
 |
|
|
 |
 |
|
|
| | 1 | 2 | 3 |
| 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 | 10 |
| 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 | 17 |
| 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 | 24 |
| 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 | 31 |
|
|
| |
|
 |
 |
|
|
การจัดเตรียมของพระเจ้า
4 พฤษภาคม 2008 คริสตจักร ยะลา
1พงศ์กษัตริย์ 19 1อาหับจึงบอกเยเซเบลตามการทั้งสิ้น ซึ่งเอลียาห์ได้กระทำและเรื่องที่ท่านได้ฆ่าผู้เผยพระวจนะเสียด้วยดาบ 2แล้วเยเซเบลก็รับสั่งให้ผู้สื่อสารไปหาเอลียาห์ว่า "ถ้าพรุ่งนี้เวลานี้ เรามิได้กระทำชีวิตของเจ้าให้เหมือนอย่างชีวิตของคนเหล่านั้นแล้ว ก็ให้พระทั้งหลายลงโทษเรา และยิ่งหนักกว่า" 3แล้วท่านก็กลัวและลุกขึ้นหนีไปเอาชีวิตรอด และมาถึงเบเออร์เชบาเขตประเทศยูดาห์ และละคนใช้ของท่านไว้ที่นั่น 4แต่ตัวท่านเองก็เดินเข้าถิ่นทุรกันดารไปเป็นระยะทางวันหนึ่ง มานั่งอยู่ที่ใต้ต้นซาก และท่านทูลขอให้ตัวท่านตายเสียทีว่า "พอแล้วพระองค์เจ้าข้า ข้าแต่พระเจ้า บัดนี้ขอเอาชีวิตของข้าพระองค์ไปเสีย เพราะข้าพระองค์ก็ไม่ดีไปกว่าบรรพบุรุษของข้าพระองค์" 5และท่านก็นอนลงหลับอยู่ใต้ต้นซาก ดูเถิด มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาถูกต้องท่าน และพูดกับท่านว่า "ลุกขึ้นรับประทานซี" 6และท่านก็มองดู ดูเถิด ตรงที่ศีรษะของท่านมีขนมปังที่ปิ้งบนก้อนหินร้อนและมีไหน้ำลูกหนึ่ง ท่านก็รับประทานและดื่ม และนอนลงอีก 7และทูตของพระเจ้าก็มาอีกเป็นครั้งที่สองถูกต้องท่านแล้วว่า "ลุกขึ้นรับประทานซี มิฉะนั้นทางเดินนั้นจะเกินกำลังของท่าน" 8และท่านก็ลุกขึ้นรับประทานและดื่ม และเดินไปด้วยกำลังของอาหารนั้น สี่สิบวันสี่สิบคืนถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า
อธิษฐาน ข้าแต่พระเจ้าผู้ใหญ่ยิ่ง ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงอยู่ใกล้ข้าพระองค์ทั้งหลาย แม้ว่าเราจะไม่สามารถมองเห็นพระองค์ด้วยตา แต่เราสามารถรับรู้ถึงการสถิตอยู่ด้วยของพระองค์ ขอทรงโปรดตรัสผ่านทางพระวจนะของพระองค์ในวันนี้ เพื่อเราจะกระทำภาระกิจต่างๆที่พระองค์มอบหมายให้โดยความไว้วางใจในการจัดเตรียมพระองค์
เมื่อพูดถึงเรื่องการจัดเตรียมของพระเจ้า เรามักจะนึกถึงคำว่า เยโฮวาห์ยิเรห์ ซึ่งมีความหมายว่า จะจัดไว้บนภูเขาของพระเยโฮวาห์ เป็นเรื่องราวของอับราฮัมที่นำอิสอัคไปถวายเป็นเครื่องเผาบูชา แต่ในที่สุดเขาก็ได้แสดงให้เห็นว่า เขาเชื่อฟังพระเจ้าอย่างสุดใจ และตอนจบของเรื่องก็เป็นความยินดีที่เห็นว่า แท้จริงพระเจ้าได้จัดเตรียมแกะสำหรับเป็นเครื่องเผาบูชาไว้แล้ว และยิ่งกว่านั้น เรื่องนี้ได้เป็นภาพให้เห็นสิ่งที่จะเกิดขึ้นในภายหน้า คือพระเจ้าได้ทรงเตรียมพระเยซูคริสต์ไว้เพื่อการไถ่บาปให้กับมนุษย์แล้ว
แท้จริงในพระคัมภีร์ยังมีเรื่องราวการจัดเตรียมของพระเจ้าอีกหลายเรื่องที่จะให้เราได้ศึกษา เพื่อที่เราจะเรียนรู้ที่จะไว้วางใจพระเจ้า ว่าพระองค์ไม่ได้ทรงทอดทิ้งเรา ในขณะที่เรากำลังกระทำการงานของพระองค์นั้น พระองค์ทรงเฝ้าดูเราอยู่ตลอด และเป็นผู้จัดเตรียมสิ่งสารพัดที่จำเป็นไว้อย่างเพียงพอสำหรับการงานของพระองค์ นี่เป็นประสบการณ์อันทรงคุณค่าที่คริสเตียนทุกคนควรได้มีโอกาสพบพานในชีวิต
จากพระคัมภีร์ 1 พงศ์กษัตริย์ 19 ที่ได้อ่านไปนั้น เป็นเหตุการณ์ส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตของเอลียาห์ ผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า หากจะย้อนไปถึงเหตุการณ์อื่นๆในบทก่อนหน้า เราจะเห็นการจัดเตรียมของพระเจ้าอีกหลายประการ
ชื่อของเอลียาห์ได้ปรากฏเป็นครั้งแรกใน 1 พงศ์กษัตริย์ 17 โดยเริ่มต้นที่เอลียาห์ได้กล่าวโทษต่อกษัตริย์อาหับ เนื่องจากกษัตริย์อาหับได้กระทำสิ่งที่พระเจ้าไม่พอพระทัย คือแต่งงานกับนางเยเซเบลหญิงต่างชาติและหันไปกราบไหว้รูปเคารพของชาวต่างชาติ พระเจ้าจึงให้เกิดการแห้งแล้งกันดารเป็นเวลาถึง 3 ปี แต่ตลอดระยะเวลานั้น พระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งจำเป็นไว้สำหรับเอลียาห์
1 พงศ์กษัตริย์ 17:4 4เจ้าจะดื่มน้ำจากลำธาร และเราได้บัญชาให้กาเลี้ยงเจ้าที่นั่น"
ในเบื้องต้นของการแห้งแล้งกันดาร พระเจ้าได้ให้อีกาคาบเนื้อและขนมปังมาเลี้ยงเอลียาห์ ถ้าเราเป็นเอลียาห์ในเวลานั้น เราจะคิดอย่างไร จะเป็นไปได้อย่างไร ที่อีกาจะมาเป็นผู้หาเลี้ยงชีวิตของเรา อีกาเป็นนกที่มลทินตามพระบัญญัติ เป็นสิ่งพึ่งรังเกียจด้วยซ้ำ นี่ยังจะต้องกินสิ่งที่มันคาบมาให้ สกปรกหรือเปล่าคงไม่ต้องถาม แต่เอลียาห์ก็กระทำตามที่พระเจ้าสั่ง คือไปซ่อนตัวในที่ๆพระเจ้าบอก และรับการเลี้ยงดูจากพระเจ้า และจะเห็นว่า พระเจ้าไม่ได้ให้เอลียาห์กินอีกา แต่เลี้ยงเอลียาห์ด้วยขนมปังและเนื้อที่อีกาคาบมาให้
การเลี้ยงดูของพระเจ้าที่จะมาถึงเราทั้งหลายก็เช่นกัน จงไว้วางใจว่าพระเจ้า เมื่อเรากระทำการงานของพระเจ้าตามที่พระองค์สั่ง พระองค์จะทรงรับรองและเลี้ยงดูเราแน่ บางครั้งเราอาจรู้สึกลำบากใจกับบางเรื่อง แต่พระเจ้าจะไม่ปล่อยให้เราต้องกระทำผิดต่อพระองค์ 1 พงศ์กษัตริย์ 17:9 9"ลุกขึ้นไปยังเมืองศาเรฟัทเถิด ซึ่งขึ้นแก่เมืองไซดอน และอาศัยอยู่ที่นั่น ดูเถิด เราได้บัญชาหญิงม่ายคนหนึ่งที่นั่นให้เลี้ยงเจ้า"
พระเจ้าทรงใช้อีกาเลี้ยงดูเอลียาห์อยู่ระยะหนึ่ง จนกระทั่งความแห้งแล้งกันดารรุนแรงมากขึ้น จนน้ำในลำธารแห้งไป พระเจ้าก็ทรงเลี้ยงดูเอลียาห์ด้วยการให้เขาไปอาศัยอยู่กับครอบครัวของหญิงหม้ายยากจนคนหนึ่ง และนี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่คงจะเป็นคำถามว่า ทำไมพระเจ้าทรงกระทำการแปลกๆ ทำไมไม่ให้เอลียาห์ไปพบกับเศรษฐีสักคน เพื่อจะได้กินอยู่ให้สุขสบายสมกับฐานะของผู้เผยพระวจนะของพระเจ้า แต่กลับให้ไปรับการเลี้ยงดูจากหญิงหม้ายที่ยากจน แต่เราก็พบว่าพระเจ้าได้กระทำการยิ่งใหญ่ที่บ้านของหญิงหม้ายคนนี้ เพราะการเลี้ยงดูของพระเจ้าที่มีต่อเอลียาห์นี้ก็เผื่อแผ่ไปถึงหญิงหม้ายและลูกซึ่งกำลังจะอยากตายจากการกันดารอาหารด้วย ยิ่งกว่านั้น พระเจ้ายังได้ให้ลูกของหญิงหม้ายที่ป่วยตายกลับฟื้นคืนชีวิต และให้หญิงหม้ายนั้นได้เห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
การเลี้ยงดูคนของพระเจ้า สามารถผ่านมาทางผู้ที่เราไม่คาดคิดว่าเขาจะสามารถกระทำประโยชน์ใดๆได้ อาจเป็นเพียงคนที่สังคมตราหน้าว่าเป็นผู้ไม่สามารถช่วยตัวเองได้ แต่กระนั้นพระเจ้าเองต่างหากที่จะทรงกระทำการผ่านผู้ที่พระองค์ทรงเลือกไว้ และการเลี้ยงดูนั้นไม่เพียงแต่จะเป็นไปเพื่อผู้รับใช้ของพระองค์เท่านั้น แต่จะเป็นพรที่เผื่อแผ่ไปถึงผู้ที่ได้มีส่วนร่วมกับพระองค์ด้วย เมื่อใดก็ตามที่พระเจ้าทรงบัญชาให้ท่านมีส่วนในการเลี้ยงดูผู้รับใช้ของพระเจ้า จงชื่นชมยินดีเถิด พระพรของพระเจ้าจะมาถึงท่านด้วยอย่างแน่นอน
ช่วงเวลาการเลี้ยงดูของพระเจ้าที่มีต่อเอลียาห์ เป็นระยะเวลานานถึง 3 ปี และเป็น 3 ปีแห่งความเงียบเหงา เพราะพระเจ้าไม่ได้มีคำสั่งอะไรเป็นพิเศษมาถึงเอลียาห์อีกเลย มีแต่กินๆ นอนๆ รอคอย และรอคอย และบางครั้งชีวิตเราอาจกำลังอยู่ในช่วงเวลาแบบนี้เช่นกัน เงียบๆ เหงาๆ กินๆ นอนๆ ไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย แต่พระเจ้าทรงมีกำหนดเวลาของพระองค์
ครั้นครบกำหนดแล้วพระเจ้าก็สั่งให้เอลียาห์ไปพบกับกษัตริย์อาหับ และพระเจ้าทรงใช้เอลียาห์อย่างยิ่งใหญ่ นั้นคือการเรียกให้คนของพระเจ้าหันกลับมาหาพระเจ้า ในช่วงเวลานั้นกษัตริย์อาหับได้รับเอานางเยเซเบลหญิงต่างชาติมาเป็นภรรยา และรับเอาพระต่างชาติและรูปเคารพเข้ามา ทำให้คนอิสราเอลหันไปกราบไหว้รูปเคารพนั้นด้วย
เอลียาห์ได้ตำหนิชาวอิสราเอลในเวลานั้น และท้าทายว่าพระเจ้าของอิสราเอล หรือพระบาอัล องค์ไหนที่เป็นพระเจ้าแท้ ก็ให้ส่งไฟลงมาจากฟ้า เพื่อเผาเครื่องบูชา ซึ่งพวกนักบวชของพระบาอัล 450 คน ก็เต้นขโยกเขยกไปมารอบๆแท่นบูชา เรียกหาพระบาอัล แต่ไม่มีคำตอบใดๆแม้ผ่านไปหลายชั่วโมง หลังจากนั้นเอลียาห์ได้ทำแท่นบูชาสำหรับพระเจ้า แล้วราดจนเปียกชุ่มไปด้วยน้ำ จากนั้นก็อธิษฐานกับพระเจ้า และพระเจ้าได้ส่งไฟลงมาจากฟ้า เผาเครื่องบูชาบนแท่นนั้น และเหตุการณ์นี้เป็นเหตุให้คนอิสราเอลหันกลับมาหาพระเจ้า และกวาดล้างพวกของพระบาอัล เรื่องน่ายินดีที่เห็นว่าพระเจ้าทรงสำแดงให้เห็นว่าทรงเป็นพระเจ้าแท้ผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง เอลียาห์ได้พบกับการทดสอบความเชื่ออีกครั้ง เนื่องจากนางเยเซเบลโกรธที่คนของพระบาอัลถูกกวาดล้าง จึงประกาศที่จะเอาชีวิตของเอลียาห์ เอลียาห์กลัวมากจนต้องหนีเข้าไปในถิ่นทุรกันดาร และเริ่มบ่นต่อพระเจ้า แต่พระเจ้าก็สำแดงการจัดเตรียมของพระองค์อีกครั้ง โดยให้ทูตสวรรค์นำขนมปังและน้ำมาเลี้ยงดูเอลียาห์
1 พงศ์กษัตริย์ 19:5-8 5และท่านก็นอนลงหลับอยู่ใต้ต้นซาก ดูเถิด มีทูตสวรรค์องค์หนึ่งมาถูกต้องท่าน และพูดกับท่านว่า "ลุกขึ้นรับประทานซี" 6และท่านก็มองดู ดูเถิด ตรงที่ศีรษะของท่านมีขนมปังที่ปิ้งบนก้อนหินร้อนและมีไหน้ำลูกหนึ่ง ท่านก็รับประทานและดื่ม และนอนลงอีก 7และทูตของพระเจ้าก็มาอีกเป็นครั้งที่สองถูกต้องท่านแล้วว่า "ลุกขึ้นรับประทานซี มิฉะนั้นทางเดินนั้นจะเกินกำลังของท่าน" 8และท่านก็ลุกขึ้นรับประทานและดื่ม และเดินไปด้วยกำลังของอาหารนั้น สี่สิบวันสี่สิบคืนถึงโฮเรบภูเขาของพระเจ้า
การเลี้ยงดูของพระเจ้าในครั้งนี้ ผ่านมาทางทูตสวรรค์ และเป็นการเลี้ยงดูเพื่อกิจการพิเศษ นั่นคือเอลียาห์กำลังจะต้องเดินทางไกล ไปยังภูเขาของพระเจ้า การเดินทางครั้งนี้กินเวลานาน 40 วัน 40 คืน แต่พระเจ้าทรงจัดเตรียมสิ่งที่จำเป็นอย่างเพียงพอให้กับเอลียาห์ แม้จะดูว่าขนมปังกับน้ำเพียง 2 มื้อนั้นไม่น่าจะพอให้อยู่รอดได้ถึง 40 วัน แต่การจัดเตรียมของพระเจ้าก็อัศจรรย์ยิ่งนัก และด้วยกำลังของขนมปังนั้น เอลียาห์ก็ไปถึงจุดหมาย
การปรนนิบัติงานของพระเจ้า บางครั้งเราอาจมีความสงสัยหรือกังวลว่า งานที่ต้องทำมีมากมายก่ายกอง แต่เรามีกำลังเพียงเท่านี้จะเพียงอะไร จากเรื่องการเลี้ยงดูครั้งที่สามของพระเจ้าที่ประทานให้กับเอลียาห์นี้เราได้เห็นตัวอย่างว่า พระเจ้าจัดเตรียมสิ่งจำเป็นไว้อย่างเพียงพอ
เมื่อไปถึงแล้ว เอลียาห์ก็บ่นต่อพระเจ้าถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่พระเจ้าก็ได้สำแดงให้เห็นอีกว่า พระเจ้าทรงจัดเตรียมอะไรไว้
เอลียาห์คิดว่า มีเขาเพียงผู้เดียวที่เหลืออยู่ และทุกอย่างคงจะกำลังจะจบสิ้นแล้ว งานของพระเจ้ากำลังจะล้มเหลวหมดแล้ว แต่แท้ที่จริงพระเจ้าได้เตรียมคนอื่นๆอีกจำนวนหนึ่ง เพื่อการงานของพระองค์
1 พงศ์กษัตริย์ 19:15-18 15และพระเยโฮวาห์ตรัสกับท่านว่า "ไปเถอะ จงกลับไปตามทางของเจ้าถึงถิ่นทุรกันดารดามัสกัส และเมื่อเจ้าไปถึงแล้ว เจ้าจงเจิมฮาซาเอลไว้ให้เป็นกษัตริย์เหนือประเทศซีเรีย 16และเยฮูบุตรนิมซีนั้น เจ้าจงเจิมให้เป็นกษัตริย์เหนืออิสราเอล และเอลีชาบุตรชาฟัทชาวอาเบลเมโฮลาห์ เจ้าจงเจิมตั้งไว้ให้เป็นผู้เผยพระวจนะแทนเจ้า 17และผู้ที่รอดจากดาบของฮาซาเอล เยฮูจะฆ่าเสียและผู้ที่รอดจากดาบของเยฮู เอลีชาจะฆ่าเสีย 18แต่เราจะเหลือเจ็ดพันคนไว้ในอิสราเอลคือทุกเข่าซึ่งมิได้น้อมลงต่อพระบาอัล และทุกปากซึ่งมิได้จุบรูปนั้น"
บางครั้งเราอาจกำลังรู้สึกว่าเหน็ดเหนื่อยในหน้าที่ที่พระเจ้ามอบหมายให้ และกำลังเริ่มบ่นต่อพระเจ้าแบบเดียวกับที่เอลียาห์กำลังทำอยู่ คือคิดว่าคงมีแค่เราคนเดียวที่ต้องแบกรับหน้าที่ต่างๆ และเรากำลังจะแย่แล้ว ดูสิทำไมคนนั้นคนนี้ไม่จริงจังกับพระเจ้าเลย ไม่ช่วยกันรับใช้พระเจ้าเลย ปล่อยให้เราทำอยู่คนเดียว เราลำบากเหนื่อยยากจะแย่แล้ว แต่เราอาจกำลังมองอะไรแคบๆ พระราชกิจของพระเจ้านั้นกำลังดำเนินอยู่ในสถานที่ที่นอกเหนือจากสายตาของเราด้วย และเราเป็นเพียงส่วนหนึ่งในแผนงานทั้งหมดของพระเจ้า ดังนั้นอย่าได้ท้อถอยและหมดเรี่ยวแรง แต่ จงกระทำทุกอย่างตามที่พระองค์สั่งเจ้าเถิด พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมแต่ละคนไว้สำหรับแต่ละงาน การจัดเตรียมของพระเจ้าสำหรับชีวิตของเอลียาห์ยังไม่จบลงเพียงในยุคสมัยนั้น พระคัมภีร์วิวรณ์บทที่ 11 ได้กล่าวถึงพยานทั้งสอง ซึ่งจะปรากฏตัวในยุคสุดท้าย หนึ่งในพยานสองคนนั้นมีลักษณะคล้ายกับเอลียาห์ คือสามารถห้ามฝนได้ ส่วนอีกหนึ่งสามารถทำน้ำเป็นเลือดได้ จึงเข้าใจว่าน่าจะเป็นโมเสส ทั้งนี้หากเราได้อ่านต่อไปอีก 2-3 บทก็จะพบว่า เอลียาห์ไม่ได้ประสพความตาย แต่พระเจ้าทรงรับเขาไปขณะยังเป็นอยู่ ไม่แน่ว่าพวกเราที่อยู่ที่นี่อาจได้มีโอกาสเห็นเอลียาห์อีกครั้งในอนาคตอันใกล้นี้
1โครินธ์ 2:9 9ดังที่มีเขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า สิ่งที่ตาไม่เห็นหูไม่ได้ยิน และสิ่งที่มนุษย์คิดไม่ถึง คือสิ่งที่พระเจ้าได้ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับคนที่รักพระองค์
| Create Date : 04 พฤษภาคม 2551 |
| Last Update : 4 พฤษภาคม 2551 14:07:49 น. |
|
0 comments
|
| Counter : 3926 Pageviews. |
|
 |
|
|
| |
|
| ksk |
 |
|
|
Location :
ยะลา Thailand
[ดู Profile ทั้งหมด]
|
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]

|
ผมเป็นคริสเตียนครับ เป็นชาวยะลา เกิดปัตตานี ลูกจีนไหหลำ จบวิศวกรรมไฟฟ้า(ระบบควบคุม) จากพระจอมเกล้าพระนครเหนือ EL รุ่น 24 รหัส 31 (เคยเรียน ป.วส. IE ห้องอิเล็ก ที่ วทอ. 2 ปี รหัส 29 ห้องเดียวกับ ศิริ แว่น สมชาย สุกิตติ จั๊บ ไพบูลย์ จ่าบุญเลิศ ก่อนย้อนไปเริ่มต้นป.ตรี ปี 1 ใหม่กับรุ่นน้องในคณะวิศวฯ พูดง่ายๆว่า ซิ่ว 2 ปี) ป.โท วิศวกรรมการบิน(Avionique) จาก SUPAERO Toulouse FRANCE ปี 1994 เคยรับราชการเป็นอาจารย์ในคณะวิศวฯที่พระนครเหนือ 8 ปี ผลงานก็ไม่มีอะไรมาก KMITNB Robot Camp เป็นสิ่งที่ยังพอให้ภาคภูมิใจเมื่อมองกลับไปที่เทคโนฯ ด้วยความคิดถึง 14 ปี อันแสนหวานกับชีวิตในพระนครเหนือ(มิย.ปี 29 - มิย.ปี 43) ตอนนี้ลาออกจากราชการ มาหากินด้วยลำแข้ง(ไม่ใช่เป็นนักมวยไทยนะ) ที่จังหวัดยะลาบ้านเกิด ตั้งแต่มิถุนายน ปี Y2K กำลังจะรุ่งเรืองแล้วเชียว 4 มกราคม 2547 สถานการณ์ไฟใต้ก็เริ่มขึ้น สิ่งที่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิด มันก็เกิด และยาวมาจนถึงตอนนี้ ผมยังนึกไม่ออกมันจะจบลงแบบไหน

free counter
|
| |
|
 |
|
|
|
|
|
|
 |
|
|
|