setthee2010
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




เต็นท์ให้เช่า เต็นท์ผ้าใบทรงปิรามิด เต็นท์ผ้าใบทรงโค้ง เต็นท์ผ้าใบทรงจั่ว เต๊นท์ผ้าใบ เต้นท์ผ้าใบ เต็นท์ผ้าใบ





Group Blog
 
<<
กุมภาพันธ์ 2554
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728 
 
1 กุมภาพันธ์ 2554
 
All Blogs
 
Friends' blogs
[Add setthee2010's blog to your web]
Links
 

 
'อดนอนเรื้อรัง' ทำให้อ้วน

นัก วิทยาศาสตร์ค้นพบว่า การอดนอนอย่างต่อเนื่องไม่เพียงทำให้สมรรถนะ
ในการทำงานของคนเราตกต่ำลงเท่า นั้น แต่ยังทำให้อ้วนได้ด้วย โรคอ้วนไม่
ได้เกิดเพราะกินจุเกินไป หรือขาดการออกกำลังเสมอไป การนอนไม่พอก็
เป็นสาเหตุอย่างหนึ่งเช่นกัน

สาวนักร้องอย่างเจนนิเฟอร์ โลเปซ ดูอ่อนกว่าวัยตั้งสิบปีเพราะเธอ
นอนคืนละ 8 ชั่วโมง ดร.ชารัด ทาเฮรี แพทย์ด้านต่อมไร้ท่อและฮอร์โมน
มหาวิทยาลัยเบอร์มิงแฮมฮาร์ตแลนด์ ประเทศอังกฤษ ได้ศึกษาความ
สัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักตัวกับการนอนของคนเรา รวมทั้งอัตราการเผาผลาญ
พลังงาน พบว่า คนที่นอนคืนละไม่ถึง 7 ชั่วโมงมีแนวโน้มจะเป็นโรคอ้วน
คน ที่นอนคืนละไม่ถึง 4 ชั่วโมงมีแนวโน้มสูงถึง 73% ที่จะมีน้ำหนัก
ตัวมากเกิน และการนอนน้อยก็ทำให้กินจุเกินพิกัดไปถึงวันละ 900 แคลอรี
การกินเกินความพอดีเช่นนี้จะทำให้มีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นสัปดาห์ละเกือบ 1 กิโลกรัม
ผลวิจัยพบว่า แม้ผู้เข้าร่วมโครงการวิจัยไม่ได้มีปัญหาน้ำหนักตัวก่อน
เข้าร่วม แต่เมื่อนอนน้อยลงก็จะมีนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

"การอด นอนจะส่งผลกระตุ้นฮอร์โมนที่ควบคุมความอยากอาหาร
การนอนน้อยทำให้มีฮอร์โมนกรีลีนเพิ่มขึ้นซึ่งฮอร์โมนตัวนี้ทำให้รู้สึกอยาก
อาหาร และจะมีฮอร์โมนเลปตินน้อยลงซึ่งตัวนี้จะคอยบอกกับร่างกายว่าเรา
กินอิ่มแล้ว" คุณหมอบอก

ปัญหานี้มีแนวโน้มจะขยายตัวในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ช่วงเวลาการ
นอนโดยเฉลี่ยของคนเราได้ลดจาก 9 ชั่วโมงเหลือ 7 ชั่วโมง


ผล สำรวจของรายการไวทอลิตี้โชว์ เผยว่า มีผู้ใหญ่แค่ 19% ที่ได้
นอนคืนละ 8 ชั่วโมง และพบว่า 16% ได้นอนคืนละไม่ถึง 6 ชั่วโมง คนทั่วไป
กว่าครึ่งรู้สึกอ่อนล้าเวลาทำงานกระทั่งอยากกลับบ้าน ขณะที่ผู้หญิงในวัย
30 บอกว่าตัวเองรู้สึก "ล้าตลอดเวลา"

ผู้ เชี่ยวชาญยังบอกด้วยว่า การอดนอนเป็นครั้งคราวอย่างมากก็ทำ
ให้สัปหงก แต่การอดนอนเรื้อรังนั้นส่งผลร้ายต่อสุขภาพได้ เช่น มีความเสี่ยง
มากขึ้นที่จะเป็นโรคเบาหวานและโรคหัวใจ ขณะที่พบหลักฐานมากขึ้นเรื่อยๆ
ว่า การนอนน้อยส่งผลต่อระดับฮอร์โมน คณะนักวิจัยของ ดร.ทาเฮรีกำลัง
ศึกษาปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการอดนอนและการมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น

ตัวอย่าง เช่น ยิ่งเราตื่นอยู่นานเราก็ยังมีเวลามากขึ้นที่จะกิน และโรค
อ้วนก็ทำให้หลับๆ ตื่นๆ น้ำหนักตัวทำให้มีอาการหยุดหายใจชั่วระยะและ
นอนกรน ซึ่งอาจทำให้รู้สึกตัวตื่นในตอนกลางคืน

ในการทดลองอย่างไม่เป็นทางการของนิตยสารฉบับหนึ่งในสหรัฐ
นายแพทย์ไมเคิล เบรอุส ได้ขอให้อาสาสมัครหญิงกลุ่มหนึ่งกินและออก
กำลังกายตามปกติ แต่ขอให้นอนคืนละ 7 ชั่วโมงครึ่ง ผลการทดลองสร้าง
ความประหลาดใจ เพราะผู้หญิงเหล่านั้นมีน้ำหนักตัวลดลงตั้งแต่ 1.3 กก. ไปจนถึง 6.8 กก.
ล่าสุด งานวิจัยในสหรัฐโครงการหนึ่งได้ศึกษาว่า ถ้าคนเรานอนนาน
ขึ้นจะส่งผลต่อน้ำหนักตัวอย่างไร เพื่อหาทางป้องกันโรคอ้วนซึ่งพบความ
เกี่ยวพันระหว่างการอดนอนกับการอ้วนขึ้น ในทุกประเทศที่ศึกษารวมทั้งใน
ญี่ปุ่น คุณหมอทาเฮรีแนะนำว่า คนเราควรนอนหลับสนิทคืนละ 7-8 ชั่วโมง

ยานอนหลับ

ในปี 2552 กระทรวงสาธารณสุขอังกฤษหมดเงินราว 1,800 ล้าน
บาทไปกับการจ่ายยานอนหลับซึ่งเพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า

วิถีชีวิตและหน้าที่การงานในยุคใหม่ได้ทำให้เราได้นอนน้อยลง
ผู้คนหนึ่งในสามมีอาการเครียดกับงานจนนอนไม่หลับ แอลกอฮอล์ทำให้
หลับๆ ตื่นๆ คนสมัยก่อนสอนว่า คนเป็นแม่ควรนอนในตอนที่ลูกหลับ แต่คุณ
แม่ที่ต้องทำงานไม่อาจทำอย่างนั้นได้อีกแล้ว เราต้องตื่นกันตั้งแต่หกโมงเช้า

คุณหมอทาเฮรีแนะนำคนที่มีปัญหาการนอนว่า ไม่ควรกินกาแฟหลัง
6 โมงเย็นเป็นต้นไป อย่าออกกำลังกายก่อนเข้านอน อย่าดื่มเกินขนาด การ
นอนดูทีวีก็ทำให้อ้วนได้เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสที่จะนอนหลับๆ ตื่นๆ

ดร.ปีเตอร์ เวนน์ แห่งศูนย์การนอนหลับผิดปกติอีสต์กรินสเตด บอก
ว่า ภาวะนอนไม่หลับนั้นเป็นเรื่องของภาระปลุกเร้าอย่างสูงภายในสมอง มัก
เกิดจากความวิตกกังวล ซึ่งแพทย์มักสอนเทคนิคการผ่อนคลายต่างๆ ให้แก่
คนไข้ เช่น เปลี่ยนฟูกนอนใหม่ เล่นโยคะ และกินยานอนหลับ

แต่ ผู้หญิงหลายคนไม่ได้นอนหลับอย่างที่ต้องการ จำนวนไม่น้อย
ต้องไปนอนร่วมเตียงกับลูกน้อยที่ชอบร้องโยเยเวลาดึก หรือต้องนอนเคียง
ข้างกับสามีที่กรนดังสนั่น


ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์




Create Date : 01 กุมภาพันธ์ 2554
Last Update : 1 กุมภาพันธ์ 2554 18:25:18 น. 0 comments
Counter : 114 Pageviews.
 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.