ถ้าพระเจ้าไม่มีจริง คุณได้หรือเสียอะไร? แต่ถ้าพระเจ้ามีจริง คุณได้หรือเสียอะไร?

<<
มกราคม 2555
1234567
891011121314
15161718192021
22232425262728
293031 
 
14 มกราคม 2555
 

รู้จักพระเยซูผ่านพระธรรม โคโลสี

13 พฤศจิกายน 2011
คริสตจักรยะลา

โคโลสี 1:15-18
15พระองค์ทรงเป็นพระฉายของพระเจ้า ผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง16เพราะว่าในพระองค์สรรพสิ่งได้ถูกสร้างขึ้น ทั้งในท้องฟ้าและที่แผ่นดินโลก สิ่งซึ่งประจักษ์แก่ตาและซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ไม่ว่าจะเป็นเทวบัลลังก์ หรือเป็นเทพอาณาจักร หรือเป็นเทพผู้ครองหรือศักดิเทพ สรรพสิ่งทั้งสิ้นถูกสร้างขึ้น โดยพระองค์และเพื่อพระองค์ 17พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง และสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์ 18พระองค์ทรงเป็นศีรษะของกาย คือคริสตจักร พระองค์ทรงเป็นปฐม เป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อพระองค์จะได้ทรงเป็นเอกในสรรพสิ่งทั้งปวง


อธิษฐาน
สรรเสริญพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่สูงสุด ขอให้พระนามของพระองค์เป็นที่สักการะ ให้พระเกียรติทั้งสิ้นเป็นของพระองค์ ขอบพระคุณสำหรับน้ำพระทัยอันดีเลิศที่ทรงสำแดงโดยทางพระเยซูคริสต์พระบุตรองค์เดียวของพระองค์ ผู้เป็นพระผู้ช่วยให้รอด เป็นหนทางเดียวให้เราได้กลับคืนดีกับพระเจ้า ขอบพระคุณสำหรับพระวิญญาณบริสุทธิ์ที่ทรงโปรดประทานให้ประทับในเราทุกคน เพื่อจะช่วยเราเมื่อยังดำเนินชีวิตอยู่ในโลกนี้ ขอให้เราเดินติดตามพระองค์อย่างสัตย์ซื่อ และให้น้ำพระทัยของพระองค์สำเร็จในชีวิตของเรา


ตลอด 2-3 เดือนที่ผ่านมา ประเทศไทยของเราเผชิญกับวิกฤตใหญ่ หลายสิบจังหวัดในภาคเหนือและภาคกลางประสพกับปัญหาน้ำท่วม ประชาชนนับล้านคนได้รับผลกระทบ เศรษฐกิจของประเทศเสียหายมากมาย และไม่เพียงแต่ประเทศไทยเท่านั้น บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนทำอุตสาหกรรมในประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างมากมายเช่นกัน คอมพิวเตอร์ที่ขายอยู่ทั่วโลกได้รับผลกระทบ รถยนต์ที่ขายอยู่ทั่วโลกก็ได้รับผลกระทบ เพราะชิ้นส่วนสำคัญๆหลายชิ้นผลิตในประเทศไทย แม้จนทุกวันนี้ ปัญหาก็ยังไม่จบสิ้นไป ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านบอกว่าอีก 1-2 เดือนข้างหน้า การกอบกู้วิกฤตในนิคมอุตสาหกรรมจึงจะสามารถทำได้ และจะใช้ระยะเวลาอีกหลายเดือนกว่าที่ภาคอุตสาหกรรมที่เสียหายไปจะสามารถเริ่มดำเนินการ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการเมืองที่รออยู่ข้างหน้าแล้ว เราจะรู้ตัวหรือไม่ก็ตาม เรากำลังอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศไทย แม้ว่าเราจะไม่ได้รับผลกระทบจากมหาอุทกภัยครั้งนี้ แต่เชือว่าพี่น้องที่ได้รับทราบและรับฟังข่าวสารคงจะได้รับผลกระทบทางจิตใจบ้างไม่มากก็น้อย

ในสถานการณ์เหล่านี้ เราได้แสดงออกอย่างไร ในฐานะที่เราเป็นคนของพระเจ้า ในฐานะที่เราเป็นคนของประเทศไทย ให้เราได้มีส่วนในการสำแดงความรักของพระเจ้าส่งไปยังผู้คนที่อยู่ในความยากลำบาก ผมได้เห็นภาพของคริสตจักรหลายแห่งในกรุงเทพที่ได้เชิญชวนสมาชิกให้ออกไปแจกสิ่งของบรรเทาทุกข์ ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้าน นั่นเป็นสิ่งที่ถูกต้องและสมควร ขอบคุณพระเจ้าที่คริสตจักรของเราแม้จะอยู่ห่างไกล และไม่สามารถมีส่วนในการทำสิ่งใดได้มากมาย ก็ได้มีส่วนในการถวายทรัพย์สมทบกับสภาคริสตจักรในประเทศไทยเพื่อช่วยบรรเทาทุกข์ ขอเชิญชวนพี่น้องที่จะมีส่วนร่วมในการถวายทรัพย์ในครั้งนี้ด้วย

เรากำลังติดตามค้นหาพระเยซูที่ปรากฏอยู่ในพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่แต่ละเล่ม วันนี้เราได้เดินทางมาถึงพระธรรมโคโลสี ซึ่งเป็นจดหมายฝากของอัครทูตเปาโล ท่านเขียนจดหมายฉบับนี้ไปยังพี่น้องคริสเตียนในเมืองโคโลสี คริสตจักรที่เมืองนี้ไม่ได้ก่อตั้งขึ้นโดยอัครทูตเปาโลเอง แต่โดยผู้ร่วมงานของท่าน เปาโลกำลังถูกขังอยู่ในคุกประมาณปี คศ. 61 ท่านได้รับทราบข่าวคราวของพี่น้องคริสเตียนในโคโลสี ซึ่งกำลังมีปัญหาเกิดการสอนผิดขึ้น ทำให้ท่านเขียนจดหมายฉบับนี้ไปยังคริสตจักรที่เมืองโคโลสี และยังได้กำชับให้ส่งต่อจดหมายฉบับนี้ไปยังเมืองอื่นๆ และรับจดหมายฝากจากเมืองอื่นๆมาอ่านอีกด้วย

ปัญหาการสอนผิดที่เกิดขึ้นที่โคโลสี เป็นเรื่องของการพยายามสอนว่าการเชื่อในพระเยซูอย่างเดียวไม่เพียงพอ จะต้องกระทำสิ่งอื่นๆด้วยเพื่อจะได้รับความรอด อัครทูตเปาโลจึงได้อธิบายถึงความเป็นพระเจ้าของพระเยซูคริสต์ ซึ่งนับได้ว่า นอกจากหนังสือพระกิตติคุณทั้ง 4 เล่มแล้ว จดหมายฝากโคโลสี เป็นเล่มที่มีรายละเอียดเกี่ยวกับพระเยซูมากที่สุดเล่มหนึ่ง

เราจะมาทำความรู้จักกับพระเยซูคริสต์ ตามที่ปรากฏในจดหมายฝากโคโลสี

โคโลสี 1:15-18
15พระองค์ทรงเป็นพระฉายของพระเจ้า ผู้ซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่งทั้งปวง16เพราะว่าในพระองค์สรรพสิ่งได้ถูกสร้างขึ้น ทั้งในท้องฟ้าและที่แผ่นดินโลก สิ่งซึ่งประจักษ์แก่ตาและซึ่งไม่ประจักษ์แก่ตา ไม่ว่าจะเป็นเทวบัลลังก์ หรือเป็นเทพอาณาจักร หรือเป็นเทพผู้ครองหรือศักดิเทพ สรรพสิ่งทั้งสิ้นถูกสร้างขึ้น โดยพระองค์และเพื่อพระองค์ 17พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง และสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นระเบียบอยู่โดยพระองค์ 18พระองค์ทรงเป็นศีรษะของกาย คือคริสตจักร พระองค์ทรงเป็นปฐม เป็นผู้แรกที่ทรงเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อพระองค์จะได้ทรงเป็นเอกในสรรพสิ่งทั้งปวง


พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระฉายของพระเจ้า มีความหมายว่า เราสามารถรู้ได้ว่าพระเจ้าทรงเป็นอย่างไร โดยดูที่พระเยซูคริสต์ สิ่งนี้ไม่ได้หมายความว่า ถ้าพระเยซูผมสีทอง ไว้หนวดเครา ใส่เสื้อคลุมยาวๆ แล้วพระเจ้าก็มีลักษณะแบบนั้น แต่กำลังหมายถึงบุคลิกภาพ แนวความคิด แนวการกระทำ ความเมตตาที่สำแดงออก สิทธิอำนาจและฤทธิ์เดชที่ทรงใช้ ความพึงพอใจ ความเสียพระทัย ความเด็ดขาด พระพิโรธ ฯลฯ ที่ปรากฏในพระเยซู คือพระลักษณะที่มีในพระเจ้า พระเยซูได้ทรงบอกไว้ว่า “ผู้ที่เห็นเราก็เห็นพระบิดา” (ยอห์น 14:9) เราทั้งหลายที่ถูกเรียกว่า คริสเตียน ซึ่งมีความหมายว่า เจ้าพระคริสต์น้อย ก็น่าจะมีความหมายว่า เรามีความเหมือนกับพระเยซู ดังนั้น สิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นในชีวิตของเราคือ “ผู้คนทั่วไปเมื่อได้เห็นเรา ก็ได้เห็นพระเยซู แล้วก็ได้เห็นพระเจ้า” ขอให้ชีวิตของเราเป็นอย่างนั้น

พระเยซูทรงเป็นบุตรหัวปีเหนือสรรพสิ่ง ตามปกติคำว่าบุตรหัวปี จะใช้ก็ต่อเมื่อครอบครัวนั้นมีบุตรมากกว่า 1 คน หากว่าครอบครัวใดที่มีลูกคนเดียว ซึ่งแม้ว่าจะเป็นลูกที่เกิดเป็นคนแรก เราก็จะไม่ใช้คำว่าลูกหัวปี แต่ทำไมพระธรรม ยอห์น 3:16 ได้บอกว่า “พระบุตรองค์เดียว” นั่นก็เพราะว่า ก่อนที่พระเยซูจะเสด็จเข้ามาในโลก พระเจ้าไม่ได้ทรงรับมนุษย์ในฐานะลูกของพระองค์ แต่เราพบว่า ยอห์น 1:12-13 “12แต่ส่วนบรรดาผู้ที่ต้อนรับพระองค์ผู้ที่เชื่อในพระนามของพระองค์ พระองค์ก็ทรงประทานสิทธิให้เป็นบุตรของพระเจ้า 13ซึ่งในฐานะนั้นเป็นผู้ที่มิได้เกิดจากเลือดเนื้อ หรือกาม หรือความประสงค์ของมนุษย์ แต่เกิดจากพระเจ้า” เราทั้งหลายที่ต้อนรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอดได้รับฐานะเป็นบุตรของพระเจ้า ดังนั้น ตั้งแต่พระเยซูได้ทรงกระทำภาระกิจแห่งการไถ่บาปเสร็จสิ้น พระองค์ก็มีน้องๆมากมาย ทำให้พระองค์เปลี่ยนสถานะจากการเป็นพระบุตรองค์เดียว มาเป็นบุตรหัวปี

เรื่องนี้มีลัทธิเทียมเท็จนำไปตีความหมายผิด โดยตีความหมายว่า พระบุตรเป็นสิ่งแรกที่พระบิดาทรงสร้างขึ้น แต่ความจริงนั้น พระธรรมปฐมกาลได้บ่งบอกไว้ชัดเจนว่า พระบิดา พระบุตร พระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้ทรงดำรงอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ถูกเรียกว่าพระบุตร ยอห์นบทที่ 1 ได้บอกให้เรารู้ว่า พระวาทะทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า พระวาทะทรงเป็นพระเจ้า และพระวาทะนั้นเองได้มาบังเกิดเป็นมนุษย์คือพระเยซูคริสต์ เมื่อนั้นจึงเริ่มมีการเรียกพระองค์ว่า พระบุตรของพระเจ้า การที่ทรงเป็นหัวปีนั้น ก็คือการที่พระเยซูคริสต์ทรงถูกชุบให้เป็นขึ้นจากความตาย นับเป็นผลแรก และคนบาปทั้งหลายที่เชื่อวางใจในพระองค์ก็จะเป็นขึ้นอย่างเดียวกัน นับเป็นผลตามมา (1 โครินธ์ 15:20-23)

ในพระองค์สรรพสิ่งได้ถูกสร้างขึ้น ข้อนี้สามารถขยายความได้โดย ยอห์น 1:1-4 1ในปฐมกาลพระวาทะดำรงอยู่ และพระวาทะทรงสถิตอยู่กับพระเจ้า และพระวาทะทรงเป็นพระเจ้า 2ในปฐมกาลพระองค์ทรงดำรงอยู่กับพระเจ้า 3พระเจ้าทรงสร้างสิ่งทั้งปวงขึ้นมาโดยพระวาทะ ในบรรดาสิ่งที่เป็นมานั้น ไม่มีสักสิ่งเดียวที่ได้เป็นมานอกเหนือพระวาทะ 4พระองค์ทรงเป็นแหล่งชีวิต และชีวิตนั้นเป็นความสว่างของมนุษย์ พระคัมภีร์ได้บอกเราว่า “ไม่มีสักสิ่งเดียวที่เป็นมานอกเหนือพระวาทะ”ซึ่งหมายความว่าทุกสิ่งนั้นถูกสร้างขึ้นโดยพระวาทะ

พระองค์ทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวง หมายความว่าพระเยซูคริสต์ทรงดำรงอยู่ตั้งแต่เดิม ก่อนที่จะทรงสร้างสรรพสิ่งขึ้น คงจะเป็นเรื่องน่าขำ หากคนอื่นๆจะได้ยินประโยคนี้โดยที่เขารู้เพียงว่าพระเยซูเป็นศาสดาของศาสนาคริสต์ เพราะเรื่องราวในประวัติศาสตร์ และในพระคัมภีร์เองก็ยืนยันว่า พระเยซูทรงบังเกิดในโลกนี้ที่หมู่บ้านเบธเลเฮม เมื่อประมาณ 2 พันปีที่ผ่านมานี้เอง ในขณะที่ประวัติศาสตร์ของโลก มีความเก่าแก่มากกว่านั้น แต่สำหรับเราทั้งหลายที่ยอมรับพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด พระคัมภีร์ได้เปิดเผยความจริงให้เรารู้ว่า พระเยซูไม่ใช่เป็นเพียงมนุษย์คนหนึ่ง แต่ทรงเป็นพระเจ้าที่เสด็จเข้ามาในโลกนี้ ดังนั้นการที่จะบอกว่าพระเยซูทรงดำรงอยู่ก่อนสรรพสิ่งทั้งปวงจึงจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อพระองค์ทรงเป็นพระเจ้า ไม่ใช่แค่มนุษย์ที่สอนศีลธรรมดีๆคนหนึ่ง และได้รับการยกย่องเป็นศาสดา

พระองค์ทรงเป็นศีรษะของกาย คือคริสตจักร เราคงจะยังจำได้ถึงภาพเปรียบเทียบว่าคริสตจักรเป็นเหมือนร่างกายที่ประกอบด้วยอวัยวะหลายส่วน พวกเราแต่ละคนในคริสตจักรก็เป็นมือบ้าง เป็นเท้าบ้าง เป็นแขน ขา บ้าง (หวังว่าคงไม่มีใครเป็นขี้ไคลหรือเล็บคุด) และร่างกายนั้นพระเยซูคริสต์ทรงเป็นศีรษะ นี่เป็นความจริงที่เราทั้งหลายต้องไม่ลืม ผู้นำคนใดๆก็ตามไม่ว่าจะเป็นศิษยาภิบาล หรือประธาน หรือผู้ปกครอง หรืออื่นๆ ไม่ใช่ผู้สูงสุดในคริสตจักร แต่เป็นพระเยซูคริสต์ เรามักจะได้ยินคำสอนให้เราเคารพและให้เกียรติผู้นำ ซึ่งโดยทั่วๆไปก็ถือว่าเป็นคำสอนที่ดีและถูกต้อง แต่เราควรทำความเข้าใจให้ดีว่า การเคารพ ให้เกียรติ ผู้นำนั้นมีวิธีการแสดงออกอย่างไร โดยการป่าวประกาศยกย่องคุณงามความดีต่อหน้าสาธารณชนอย่างนั้นหรือ โดยการจัดหาสิ่งดีๆ หรูหรา ราคาสูง ประเคนให้กับผู้นำอย่างนั้นหรือ โดยการก้มหน้าก้มตาเชื่อฟังทุกคำสั่ง อย่างนั้นหรือ จงระวังให้ดี สิ่งที่เรากระทำไปอย่างไม่ถูกต้อง เราอาจคิดว่านั่นคือการแสดงออกว่าเราให้เกียรติผู้นำ แต่จะส่งผลให้ผู้นำเข้าสู่การทดลอง และจะต้องตกที่นั่งลำบาก

การเคารพ ให้เกียรติผู้นำอย่างที่สมควรคือ การร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับผู้นำในการทำพันธกิจ เชื่อฟังพระวจนะของพระเจ้า ไม่ชักนำหรือปล่อยให้ผู้นำเข้าสู่การทดลอง หรือเสี่ยงต่อการผิดพลาด รู้จักบทบาทหน้าที่และดำเนินตามบทบาทนั้นอย่างเหมาะสม

ผู้ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้นำก็ต้องดำเนินอย่างระมัดระวังเช่น คือต้องไม่ลืมตัวว่า ตัวผู้นำเองและเพื่อนร่วมงานก็เป็นมนุษย์ธรรมดา เพียงแต่ได้รับมอบหมายหน้าที่ในวาระต่างๆเท่านั้น ไม่ควรที่จะอาศัยอำนาจหน้าที่ กดขี่ข่มเหง รังแก หรือสร้างความอึดอัดให้เกิดขึ้นต่อเพื่อนร่วมงาน ใช้บทบาทหน้าที่ไปสร้างบุญคุณ เพื่อเรียกร้องสิ่งต่างๆภายหลัง เท่าที่เราเห็นว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในวงการนักการเมืองเราแม้แต่ในช่วงน้ำท่วมอย่างนี้ เราก็ยังรู้สึกแย่เต็มที แต่หากเกิดขึ้นในคริสตจักรของพระเจ้า มันจะยิ่งแย่สักเท่าไร

โคโลสี 2:8-15
8จงระวังให้ดี อย่าให้ผู้ใดทำให้ท่านตกเป็นเหยื่อด้วยหลักปรัชญา และด้วยคำล่อลวงอันเหลวหลตามตำนานของมนุษย์ ตามภูตผีปิศาจของจักรวาล ไม่ใช่ตามพระคริสต์ 9เพราะว่าในพระองค์นั้น สภาพของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์ 10และท่านได้บรรลุถึงความครบบริบูรณ์ในพระองค์ ผู้เป็นศีรษะแห่งปวงเทพผู้ครองและศักดิเทพ 11ในพระองค์นั้น ท่านได้รับพิธีเข้าสุหนัตที่มือมนุษย์มิได้กระทำ โดยที่ท่านได้สละกายเนื้อหนังเสียในการเข้าสุหนัตแห่งพระคริสต์ 12และได้ถูกฝังไว้กับพระองค์ในพิธีบัพติศมาแล้ว และในพิธีนั้นท่านได้ฟื้นขึ้นมาจากตายกับพระองค์ด้วย โดยเชื่อในการกระทำของพระเจ้าผู้ได้ทรงชุบพระองค์ให้เป็นขึ้นมา 13และท่านที่ตายแล้วด้วยการละเมิดทั้งหลายของท่าน และด้วยเหตุที่เนื้อหนังของท่านมิได้เข้าสุหนัต พระองค์ได้ทรงให้ท่านมีชีวิตร่วมกับพระองค์ และทรงโปรดยกโทษการละเมิดทั้งหลายของท่าน 14พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเราด้วยบัญญัติต่างๆซึ่งขัดขวางเรา และได้ทรงหยิบเอาไปเสียให้พ้นโดยทรงตรึงไว้ที่กางเขน 15พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิเทพเสีย พระองค์ได้ทรงประจานเขา และชนะเขาโดยกางเขนนั้น


เพราะว่าในพระองค์นั้น สภาพของพระเจ้าดำรงอยู่อย่างบริบูรณ์ ประโยคนี้ได้บ่งบอกเราอย่างชัดเจนว่า พระเยซูคริสต์ทรงเป็นพระเจ้า เราสามารถค้นหาเรื่องราวที่รองรับคำกล่าวอ้างนี้ได้ ทั้งจากเรื่องราวที่ปรากฏในพระคัมภีร์ และในชีวิตจริงของผู้เชื่อในพระเยซู

แต่คำถามที่น่าสนใจคือ เราเองสามารถเป็นที่ทำให้คนอื่นๆสังเกตเห็นว่าพระเยซูทรงเป็นพระเจ้าหรือไม่ หากว่าเรามาเป็นคริสเตียนแล้ว แต่ก็ยังคงไม่มีอะไรที่แตกต่างจากวิถีชีวิตของผู้คนรอบข้าง ก็คงเป็นเรื่องน่าสงสัยว่า พระเยซูเป็นพระเจ้าจริงหรือเปล่า หรืออาจเป็นข้อสงสัยว่า พระเยซูคริสต์ได้ทรงสถิตอยู่ในเราแล้วหรือยัง

พระองค์ได้ทรงให้ท่านได้มีชีวิตร่วมกับพระองค์ การมีชีวิตร่วมกับพระองค์เป็นหัวใจสำคัญของการเป็นคริสเตียน มีผู้ที่เรียกตัวเองว่าคริสเตียนจำนวนไม่น้อยที่ไม่มีชีวิตร่วมกับพระคริสต์ เพราะว่ายังไม่ยอมตายกับพระองค์ ดังนั้นจึงไม่มีส่วนร่วมในการฟื้นขึ้นกับพระองค์ และไม่ได้มีชีวิตร่วมกับพระองค์ หากเราอยากจะมีชีวิตร่วมกับพระองค์ เราต้องยอมตายร่วมกับพระองค์ก่อน ไม่ได้หมายความว่าเราต้องไปถูกตรึงบนไม้กางเขน เพราะพระองค์ได้ทรงกระทำแทนเราเสร็จแล้ว แต่การตายร่วมกับพระองค์หมายความว่า เรายอมสละสิทธิส่วนตัวทั้งหมด ยอมรับน้ำพระทัยของพระเจ้า บางทีอาจเป็นเรื่องยาก เพราะมนุษย์เราอ้างสิทธิความเป็นเจ้าของ ไม่ทราบว่าพี่น้องเคยเห็นรถยนต์ที่มีตัวหนังสือข้างรถว่า “ใช้ในราชการเท่านั้น” หรือเปล่า มันแปลว่า รถคันนี้แท้จริงคนขับไม่ได้เป็นเจ้าของ และรถนี้มีไว้ใช้เพื่อการงานของราชการ แต่ที่ผ่านๆมา บางทีคนขับลืมตัว คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าของรถ ก็เลยเอารถนั้นไว้ใช้เสมือนเป็นรถของตัวเอง ใช้ตามวัตถุประสงค์ของตัวเองโดยไม่ได้สนใจว่ารถนั้นต้องใช้เพื่องานราชการ สิ่งที่พระเจ้าเรียกร้องให้เราตายร่วมกับพระคริสต์ ก็คล้ายกับการที่หน่วยงานแจ้งบอกคนขับรถคันนั้นว่า ให้เลิกพฤติกรรมนั้นเสีย ให้สละสิทธิ์ในการยึดครองรถคันนั้น และมอบคืนสิทธิ์ในการใช้รถคันนั้นเพื่อให้ใช้ประโยชน์ในงานราชการ แต่หน้าที่ในการขับและในการดูแลรักษาก็ยังเป็นของคนคนนั้นอยู่เช่นเดิม เพียงแต่ไม่ใช่เอาไปใช้ตามใจตนเอง ให้ใช้ในงานของราชการเท่านั้น การตายร่วมกับพระคริสต์ของคริสเตียนก็เป็นการสละสิทธิอย่างนั้นในทำนองเดียวกัน พระเจ้าไม่ได้ยึดเอาทุกสิ่งไปจากเรา เรายังคงเป็นตัวของเราเอง แต่เราใช้ชีวิตเพื่อพระประสงค์ของพระองค์

พระองค์ทรงฉีกกรมธรรม์ซึ่งได้ผูกมัดเรา ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะสามารถกระทำอย่างที่พระเยซูทรงกระทำได้ ที่พระองค์ทรงกระทำได้เพราะว่าพระองค์ทรงอยู่เหนือสิ่งต่างๆทั้งหมด ไม่มีอำนาจใดเหนือกว่าพระองค์ การที่เราได้เข้าลี้ภัยอยู่ในพระเยซูก็ทำให้เราพ้นจากสิ่งต่างๆที่เคยครอบงำหรือผูกมัดชีวิตของเรา และสิ่งเหล่านั้นจะไม่สามารถกลับมามีอำนาจเหนือชีวิตของเราได้อีก ตราบใดที่เราไม่หนีออกไปจากพระคุณของพระเจ้า อย่าลืมว่า พระเจ้าไม่ได้ขังเราไว้ พระองค์ปรารถนาให้เราตอบสนองพระคุณของพระองค์ด้วยความรักที่เรามีต่อพระองค์ ตามใจสมัคร มิใช่ด้วยการบีบบังคับ

พระองค์ทรงปลดเทพผู้ครองและศักดิ์เทพเสีย แสดงให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงมีอำนาจเหนือกว่าวิญญาณชั่วร้ายที่ครอบครองโลกนี้ ซึ่งครอบงำความคิดจิตใจของมนุษย์ บนไม้กางเขนนั้น พระเยซูได้ทรงประกาศชัยชนะ และทรงทำให้แผนการของพระเจ้าสำเร็จ ครั้งหนึ่ง เราอาจเคยตกอยู่ภายใต้อำนาจมืดเหล่านั้น แต่โดยชัยชนะของพระเยซูคริสต์ เราได้ถูกปลดปล่อยแล้ว

โคโลสี 3:15-17
15และจงให้สันติสุขของพระคริสต์ครองจิตใจของท่าน พระเจ้าทรงเรียกท่านไว้ให้เป็นกายเดียวด้วย เพื่อสันติสุขนั้น และท่านจงมีใจกตัญญู 16จงให้พระวาทะของพระคริสต์ดำรงอยู่ในตัวท่านอย่างบริบูรณ์ จงสั่งสอนและเตือนสติกันด้วยปัญญาทั้งสิ้น จงร้องเพลงสดุดีเพลงนมัสการ และเพลงสรรเสริญด้วยใจโมทนาขอบพระคุณพระเจ้า 17และเมื่อท่านจะกระทำสิ่งใดด้วยวาจาหรือด้วยกายก็ตาม จงกระทำทุกสิ่งในพระนามของพระเยซูเจ้า และขอบพระคุณพระบิดาเจ้า โดยพระองค์นั้น



Create Date : 14 มกราคม 2555
Last Update : 14 มกราคม 2555 20:25:27 น. 0 comments
Counter : 1412 Pageviews.  
Share to Facebook
 
Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ksk
 
Location :
ยะลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




ผมเป็นคริสเตียนครับ
เป็นชาวยะลา เกิดปัตตานี ลูกจีนไหหลำ
จบวิศวกรรมไฟฟ้า(ระบบควบคุม) จากพระจอมเกล้าพระนครเหนือ EL รุ่น 24 รหัส 31 (เคยเรียน ป.วส. IE ห้องอิเล็ก ที่ วทอ. 2 ปี รหัส 29 ห้องเดียวกับ ศิริ แว่น สมชาย สุกิตติ จั๊บ ไพบูลย์ จ่าบุญเลิศ ก่อนย้อนไปเริ่มต้นป.ตรี ปี 1 ใหม่กับรุ่นน้องในคณะวิศวฯ พูดง่ายๆว่า ซิ่ว 2 ปี)
ป.โท วิศวกรรมการบิน(Avionique) จาก SUPAERO
Toulouse FRANCE ปี 1994
เคยรับราชการเป็นอาจารย์ในคณะวิศวฯที่พระนครเหนือ 8 ปี ผลงานก็ไม่มีอะไรมาก KMITNB Robot Camp เป็นสิ่งที่ยังพอให้ภาคภูมิใจเมื่อมองกลับไปที่เทคโนฯ ด้วยความคิดถึง 14 ปี อันแสนหวานกับชีวิตในพระนครเหนือ(มิย.ปี 29 - มิย.ปี 43)
ตอนนี้ลาออกจากราชการ มาหากินด้วยลำแข้ง(ไม่ใช่เป็นนักมวยไทยนะ)
ที่จังหวัดยะลาบ้านเกิด ตั้งแต่มิถุนายน ปี Y2K
กำลังจะรุ่งเรืองแล้วเชียว 4 มกราคม 2547
สถานการณ์ไฟใต้ก็เริ่มขึ้น
สิ่งที่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิด มันก็เกิด
และยาวมาจนถึงตอนนี้
ผมยังนึกไม่ออกมันจะจบลงแบบไหน free counter

free counter

New Comments
[Add ksk's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com