ถ้าพระเจ้าไม่มีจริง คุณได้หรือเสียอะไร? แต่ถ้าพระเจ้ามีจริง คุณได้หรือเสียอะไร?

<<
มีนาคม 2552
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
1 มีนาคม 2552
 

เกียรติที่พระเจ้าทรงมอบให้

1 มีนาคม 2009
คริสตจักร ยะลา

ยอห์น 17:1-3
1 เมื่อพระเยซูตรัสดังนั้นแล้ว พระองค์ก็ทรงแหงนพระพักตร์ขึ้นดูฟ้าและตรัสว่า "พระบิดาเจ้าข้า ถึงเวลาแล้ว ขอทรงโปรดให้พระบุตรของพระองค์ได้รับเกียรติ เพื่อพระบุตรจะได้ถวายเกียรติแด่พระองค์
2 ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้พระบุตรมีอำนาจเหนือมนุษย์ทั้งสิ้น เพื่อให้พระบุตรประทานชีวิตนิรันดร์แก่คนที่พระองค์ทรงมอบแก่พระบุตรนั้น
3 และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา


อธิษฐาน
ข้าแต่พระเจ้าผู้ทรงเมตตากรุณา เราทั้งหลายขอบพระคุณพระองค์สำหรับพระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ที่ได้ทรงประทานเข้ามาในโลกเพื่อเราทั้งหลาย ขอบพระคุณที่ทรงสำแดงให้เราได้เห็นพระองค์โดยผ่านทางพระเยซูคริสต์นั้น เราขอบพระคุณสำหรับสิ่งที่พระเยซูคริสต์ได้ทรงเปิดเผยให้เราเข้าใจถึงความยิ่งใหญ่และน้ำพระทัยอันดีเลิศของพระเจ้า ขอพระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระเจ้าจะทรงเปิดใจ เปิดตา เปิดหูของเราในวันนี้เพื่อเราจะรับเอาความจริงของพระองค์ไว้ในชีวิตของเรา


พระธรรมยอห์นบทที่ 17 เป็นบทที่บันทึกคำอธิษฐานของพระเยซูไว้ทั้งบท เป็นคำอธิษฐานที่พระเยซูทรงสำแดงให้เห็นสิ่งสำคัญหลายประการที่น่าสนใจ พระเยซูได้ทรงสำแดงให้เห็นถึงความรักห่วงใยที่มีต่อสาวกของพระองค์ ซึ่งไม่เพียงแต่เหล่าสาวก 11 คน นั้นแต่พระองค์ได้ตรัสไว้ชัดเจนในคำอธิษฐานถึงพวกเราทุกคนในวันนี้ด้วย

ผมเองได้อ่านพระคัมภีร์บทนี้หลายปีมาแล้ว เคยตั้งใจไว้ว่าจะแบ่งปันเรื่องราวที่น่าสนใจจากพระธรรมบทนี้ แต่ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับการเปิดเผยอะไรเป็นพิเศษจากพระเจ้า จนกระทั่ง2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสนำเสนอพระธรรมตอนนี้ผ่านทางรายการวิทยุของคริสตจักร ก็เลยมีโอกาสอีกครั้งที่จะพิจารณาถึงคำตรัสของพระเยซูในคำอธิษฐาน วันนี้จะขอนำเสนอในตอนแรกก่อน ซึ่งจะขอให้ชื่อตอนว่า เกียรติที่พระเจ้าทรงมอบให้

เกียรติ เป็นสิ่งที่มองไม่เห็นเป็นตัวเป็นตน ไม่สามารถวัดความกว้าง ยาว สูง ไม่อาจรู้ถึงน้ำหนัก สีสรร หรือกลิ่นรส เป็นอย่างไร ก็บอกไม่ถูก แต่ก็เป็นสิ่งที่เราสามารถรับรู้ได้ เป็นสิ่งที่เราสามารถแสดงออกได้ และเป็น 1 ใน 3 ก ที่คนทั่วไปไขว่คว้าแสวงหากันตลอดชีวิต ซึ่งประกอบไปด้วย กิน กาม และเกียรติ เราทั้งหลายแม้จะเป็นผู้ที่เรียกตนเองว่า เป็นคนของพระเจ้า หรือเป็นผู้ที่ติดตามพระเจ้า แต่ด้วยความเป็นมนุษย์ เราเองก็อาจถูกค่านิยม หรือความจำเป็นตามธรรมชาติ บีบให้เราเดินไปในแนวทางเดียวกับคนทั่วไป ซึ่งไม่เป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย

หากจะถามว่าผิดหรือไม่ ถ้าเราแสวงหาเพื่อการกิน ผมตอบได้ว่า การกินเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการอยู่รอด ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรในการกิน แต่การลุ่มหลงในการกิน จะสามารถสร้างปัญหาให้กับชีวิตได้ กินมากก็ทำให้อ้วน และเกิดโรคมากมายได้ กินน้อยไป กินไม่เป็นเวลา กินแต่สิ่งที่ชอบทำให้ได้สารอาหารไม่ครบ ก็เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาต่อสุขภาพร่างกายได้เช่นกัน แต่นั่นก็เป็นเพียงปัญหากับเนื้อหนังเท่านั้น สิ่งที่จะเป็นปัญหาลึกลงไปถึงจิตวิญญาณคือวิธีการได้มาซึ่งการกินนั้น เป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงว่าเป็นหนทางที่พระเจ้าทรงพอพระทัยหรือไม่

หากจะถามว่าผิดหรือไม่ ถ้าเราแสวงหาเรื่องกาม ผมตอบได้ว่า พระเจ้าได้มอบของขวัญที่สวยงามแก่มนุษย์ การแต่งงานอยู่กินเป็นครอบครัวฉันสามีภรรยา เป็นสิ่งที่พระเจ้าทรงพอพระทัย พระเจ้าเองเป็นผู้ที่สถาปนาสถาบันครอบครัวขึ้น และอวยพรให้มนุษย์มีลูกหลานสืบเชื้อสาย ดังนั้นเรื่องของกามที่ถูกต้องไม่มีปัญหา แต่การลุ่มหลงหมกหมุ่นในกามารมณ์ ก็สามารถสร้างปัญหาเช่นกัน และเป็นสิ่งที่บั่นทอนชีวิตฝ่ายจิตวิญญาณอย่างร้ายแรง พระคัมภีร์จึงได้มีข้อกล่าวห้ามที่เข้มงวดหลายประการในเรื่องนี้

แล้วเรื่องของเกียรติล่ะ เป็นสิ่งผิดหรือไม่ถ้าเราแสวงหาเกียรติ ผมก็คงตอบว่า หากพระเจ้าพอพระทัยก็เป็นสิ่งที่ไม่ผิด ทำไมคำตอบจึงเป็นอย่างนั้น เราต้องไม่ลืมว่า เกียรติ ในภาษาไทยปัจจุบันนั้นมีความหมายที่ผิดเพี้ยนไปหมดแล้ว เพราะใครจะเป็นผู้ให้ต่อใครก็ได้ และที่น่าเสียใจก็คือ คำว่า เกียรติ ไม่สามารถใช้เป็นสิ่งที่ยืนยันถึงสิ่งที่ถูกต้องดีงามได้อีกต่อไปแล้ว บ่อยครั้งที่เกียรติ ถูกมอบให้เพราะจำนวนทรัพย์สมบัติที่คนคนนั้นมี หรือบ่อยครั้งที่เกียรติ ถูกมอบให้โดยวิชาความรู้ที่คนคนนั้นมี หรือแม้แต่บ่อยครั้งที่เกียรติ ถูกกำหนดให้โดยอิทธิพลหรือตำแหน่งที่คนคนนั้นมี หากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเฉพาะในกลุ่มคนที่ไม่รู้จักพระเจ้าก็คงถือเป็นเรื่องปกติ เพราะคนเหล่านั้นตกอยู่ในอำนาจของบาป แต่จะน่าเสียใจมากสักเท่าใดถ้าคนของพระเจ้า มองคุณค่าของเกียรติด้วยมาตรฐานอย่างเดียวกับคนของโลกนี้

เรื่องของเกียรติที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้ ไม่ใช่เกียรติตามมาตรฐานของโลก แต่เป็นเกียรติตามมาตรฐานของพระเจ้า และคริสเตียนสมควรยึดถือความหมายของเกียรติตามมาตรฐานของพระเจ้า

พระเยซูคริสต์ได้ทรงเริ่มคำอธิษฐานในบทที่ 17 นี้ ด้วยประโยคที่ว่า "พระบิดาเจ้าข้า ถึงเวลาแล้ว ขอทรงโปรดให้พระบุตรของพระองค์ได้รับเกียรติ เพื่อพระบุตรจะได้ถวายเกียรติแด่พระองค์

พระเยซูได้เสด็จเข้ามาในโลกเพื่อภาระกิจที่สำคัญ คือการกระทำน้ำพระทัยของพระบิดาให้สำเร็จ นั่นคือการที่พระบุตรจะทรงรับโทษความผิดบาปของมนุษย์บนไม้กางเขน ภาระกิจต่างๆที่พระเยซูได้ทรงกระทำเมื่อทรงเริ่มออกประกาศข่าวประเสริฐ เป็นไปเพื่อยืนยันถึงการที่พระองค์ทรงเป็นพระเมสสิยาห์ที่พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะประทานมาให้ ไม่ว่าจะเป็นการรักษาคนป่วย คนพิการ คนตาบอด การชำระพระวิหาร การขับผี การเรียกคนตายให้เป็นขึ้น และอื่นๆ ซึ่งเราเรียกว่าเป็นหมายสำคัญ และเมื่อมาถึงเวลาที่สำคัญที่สุดคือภาระกิจแห่งการไถ่ พระเยซูกำลังกระทำสิ่งที่เป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้า และเราจะสามารถสังเกตท่าทีที่ถูกต้องของพระเยซูได้ว่า เกียรติที่พระองค์จะทรงถวายให้กับพระบิดานั้น เป็นเกียรติที่พระบิดาได้ทรงมอบให้กับพระเยซูคริสต์

นี่เป็นสิ่งเตือนใจเราว่า เราเองก็ไม่มีสักสิ่งเดียวที่จะสามารถถวายเกียรติให้กับพระเจ้าได้ นอกจากเกียรติที่เราได้รับจากพระเจ้า หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งว่า “ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ควรค่าแก่การถวายเกียรติแด่พระเจ้า นอกจากเกียรติที่พระองค์ได้ทรงประทานให้แก่เรา”

เมื่อเรานึกถึงการได้รับเกียรติ เรามักจะนึกถึงเรื่องของความสุขสมหวัง ความน่ารื่นรมณ์ ก็คงไม่ผิดนัก เพราะสิ่งนั้นเป็นผลที่จะเกิดตามมาในภายหลัง แต่การได้รับเกียรติอย่างที่พระเยซูคริสต์ทรงเป็นแบบอย่างนั้น อาจทำให้เราคิดหนักว่า เราอยากได้รับเกียรติอย่างนั้นจากพระเจ้าจริงๆหรือไม่

พระเจ้าได้ทรงมอบเกียรติให้กับคริสเตียนทุกคนเช่นกัน นั่นคือฐานะแห่งการเป็นบุตรของพระเจ้า เราจะถวายเกียรติแด่พระเจ้าได้ ก็ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างสมกับฐานะบุตรของพระเจ้า

เอเฟซัส 5:1-15
1เหตุฉะนั้นท่านจงเลียนแบบของพระเจ้า ให้สมกับเป็นบุตรที่รัก2และจงดำเนินชีวิตในความรัก เหมือนดังที่พระคริสต์ได้ทรงรักเราทั้งหลาย และทรงประทานพระองค์เองเพื่อเรา ให้เป็นเครื่องถวายและเครื่องบูชาอันเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า3แต่การเอ่ยถึงการล่วงประเวณี การลามกต่างๆและการละโมบ อย่าให้มีขึ้นในพวกท่านเลย จะได้สมกับที่ท่านเป็นธรรมิกชน4ทั้งอย่าพูดหยาบคาย พูดเล่นไม่เป็นเรื่อง และพูดตลกหยาบโลนเกเร ซึ่งเป็นการไม่สมควร แต่ให้ขอบพระคุณดีกว่า 5ท่านจงรู้แน่ว่า คนล่วงประเวณี คนทุศีล คนละโมบ (ที่เป็นเหมือนคนที่นับถือรูปเคารพ) จะมีส่วนในแผ่นดินของพระคริสต์และพระเจ้าเป็นมรดกก็หามิได้ 6อย่าให้ผู้ใดล่อลวงท่านด้วยคำพูดที่เหลวไหล เพราะการกระทำเหล่านั้นเอง พระเจ้าจะทรงลงพระอาชญาแก่ผู้ที่ไม่เชื่อฟัง7เหตุฉะนั้นท่านอย่าคบหาสมาคมกับคนเหล่านั้นเลย 8เพราะว่าเมื่อก่อนท่านเป็นความมืด แต่บัดนี้ท่านเป็นความสว่างแล้วในองค์พระผู้เป็นเจ้า จงดำเนินชีวิตอย่างลูกของความสว่าง 9(ด้วยว่าผลของความสว่างนั้น คือความดีทุกอย่างและความชอบธรรมทั้งมวลและความจริงทั้งสิ้น) 10ท่านจงพิสูจน์ดูว่า ทำประการใดจึงจะเป็นที่ชอบพระทัยองค์พระผู้เป็นเจ้า 11และอย่าเข้าส่วนกับกิจการของความมืดอันไร้ผล แต่จงเผยกิจการนั้นให้ปรากฏดีกว่า12เพราะว่าแม้แต่จะพูดถึงการเหล่านั้น ซึ่งพวกเขากระทำในที่ลับก็ยังเป็นที่น่าละอาย 13แต่เมื่อสิ่งสารพัดที่ได้แสดงเปิดเผยออกโดยความสว่าง สิ่งนั้นก็ปรากฏแจ้ง เพราะว่าทุกๆสิ่งที่ปรากฏแจ้ง ก็คือความสว่าง14เหตุฉะนั้นจึงมีคำกล่าวว่า นี่แน่ะคนที่หลับอยู่ จงตื่นขึ้น และจงฟื้นขึ้นมาจากความตาย และพระคริสต์จะทรงส่องสว่างแก่ท่าน15เหตุฉะนั้นท่านจงระมัดระวังในการดำเนินชีวิตให้ดี อย่าให้เหมือนคนไร้ปัญญา แต่ให้เหมือนคนมีปัญญา



พระเจ้าทรงให้เกียรติกับคริสเตียนทุกคนในฐานะผู้ชอบธรรม เราจงถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยการดำเนินชีวิตอย่างผู้ชอบธรรม

มัทธิว 25:35-40
37เวลานั้นบรรดาผู้ชอบธรรมจะกราบทูลว่า "พระองค์เจ้าข้า ที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ทรงหิวหรือทรงกระหายน้ำ และได้จัดมาถวายแด่พระองค์แต่เมื่อไร 38ที่ข้าพระองค์ได้เห็นพระองค์ทรงเป็นแขกแปลก หน้า และได้ต้อนรับไว้ หรือเปลือยพระกาย และได้สวมฉลองพระองค์ให้แต่เมื่อไร 39ที่ข้าพระองค์เห็นพระองค์ประชวรหรือต้องจำอยู่ในพันธนาคาร และได้มาเฝ้าพระองค์นั้นแต่เมื่อไร" 40แล้วพระมหากษัตริย์จะตรัสกับเขาว่า "เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ซึ่งท่านได้กระทำแก่คนใดคนหนึ่งในพวกพี่น้องของเรานี้ ถึงแม้จะต่ำต้อยเพียงไร ก็เหมือนได้กระทำแก่เราด้วย"


พระเจ้าทรงให้เกียรติกับคริสเตียนทุกคนในฐานะแสงสว่าง และเกลือแห่งแผ่นดินโลก เราจงถวายเกียรติแด่พระองค์ด้วยการเป็นแสงสว่างของพระเจ้าที่ส่องเข้าไปในความมืด และเป็นเกลือแห่งแผ่นดินโลกที่ยังคงรักษาคุณลักษณะของเกลือไว้ได้แม้ว่าจะต้องคลุกคลีอยู่ในสังคมอันชั่วร้าย

1 เธสะโลนิกา 5:5-24
5ท่านเป็นบุตรของความสว่าง และเป็นบุตรของกลางวัน เราทั้งหลายไม่ได้เป็นของกลางคืนหรือของความมืด 6เหตุฉะนั้นเราอย่าหลับเหมือนอย่างคนอื่น แต่ให้เราเฝ้าระวังและไม่เมามาย 7เพราะว่าคนนอนหลับก็ย่อมหลับในเวลากลางคืน และคนเมาก็ย่อมเมาในเวลากลางคืน 8แต่เมื่อเราเป็นของกลางวันแล้วก็อย่าให้เราเมามาย จงสวมความเชื่อกับความรักเป็นเกราะป้องกันอก และสวมความหวังที่จะได้ความรอดเป็นหมวกเหล็ก9เพราะว่าพระเจ้ามิได้ทรงกำหนดเราไว้สำหรับพระอาชญา แต่สำหรับให้เข้าสู่ความรอด โดยพระเยซูคริสตเจ้าของเรา 10ผู้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา เพื่อว่าถึงเราจะตื่นอยู่หรือจะหลับ เราจะได้มีชีวิตกับพระองค์ 11เหตุฉะนั้นจงหนุนใจกันและต่างคนต่างจงก่อกันขึ้น ตามอย่างที่ท่านกำลังทำอยู่นั้น 12พี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนท่านให้นับถือคนที่ทำงานอยู่ในพวกท่าน ซึ่งปกครองท่านในองค์พระผู้เป็นเจ้า และตักเตือนท่าน 13จงเคารพและรักเขาให้มากเพราะงานที่เขาได้กระทำ จงอยู่อย่างสงบสุขด้วยกัน 14และพี่น้องทั้งหลาย เราขอวิงวอนพวกท่านให้ตักเตือนคนที่เกียจคร้าน หนุนน้ำใจผู้ที่ท้อใจ ชูกำลังคนที่อ่อนกำลัง และมีใจอดเอาเบาสู้ต่อคนทั้งปวง 15ระวังให้ดี อย่าให้คนใดทำชั่วตอบแทนการชั่ว แต่จงหาทางทำดีเสมอต่อพวกท่านเอง และต่อคนทั้งปวงด้วย 16จงชื่นบานอยู่เสมอ 17จงอธิษฐานอย่างสม่ำเสมอ 18จงขอบพระคุณในทุกกรณี เพราะนี่แหละเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ซึ่งปรากฏอยู่ในพระเยซูคริสต์เพื่อท่านทั้งหลาย 19อย่าดับพระวิญญาณ 20อย่าประมาทคำเผยข้อลับลึก 21จงพิสูจน์ทุกสิ่ง สิ่งที่ดีนั้นจงยึดถือไว้ให้มั่น 22จงเว้นเสียจากสิ่งที่ชั่วทุกอย่าง 23ขอให้องค์พระเจ้าแห่งสันติสุขทรงให้ท่านเป็นคนบริสุทธิ์หมดจด และทรงรักษาทั้งวิญญาณ จิตใจและร่างกายของท่านไว้ให้ปราศจากการติเตียน จนถึงวันที่พระเยซูคริสตเจ้าของเราเสด็จมา24พระองค์ผู้ทรงเรียกท่านนั้นสัตย์ซื่อ และพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ


น่าเสียดายเพียงใด หากเราไม่ได้ดำเนินชีวิตให้สมกับเกียรติที่พระเจ้าทรงมอบให้ แต่เรากลับพยายามกระทำบางอย่างตามกำลัง ตามความคิดเห็นของเราเอง แล้วพยายามที่จะนำสิ่งนั้นมาถวายเกียรติแด่พระเจ้า เราอาจเป็นเหมือนคาอิน ที่ไม่ทำในสิ่งที่พอพระทัยพระเจ้า

น่าเศร้าใจยิ่งกว่านั้น หากเราเป็นผู้ที่ดูหมิ่นผู้ที่พระเจ้าทรงให้เกียรติ และยกย่องให้เกียรติคนของโลกนี้ซึ่งไม่มีเกียรติใดๆต่อหน้าพระเจ้าเลย

ข้อที่ 2 พระเยซูได้ทรงตรัสต่อไปว่า “ดังที่พระองค์ได้ทรงโปรดให้พระบุตรมีอำนาจเหนือมนุษย์ทั้งสิ้น เพื่อให้พระบุตรประทานชีวิตนิรันดร์แก่คนที่พระองค์ทรงมอบแก่พระบุตรนั้น”

เกียรติที่พระเจ้าได้ทรงประทานให้นั้น ถูกนำไปใช้อย่างไร พระเยซูได้ทรงสำแดงให้เห็นว่า เกียรตินั้นไม่ได้ถูกเก็บไว้เพื่อการส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุข หรือชื่อเสียงของพระองค์ แต่พระองค์ได้ทรงใช้เกียรตินั้นเพื่อภาระกิจของพระเจ้า

ตัวอย่างที่เราอาจเห็นได้ง่ายๆถึงความไม่ถูกต้องในสังคม เราเคยเห็นรถยนต์ที่มีข้อความข้างๆรถว่า “ใช้ในราชการเท่านั้น” แต่ถูกนำไปใช้ในภาระกิจส่วนตัวเช่น ไปเที่ยว ไปตลาด สิ่งไม่ถูกต้องอย่างนี้ บางครั้งก็มีข้อแก้ตัวอย่างน่าเกลียดที่ใช้พระคำของพระเจ้ามาอ้างคือ “อย่าเอาตะกร้าครอบปากวัวเมื่อมันกำลังนวดข้าว” แต่เป็นการนำมาใช้อย่างผิดๆ

ในฐานะที่เราเป็นผู้ได้รับมอบเกียรติจากพระเจ้า เรากำลังนำเกียรติซึ่งควรถูกใช้ในพระราชกิจของพระเจ้าไปใช้เพื่อการส่วนตัว อย่างไม่สมควรหรือไม่

กิจการ 19:13-16
13แต่พวกยิวบางคน ที่เที่ยวไปเป็นหมอผีพยายามใช้พระนามของพระเยซูเจ้า ขับผีร้ายว่า "เราสั่งเจ้าโดยพระเยซูซึ่งเปาโลได้ประกาศนั้น" 14พวกยิวคนหนึ่งชื่อเสวาเป็นปุโรหิตใหญ่ มีบุตรชายเจ็ดคนซึ่งทำอย่างนั้น 15ฝ่ายผีร้ายจึงพูดกับเขาว่า "พระเยซู ข้าก็คุ้นเคย และเปาโล ข้าก็รู้จัก แต่พวกเจ้าเป็นผู้ใดเล่า" 16คนที่มีผีสิงนั้น จึงกระโดดใส่คนเหล่านั้นและต่อสู้จนชนะเขาได้ เขาต้องหนีออกไปจากเรือนตัวเปล่าและมีบาดเจ็บ

กิจการ 5:1-5
1แต่มีชายคนหนึ่ง ชื่ออานาเนียกับภรรยาชื่อสัปฟีรา ได้ขายที่ดินของตน 2และเงินค่าที่ดินส่วนหนึ่งเขายักเก็บไว้ ภรรยาของเขาก็รู้ด้วย และอีกส่วนหนึ่งเขานำมาวางไว้ที่เท้าของอัครทูต 3ฝ่ายเปโตรจึงถามว่า "อานาเนีย เหตุไฉนซาตาน จึงทำให้ใจของเจ้าเต็มไปด้วยการมุสาต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ และทำให้เจ้าเก็บค่าที่ดินส่วนหนึ่งไว้ 4เมื่อที่ดินยังอยู่ก็เป็นของเจ้ามิใช่หรือ เมื่อขายแล้วเงินก็ยังอยู่ในอำนาจของเจ้ามิใช่หรือ มีเหตุอะไรเกิดขึ้นให้เจ้าคิดในใจเช่นนั้นเล่า เจ้ามิได้มุสาต่อมนุษย์แต่ได้มุสาต่อพระเจ้า" 5เมื่ออานาเนียได้ยินคำเหล่านั้น ก็ล้มลงตาย และเมื่อคนทั้งปวงทราบเรื่องก็พากันสะดุ้งตกใจกลัวอย่างยิ่ง


ข้อที่ 3 พระเยซูได้ทรงตรัสว่า “และนี่แหละคือชีวิตนิรันดร์ คือที่เขารู้จักพระองค์ ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา”

พระเยซูเป็นตัวอย่างให้เราเห็นว่าทรงวางพระองค์เองในฐานะที่ถูกต้อง แม้ว่าพระเยซูคริสต์เองก็ทรงเป็นพระเจ้าเช่นเดียวกับพระบิดา และพระวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ทรงวางพระองค์ในฐานะที่ถูกต้อง ซึ่งเป็นการถวายเกียรติแด่พระเจ้าอย่างที่ควร

เราเองในฐานะบุตรของพระเจ้า ก็ควรวางตัวให้ถูกต้องกับบทบาท ไม่ควรพยายามเป็นพระเจ้าเสียเอง ในการที่จะไปบงการ หรือตัดสินชีวิตของพี่น้องคริสเตียน หรือพยายามสำแดงอิทธิฤทธิ์ด้วยการช่วยแบกรับภาระของพี่น้อง แทนที่จะกระทำเหมือนพระเยซูคือ ให้ “เขารู้จักพระองค์ ผู้เป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และรู้จักพระเยซูคริสต์ที่พระองค์ทรงใช้มา”

แน่นอนว่าพระวจนะสอนให้เรายืนมือเพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ตกในสภาวะยากลำบาก แต่การให้การช่วยเหลือต่อพี่น้องนั้น ต้องเป็นไปอย่างถูกต้องชอบธรรม เป็นไปในพระนามของพระเจ้า และเป็นไปตามพระวจนะของพระเจ้า และเป็นไปเพื่อพระเจ้าได้รับการสรรเสริญ

มัทธิว 15:29-31
29พระเยซูจึงเสด็จจากที่นั่นมายังทะเลสาบกาลิลี แล้วเสด็จขึ้นไปบนภูเขาทรงประทับที่นั่น30และประชาชนเป็นอันมากมาเฝ้าพระองค์ พาคนง่อย คนแขนขาพิการ คนตาบอด คนใบ้ และคนเจ็บอื่นๆหลายคน มาวางแทบพระบาทของพระเยซู แล้วพระองค์ทรงรักษาเขาให้หาย31คนเหล่านั้นจึงอัศจรรย์ใจนัก เมื่อเห็นคนใบ้พูดได้ คนแขนขาพิการหายเป็นปกติ คนง่อยเดินได้ คนตาบอดกลับเห็น แล้วเขาก็สรรเสริญพระเจ้าของชนชาติอิสราเอล



Create Date : 01 มีนาคม 2552
Last Update : 1 มีนาคม 2552 16:10:31 น. 2 comments
Counter : 1930 Pageviews.  
Share to Facebook
 
 
 
 
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านครับ

 
 

โดย: ศรัทธาพลัง วันที่: 2 มีนาคม 2552 เวลา:10:16:55 น.  

 
 
 
ขอพระเจ้าอวยพระพรท่านครับ
 
 

โดย: lin IP: 118.173.193.165 วันที่: 12 มีนาคม 2552 เวลา:3:32:38 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ksk
 
Location :
ยะลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




ผมเป็นคริสเตียนครับ
เป็นชาวยะลา เกิดปัตตานี ลูกจีนไหหลำ
จบวิศวกรรมไฟฟ้า(ระบบควบคุม) จากพระจอมเกล้าพระนครเหนือ EL รุ่น 24 รหัส 31 (เคยเรียน ป.วส. IE ห้องอิเล็ก ที่ วทอ. 2 ปี รหัส 29 ห้องเดียวกับ ศิริ แว่น สมชาย สุกิตติ จั๊บ ไพบูลย์ จ่าบุญเลิศ ก่อนย้อนไปเริ่มต้นป.ตรี ปี 1 ใหม่กับรุ่นน้องในคณะวิศวฯ พูดง่ายๆว่า ซิ่ว 2 ปี)
ป.โท วิศวกรรมการบิน(Avionique) จาก SUPAERO
Toulouse FRANCE ปี 1994
เคยรับราชการเป็นอาจารย์ในคณะวิศวฯที่พระนครเหนือ 8 ปี ผลงานก็ไม่มีอะไรมาก KMITNB Robot Camp เป็นสิ่งที่ยังพอให้ภาคภูมิใจเมื่อมองกลับไปที่เทคโนฯ ด้วยความคิดถึง 14 ปี อันแสนหวานกับชีวิตในพระนครเหนือ(มิย.ปี 29 - มิย.ปี 43)
ตอนนี้ลาออกจากราชการ มาหากินด้วยลำแข้ง(ไม่ใช่เป็นนักมวยไทยนะ)
ที่จังหวัดยะลาบ้านเกิด ตั้งแต่มิถุนายน ปี Y2K
กำลังจะรุ่งเรืองแล้วเชียว 4 มกราคม 2547
สถานการณ์ไฟใต้ก็เริ่มขึ้น
สิ่งที่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิด มันก็เกิด
และยาวมาจนถึงตอนนี้
ผมยังนึกไม่ออกมันจะจบลงแบบไหน free counter

free counter

New Comments
[Add ksk's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com