Valentine's Month


 
setthee2010
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต็นท์ให้เช่า เต็นท์ผ้าใบทรงปิรามิด เต็นท์ผ้าใบทรงโค้ง เต็นท์ผ้าใบทรงจั่ว เต๊นท์ผ้าใบ เต้นท์ผ้าใบ เต็นท์ผ้าใบ





Group Blog
 
<<
กันยายน 2553
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
5 กันยายน 2553
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add setthee2010's blog to your web]
Links
 

 
ธรรมชาติบำบัดรักษาปวดประจำเดือน



อาจกล่าว ได้ว่า อาการปวดประจำเดือนในผู้หญิงนั้นเป็นเรื่องที่สร้างความทรมานให้กับผู้หญิง เป็นอย่างมาก แต่ปัญหานี้กำลังจะหมดไป เพราะปัจจุบันได้มีการค้นพบวิธีธรรมชาติบำบัดเพื่อรักษาอาการปวดประจำเดือน หลายคนอาจสงสัยว่าวิธีนี้คืออะไรและทำไมต้องรักษาด้วยวิธีนี้ วันนี้จึงหาคำตอบมาฝากคุณผู้หญิงว่า



อาการ ปวดประจำเดือนนั้น เกิดขึ้นเพราะระดับฮอร์โมนในร่างกายเกิดการแปรปรวน และจำเป็นต้องอาศัยวิธีการทางธรรมชาติ เพื่อมาปรับสมดุลฮอร์โมนในร่างกาย ซึ่งฮอร์โมนกลุ่มดังกล่าวนั้นประกอบไปด้วยโพรสตาแกลนดิน เอสโตเจน โปรเจสเตอโรน FSH หรือ LH ฮอร์โมน ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ สร้างมาจากอาหารประเภทกลุ่มไขมันจำเป็น ดังนั้น จึงเป็นที่มาของการรักษาอาการปวดประจำเดือนด้วยธรรมชาติบำบัด ซึ่งเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อให้ผู้หญิงสามารถรักษาอาการปวดประจำเดือนด้วย ตนเอง จากวิธีที่มาจากธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพายารักษาโรค



พญ.ลลิ ตา ธีระสิริ จาก บัลวี ศูนย์ธรรมชาติบำบัด กล่าวว่า วิธีการรักษาอาการปวดประจำเดือนด้วยธรรมชาติบำบัดนั้น คือการเริ่มต้นปรับเปลี่ยนอาหาร ตลอดจนปรับเปลี่ยนกิจกรรมในชีวิตประจำวัน โดยการออกกำลังกายให้มากขึ้นเพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลกับจิตใจ หรือการล้างพิษเพื่อกำจัดฮอร์โมนส่วนเกินออกไป ก็จะทำให้อาการปวดประจำเดือนหายไปได้ โดยสามารถทำได้หลายวิธี เช่นวิธีแรกคือ การรับประทานอาหารที่มีไขมันน้อย รับประทานข้าวกล้องรวมทั้งผักและผลไม้สดทุกวัน โดยรับประทานให้มีปริมาณมากพอเท่ากับ 5 ส่วนอาหาร และที่สำคัญควรงดนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว และเนื้อสัตว์ใหญ่เช่น หมู ไก่ เนื่องจากในปัจจุบันเนื้อสัตว์เหล่านี้ถูกเลี้ยงโดยสารเร่งการเจริญเติบโต เมื่อสารเหล่านี้เข้าไปสู่ร่างกายก็จะส่งผลให้ฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือนในผู้หญิงเพิ่มมากขึ้น



วิธีที่ 2 คือการอดอาหารล้างพิษ ในกรณีนี้คุณหมอแนะนำว่าทุก 2 สัปดาห์ให้ทำ 1 วัน และภายใน 1 วันนั้นต้องงดเนื้อสัตว์ งดข้าว รับประทานเฉพาะผลไม้ชนิดเดียวตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงเย็น เช่นมะละกอ ฝรั่ง หรือแอปเปิล ที่สำคัญห้ามรับประทานผลไม้สลับกันไปมา จากนั้นในช่วงเย็นให้รับประทานกาแฟเข้าไป เพื่อทำให้ตับสลายของเสียออกมาทางท่อน้ำดี พร้อมกันนี้ คุณหมอยังกล่าวว่า หากอดทุกๆ 2 สัปดาห์ไปเรื่อยๆ ความสมดุลในร่างกายก็จะกลับคืนมาโดยเร็ว อาการปวดประจำเดือนก็จะหายไปในที่สุด



วิธีที่ 3 คือการรับประทานวิตามินและอาหารเสริม โดยใช้กรดแกมมาไลโนเลนิก หรือ EPO หรือน้ำมันบอเรจ, น้ำ มันแบล็กเคอร์แรนต์ วันละ 2 กรัม เพื่อให้ร่างกายใช้เป็นวัตถุดิบในการสร้างโพรสตาแกลนดินอี 1 (ฮอร์โมนที่ลดอาการปวด) แต่การเปลี่ยนกรดไขมันจำเป็นให้เป็นโพรสตาแกลนดินนั้นเป็นสิ่งที่ค่อนข้าง ยาก ดังนั้น จึงจำเป็นต้องงดของแสลง ที่จะห้ามกระบวนการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนนี้ เช่น ชา กาแฟ นมวัว เหล้า บุหรี่ รวมทั้งความเครียด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างโพรสตาแกลนดิน



วิธีที่ 4 คือการออกกำลังกาย เช่นการเดินเร็ว ปั่นจักรยาน เต้นแอโรบิก เพื่อเรียกฮอร์โมนเอนดอร์ฟีนซึ่งช่วยให้สบายเนื้อตัว และช่วยระบายความเครียดออกจากจิตใจ ก็จะทำให้เกิดความสม่ำเสมอ หลังจากนั้นน้ำหนักตัวก็จะลดลง ฮอร์โมนก็จะคืนสู่สมดุลเร็วขึ้น นอกจากการออกกำลังกายแล้ว การเล่นโยคะท่าต่างๆ เช่น ท่าสุริยะนมัสการ ท่างูเห่า ท่าคันไถ ท่านั่งทับส้น ท่านั่งยองเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อและอวัยวะในช่องเชิงกราน ฯลฯ ก็สามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้เช่นกัน



วิธีที่ 5 คือการใช้วิธีต่อสู้แบบล้านนาหรือที่เรียกว่า "เจิงสุขภาพ" ซึ่งเป็นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อแขน ไหล่ หลัง เอว สะโพก และกล้ามเนื้อขาอย่างคล่องแคล่ว ทำให้กล้ามเนื้อเกือบทุกมัดในร่างกายแข็งแรง ในขณะที่เส้นใยของกล้ามเนื้อคลายตัวลง หวังผลในการลดการบวมของกล้ามเนื้อในช่องเชิงกรานและส่วนหลัง ในขณะที่คลายความเครียดไปพร้อมๆ กัน เพื่อลดอาการปวดประจำเดือน ซึ่งวิธีนี้เหมาะสำหรับผู้ที่ทำงานนั่งโต๊ะทั้งวัน



นอก จาก 5 วิธีที่ได้แนะนำมาแล้วนั้น การฝังเข็ม ก็สามารถช่วยลดอาการปวดประจำเดือนได้เช่นกัน เพราะการฝังเข็มนั้นสามารถช่วยปรับฮอร์โมนให้เข้าสู่ความสมดุล และลดการบีบตัวของมดลูก ทำให้หายปวดได้ทันทีหลังการรักษา และวิธีสุดท้ายคือ การใช้รัตนชาติบำบัด หรือเรียกว่า blood stone โดยนำหินหยดเลือด (มีสีเขียวแต้มด้วยสีแดง) มาวางบนหน้าท้อง แล้วอาการปวดประจำเดือนก็จะหายไป



ขณะ ที่เรื่องของผลข้างเคียงนั้น คุณหมอกล่าวว่า สำหรับการรักษาด้วยวิธีธรรมชาติบำบัดนั้นไม่มีผลข้างเคียงแต่อย่างใด จะมีก็เพียงแค่รอยฟอกช้ำจากการฝังเข็มเท่านั้น และวิธีธรรมชาติบำบัดนี้ยังสามารถทำได้ด้วยตนเองไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินแต่ อย่างใด และที่สำคัญสามารถรักษาอาการปวดท้องประจำเดือนได้ 100% ถ้าหากเรารู้เท่าทันสาเหตุของโรค และปฏิบัติตามวิธีที่ได้กล่าวมาข้างต้น



ท้าย นี้ คุณหมอได้ฝากถึงผู้ที่มีอาการปวดประจำเดือนอยู่เป็นประจำว่า ถ้าหากปวดประจำเดือนสิ่งแรกที่ควรงดก็คือ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวรวมถึงชากาแฟ เพราะสิ่งเหล่านี้เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เกิดอาการปวดท้องประจำเดือน หรือถ้าหากอาการปวดยังไม่ทุเลาลงก็ควรไปพบแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุของโรค ที่แท้จริง เพื่อการรักษาที่ทันท่วงที

เป็น อย่างไรกันบ้างกับวิธีรักษาอาการปวดประจำเดือนที่นำมาเสนอในวันนี้ หวังว่าคงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งเพื่อช่วยลดอาการปวดประจำเดือนในผู้หญิงอย่าง เราๆ ได้เป็นอย่างดี




ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์


Create Date : 05 กันยายน 2553
Last Update : 5 กันยายน 2553 1:49:30 น. 0 comments
Counter : 212 Pageviews.
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.