space
space
space
<<
มกราคม 2562
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
2728293031 
space
space
27 มกราคม 2562
space
space
space

เรียนดนตรีเมื่อใดดี??


โดยธรรมดาในเด็กธรรมดาจะมีความรู้และมีความเข้าใจสนองตอบต่อเสียงแล้วก็จังหวะต้นแบบต่างๆโดยธรรมชาติอยู่แล้วมองเห็นได้จากการโยกตัว ปรบมือ หรือเคาะมือตามเสียงดนตรี การให้เด็กฟังเพลงที่มีคุณภาพดีๆเสมอๆตั้งแต่เป็นเด็กแรกคลอดทำให้เด็กมีรสนิยมทางดนตรีที่ดี ซึ่งการฟังเสมอๆเป็นเรื่องสำคัญต่อความจำจากการได้ยินรวมทั้งสิ่งที่ต้องการบันไดขั้นต้นที่ทำให้เด็กศึกษาประเด็นต่างๆได้ในเวลาถัดมา

จากการวิจัยเรื่องความก้าวหน้าของความรู้ความเข้าใจทางคนตรีพวกเราพบว่าเด็กแต่ละตอนวัยมีความก้าวหน้าทางดนตรีขึ้นกับวัย ด้วยเหตุว่าสมรรถนะทางสมอง ร่างกายประสบการณ์ อื่นๆอีกมากมาย มีการแบ่งช่วงอายุโดยประมาณที่จะเห็นได้ชัดว่า เด็กแต่ละตอนวัยแตกต่างเป็นถ้าเกิดเข้าใจในเรื่องความก้าวหน้าทางดนตรีของเด็กแต่ละตอนวัยก็สามารถที่จะช่วยให้เตรียมพร้อมให้ลูกเรียนดนตรีก้าวหน้าขึ้น

การที่เด็กจะเรียนดนตรีได้จะต้องมีความพร้อมเพรียงทางวิวัฒนาการหลายด้านที่ชมรมกับความรู้ความเข้าใจทางการเรียนดนตรีของเด็กเป็นต้นว่า มือควรมีความแข็งแรงพอที่จะจับอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีได้ถนัด เด็กตัวเล็กๆๆบางทีอาจไม่สามารถที่จะเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ใช้ประสาทสัมผัสนานัปการดังเช่นว่าเด็กโตได้บางทีอาจใช้อุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่ใช้การเคาะ การตีได้ดีมากว่าอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีที่จำต้องให้กล้ามหลากหลายประเภทอาทิเช่น เปียโน ฮาร์ป ฯลฯ สิ่งจำเป็นเยอะที่สุดในเด็กแรกเกิดเป็นความรู้ความเข้าใจทางความจำเสียงอีกทั้งจังหวะ ทำนอง โทนเสียง ให้มากพอที่เขาจะสามารถที่จะแบ่งแยกเสียงที่ฟังว่ามีความต่างกันเช่นไร

เด็ก 0-4 ขวบ : วัยสร้างความรักทางดนตรี

เด็กอายุ 2 ขวบ สามารถขับร้องเป็นท่อนสั้นๆบางทีอาจไม่ถูกเสียง ครูสอนร้องเพลง พอเพียง 3 ขวบ ก็บางทีอาจร้องได้ทั้งปวงลง 4 ขวบ ก็ร้องถูกจังหวะจะโคน ทั้งยังเนื้อร้องทำนองแม้กระนั้นก็ยังไม่สามารถที่จะทำเสียงตามดนตรีได้ ถึงแม้โดยธรรมดาเด็กจะทำเป็นคล้ายกันเนื่องจากว่าเด็กทุกคนมีดนตรีในหัวใจเป็นทุนอยู่แล้ว แต่ว่าเด็กที่ให้ความสนใจ หรือมีพรสวรรค์ทางดนตรีก็จะแสดงออกถึงความพึงพอใจในเสียงไม่ถูกกับเด็กวัยเดียวกัน และก็สามารถจำและก็ปฏิบัติตามอีกทั้งทำนองเพลงจังหวะได้อย่างแม่นยำถูกต้องแม่นยำ เด็กวัยนี้เป็นวัยสำคัญของการเล่าเรียนดนตรี เป็นวัยที่ให้มีการฟังดนตรีมากมายๆเรียกว่าเป็น“วัยสร้างความรักทางดนตรี” เนื่องจากความเชี่ยวชาญเป็นสิ่งที่ตามมาจากความรักต้องการให้ลูกเรียนดนตรีได้ประสิทธิภาพที่ดีจำต้องให้เขากำเนิดความรักก่อนเป็นทุน เด็กบางบุคคลที่แสดงออกว่าต้องการเรียนที่จะเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีบางสิ่งบางอย่างก็สามารถเริ่มเรียนได้แล้ว

เด็ก 5-6 ขวบ : วัยฉายแววนักแสดงคนเดียว

สามารถแสดงความเจริญก้าวหน้าทางดนตรีอย่างแจ่มแจ้งไม่ถูกไปจากวัยต้นๆเด็กทั่วๆไปสามารถศึกษาที่จะเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีกล้วยๆส่วนเด็กที่มีแววในวัยนี้บางทีอาจส่อแววแน่ชัดขึ้นว่าจะเป็น“นักแสดงโดดเดี่ยว” ได้แน่ชัดกว่าวัย0-4 ขวบ

เด็ก 7-11 ขวบ : วัยร้องเล่น เต้น ครบถ้วนบริบูรณ์

เป็นช่วงๆซึ่งสามารถที่ปรับปรุงทางดนตรีได้มากกว่าวัยต้นๆเพราะเหตุว่าความเจริญทางร่างกายพร้อมที่จะเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีได้นานาประการแบบอย่างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆแม้ให้ฝึกหัดเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีในตอนวัยนี้เด็กทุกคนสามารถเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีดูเหมือนจะทุกอย่างได้แล้วก็เด็กที่มีความเป็นดีเลิศทางดนตรี จะฉายแววแจ่มกระจ่างสำหรับการร้อง หรือเล่นดนตรีได้ดีมากยิ่งกว่าเด็กวัยเดียวกันบางบุคคลที่เก่งมากมายๆสามารถเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีได้ดิบได้ดีเท่าเด็กโต หรือคนแก่ในระยะตอนวัยนี้ เด็กจะแสดงออกถึงความรู้ความเข้าใจแทบเต็มแบบอย่าง เรียกว่า อีกทั้งฟังทั้งยังร้องทั้งยังเต้นบางบุคคลเจริญก้าวหน้าถึงขั้นเขียนเนื้อเพลงกล้วยๆได้แล้วร้องไปตามใจต้องการ

เด็กข้างหลัง 11 ขวบวัยนี้เป็นวัยสำคัญ แม้เด็กบางบุคคลยังไม่เคยศึกษาการเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรี ควรจะเปิดโอกาสเด็กได้เรียนก่อนจะเรียนได้ยากเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากว่าวัยก่อน 7 ขวบ เป็นวัยที่สมองส่วนที่ศึกษาเกี่ยวกับเสียงและก็การได้ยินดำเนินงานยอดเยี่ยมแม้ปลดปล่อยให้เรียนข้างหลัง 11-12 ขวบ จะทำความเข้าใจไม่เร็วเท่าเด็กที่เล็กมากยิ่งกว่า

ส่วนเด็กบางบุคคลที่มีแววเป็นนักเล่นดนตรีก็บางทีอาจเกลียดเรียนวิชาอื่นเพราะเหตุว่าต้องการแต่ว่าจะใช้เวลาอยู่กับการดีด สีตี เป่า คะแนนเกรดบางทีอาจไม่ดี อาจะถูก “กัก” อยู่กับคุณครูที่จะต้อง“ซ่อมแซม” เลขบ้าง ไวยากรณ์ภาษาบ้างอื่นๆอีกมากมาย เพราะว่ากิจกรรมในสถานที่เรียนเริ่มเต็มมือ สิ่งแวดล้อมอีกทั้งบ้านและก็สถานศึกษาและความรู้ความเข้าใจของบิดามารดา ที่จะช่วยเหลือลูกไหม เป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนาความเป็นอัจฉริยะของเด็กเหล่านี้ให้เด่นหรือบางทีอาจตกหายไปตัวอย่างเช่นที่เกิดกับเด็กเยอะมาก

นอกจากนั้นยังมีเรื่องมีราวที่โชคร้ายว่าแนวทางสอนดนตรีชอบเน้นย้ำความชำนาญ มากยิ่งกว่าการปูพื้นเรื่องสุนทรียภาพทางดนตรี การคิดการจินตนาการโดยใช้ดนตรี การฝึกฝนส่วนมากก็เลยเน้นย้ำ การตะโกนได้ จำโน้ต เล่นตามโน้ตได้ซึ่งการสอนในลักษณะแบบนี้ จะมีผลให้เด็กแทนที่จะได้ปรับปรุงความสุนทรียภาพทางดนตรีทางสมองส่วนขวากลายเป็นมาปรับปรุงสมองส่วนซ้ายราวกับการฝึกหัดอ่านฝึกหัดเขียน หัวเด็กไทยเลยเอียงซ้ายฝ่อขวา ทำให้เด็กไม่เก่งซักเท่าไหร่จะเป็น

ด้วยเหตุนั้นการเริ่มเรียนดนตรีน่าจะเริ่มตั้งแต่วัยทารกด้วยการให้เด็กฟังเพลงดีๆให้ฟังมากมายๆใช้ดนตรีเป็นสื่อภาษาแบบหนึ่งได้แก่ จังหวะช้า จังหวะเร็ว เสียงสูงเสียงต่ำ ก็ทำให้เด็กมีการสนองตอบแตกต่าง เมื่อเขาเคยชินกับความหมายทางดนตรีแล้วการศึกษาก็จะง่ายมากยิ่งขึ้นรวมทั้งควรจะฝึกฝนการเล่นอุปกรณ์สำหรับเล่นดนตรีให้เหมาะสมกับวัย กับความพึงพอใจ แล้วก็สอดคล้องกับวิวัฒนาการแต่ละตอนวัยของเด็กแต่ละคนดังกล่าวมาแล้วข้างต้น




Create Date : 27 มกราคม 2562
Last Update : 27 มกราคม 2562 16:28:53 น. 0 comments
Counter : 74 Pageviews.
(โหวต blog นี้) 

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
space

สมาชิกหมายเลข 4845197
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]






space
space
[Add สมาชิกหมายเลข 4845197's blog to your web]
space
space
space
space
space