รู้จักพระเยซูผ่านพระธรรม 1 ยอห์น
9 กันยายน 2012 คริสตจักรยะลา 1 ยอห์น 5:1 1ผู้ใดเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นพระคริสต์ผู้นั้นก็เกิดจากพระเจ้า และผู้ใดรักพระองค์ผู้ทรงให้กำเนิดผู้นั้นก็รักคนที่เกิดจากพระองค์ด้วย อธิษฐาน ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่ เราทั้งหลายขอบพระคุณพระองค์ที่ทรงสำแดงความรักแก่คนบาปโดยการให้พระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวเสด็จเข้ามาเพื่อชำระโทษความบาปแทนเราทั้งหลายขอบพระคุณที่ทรงอดกลั้นพระทัย และประทานพระคุณอันยิ่งใหญ่นี้แก่เราขอให้เราดำเนินชีวิตใกล้ชิดพระองค์และไม่ถูกล่อลวงให้หลงไป ให้ความจริงของพระองค์อยู่กับเราเสมอและให้เรายึดพระวจนะแห่งความจริงไว้เพื่อจะสามารถยืนหยัดรักษาความเชื่อไว้ให้มั่นคงในยุคแห่งการล่อลวงนี้ อีก 2 วันข้างหน้า ชาวยะลาจะมีซุปเปอร์มาร์เก็ตแห่งใหม่ให้ได้ไปเดินซื้อของแต่ก็เป็นวันเดียวกันกับการครบรอบเหตุการณ์ 911 ด้วย หวังว่าจะไม่มีของที่ระลึกเป็นพิเศษสำหรับชาวยะลาในวันนั้น เหตุการณ์การปักธงชาติมาเลเซียในพื้นที่3 จังหวัดชายแดนที่เกิดขึ้นเมื่อ 10วันก่อนแม้ว่าการปักธงดังกล่าวจะไม่ได้ทำให้พื้นที่นี้กลายไปเป็นพื้นที่ของประเทศมาเลเซียไปในทันทีแต่ก็แสดงให้เห็นว่าผู้ก่อการสามารถสำแดงตัวตนว่ายังมีผลงานเป็นที่ประจักษ์อาจเป็นแง่คิดให้กับการดำเนินชีวิตฝ่ายวิญญาณสำหรับคริสเตียนด้วย นั่นคือแม้เราจะไดัรับการไถ่ ออกมาจากการตกอยู่ในอำนาจของมารแล้วแต่เรายังคงปล่อยให้นิสัยบาปบางอย่างลอยนวลอยู่ จนกระทั่งมารซาตานสามารถลักลอบเข้ามาปักธงในชีวิตของเราหรือไม่หากเคยมีเหตุการณ์อย่างนั้น อย่าวางเฉย หรือปล่อยให้ลุกลามแต่จงยินยอมให้พระเจ้าเปลี่ยนนิสัยบาปเหล่านั้นเสีย เมื่อ 3-4 วันก่อน พี่น้องคงจะได้ทราบข่าวการเสียชีวิตของนาย ซังเมียงมูนซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งลัทธิมูน ลัทธินี้ถูกจัดว่าเป็นลัทธิเทียมเท็จและถูกขับไล่โดยสภาคริสตจักรประเทศเกาหลีเนื่องจากมีหลักคำสอนที่ไม่ถูกต้องตามพระวจนะของพระเจ้าเจ้าลัทธิท่านนี้เคยประกาศไว้ว่า เขาคือพระเยซูคริสต์ที่เสด็จกลับมาครั้งที่ 2 เหตุผลต่างๆที่เขาอ้างนั้นไม่สามารถอ้างอิงพระคัมภีร์ได้เลยและล้วนแล้วแต่ขัดแย้งกับพระคัมภีร์ทั้งสิ้น แต่ถึงกระนั้นลัทธินี้ก็มีอิทธิพลมากมีสมาชิกหลายล้านคนมีกิจกรรมที่โด่งดังไปทั่วโลกคือการจัดงานแต่งงานนานาชาติพร้อมๆกัน 30,000 คู่ โดยที่เจ้าลัทธิเป็นผู้จับคู่ให้ลัทธินี้เคยมาเปิดสาขาในประเทศไทยด้วย แต่ได้ถูกฟ้องร้องเนื่องจากผู้ปกครองเยาวชนจำนวนหนึ่งแจ้งความว่าได้ล่อลวงเยาวชนไปเข้าลัทธิซึ่งมีหลักคำสอนที่ขัดกับคำสอนอันดีงามในสังคมการตายของเจ้าลัทธิไม่ได้ทำให้ลัทธินี้สิ้นสุดลงเพราะเขาได้ส่งมอบให้บุตรชายคนสุดท้องทำหน้าที่เป็นหัวหน้าลัทธิต่อไป ตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีมานี้ เราได้ติดตามเรื่องราวจากพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่เพื่อทำความรู้จักกับพระเยซูคริสต์ วันนี้เรามาถึง จดหมายฝากของอัครทูตยอห์น จดหมายฝากของอัครทูตยอห์นนั้นมีอยู่ด้วยกัน 3 ฉบับ ถูกเขียนขึ้นในราวปี คศ. 85-90 โดยมีจุดมุ่งหมายไปถึงผู้เชื่อในคริสตจักรยุคแรกซึ่งถ้าพี่น้องสังเกตจะพบว่า บรรดาจดหมายฝากที่เราได้ผ่านมาแล้วนั้นมักจะต้องพูดถึงปัญหาเรื่องการสอนผิดที่แทรกแซงเข้ามาในคริสตจักรไม่ว่าจะเป็นคำสอนผิดในลักษณะของการพยายามดีงผู้เชื่อกลับไปสู่ธรรมบัญญัติหรือการสอนผิดในเรื่องการปฏิเสธสถานภาพของพระเยซูคริสต์หรือการสอนผิดโดยการนำเอาปรัชญาอื่นๆเข้ามาบิดเบือนหลักข้อเชื่อแห่งข่าวประเสริฐในจดหมายฝากของอัครทูตยอห์นก็เช่นกันอัครทูตยอห์นได้เน้นย้ำถึงหลักข้อเชื่อที่สำคัญเพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องหลงไปกับเรื่องราวของการสอนผิดที่เกิดขึ้นในยุคสมัยนั้น การสอนผิดที่แทรกเข้ามาในคริสตจักรยังคงเกิดขึ้นมาตลอดจนแม้กระทั่งในปัจจุบันจึงนับว่าจดหมายฝากทุกฉบับที่ปรากฏในพระคัมภีร์เป็นเหมือนกับยาฆ่าเชื้อที่พระเจ้าได้ทรงเตรียมไว้สำหรับคริสตจักรในทุกยุคทุกสมัยคริสตจักรใดที่ไม่สนใจการศึกษาพระคัมภีร์ คริสตจักรนั้นก็เข้าสู่ภาวะเสี่ยงต่อการถูกล่อลวงคริสเตียนคนใดไม่หิวกระหายพระวจนะของพระเจ้าก็เสี่ยงต่อการถูกล่อลวงจึงอยากขอเชิญชวนที่พี่น้องจะให้ความสนใจในการสร้างภูมิคุ้มกันในฝ่ายวิญญาณด้วยการเข้าร่วมกลุ่มสามัคคีธรรมของคริสตจักรในระหว่างสัปดาห์ด้วย 1ยอห์น 1:1-3 1ซึ่งมีตั้งแต่ปฐมกาล ซึ่งเราได้ยินซึ่งเราได้เห็นกับตา ซึ่งเราได้พินิจดูและจับต้องด้วยมือของเรานั้นเกี่ยวกับพระวาทะแห่งชีวิต 2(และชีวิตนั้นได้ปรากฏ และเราได้เห็น และเป็นพยานและประกาศชีวิตนิรันดร์นั้นแก่ท่านทั้งหลาย ชีวิตนั้นได้ดำรงอยู่กับพระบิดาและได้ปรากฏแก่เราทั้งหลาย) 3ซึ่งเราได้เห็นและได้ยินนั้นเราก็ได้ประกาศให้ท่านทั้งหลายรู้ด้วยเพื่อท่านทั้งหลายจะได้ร่วมสามัคคีธรรมกับเรา เราทั้งหลายก็ร่วมสามัคคีกับพระบิดาและกับพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ จดหมายฝากของอัครทูตยอห์นได้เริ่มต้นด้วยข้อความที่คล้ายกับการเริ่มต้นในพระกิตติคุณยอห์นนั้นคือการกล่าวถึงการทรงดำรงอยู่ของพระเยซูคริสต์ตั้งแต่การทรงสร้างสรรพสิ่งสิ่งนี้เป็นหนึ่งในหลักข้อเชื่อสำคัญ เพราะว่าสำหรับคริสเตียนแล้วเรารู้ว่าพระเยซูไม่ใช่เป็นเพียงมนุษย์ที่เป็นครูสอนศาสนาหรือที่เรียกกันว่าศาสดาของศาสนาคริสต์ แต่พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าและพระองค์ทรงดำรงอยู่แล้วก่อนที่สรรพสิ่งจะถูกสร้างขึ้นเรื่องราวในพระคัมภีร์เดิมหลายๆตอนผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าพระองค์ได้ทรงเสด็จมาดำเนินในโลกมนุษย์และทรงกระทำภาระกิจบางประการและในที่สุดพระองค์ได้ทรงเสด็จเข้ามาในโลกอีกครั้งเพื่อภาระกิจแห่งการรับโทษแทนคนบาปโดยทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์เมื่อประมาณ 2 พันปีที่แล้วในสภาพของเนื้อหนัง ในพระนามว่า เยซู หากพระเยซูในความเชื่อของพี่น้องเป็นเพียงศาสดาเป็นผู้สอนสิ่งที่ดีงาม เป็นผู้มีชีวิตน่าประทับใจ เป็นผู้มีอำนาจเหนือธรรมชาติแต่ยังไม่ได้ทรงเป็นพระเจ้า พี่น้องกำลังอยู่ในศาสนศาสตร์ที่ผิดเหมือนกับลัทธิเทียมเท็จหลายๆลัทธิที่ไม่ยอมรับพระเยซูในฐานะที่ทรงเป็นพระเจ้า ในวิชาสังคม ศาสนาและวัฒนธรรม ที่เด็กมัธยมทั่วประเทศไทยต้องเรียนนั้นได้มีการกล่าวถึงศาสนาคริสต์ด้วย และเนื้อหาก็ได้พูดถึงหลักคำสอนต่างๆของพระเยซูคริสต์อาจพูดถึงชีวประวัติของพระเยซู พิธีกรรม ประเพณี วันสำคัญทางศาสนา และอื่นๆมากมายแต่สิ่งสำคัญที่ไม่พูดถึงคือ พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าซึ่งทำให้ทั้งหมดที่เด็กๆได้เรียนรู้ไปนั้น เป็นสิ่งที่ไร้ความหมาย เช่นเดียวกันหากว่าคริสตจักรใดก็ตามสอนเรื่องราวต่างๆมากมาย แต่ไม่ยอมรับหรือไม่สอนว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าก็ไม่ต่างกับเรื่องราวในหนังสือแบบเรียนของนักเรียนมัธยมและสมาชิกของคริสตจักรท่านใดที่ไม่เคยรู้หรือไม่เคยเข้าใจว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าก็ไม่ต่างกับเด็กนักเรียนเหล่านั้นที่รู้จักเพียงแค่เรื่องราวของศาสนาคริสต์แต่ไม่ได้มีชีวิตของพระเยซูอยู่ภายใน 1 ยอห์น 1:7 7แต่ถ้าเราดำเนินอยู่ในความสว่างเหมือนอย่างพระองค์ทรงสถิตในความสว่าง เราก็ร่วมสามัคคีธรรมซึ่งกันและกัน และพระโลหิตของพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์ ก็ชำระเราทั้งหลายให้ปราศจากบาปทั้งสิ้น8ถ้าเราทั้งหลายจะว่าเราไม่มีบาปเราก็ลวงตนเอง และสัจจะไม่ได้อยู่ในเราเลย 9ถ้าเราสารภาพบาปของเรา พระองค์ทรงสัตย์ซื่อและเที่ยงธรรมก็จะทรงโปรดยกบาปของเรา และจะทรงชำระเราให้พ้นจากการอธรรมทั้งสิ้น หลักข้อเชื่อที่สำคัญอีกประการของข่าวประเสริฐของพระเยซูคือการที่พระองค์ได้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนพระโลหิตของพระองค์ที่ไหลออกจนสิ้นพระชนม์นั้นเป็นการชำระหนี้บาปแทนความผิดบาปของมนุษย์ที่พระองค์ได้ทรงสร้าง สำหรับคนทั่วไปอาจคิดว่าสิ่งสำคัญในศาสนาคริสต์คือคำสอนอันน่าประทับใจของพระเยซู ซึ่งนั่นก็ไม่ผิดแต่หากละเลยเรื่องราวการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนของพระเยซูไปแล้วก็เหมือนกับการกินซาลาเปาโดยโยนเนื้อข้างในทิ้งไป สิ่งที่กินก็ไม่เรียกว่าซาลาเปากลายเป็นเพียงหมั่นโถวเท่านั้น การละเลยเรื่องการชำระหนี้บาปบนไม้กางเขนไปศาสนาคริสต์ก็เหลือเพียงแค่คำสอนดีๆ ที่ไม่อาจปฏิบัติตามได้ เหมือนๆกับศาสนาอื่นๆ คริสเตียนมีความเชื่อในเรื่องของกฏแห่งกรรมเราเชื่อว่าการกระทำใดๆย่อมมีผลตอบแทน และการกระทำดี ไม่อาจชดเชยการกระทำชั่วได้ดังนั้นแม้ว่ามนุษย์จะสำนึกตัวได้ว่าได้กระทำบาปไปแล้ว และจะพยายามทำความดีทดแทนก็ไม่สามารถชดเชยได้ เช่นเดียวกับที่เราไม่ฝ่าไฟแดงเมื่อวาน จะนับเป็นความดีเพื่อไปลดหย่อนโทษในความผิดเรื่องการขับรถเร็วเกินพิกัดไม่ได้ การที่เราไม่ขโมยของจะนับเป็นความดี เพื่อไปลดหย่อนโทษในความผิดเรื่องการทำร้ายร่างกายผู้อื่นก็ไม่ได้ หนทางที่โทษแห่งความบาปจะหายไปได้คือต้องมีการชดใช้โทษ หรือได้รับการอภัยจากคู่กรณี ดังจะเห็นว่าคำสั่งสอนในสังคมประเทศไทยมีการพูดถึงเจ้ากรรมนายเวร คำสอนเรื่องของการชดใช้กรรมและมีคำสอนว่า เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร พระเยซูคริสต์ทรงเป็นคำตอบเดียวที่มนุษย์จะพ้นจากเวรกรรมทั้งหลายได้ความผิดบาปทั้งหลายในชีวิตของมนุษย์นอกจากจะเป็นการล่วงละเมิดต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันแล้วยังเป็นการละเมิดต่อกฏหมายบ้านเมือง และละเมิดต่อพระเจ้าด้วยพระคัมภีร์ได้เปิดเผยความยุติธรรมของพระเจ้า พระเจ้าผู้ทรงสร้างมนุษย์ได้ประกาศให้มนุษย์ทุกคนที่ปรารถนาจะพ้นจากบาปเวรหันกลับจากบาป และเข้ามารับเอาพระคุณของพระเจ้า โดยทางการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูเพื่อเขาจะได้รับการยกโทษทั้งสิ้น และได้รับสิทธิในการเป็นประชากรของพระเจ้า ในอดีตหลายจังหวัดของประเทศไทย เคยมีกองกำลังคอมมิวนิสต์ปฏิบัติการอยู่ซึ่งเป็นการกบฏต่อชาติเนื่องจากถือว่าเป็นการพยายามล้มล้างการปกครองของประเทศและในที่สุดประเทศไทยได้ประกาศให้บรรดาผู้ร่วมขบวนการนั้น ออกมามอบตัว วางอาวุธเพื่อรับการอภัยโทษ และได้รับสิทธิในการเป็นพลเมือง มีที่ดินทำกิน เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยภาพนี้ดูคล้ายคลึงกับข่าวประเสริฐของพระเยซูคริสต์ที่เป็นหนทางให้คนบาปหันกลับมาพบกับพระคุณของพระเจ้า แน่นอนว่าเรื่องของการคืนพระชนม์ของพระเยซูในวันที่ 3หลังจากที่ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนก็เป็นส่วนสำคัญที่ทิ้งไปไม่ได้อีกเช่นกัน 1ยอห์น 2:1-2 1ลูกของข้าพเจ้าเอ๋ยข้าพเจ้าเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลาย เพื่อท่านจะได้ไม่ทำบาปและถ้าผู้ใดทำบาป เราก็มีพระองค์ผู้ทูลขอพระบิดาเพื่อเราคือพระเยซูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรมนั้น 2และพระองค์ทรงเป็นผู้ลบล้างพระอาชญาที่ตกกับเราทั้งหลายเพราะบาปของเรา และไม่ใช่แต่บาปของเราพวกเดียว แต่ของมนุษย์ทั้งปวงในโลกด้วย จากข้อนี้มีเรื่องราวของพระเยซูคริสต์ให้เราได้เรียนรู้ 2เรื่องด้วยกันคือ พระเยซูคริสต์ผู้ทรงทูลขอเพื่อเรา และพระเยซูคริสต์ทรงเที่ยงธรรม พระเยซูคริสต์ผู้ทรงทูลขอเพื่อเราหากเราสนใจเพียงประโยคนี้เท่านั้น เราก็อาจจะเข้าใจไปว่าสิ่งของหรือเรื่องราวใดๆที่เราอยากได้ พระเยซูจะทรงทูลขอกับพระเจ้าให้เราแต่ข้อความในต้นข้อได้บอกไว้ว่าสิ่งที่พระเยซูจะทรงทูลขอเพื่อเรานั้นก็คือเรื่องของการที่เราจะไม่ตกไปสู่การกระทำบาปอีก ชีวิตคริสเตียนทุกคนคงต้องยอมรับว่าในชีวิตประจำวันเรายังคงกระทำความบาปอยู่ แม้เราจะรู้ว่าสิ่งนั้นไม่สมควรแต่เราอาจจะยังไม่สามารถเอาชนะนิสัยบาปในตัวเราได้(หวังว่าเราจะไม่ได้มีความยินดีเมื่อได้กระทำบาป)อย่างไรก็ตามพระเจ้าไม่ได้ทรงพอพระทัยให้เราตกอยู่ในสภาพนั้น แต่ทรงมีพระประสงค์ให้เรามีชีวิตที่บริสุทธิ์เพื่อเราจะไม่ขาดสันติสุขทั้งนี้พระองค์ต้องการให้เราร่วมมือกับพระองค์ในการที่จะทรงเปลี่ยนแปลงเราจากภายในนั้นคือให้เรายอมมอบชีวิตให้กับพระองค์ ตายต่อความต้องการของตนเอง สิ่งนี้ฟังดูเป็นหลักการที่ง่ายๆซึ่งคล้ายๆกับหลักปฏิบัติในศาสนาอื่นๆ คือการไม่ตอบสนองต่อกิเลสของตัวเองแต่สิ่งที่แตกต่างก็คือ สำหรับคริสเตียนแล้วเราไม่ได้กำลังพยายามเอาชนะบาปด้วยกำลังของมนุษย์เพราะพระเจ้าทรงรู้ว่ามนุษย์ไม่สามารถเอาชนะนิสัยบาปได้พระเจ้าจึงได้ประทานพระวิญญาณของพระเจ้าเข้ามาในชีวิตของคริสเตียนเพื่อจะทรงเป็นผู้เปลี่ยนแปลงเราหน้าที่ของเราคือร่วมมือกับพระวิญญาณของพระเจ้าที่ทรงทำงานในชีวิตของเรา ที่สำคัญคือเราไม่ได้อยู่ตามลำพัง แต่พระเยซูทรงเฝ้าดูเราด้วยความรักและทรงทูลขอต่อพระเจ้าเพื่อทรงช่วยให้เราได้รับการเปลี่ยนแปลงนิสัยบาปนั้น พระเยซูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรม ความเที่ยงธรรมเป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ที่ทำหน้าที่ในการปกครองปัจจุบันสังคมเรามีการเรียกร้องหา ธรรมาภิบาล ชาวบ้านก็ได้ยินคำนี้ทุกวัน แต่ก็ไม่รู้ว่าแปลว่าอะไร คำว่าธรรมาภิบาลมีความหมายว่า การปกครองดูแลที่ดี โดยให้ทุกสิ่งดำเนินไปอย่างถูกต้องชอบธรรมอยู่ในทำนองคลองธรรม หากผู้ปกครองไม่มีธรรมาภิบาลก็จะมีลักษณะปกครองแบบตามใจฉัน กฏของฉัน ผิดถูกตามที่ฉันเห็นชอบซึ่งก็จะก่อให้เกิดความไม่ถูกต้องชอบธรรมในสังคมประเทศไทยเราก็กำลังประสบปัญหาแบบนี้ คือกฏหมายไม่เป็นกฏหมาย การบังคับใช้ไม่เท่าเทียมกันคนทำผิด ไม่โดนลงโทษ คนทำตามระเบียบต้องเสียเปรียบอยู่เสมอ ในประเทศที่พัฒนาแล้วรัฐบาลจะบังคับใช้กฏหมายอย่างเป็นธรรมแก่ทุกคนอย่างเสมอภาค และเข้มงวดจริงจังซึ่งก็ส่งผลให้สังคมมีความเป็นอยู่ที่ดี ไม่มีการเอารัดเอาเปรียบและทุกคนเคารพกฏหมาย รัฐบาลที่มีธรรมาภิบาลไม่ใช่จะให้ทุกคนได้เข้าเรียนแพทย์กันหมด ถ้าอย่างนั้น แล้วใครจะทำบัญชีแล้วใครจะเย็บเสื้อผ้า แล้วใครจะสร้างบ้าน แล้วใครจะทำถนนรัฐบาลที่ดีจะให้โอกาสที่เท่าเทียมกัน ตามความเหมาะสมของประชากรแต่ละคน พระเยซูคริสต์ผู้ทรงเที่ยงธรรมเราอาจกล่าวได้ว่า พระองค์ทรงปกครองประชากรของพระองค์อย่างมีธรรมาภิบาลแต่อย่าลืมว่าความเที่ยงธรรมไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะได้ทุกอย่างเหมือนกันเท่าเทียมกันในทุกเรื่องไปเพราะไม่เช่นนั้น เราทุกคนคงมีหน้าตา สีผิว ความถนัด สติปัญญา รอบเอว น้ำหนักเท่าเทียมกันหมด ความเที่ยงธรรมของพระองค์นั้นคือการที่ทรงให้คริสเตียนทุกคนได้รับฐานะเป็นบุตรของพระเจ้าซึ่งเรามีสิทธิเหมือนกันที่จะเรียกพระเจ้าว่าพระบิดามีสิทธิในการอธิษฐานร้องทูลต่อพระบิดาเหมือนกันมีสิทธิที่จะมีชีวิตที่บริสุทธิ์เหมือนกัน แต่เราอาจจะใช้สิทธิไม่เท่ากันหลายคนละทิ้งสิทธิในการอธิษฐาน หลายคนละทิ้งสิทธิในการดำเนินชีวิตที่บริสุทธิหลายคนละทิ้งสิทธิที่จะเรียกพระเจ้าว่าพระบิดาและนั่นก็ส่งผลให้คริสเตียนแต่ละคนมีผลในชีวิตที่แตกต่างกัน หากเรากำลังคิดว่าพระเจ้าไม่ทรงยุติธรรม ทำไมให้คนนั้นรวยกว่าเรา ทำไมให้คนนั้นมีความสามารถมากกว่าเราทำไมให้คนนั้นหน้าตาดีกว่าเรา ทำไมให้คนนั้นเรียนเก่งกว่าเราทำไมให้คนนั้นมีหน้าที่การงานดีกว่าเรา ฯลฯ เราเคยคิดไหมว่าทำไมเราจึงไม่ต้องหัวล้านเหมือนคนนั้นทำไมเราไม่ต้องผ่านชีวิตที่ยากลำบากเหมือนคนนั้นทำไมเราจึงไม่ต้องเป็นลูกกำพร้าเหมือนคนนั้น ทำไมเรามีสุขภาพที่ดีกว่าคนนั้น ฯลฯเราอาจลืมไปว่า เรามีสิ่งดีสำหรับเรามากมายในขณะที่คนอื่นๆเขาก็มีสิ่งดีๆสำหรับเขาด้วย พระเยซูคริสต์ทรงเที่ยงธรรมที่จะทรงประทานสิ่งสารพัดที่เหมาะสมกับแต่ละคนแตกต่างกันไป 1 ยอห์น 5:20 20และเราทั้งหลายรู้ว่าพระบุตรของพระเจ้าเสด็จมาแล้ว และได้ทรงประทานสติปัญญาให้เราเพื่อให้เรารู้จักพระเจ้าแท้และเราอยู่ในพระเจ้าแท้นั้นโดยอยู่ในพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระองค์นี่แหละเป็นพระเจ้าแท้และเป็นชีวิตนิรันดร์ พระเยซูคริสต์หรือพระบุตรของพระเจ้าเป็นผู้ประทานความเข้าใจในเรื่องพระเจ้าให้กับเรามนุษย์จะไม่สามารถเข้าใจพระเจ้าได้ด้วยสติปัญญาของตนแต่โดยการเปิดเผยของพระเยซูคริสต์ทำให้เรารู้จักกับพระเจ้าแท้ได้ เราได้เข้ามีส่วนในพระเจ้าได้โดยทรงพระเยซูคริสต์พระบุตรของพระเจ้าพระเยซูทรงตรัสว่า เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิตมนุษย์ผู้ใดรับพระเยซูคริสต์ ก็ได้รับชีวิตพระเยซูคริสต์ทรงเป็นชีวิตนิรันดร์ มนุษย์ที่รับพระเยซูคริสต์จึงมีชีวิตนิรันดร์ชีวิตนิรันดร์ ไม่ได้อาศัยร่างกายที่ต้องเปื่อยเน่าแต่พระองค์ทรงสัญญาที่จะประทานกายใหม่ให้ผู้เชื่อในพระเยซูคริสต์ เมื่อพระองค์เสด็จกลับมารับผู้เชื่อไปอยู่กับพระองค์ซึ่งเป็นกายที่ไม่ต้องเปื่อยเน่า ขอให้เรารอคอยพระเยซูคริสต์ด้วยใจจดจ่อพระองค์จะกลับมาในไม่ช้า
| Create Date : 27 ตุลาคม 2555 |
| Last Update : 27 ตุลาคม 2555 19:21:14 น. |
|
1 comments
|
| Counter : 1289 Pageviews. |
|
 |
|
เมื่อก่อนเราอ่านแล้วไม่เข้าใจ เพราะยังไม่มีเหตุการณ์ร้าย แต่เดี๋ยวนี้เป็นไง และท่านพยายามช่วยโดยให้รัฐบาลมาร่วมมือด้วย แต่เขาไม่เอาเอง กลัวเสียหน้า จึงไม่มีทางแก้ได้ และท่านบอกว่า ในอนาคต บางทีเราอาจต้องถือ passport เข้า 3 จังหวัดชายแดนนี้