ถ้าพระเจ้าไม่มีจริง คุณได้หรือเสียอะไร? แต่ถ้าพระเจ้ามีจริง คุณได้หรือเสียอะไร?

 
มกราคม 2550
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 มกราคม 2550
 

ยำเกรงพระเจ้า (ตอนที่ 2)

8 ตุลาคม 2006
คริสตจักร ยะลา

สดุดี 128:1-6
1ทุกคนที่เกรงกลัวพระเจ้า ก็เป็นสุข คือผู้ที่ดำเนินในมรรคาของพระองค์ 2เมื่อท่านกินผลน้ำมือของท่าน ท่านจะเป็นสุข และท่านจะเจริญ 3ภรรยาของท่านจะเป็นอย่างเถาองุ่นลูกดก อยู่ภายในเรือนของท่าน เด็กๆ ของท่านจะเป็นเหมือนหน่อมะกอกเทศ รอบสำรับของท่าน 4ดั่งนี้แหละ คนที่ยำเกรงพระเจ้าจะได้รับพระพร 5ขอพระเจ้าทรงอำนวยพระพรท่านจากศิโยน ขอให้ท่านเห็นความเจริญของเยรูซาเล็ม ตลอดวันเวลาชีวิตของท่าน 6ขอให้ท่านเห็นแก่ลูกหลานของท่าน ขอให้สันติภาพมีอยู่ในอิสราเอล

อธิษฐาน
ขอพระเจ้าทรงเมตตาเราทุกคนที่นี่ ให้เราทุกคนได้รับการเปิดเผยจากพระเจ้าถึงสิ่งที่เป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า เพื่อเราจะดำเนินไปตามนั้น ขอให้เราได้อยู่ในพระเยซูคริสต์และพระเยซูคริสต์ทรงอยู่ในเรา ขอทรงชำระเราให้สะอาด ขอพระองค์ทรงนำสิ่งที่ไม่เป็นของพระองค์ออกไปจากชีวิตของเรา ให้เราเป็นคนที่ยำเกรงพระเจ้า และหลีกหนีเสียจากความชั่วร้ายทั้งมวล ขอทรงเจิมเราด้วยฤทธิ์พระวิญญาณบริสุทธิ์ของพระองค์ เพื่อเราจะมีฤทธิ์เดชของพระองค์ในการดำเนินชีวิต


ในครั้งที่แล้วผมได้พูดถึงเรื่องของการยำเกรงพระเจ้า โดยได้นำให้พี่น้องได้เปิดดูตัวอย่างของบุคคลในพระคัมภีร์ ทั้งภาคพันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ ว่าตัวอย่างของชีวิตที่เรียกว่า ยำเกรงพระเจ้า หรือเกรงกลัวพระเจ้า นั้นเป็นอย่างไร และทำให้เกิดอะไร

วันนี้เราจะพิจารณาร่วมกันอีกครั้งถึง ความสำคัญของการดำเนินชีวิตคริสเตียนที่ยำเกรงพระเจ้า และสาเหตุที่เราจำเป็นที่จะต้องยำเกรงพระเจ้าอย่างจริงจัง

ก่อนอื่นขอทบทวนสิ่งที่ได้กล่าวไปในครั้งก่อน ดังนี้

ตัวอย่างแรกที่เราได้ดูไปในครั้งก่อนคือ ชีวิตของอับราฮัม ในเรื่องที่ท่านไปถวายเครื่องบูชาตามที่พระเจ้าตรัสสั่ง พระคัมภีร์ได้บันทึกใน ปฐมกาล 22:11-12 ว่า 11แต่ทูตของพระเจ้าเรียกเขาจากฟ้าสวรรค์ว่า "อับราฮัม อับราฮัม" และท่านตอบว่า "พระเจ้าข้า" 12ทูตสวรรค์ว่า "อย่าแตะต้องเด็กนั้นหรือกระทำอะไรเขาเลย เพราะบัดนี้เรารู้แล้วว่าเจ้ายำเกรงพระเจ้า ด้วยเห็นว่าเจ้ามิได้หวงบุตรชายของเจ้า แต่ยอมถวายบุตรชายคนเดียวของเจ้าให้เรา"

พระเจ้าทรงตีค่าของการที่ท่านไม่หวงสิ่งใดไว้จากพระเจ้าว่า นั่นคือท่าทีของการยำเกรงพระเจ้า จะเห็นได้ว่า ไม่ใช่อับราฮัมเองที่พูดว่าข้าพระองค์ยำเกรงพระองค์ แต่การกระทำของเขานั้น พระเจ้าทรงนับคุณค่าให้เราได้เห็น

ตัวอย่างที่สองคือ หญิงผดุงครรภ์สองคนในสมัยที่โมเสสเกิด พระคัมภีร์ได้บันทึกใน อพยพ 1:15-17 ว่า 15ฝ่ายกษัตริย์อียิปต์ทรงรับสั่งนางผดุงครรภ์ชาวฮีบรูคนหนึ่งชื่อชิฟราห์อีกคนหนึ่งชื่อปูอาห์ 16ว่า "เมื่อเจ้าไปทำการคลอดให้แก่หญิงฮีบรูเห็นเด็กคลอด ถ้าเป็นเด็กชายก็ให้ฆ่าเสีย ถ้าเป็นเด็กหญิงก็ให้ไว้ชีวิต" 17แต่นางผดุงครรภ์ยำเกรงพระเจ้า จึงมิได้ทำตามพระบัญชาของกษัตริย์อียิปต์ ปล่อยให้บุตรชายรอดชีวิต

นางผดุงครรภ์ 2 คนนี้ยำเกรงพระเจ้าอย่างไร ความยำเกรงพระเจ้าของเขาทั้งสอง สำแดงออกโดย “มโนธรรมที่พระเจ้าใส่ไว้ในใจ” ไม่จำเป็นต้องอ้างธรรมบัญญัติ เพราะในเวลานั้นพระเจ้ายังไม่ได้ประทานธรรมบัญญัติ แต่พระเจ้าทรงนับว่านี่เป็นสิ่งที่เรียกว่าการยำเกรงพระเจ้า เพราะมโนธรรมที่พระองค์ประทานไว้ในใจยังสามารถทำงานในใจของเขาทั้งสองได้ แม้อยู่ในสภาพกดดันและเสี่ยงต่ออันตราย ในยุคของเรานี้ มโนธรรมนั้นได้ถูกประทานให้ใหม่นั่นคือพระวิญญาณของพระเจ้า ดังที่พระคัมภีร์ได้บอกไว้ว่า ยอห์น 14:26 26แต่องค์ผู้ช่วยคือพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งพระบิดาจะทรงใช้มาในนามของเรานั้น จะทรงสอนท่านทั้งหลายทุกสิ่ง และจะให้ท่านระลึกถึงทุกสิ่งที่เราได้กล่าวไว้แก่ท่านแล้ว ดังนั้นการยำเกรงพระเจ้าสำแดงออกได้โดยการดำเนินชีวิตตามพระวิญญาณบริสุทธิ์

ตัวอย่างที่สามคือ ผู้นำประชาชนที่โมเสสได้พิจารณาเลือกมาเพื่อช่วยในการปกครองดูแลประชากรของพระเจ้า พระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ใน อพยพ 18:21-22 ว่า 21ยิ่งกว่านั้น ท่านจงเลือกคนที่สามารถจากพวกประชาชน คือคนที่ยำเกรงพระเจ้าไว้ใจได้ และไม่กินสินบน แต่งตั้งคนอย่างนี้ไว้เป็นผู้ปกครองคนพันคนบ้าง ร้อยคนบ้าง ห้าสิบคนบ้าง สิบคนบ้าง 22ให้เขาพิพากษาความของประชาชนอยู่เสมอ ส่วนคดีใหญ่ๆก็ให้เขานำมาแจ้งต่อท่าน แต่คดีเล็กๆน้อยๆให้เขาตัดสินเอง การงานของท่านจะเบาลง และพวกเขาจะแบกภาระร่วมกับท่าน จากข้อที่อ่านไปนี้ เห็นว่าคุณสมบัติของผู้ที่ยำเกรงพระเจ้าคือ “เป็นผู้ที่พระเจ้าทรงไว้ใจได้”

ตัวอย่างที่สี่คือ โยบ เรารู้จักเรื่องราวของโยบดี ประทับใจในแบบอย่างของโยบ แต่ใครอยากผ่านเข้าไปในสถานการณ์อย่างที่โยบประสพบ้าง จากตัวอย่างของโยบเราเห็นว่าแท้จริงแล้วคำว่า “ยำเกรงพระเจ้า” นั้น มีความหมายอีกอย่างคือการ “เกรงกลัวพระเจ้า” โยบ 1:1 1มีชายคนหนึ่งในแผ่นดินอูส ชื่อโยบ ชายคนนั้นเป็นคนดีรอบคอบและเที่ยงธรรม เป็นผู้เกรงกลัวพระเจ้าและหันเสียจากความชั่วร้าย ลักษณะของการยำเกรงพระเจ้าที่พระคัมภีร์ระบุไว้คือโยบเป็น “ผู้ที่เกรงกลัวพระเจ้า และหันเสียจากความชั่วร้าย” ซึ่งก็คือความหมายเดียวกับยำเกรงพระเจ้า แต่คำว่าเกรงกลัวพระเจ้าให้ภาพที่แจ่มชัดขึ้นมาก

นอกจากนี้ก็ยังมีตัวอย่างจากพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่ แบบอย่างชีวิตของพระเยซูคริสต์ ผู้ซึ่งทรงเป็นพระเจ้า แต่ในขณะที่ทรงดำเนินในโลกนี้ในฐานะพระบุตร ก็ได้แสดงให้เราเห็นคุณลักษณะที่ครบถ้วนว่าพระองค์ทรงเป็นผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า ดังจะเห็นได้จากคำอธิษฐานของพระองค์ที่บันทึกไว้ในพระคัมภีร์
นอกจากนี้เหล่าสาวก และบรรดาอัครทูต เมื่อได้รับการเติมเต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์แล้ว ชีวิตของเขาเหล่านั้น ก็สอดคล้องกับลักษณะทั้ง 4 แบบอย่างที่เราพบได้ในพระคัมภีร์เดิม

วันนี้สิ่งที่เราจะพิจารณาต่อไปก็คือ ทำไมการยำเกรงพระเจ้าจึงสำคัญ ทำไมพระคัมภีร์จึงใช้คำว่า “เกรงกลัวพระเจ้า” ซึ่งดูไม่น่าพิศมัยเลย และทำให้ผู้เชื่อหลายท่านไม่สบายใจ

สัปดาห์ก่อน พี่จรัล ได้แบ่งปันพระวจนะให้กับเราที่นี่ ท่านได้เล่าให้ฟังถึงปูมหลังของครอบครัวที่คุณปู่เกี่ยวข้องกับวิญญาณชั่ว ทำให้ครอบครัวตกอยู่ในสภาพ “หวาดกลัว” ต่อสิ่งเหล่านั้น เป็นภาพที่ช่วยให้เราเห็นชัดเจนขึ้นว่า “ความหวาดกลัวต่อวิญญาณชั่ว” กับ “ความเกรงกลัวพระเจ้า” นั้น แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลองดูว่าพระคัมภีร์ให้ความกระจ่างในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

ประการแรก พระเจ้าที่เราต้องเกรงกลัวนั้น ไม่ใช่พระเจ้าที่ “น่าเกลียดน่ากลัว” ตรงกันข้ามพระองค์ทรงมีพระทัยอันกรุณา มีพระคุณและความรักมากมายต่อเรา ลองพิจารณาสิ่งที่กษัตริย์ดาวิดได้บันทึกประสพการณ์กับพระเจ้าของท่านไว้ในพระธรรมสดุดี เพื่อให้เราได้เห็นพระลักษณะของพระเจ้า

สดุดี 46:1
1พระเจ้าทรงเป็นที่ลี้ภัยและเป็นกำลังของข้าพระองค์ทั้งหลาย เป็นความช่วยเหลือที่พร้อมอยู่ในยามยากลำบาก

สดุดี 25:14
14มิตรภาพของพระเจ้ามีอยู่แก่คนที่ยำเกรงพระองค์และพระองค์ทรงแจ้งพันธสัญญาของพระองค์แก่เขาเหล่านั้น

สดุดี 31:19
19ความดีของพระองค์อุดมสักเท่าใด ที่พระองค์ทรงสะสมไว้เพื่อบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์และทรงกระทำไว้เพื่อผู้ที่ลี้ภัยอยู่ในพระองค์ ต่อหน้าบรรดาบุตรของมนุษย์

สดุดี 33:18
18ดูเถิด พระเนตรของพระเจ้าอยู่เหนือผู้ที่ยำเกรงพระองค์ เหนือผู้ที่หวังในความรักมั่นคงของพระองค์

สดุดี 34:7
7ทูตสวรรค์ของพระเจ้าได้ตั้งค่าย ล้อมบรรดาผู้ที่เกรงกลัวพระองค์ และช่วยเขาทั้งหลายให้รอด

สดุดี 34:9
9ท่านวิสุทธิชนทั้งหลายของพระองค์ จงยำเกรงพระเจ้าเพราะผู้ที่ยำเกรงพระองค์ไม่ขาดแคลน

สดุดี 85:9
9แน่ทีเดียวที่ความรอดของพระองค์อยู่ใกล้คนที่เกรงกลัวพระองค์ เพื่อพระสิริจะอยู่ในแผ่นดินของข้าพระองค์ทั้งหลาย

สดุดี 103:11
11เพราะว่าฟ้าสวรรค์สูงเหนือแผ่นดินเท่าใด ความรักมั่นคงของพระองค์ที่มีต่อบรรดาคนที่เกรงกลัวพระองค์ก็ใหญ่ยิ่งเท่านั้น

สดุดี 103:13
13บิดาสงสารบุตรของตนฉันใด พระเจ้าทรงสงสารบรรดาคนที่ยำเกรงพระองค์ฉันนั้น

สดุดี 103:17
17แต่ความรักมั่นคงของพระเจ้านั้นดำรงอยู่ ตั้งแต่นิรันดร์กาลถึงนิรันดร์กาล ต่อผู้ที่ยำเกรงพระองค์ และความชอบธรรมของพระองค์ต่อหลานเหลน

สดุดี 111:5
5พระองค์ประทานอาหารให้ผู้ที่เกรงกลัวพระองค์พระองค์ทรงจดจำพันธสัญญาของพระองค์เสมอ

สดุดี 115:13
13พระองค์จะทรงอำนวยพระพรแก่บรรดาผู้ที่ยำเกรงพระเจ้า ทั้งผู้น้อยและผู้ใหญ่

สดุดี 145:19
19พระองค์ทรงโปรดตามความปรารถนาของบรรดาผู้ที่ยำเกรงพระองค์ พระองค์ทรงฟังเสียงร้องทูลของเขาด้วย และทรงช่วยเขาให้รอด

สดุดี 147:11
11แต่พระเจ้าทรงปรีดีในคนที่ยำเกรงพระองค์ และในคนที่ความหวังของเขาอยู่ในความรักมั่นคงของพระองค์

ลูกา 1:50
50พระกรุณาของพระองค์มีแก่บรรดาผู้ยำเกรงพระองค์ทุกชั่วอายุสืบไป

สุภาษิต 1:7
7ความยำเกรงพระเจ้า เป็นบ่อเกิดของความรู้ คนโง่ย่อมดูหมิ่นปัญญาและคำสั่งสอน

สุภาษิต 9:10
10ความยำเกรงพระเจ้า เป็นที่เริ่มต้นของปัญญาและซึ่งรู้จักองค์บริสุทธิ์ เป็นความรอบรู้

สุภาษิต 10:27
27ความยำเกรงพระเจ้านั้นยืดชีวิตให้ยาวไป แต่ปีเดือนของคนชั่วร้ายนั้นจะสั้นเข้า

สุภาษิต 14:27
27ความยำเกรงพระเจ้าเป็นน้ำพุแห่งชีวิต เพื่อผู้หนึ่งผู้ใดจะหลีกจากบ่วงของความมรณาได้

สุภาษิต 19:23
23ความยำเกรงพระเจ้านำไปสู่ชีวิต และบุคคลผู้ได้รับแล้วก็หยุดด้วยความพอใจ จะไม่มีอันตรายใดมาเยี่ยมกรายเขา

สุภาษิต 22:4
4บำเหน็จของความถ่อมใจและความยำเกรงพระเจ้า คือความมั่งคั่งเกียรติและชีวิต

สดุดี 121 พระเจ้าทรงอุปถัมป์
สดุดี 23 พระเจ้าทรงเป็นผู้เลี้ยง

และอื่นๆ อีกมากมาย ที่แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าของเราไม่ได้น่าเกลียดน่ากลัวเลย แต่ทรงบริบูรณ์ไปด้วยพระคุณ ความรักและพระกรุณาแก่เรา

ประการที่สอง พระเจ้าที่เราต้องเกรงกลัวนั้น ไม่ได้ต้องการที่จะข่มเหงรังแกเรา ตรงข้ามทรงเสนอความช่วยเหลือให้กับเรา

ลูกา 15:4-7
4"ในพวกท่านมีคนใดที่มีแกะร้อยตัว และตัวหนึ่งหายไป จะไม่ละเก้าสิบเก้าตัวนั้นไว้ที่กลางทุ่งหญ้า และไปเที่ยวหาตัวที่หายไปนั้นจนกว่าจะได้พบหรือ 5เมื่อพบแล้วเขาก็ยกขึ้นใส่บ่าแบกมาด้วยความเปรมปรีดิ์ 6เมื่อมาถึงบ้านแล้ว จึงเชิญพวกมิตรสหายและเพื่อนบ้านให้มาพร้อมกัน พูดกับเขาว่า "จงเปรมปรีดิ์กับข้าพเจ้าเถิด เพราะข้าพเจ้าได้พบแกะของข้าพเจ้าที่หายไปนั้นแล้ว" 7เราบอกท่านทั้งหลายว่า เช่นนั้นแหละ จะมีความปรีดีในสวรรค์ เพราะคนบาปคนเดียวที่กลับใจใหม่ มากกว่าเพราะคนชอบธรรมเก้าสิบเก้าคนที่ไม่ต้องการกลับใจใหม่

ยอห์น 3:16
16เพราะว่าพระเจ้าทรงรักโลก จนได้ทรงประทานพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ เพื่อทุกคนที่วางใจในพระบุตรนั้นจะไม่พินาศ แต่มีชีวิตนิรันดร์

โรม 5:8
8แต่พระเจ้าทรงสำแดงความรักของพระองค์แก่เราทั้งหลาย คือขณะที่เรายังเป็นคนบาปอยู่นั้น พระคริสต์ได้ทรงสิ้นพระชนม์เพื่อเรา

ยอห์น 1:16-17
16และเราทั้งหลายได้รับจากความบริบูรณ์ของพระองค์ เป็นพระคุณซ้อนพระคุณ 17เพราะว่าพระเจ้าได้ทรงประทานธรรมบัญญัตินั้นทางโมเสส ส่วนพระคุณและความจริงมาทางพระเยซูคริสต์

ยากอบ 4:5
5หรือท่านคิดว่าเป็นสิ่งไร้สาระหรือที่พระคัมภีร์กล่าวว่า "พระองค์ทรงเป็นห่วง วิญญาณที่ได้ทรงประทานให้อยู่ในเราทั้งหลาย"

ประการที่สาม พระเจ้าที่เราต้องเกรงกลัวนั้น ทรงอยู่ในฐานะที่สมควรแก่การเกรงกลัวจริงๆ

เฉลยธรรมบัญญัติ 32:39
39จงดูเถิด ตัวเรา คือเรานี่แหละเป็นผู้นั้น นอกจากเรา ไม่มีพระเจ้าอื่นใด เราฆ่าให้ตาย และเราก็ให้มีชีวิตอยู่ เราทำให้บาดเจ็บ และเราก็รักษาให้หาย ไม่มีผู้ใดจะช่วยให้พ้นมือเราได้

ลูกา 12:4-5
4"มิตรสหายของเราเอ๋ย เราบอกท่านทั้งหลายว่า อย่ากลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กาย และภายหลังไม่มีอะไรที่จะทำได้อีก 5แต่เราจะเตือนให้ท่านรู้ก่อนว่าควรจะกลัวผู้ใด จงกลัวพระองค์ผู้ทรงฆ่าตน แล้วก็ยังมีฤทธิ์อำนาจที่จะทิ้งลงในนรกได้ แท้จริง เราบอกท่านว่าจงกลัวพระองค์นั้นแหละ

จากพระวจนะที่ได้อ่านไป ยังมีเรื่องที่ดูเหมือนพระองค์มีความน่ากลัวอยู่บ้าง แต่ลองอ่านตอนต่อไปอีกนิด

โรม 13:3-5
3เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นไม่น่ากลัวเลยสำหรับคนที่ทำความดี แต่ว่าเป็นที่น่ากลัวสำหรับคนที่ทำความชั่ว ท่านไม่อยากจะกลัวผู้มีอำนาจหรือ ถ้าเช่นนั้นก็จงประพฤติแต่ความดี แล้วท่านก็จะได้เป็นที่พอใจของผู้มีอำนาจนั้น 4เพราะว่าผู้ครอบครองนั้น เป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเพื่อให้ประโยชน์แก่ท่าน แต่ถ้าท่านทำความชั่วก็จงกลัวเถิด เพราะว่าผู้ครอบครองนั้นหาได้ถือดาบไว้เฉยๆไม่ ท่านเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้า และจะเป็นผู้ลงพระอาชญาแทนพระเจ้าแก่ทุกคนที่ประพฤติชั่ว 5เหตุฉะนั้นท่านจะต้องอยู่ในบังคับบัญชา มิใช่เพราะเกรงพระอาชญาสิ่งเดียว แต่เพราะจิตที่สำนึกผิดชอบด้วย

พระวจนะตอนนี้ ผมนึกถึงละครทางโทรทัศน์เรื่อง “เปาบุ้นจิ้น” ถ้าเราเป็นชาวบ้านธรรมดา มีชีวิตปกติไม่ทำสิ่งที่ผิดกฏหมาย เมื่อเดินสวนทางกับท่านเปาบุ้นจิ้น มีอะไรต้องสะทกสะท้านหรือ แต่ถ้าเราเป็นผู้ที่ทำผิดกฏหมายบ้านเมือง ไม่เพียงไม่อยากเดินเข้าหา แต่จะรีบๆหลีกลี้หนีให้ไกล

ยากอบ 4:6-10
6แต่พระองค์ก็ได้ทรงประทานพระคุณเพิ่มขึ้นอีก เหตุฉะนั้นพระคัมภีร์จึงกล่าวว่า พระเจ้าทรงต่อสู้ผู้ที่หยิ่งจองหอง แต่ทรงประทานพระคุณแก่คนที่ใจถ่อม 7เหตุฉะนั้นท่านทั้งหลายจงน้อมใจยอมฟังพระเจ้า จงต่อสู้กับมาร และมันจะหนีท่านไป 8ท่านทั้งหลายจงเข้าใกล้พระเจ้า และพระองค์จะเสด็จมาใกล้ท่าน คนบาปทั้งหลายเอ๋ย จงชำระมือให้สะอาด และคนสองใจ จงชำระใจของตนให้บริสุทธิ์ 9จงเป็นทุกข์โศกเศร้าและร้องไห้ จงให้การหัวเราะกลับกลายเป็นการโศกเศร้า และความปีติยินดีกลับกลายเป็นความเศร้าสลด 10ท่านทั้งหลายจงถ่อมใจลงต่อองค์พระผู้เป็นเจ้า และพระองค์จะทรงยกชูท่านขึ้น

การดำเนินชีวิตด้วยความเกรงกลัวพระเจ้า หรือยำเกรงพระเจ้า จะทำให้เราได้ชื่นชมในพระคุณและความรักอันใหญ่ของพระองค์
แต่การใช้ชีวิตตามใจตนเองและจมอยู่ในบาป เราก็จะได้เรียนรู้กับความน่าเกรงกล้วของพระองค์



Create Date : 25 มกราคม 2550
Last Update : 25 มกราคม 2550 17:11:50 น. 0 comments
Counter : 4561 Pageviews.  
Share to Facebook
 
Name
* blog นี้ comment ได้เฉพาะสมาชิก
Opinion
*ส่วน comment ไม่สามารถใช้ javascript และ style sheet

ksk
 
Location :
ยะลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




ผมเป็นคริสเตียนครับ
เป็นชาวยะลา เกิดปัตตานี ลูกจีนไหหลำ
จบวิศวกรรมไฟฟ้า(ระบบควบคุม) จากพระจอมเกล้าพระนครเหนือ EL รุ่น 24 รหัส 31 (เคยเรียน ป.วส. IE ห้องอิเล็ก ที่ วทอ. 2 ปี รหัส 29 ห้องเดียวกับ ศิริ แว่น สมชาย สุกิตติ จั๊บ ไพบูลย์ จ่าบุญเลิศ ก่อนย้อนไปเริ่มต้นป.ตรี ปี 1 ใหม่กับรุ่นน้องในคณะวิศวฯ พูดง่ายๆว่า ซิ่ว 2 ปี)
ป.โท วิศวกรรมการบิน(Avionique) จาก SUPAERO
Toulouse FRANCE ปี 1994
เคยรับราชการเป็นอาจารย์ในคณะวิศวฯที่พระนครเหนือ 8 ปี ผลงานก็ไม่มีอะไรมาก KMITNB Robot Camp เป็นสิ่งที่ยังพอให้ภาคภูมิใจเมื่อมองกลับไปที่เทคโนฯ ด้วยความคิดถึง 14 ปี อันแสนหวานกับชีวิตในพระนครเหนือ(มิย.ปี 29 - มิย.ปี 43)
ตอนนี้ลาออกจากราชการ มาหากินด้วยลำแข้ง(ไม่ใช่เป็นนักมวยไทยนะ)
ที่จังหวัดยะลาบ้านเกิด ตั้งแต่มิถุนายน ปี Y2K
กำลังจะรุ่งเรืองแล้วเชียว 4 มกราคม 2547
สถานการณ์ไฟใต้ก็เริ่มขึ้น
สิ่งที่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิด มันก็เกิด
และยาวมาจนถึงตอนนี้
ผมยังนึกไม่ออกมันจะจบลงแบบไหน free counter

free counter

New Comments
[Add ksk's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com