทีนมีงานด่วนต้องไปทำ แล้ววอลเตอร์ก็บอกแม่ว่า
"I can take care of myself" คริสทีนเลยไม่ได้เรียกให้คนรู้จักมาอยู่เป็นเพื่อน
ซึ่งวันนั้นคริสทีน หารู้ไม่ว่า มันเป็นวันสุดท้ายที่เธอได้เจอลูก
วันนั้นคริสทีนเสร็จงานแล้วรีบจะขึ้นรถโดยสารประจำทางกลับบ้าน
แต่เนื่องด้วยหัวหน้าของเธอ ตามมาคุยกับเธอเรื่องงาน เธอเลยพลาดรถเที่ยวนั้นไป

เธอกลับถึงบ้านก็เย็นแล้ว และพอถึงบ้านก็ไม่เจอลูกชายเธอ
เธอตามหาลูกชายเธอทั่วบ้านและละแวกแถวนั้น ด้วยความหวังว่า จะได้เจอ

แต่แล้วคืนนั้นก็คว้าน้ำเหลว..และก็เป็นสัญญานบอกเธอว่า
"ลูกชายสุดที่รักของเธอได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว"

คืนนั้นเธอได้โทร.ไปแจ้งความกับตำรวจ แทนที่ตำรวจจะต้องรีบช่วยเธอหาลูก
กลับบอกว่า ต้องรอให้ถึง 24 ชั่วโมงก่อน นั่นก็หมายถึงตอนเช้าของอีกวัน
ตร.ถึงได้มาหาเธอ

จากนั้นเธอก็ให้ข้อมูลต่างๆ เกี่ยวกับลูกชายเธอไป ตัวเธอเองก็ไม่ละความพยายาม
ที่สืบหาลูกชายเธอ และเธอก็ยังหวังลึกๆ ว่าซักวันลูกชายเธอต้องได้กลับบ้าน

จากวันนั้นผ่านมา 5 เดือน ทางตร.ก็มาแจ้งเธอว่า ได้พบเด็กที่มีหน้าตา ลักษณะ
คล้ายกับ"วอลเตอร์" ลูกชายของเธอ..ไม่อยากบอกเลยว่า ฉากนี้ แองจี้
แสดงได้สุดยอดมาก ทั้งแววตา สีหน้าและอาการดีใจอย่างบอกไม่ถูก
เราคนดูก็ยังดีใจด้วยเลย

แล้วคริสทีน ก็เดินทางไปกับตร. ไปรับลูกเธอที่กำลังเดินทางเข้ามาด้วยรถไฟ
แต่แล้ว..เธอก็พบว่าเด็กที่อยู่ตรงหน้าเธอนั้น ไม่ใช่ลูกของเธอ
ฉากนี้เราเห็นแล้วก็แอบช้อคไปด้วย..อืมม์นะ ถ้าเป็นตัวเราล่ะ อุตส่าห์ดีใจแทบตาย
พอมาเจอแล้ว..มันไม่ใช่ลูกเรา

ลูกใครใครก็ต้องจำได้ ใช่มั๊ยคะ ระยะเวลาแค่ 5 เดือน ลูกจะเปลี่ยนไปไวขนาดนี้เหรอ
เธอเองก็พยายามบอกทางตร.ไปว่า เด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกชายเธอ
"He is not my son.."

มันไม่จบแค่นั้นค่ะ เพราะทางตร.ไม่ยอมฟังเธอ เพราะทางตร.ไม่ต้องการให้นักข่าว
และประชาชนรู้ว่า พวกเขาทำงานผิดพลาด และต้องการสร้างผลงานว่า
พวกเขานั้นทำได้ โดยการนำเด็กที่หายไปอย่างวอลเตอร์ กลับบ้านได้แล้ว

จากนั้น..สิ่งที่ไม่น่าเกิดขึ้นกับคริสทีน ก็ได้เกิดขึ้นจากการกระทำของอำนาจของตร.
ที่พยายามยัดเยียดคนที่ไม่ใช่ลูกให้เธอ และได้ใช้อำนาจบีบบังคับเธอ

เราสงสารเธอมากๆ ในสิ่งที่เธอต้องเจอ ทั้งที่ช่วงนั้นเธอก็ยังอยู่ในการเศร้าโศก
ขวัญเสียจากการที่ลูกเธอหายไป เธอยังต้องมาเจอเรื่องเลวร้ายแบบนี้อีก

ซึ่งเรื่องนี้ทำให้เราได้รู้ว่า เมื่อสมัยก่อนนั้นระบบตำรวจของ LA ก็ห่วยแตกใช้ได้เหมือนกัน

หนังเรื่องนี้ก็ตามสไตล์ของปู่คลิ้นท์ คือ หนังจะเป็นโทนทึมๆ มืดๆ
ยิ่งตอกย้ำให้อารมณ์คนดู(อย่างอิชั้น)รู้สึกเศร้าและเจ็บปวดไปด้วย

เราจะไม่พูดเรื่องเนื้อหาทั้งหมดในหนังนะคะ เดี๋ยวจะเป็นการ Spoil หนังซะเปล่า

หนังเรื่องนี้ ทำให้เรารู้ว่า..ความรัก ความห่วงใยที่แม่มีต่อลูกนั้นเพียงไร
และความเจ็บปวด เศร้า ร้าวรานใจ เมื่อคนเป็นแม่ได้พลัดพลากจากลูกอันเป็นที่รัก
ทั้งที่ยังต้องหายใจกันอยู่และไม่ได้มีแม้แต่โอกาสได้ร่ำลา หรือเจอกันเป็นครั้งสุดท้าย

และเรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่า ไม่ว่าจะอย่างไร เพื่อคนที่เรารัก เพื่อความถูกต้อง
เราต้องสู้ และเราต้องอยู่อย่างมี"ความหวัง" แม้ว่าหวังนั้นจะเลือนราง
และไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะ"สมหวัง"

และเรื่องนี้เราดูไป เราก็สะเทือนใจไปด้วย
โดยเฉพาะฉากที่คริสทีนนั่งบนรถประจำทางแล้วผ่านโรงเรียนของวอลเตอร์ ลูกชายที่หายไป
แล้วคริสทีนก็หันไปมองที่โรงเรียนนั้น สายตาที่แองจี้ ถ่ายทอดแทนคริสทีนบนรถฉากนี้..ทำให้เรารู้สึกได้เลยว่า

เวลาที่พลัดพรากจากคนที่เรารักมากๆ นั้น แล้วเราผ่านตรงที่เราเคยคุ้นเคยกับเค้านั้น
มันเจ็บปวดแสนสาหัส และคิดถึงมากแค่ไหน
สายตาที่แองจี้ สื่อออกมาให้คนดูเห็น โดยปราศจากคำพูดใดๆ นั้น
มันเหมือนกับบอกคนดูว่า..
"ฉันจะจดจำว่า ณ ที่แห่งนี้ ครั้งหนึ่งฉันเคยมารับส่งลูกฉันทุกวันนะ..และตอนนี้ฉันคิดถึงลูกฉันเหลือเกิน..ฉันจะไม่มีวันลืมภาพแห่งความทรงจำ ณ ที่ตรงนี้..ลูกจ๋า แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน"

เราแอบน้ำตาซึมด้วยล่ะ กับฉากนี้

จากปกหนัง


ฉากบนรถประจำทางนี้แหล่ะค่ะ ที่อิชั้นชอบมาก..แองจี้ ในบทของคริสทีน
ได้สื่อให้คนดูได้สัมผัสรับรู้ในหัวอกอันเศร้าโศกของคนเป็นแม่
ผ่านทางสีหน้าและแววตาได้อย่างเฉียบคม
บางครั้ง..บางฉากก็ไม่จำเป็นต้องมีบทพูด..
ขอให้เล่นได้อย่างถึงอารมณ์แบบนี้ ก็เกินพอแล้ว..สุดยอดค่ะ แองจี้


ปู่คลิ้นท์กับแองจี้


แองจี้ ยังดูสวย สง่า เหมือนเดิม


กับทรงผมยุคนั้น ดูสวยไปอีกแบบ


อีกมุม


หมวกเท่ห์ดี




 

Create Date : 22 กุมภาพันธ์ 2552
17 comments
Last Update : 22 กุมภาพันธ์ 2552 20:58:06 น.
Counter : 2961 Pageviews.

 

น่าสนใจดีนะคะ

ต้องไปหามาดูมั่งแล้วสิ

แล้วจะร้องไห้เป็นเผาเต่ามั๊ยเนี่ยเรา...หุหุ

 

โดย: องค์หญิงนอกคอก (องค์หญิงเจ้าน้ำตา ) 24 กุมภาพันธ์ 2552 5:41:51 น.  

 

หวัดดีค่ะคุณองค์หญิงเจ้าน้ำตา

อิอิ ดูแล้วไม่ร้องไห้หรอกค่ะ แต่จะน้ำตาซึม ไม่แน่นะ 555

 

โดย: ชากีร่า 24 กุมภาพันธ์ 2552 23:38:31 น.  

 

หวัดดีครับ...
สบายดีไหมครับเนี่ย???
ผมไม่ได้แวะมาซะหลายวันเลยครับ
...
ไม่ชอบครับหนังเศร้าๆ ขอเป็นแอ็คชั่นได้ป่ะ
มีความสุขมากๆนะครับในวันที่อากาศร้อนๆ

 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 26 กุมภาพันธ์ 2552 12:18:53 น.  

 

หวัดดีค่ะคุณลัดฟ้า

สบายดีค่ะ
ไม่ชอบหนังเศร้าๆ เหรอคะ เราชอบนะ มันบีบหัวใจดี 555

เอาไว้ให้เตะใจกับหนังแอ๊คชั่นเมื่อไหร่
ก็จะลองรีวิวให้ชมนะคะ

มีความสุขมากๆ ในวันที่อากาศร้อนมากๆ เช่นกันค่ะ

 

โดย: ชากีร่า 26 กุมภาพันธ์ 2552 20:51:54 น.  

 

คงต้องไปหามาดู บ้างแล้ว ค่ะ เนิ้อเรื่องน่าสนใจ มากๆคงได้ ร้องไห้ ล้างตา อีกแน่นอน อิๆๆ ปกติ เวลาดูหนังซึ้งๆ แล้วจะร้องไห้อยู่เป็นประจำเลยค่ะ

 

โดย: chawarin 4 มีนาคม 2552 18:45:17 น.  

 

เล่าซะน่าดูเลยค่ะ เราก็ชอบงานปู่คลินท์นะ ไว้จะหามาดูบ้างแล้ว

ขอบคุณที่ไปเยี่ยมบล็อกนะคะ ^^

 

โดย: รัตตะ (ratta ) 4 มีนาคม 2552 19:00:49 น.  

 



หวัดดีครับ..มารายงานตัวครับ..มีความสุขมากๆนะครับ

 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 5 มีนาคม 2552 10:41:48 น.  

 



กระซิบว่า
โจลี่ คือสาวสวยที่สุดในความรู้สึกของวี
ปลื้มมาก
ทั้งสวยนอกและสวยใน

 

โดย: โสดในซอย 7 มีนาคม 2552 8:44:29 น.  

 



เนื้อเรื่องน่าดูมาก ๆ ค่ะ

...เอากาแฟมาฝากนะคะ

 

โดย: I_sabai 7 มีนาคม 2552 13:26:41 น.  

 

หวัดดีครับ...
มาส่งเข้านอนครับคืนนี้..ฝันดีนะครับ...



 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 9 มีนาคม 2552 21:33:54 น.  

 

 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 16 มีนาคม 2552 14:59:04 น.  

 

สวัสดีทุกๆ ท่านข้างบนค่ะ ขอโทษทีไม่ได้เข้าบลอกตัวเองซะหลายวัน
มั่วแต่วุ่นๆ งานน่ะค่ะ ขอบคุณทุกท่านนะคะที่เข้ามาเยี่ยมบลอก

 

โดย: ชากีร่า 17 มีนาคม 2552 0:05:20 น.  

 



...รับความสุขจากผมด้วยนะครับ...



มีความสุข...และความสุขสดชื่นในทุกๆวันนะครับ

 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 22 มีนาคม 2552 13:27:56 น.  

 

หวัดดีค่ะคุณลัดฟ้า แว่บมารับความสุขกับช่อดอกไม้สวยๆ

ขอให้คุณมีความสุขเช่นกันค่ะ อยากให้มั่งแต่ไม่รู้จะแนบไฟล์ยังไง

 

โดย: ชากีร่า 24 มีนาคม 2552 17:44:55 น.  

 



หวัดดีครับ...

ผมมาดับความร้อนด้วยไอติมเย็นๆสักถ้วยนะครับ

...มีความสุขและใจเย็นๆนะครับ..กับอากาศที่แสนจะร้อนของบ้านเรา...

 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 26 มีนาคม 2552 13:55:53 น.  

 




หวัดดีครับ...

ว่างครับว่าง..เลยแวะมาส่งเข้านอนครับ..

 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 29 มีนาคม 2552 21:16:08 น.  

 

สวัสดีครับ...

มาช้าดีกว่าไม่มาใช่ไหมครับ...





สวัสดีปีใหม่ไทยบรรจบ
วาระครบรอบปีศรีสมัย
ขออำนาจคุณพระรัตนตรัย
อำนวยชัยบันดาลประทานพร

ให้มั่งมีสมบัติพัสถาน
สำเร็จงานรุ่งเรืองประภัสสร
พูนและเพิ่มเติมค่าฐานันดร
เกียรติกำจรยืนนานกาลเวลา

ปราศจากเภทภัยสิ้นไร้โรค
ประสบโชคคืนวันสุขหรรษา
มีแต่คนรักใคร่และเมตตา
เป็นที่รักปรารถนาของผู้คน


 

โดย: ลัดฟ้ามาเจอ 17 เมษายน 2552 16:28:40 น.  

ชื่อ : * blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Comment :
  *ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet
 


ชากีร่า
Location :
กรุงเทพ Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เป็นคนชอบขีดๆ เขียนๆ ถ้าอารมณ์พาไป
แต่โดยรวมแล้วไม่ค่อยอยู่กับร่องกับรอย
อยากเขียนอะไรก็เขียน อยากทำอะไรก็ทำ
ไม่ชอบ"ขีดเส้น" ให้กับตัวเอง และไม่ชอบ"ล้ำเล้น" ใครเช่นกัน

ชอบอยู่อย่างสงบและรักสันติ ถ้าเกลียดหรือไม่ชอบใครก็จะไม่ยุ่งด้วย

คติประจำใจคือ "ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน" และเราก็จะยืนหยัดได้อย่างทรนง

** ไม่อนุญาตให้นำข้อความ ภาพถ่าย หรือรูปภาพจากblogนี้ไปใช้ โดยไม่ได้รับอนุญาต***
Friends' blogs
[Add ชากีร่า's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.