Group Blog
 
 
สิงหาคม 2554
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
28 สิงหาคม 2554
 
All Blogs
 
Backstage Pass: Sinners on Tour

เดือนนี้มีรายได้มากกว่าปกติประมาณหนึ่ง
แต่เมื่อมีรายรับ มันก็ต้องมีรายจ่าย เราก็เลยจ่ายไปซะเยอะเลยเดือนนี้ ทั้งตั๋วคอนเสิร์ต (คงรู้นะ ช่วงนี้เค้าฮิตไรกัน 555) ค่าเครื่องบิน ค่าดีวีดี และก็ ... ค่าหนังสือ

เดือนนี้เราซื้อหนังสือไปประมาณ 12 เล่มนี้ เกินจากที่ตั้งงบไว้เยอะมาก
ในจำนวน 12 เล่มนี้ มีรีวิวแน่นอนค่ะ แต่มีเล่มหนึ่งที่ไม่ได้อยู่ในงบ แต่มาแรงแซงทางโค้งมาก จนต้องขอเขียนหน่อย เพราะมันสนุกจริงๆ นั่นก็คือ หนังสือชื่อ Backstage Pass ของ โอลิเวีย คันนิ่ง (Olivia Cunning) ค่ะ

Photobucket

โดยปกติเราไม่อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเท่าไร ไม่ค่อยอ่านหนังสือแปลด้วย เพราะเราจำชื่อคนยาก ไม่ชอบหนังสือแบบเป็นซีรีส์ (เพื่อนตะแง้วให้อ่านซาเร็คอยู่ ยังไม่ได้อ่านเลย) ไม่ชอบแบบย้อนยุค เพราะจินตนาการไม่ออก ชอบแนวฆาตกรรมอำพราง ลึกลับๆ สืบสวนหน่อยๆ แต่มาเจอเล่มนี้เข้าไป ติดหนึบหนับเลยค่ะ อ่านวันกว่าๆก็จบแล้ว (เป็นวันทำงานด้วยนะ 555 อ่านตอนว่างๆ พักเบรก)

Backstage Pass เป็นหนังสือในแนวที่เราไม่คิดจะอ่านเลยด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นอีโรติกโรมานซ์ของฝรั่ง แต่พอดีเราเข้าไปอ่านบล็อกคุณแมกซ์ (//maxtreme.exteen.com) แล้วเห็นรีวิวหนังสือเล่มนี้ พร้อมกับคะแนนที่สูงลิบลิ่ว เอาล่ะ ชักสนใจขึ้นมานิดๆแล้ว พอเข้าไปอ่านรีวิวในอเมซอน มีคนให้ห้าดาวเกินกว่า 50 คน คราวนี้ความสนใจเราพุ่งทะลุจุดเดือด เลยต้องไปหามาอ่านบ้างค่ะ แล้วมันก็สนุกสมคำรีวิวจริงๆ วางไม่ลงเลยอ่ะ แต่ถึงแม้เราจะเคยอ่านโรมานซ์ของไทยมาบ้าง (ถ้าจะเรียกหนังสือที่วางขายเกินร้อยละ 70 ของชั้นนิยายในสมัยนี้ว่าอย่างนั้นนะคะ) พอมาเจอของฝรั่งเราก็ อู้ว อ้าวววว เขาทำถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย เรียกว่าตื่นตะลึงไปพอควร

เนื้อเรื่องในเล่มนี้เกี่ยวกับอาจารย์ทางด้าน Human Sexuality (เราแปลไม่ออกเหมือนกัน จะใช้คำว่าสวยๆยังไงดี) ชื่อ ไมร์น่า (ชื่อแก่มาก...ก ซึ่งคนเขียนก็หยิบมาล้อในเรื่องหลายครั้งอยู่) เธอมาประชุมวิชาการ แล้วเจอกับวงร็อคชื่อ Sinners ในโรงแรม ซึ่งเธอชอบวงร็อควงนี้อยู่แล้ว ก็เลยเข้าไปนั่งคุยด้วย ก่อนจะบอกลาทุกๆคนในวง ยกเว้นไบรอัน มือกีต้าร์ระดับเทพ แถมทำเก๋ด้วยการกระซิบบอกเลขห้องเขาไปอีก ไบรอันก็เลยกระหยิ่มยิ้มย่องว่า เสร็จตูแน่ คืนนี้ ... ก็เสร็จจริงๆค่ะ แต่กว่าจะเสร็จ เล่นเอาไบรอันตกตะลึงกับการกระทำของไมร์น่าไปเรียบร้อย (อ่านถึงตรงนี้ก็ขำไปแล้วหนึ่งยก)

พวกเขาต่างคลั่งไคล้กันและกันมาก แต่ไมร์น่าก็จำเป็นต้องโบกมือลาไบรอันเพราะคิดว่าไม่น่าจะไปกันรอด ชีวิตเดินกันคนละเส้นทางเกินไป อีกอย่างเธอก็มีความหลังฝังใจเกี่ยวกับความรักอยู่ แถมเขายังเด็กกว่าเธอตั้ง 7 ปี เล่นเอาไบรอันเหี่ยวเฉาเลยล่ะ แต่ด้วยความช่วยเหลือของเพื่อน เขาก็ได้เบอร์โทรศัพท์ของเธอมา ชักชวนให้สาวเจ้าบินมาหาเขา ไมร์น่าคิดถึงไบรอันอยู่แล้ว ก็เลยตอบตกลง พร้อมกับคิดว่าเป็นโอกาสอันดี เพราะเธอได้รับทุนวิจัยมา ซึ่งเธอคิดว่าจะทำงานวิจัยเกี่ยวกับ กรุ๊ปปี้ และก็จะใช้ช่วงเวลานี้แหละ เก็บตัวอย่างงานวิจัยของเธอไปด้วย ไมร์น่าจึงได้เริ่มออกเดินทางไปทัวร์กับวง แล้วก็ค่อยๆสร้างความสัมพันธ์ระหว่างไบรอันขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้มันอาจจะเป็นความรักที่เธอคิดวิ่งหนีมาตลอดจริงๆก็ได้นะ

สนุกมาก สนุกสุดๆ คือคำจำกัดความของเรื่องนี้ เราว่าคนเขียนเข้าใจตัวละครของเธอดีมากๆ เธอทำให้เรารู้สึกว่าทุกคนในเรื่องนี้มีตัวตนจริงๆ ไม่เฉพาะแค่สมาชิกวง Sinners แต่รวมถึงทีมงาน สาวๆกรุ๊ปปี้ มันดูจับต้องได้ คำพูดของทุกคนไหลลื่นสุดๆ การกระทำก็มีเหตุมีผล แบบที่วงร็อคเขาน่าจะทำกันล่ะนะ ไม่มีก็แค่เรื่องยาเสพติด ที่เด็ดคือ มุขตลกในเรื่องซึ่งถูกจริตเรามาก เราชอบพวกคำพูดเสียดสี ประชดประชัน แดกดัน หรือเอาฮาในเรื่องนี้มากๆ อย่างตอนที่ไมร์น่าหมั่นไส้พ่อของไบรอัน เธอบ่นอยากเตะเขาทุกครั้งที่เขาพูดเลยล่ะ หรือตอนที่สมาชิกในวงแซวเซด (นักร้องนำ) เกี่ยวกับแฟนเพลงวัยสิบสามของเขา มันทำให้เราขำ จนบางครั้งก็อดคิดไม่ได้ว่า นี่มันนิยายตลกหรือเปล่าเนี่ย อ่านไปขำไป หัวเราะกิ๊กกั๊กมีความสุข

มันจะไม่สุขก็ตอนถึงบทฟีทเจอริ่งนี่แหละ เราเข้าใจแล้วที่เขาบอกว่า มันจะโลดโผนเล็กน้อยนั้นเป็นอย่างไร ฉากแบบนั้นจะมีประมาณ 4-5 บทค่ะ ก็รับได้ ยกเว้นก่อนบทสุดท้าย ที่ทำเอาเราช็อคไปแล้ว ประมาณว่า อะไรมันจะขนาดน้าน...น แต่เราถือว่าที่ใส่มานี่ขับเคลื่อนเรื่องให้ดำเนินไปอยู่นะ ไม่ได้ใส่มาเอามันส์อะไร เพราะฉากนี้ทำให้เรารู้ความลับเกี่ยวกับตัวละครตัวหนึ่งในเรื่องซึ่งทำเอาไมร์น่าช็อค (คนอ่านก็ช็อคด้วย) แต่ก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพระเอกนางเอกแนบแน่นยิ่งขึ้น เพราะพวกเขาซื่อสัตย์ และกล้าที่จะเปิดเผยความลับ (ที่น่าจะลืมๆมันไปซะ) ให้กันฟังด้วย อีกอย่างหนึ่ง เราว่าประเด็นอันนี้น่าจะถูกเปิดปมในเล่มที่ตัวละครตัวนี้เป็นพระเอกล่ะค่ะ

ที่พูดอย่างนั้นเพราะ โอลิเวีย วางแผนที่จะทำหนังสือเล่มนี้เป็นซีรีส์ ให้สมาชิกวงแต่ละคนเป็นพระเอก ตอนนี้นอกจากไบรอัน ที่เป็นพระเอกในเล่มแรกแล้ว ก็มี เซด นักร้องนำของวง เป็นพระเอกในเล่มที่สอง แน่นอนว่าเรากำลังอ่านอยู่ค่ะ แต่สปีดตกลงไปจากเดิมแล้วเนื่องจากสมองดับ (อาการคล้ายๆหูดับยามฟังภาษาอังกฤษมากๆ) เลยต้องพักยกก่อน หันไปทำบทความ (ซึ่งก็มีภาษาอังกฤษอยู่) ก่อน ส่วนอีกสามคนที่เหลือ จะออกวางขายในปีหน้า คนที่เราอยากอ่านที่สุดคือ เอริค มือกลองของวง เอริคเป็นผู้ชายที่บ้าบอมาก คำพูดดูแปลกๆ ไม่เกรงใจใคร แล้วก็ทำอะไรไม่เคยเกรงใจคนอื่นด้วย แต่ทุกคำพูดของเอริคนี่เล่นเอาฮาตลอด โดยส่วนตัวชอบผู้ชายตีกลองอยู่แล้วด้วย เราเลยตั้งหน้าตั้งตารอเล่มเอริคเป็นพิเศษค่ะ (แต่เห็นในเวบคนเขียนแล้ว เอริคออกมาตั้งเล่มสี่แหละ แงงง)

สำหรับไบรอัน พระเอกของเรื่องนี้ ดูจะเป็นคนปกติธรรมดาที่สุดในวงแล้วล่ะ ไบรอันเป็นผู้ชายที่มีแฟนมาเยอะแยะ แต่เขาก็ไม่เคยขอใครแต่งงาน พอมาปลงใจรักกับไมร์น่า เขาก็ไม่รีรอที่จะทุ่มเท แต่กับเป็นเธอที่วิ่งหนีหายเพราะความฝังใจ ในขณะเดียวกัน ไบรอันก็เป็นผู้ชายหึงโหดอยู่นะ เพราะว่าแฟนเก่าๆของเขามักจะไปหลงลมคำพูดของเซดเสมอ จนต้องเลิกรากันไป ไมร์น่าไม่เคยหลงเซด แต่ไบรอันก็อดของขึ้นไม่ได้เวลาเห็นเซดแตะเนื้อต้องตัวไมร์น่า ไมร์น่าก็มีโกรธไบรอันบ้าง แต่ก็ไม่นาน เพราะเธอถือคติว่า เธอจะไม่โกรธคนที่เธอรักนาน แป๊บเดียวก็ดีกันแล้วล่ะคู่นี้ สมาชิกคนอื่นๆในวงเรียกไมร์น่าว่าเป็นเทพธิดาแห่งเสียงเพลงของไบรอัน เพราะเวลาฟีทเจอริ่งกันทีไร ไบรอันจะได้ยินเมโลดี้อยู่ในหัว จนต้องจดลงกระดาษโน้ต ได้เพลงใหม่ๆให้วงอยู่ทุกที (ฉากฟีทเจอริ่งครั้งแรกเล่นเอาฮาตอนอิตาไบรอันได้ยินเมโลดี้นี่แหละค่ะ) แต่อ่านไปอ่านมา เราว่า ไมร์น่าเป็นเทพธิดาให้กับทุกคนในวงเลยมากกว่า เธอเข้าอกเข้าใจพวกเขา ชี้แนะ ชักชวน ให้พวกเขาทำในสิ่งที่ถูกที่ควร และด้วยความที่เรียนมาด้านจิตวิทยา เธอเลยอดที่จะยุ่งในทุกๆปัญหาของพวกเขาไม่ได้ (ฮ่าๆ) เธอทำให้รถบัสที่โสโครก เต็มไปด้วยเชื้อโรคกลายเป็นสถานที่น่าอยู่ขึ้นมาทันตาเห็น ทำอาหารก็เก่งด้วย อย่างนี้ใครๆจะไม่รักได้ยังไงกันล่ะ จริงมั้ย ?

เราคิดว่าไม่เสียใจที่ได้อ่านเรื่องนี้ค่ะ แม้บางบทเราจะรับไม่ค่อยได้ แต่ถ้าไม่ใส่ใจในรสนิยมของตัวละคร เราก็จะพบนิยายที่มีเรื่องราวความรัก และมิตรภาพ ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ทำให้เราชักจะอยากไปเป็นสาวกรุ๊ปปี้ให้กับวง Sinners ซะแล้วสิเนี่ย อยากฟังคนในวงถกเถียงและตบกะโหลกใส่กันทุกวัน

ปล. เข้าเวบคนเขียน และได้ลิงค์ไปยังเวบวง Sinners (ดังขนาดมีคนทำเวบให้น่ะ มีบทสัมภาษณ์ปลอมๆด้วยนะ)
ได้เห็นอิมเมจตัวละครแล้วกรี๊ดมาก หล่อกันทุกคนเลยล่ะ โดยเฉพาะไบรอัน ตาหวานเชี้ยบ
ส่วนเอริคของเรา หน้าหื่นมากค่ะ ขอบอก ฮ่าๆ

Photobucket

เรียงตามลำดับซ้ายไปขวา (ซึ่งหนังสือจะออกเรียงลำดับแบบนี้ด้วย)
ไบรอัน มือกีต้าร์
เซด นัำกร้องนำ
เจส มือเบส
เอริค มือกลอง
เทรย์ มือกีต้าร์





Create Date : 28 สิงหาคม 2554
Last Update : 28 สิงหาคม 2554 15:08:16 น. 2 comments
Counter : 1010 Pageviews.

 
ขออนุญาตถามค่ะ อยากทราบว่าซื้อหนังสือมาจากที่ไหนหรือคะ พอดีว่าเราอยากได้ ลองเข้าเว็ปAsia book แต่ไม่มี เลยคิดว่าอาจจะต้องสั่งมาจากเว็ปamazonรึเปล่าคะ


โดย: พัท IP: 1.10.218.104 วันที่: 10 กุมภาพันธ์ 2558 เวลา:6:16:28 น.  

 
เราสั่งจากอเมซอนค่า แบบคินเดิลก็มีนะคะ


โดย: ปลาทองแก้มยุ้ย วันที่: 9 พฤษภาคม 2558 เวลา:15:27:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 
รหัสส่งข้อความ
กรุณายืนยันรหัสส่งข้อความ

ปลาทองแก้มยุ้ย
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 4 คน [?]




เป็นผู้หญิง (แหงดิ) ที่มีความฝันมากมาย แต่ไม่เคยไขว่คว้ามันมา
จนถึงวันนี้ ชีวิตก้าวขึ้นเลข 2 รู้ตัวแล้วว่าเวลาไม่คอยท่า
เธอเลยคิดได้ว่า ถึงเวลาไล่คว้าความฝันแล้ว

คิดและกำลังลงมือทำ ...

หวังว่าวันแห่งความสำเร็จ คงจะมาในไม่ช้า
Friends' blogs
[Add ปลาทองแก้มยุ้ย's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.