ถ้าพระเจ้าไม่มีจริง คุณได้หรือเสียอะไร? แต่ถ้าพระเจ้ามีจริง คุณได้หรือเสียอะไร?

 
ตุลาคม 2548
 
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031 
 
5 ตุลาคม 2548
 

เป็นคริสเตียน ได้อะไร ???(4)

เคยเกิดคำถามนี้ในใจของท่านหรือไม่ครับ

เป็นคริสเตียน ได้อะไร ???

สิบกว่าปีก่อน ผมยังอยู่ที่กรุงเทพ ไปโบสถ์ที่เตาปูน
อาจารย์ประจำโบสถ์ในสมัยนั้น ได้เล่าให้ฟังว่า
ท่านเคยทำงานในคริสตจักรที่ภาคเหนือ ในหมู่บ้านชาวเขา
ครั้งหนึ่งท่านเทศนาเรื่องของพระเยซูให้พวกชาวเขาฟัง
เมื่อเทศนาจบ ก็ถามกับที่ประชุมว่า
"ใครต้องการเชื่อพระเยซูบ้าง?? " ปรากฏว่า ยกมือกันพรึบ
เกือบทั้งห้องประชุม อาจารย์ก็เลยต้องบอกว่า
"เดี๋ยว..เดี๋ยว... แน่ใจหรือเปล่าว่าต้องการเชื่อพระเยซู
รู้หรือยังว่าเชื่อพระเยซูจะได้อะไรบ้าง..."
ที่ประชุมเงียบ อาจารย์ก็เลยเล่าต่อให้ฟัง
"เมื่อคุณมาเชื่อพระเยซู คุณจะต้องหันจากการประพฤติ
เสเพลตามใจตัวเอง เลิกนับถือภูติผีบรรพบุรุษ และสิ่งที่จะ
เกิดขึ้นกับคุณคือ คุณอาจต้องลำบากมากขึ้น เพราะเพื่อน
หลายคนจะไม่ชอบคุณ อาจมีการกลั่นแกล้งเกิดขึ้น
เช่นเพื่อนบ้านอาจทำลายสวนหรือไร่นาของคุณ อาจมีการ
ตัดสิทธิบางอย่างโดยไม่เป็นธรรม ... เอาล่ะ มีใคร
อยากเชื่อในพระเยซูอีกบ้าง ?"
ครานี้ เหลือเพียงไม่กี่มือ แต่เป็นมือที่เรายินดีเหลือเกิน

การมาเชื่อในพระเยซู เราได้รับอะไรมากมาย
แต่ไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้ตีค่าว่า "น่าปรารถนา"

หากใครหวังว่า
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะได้สุขสบายเดินบนกลีบกุหลาบ
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะทำมาค้าขึ้น (กูให้มึงรวย)
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะมีคนนับหน้าถือตา
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะได้ทำบาปซ้ำแล้วซ้ำอีก
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะมีสังคมชั้นสูง เป็นไฮโซ
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะมีอำนาจพิเศษ
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะดูโก้เก๋
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะได้มีเพื่อนเป็นฝรั่ง
เมื่อมาเชื่อในพระเยซูแล้ว จะได้มีกินมีใช้ ไม่ต้องทำงาน
บลา บลา บลา

คิดผิดแล้วครับ

แต่ เอ๊ะ แล้วทำไมยังมีคนมาเป็นคริสเตียนอีก
ในเมื่อ ชื่อเสียง เกียรติยศ เงินทอง อะไรต่างๆก็ไม่ได้
แถมยังถูกกลั่นแกล้งข่มเหงรังแกเสียอีก

ในสมัยปี คศ. แรกๆ คริสเตียนถูกฆ่าตาย เป็นจำนวนมาก
ด้วยการบังคับให้เลิกเชื่อพระเยซู แต่พวกเขาไม่ยอมเลิก
การฆ่านั้นก็สุดจะทารุณโหดร้าย เช่นโยนเข้าในกองไฟ
ส่งลงสนามไปสู้กับสิงโตด้วยมือเปล่า จับตรึงบนไม้กาง
เขน ฯลฯ แม้แต่ในยุคร้อยปีที่ผ่านมา เมื่อคอมมิวนิสต์
เข้ายึดครองประเทศในแถบยุโรปเช่นโรมาเนีย โปแลนด์
คริสเตียนที่นั่นก็ถูกฆ่าตายนับเป็นแสนๆคน ด้วยการบังคับ
ให้เลิกเชื่อพระเยซูเช่นกัน แต่เขาเหล่านั้นก็ยอมตายดีกว่า
เลิกเชื่อพระเยซู

คนเหล่านั้น บ้าคลั่งศาสนา!! หรือว่า พระเยซูมีดีอะไร??




 

Create Date : 05 ตุลาคม 2548
48 comments
Last Update : 7 กันยายน 2549 9:24:39 น.
Counter : 1956 Pageviews.
Share to Facebook

 
 
 
 
เพราะ พระเยซู ทรงเป็นพระเจ้า

เมื่อรู้ความจริงแล้ว ก็จะเชื่อมากขึ้นไปอีก

พระเจ้าทรงมีแผนการให้มนุษย์ทุกคนตามน้ำพระทัย

ตามของประทาน เพื่อให้ผู้ที่เชื่อ จำเริญขึ้น แก้ปัญหาชีวิต

ได้ และประสบความสำเร็จ.

จงพิสูจน์ สิ่งใด ดี ก็ยึดไว้ให้มั่น.

ยิ่งเราพิสูจน์ พระวจนะของพระเจ้ามากเท่าใด เราก็ยิ่งพบว่า

พระวจนะของพระเจ้ายังเป็นจริงอยู่ในปัจจุบัน.

ยังมีหลายสิ่งที่เราไม่อาจเข้าใจในโลกอันกว้างใหญ่

ยังไม่สรุปนะครับ เสนอความคิดแค่นี้ก่อน

รักในพระคริสต์

วีระศักดิ์

 
 

โดย: วีระศักดิ์ 081-8035032 IP: 125.26.36.207 วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:12:30:23 น.  

 
 
 
น้ำพระทัยของพระเจ้า สำคัญกว่าความปรารถนาส่วนตัวนะครับ
ดังนั้น ตรงนี้ต้องระวังนิดนึง เมื่อเดี่ยวโยงไปถึงคำว่า"ประสพความสำเร็จ"

บ่อยครั้งที่คริสเตียนต่อต้านพระเจ้าในใจ เพราะรู้สึกว่าการติดตามพระเจ้า
เป็นอุปสรรคต่อเส้นทางสู่ความสำเร็จของตนเอง

ยังไงก็ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมเยียนกันครับ
 
 

โดย: ksk วันที่: 1 พฤศจิกายน 2550 เวลา:17:39:02 น.  

 
 
 
Christ is our life.
//www.youtube.com/watch?v=3AbCQ8WL3AQ
//www.youtube.com/watch?v=OYCxGW0rdE0

May you all walk in the faith of our Lord Jesus Christ.Amen
 
 

โดย: jinna IP: 70.45.57.48 วันที่: 14 พฤศจิกายน 2550 เวลา:10:37:05 น.  

 
 
 
Thank you very much.
 
 

โดย: ksk วันที่: 15 พฤศจิกายน 2550 เวลา:9:22:09 น.  

 
 
 
อยากทราบว่ามีพระคัมภีร์ข้อไหนบ่งบอกว่าพระเยซูเกิดวันที่ 25 ธันวาคม
บ้างคะช่วยตอบหน่อยได้ไหมคะยกข้อพระคัมภีร์ที่บอกว่าพระเยซูเกิดวันนี้
มาให้รู้หน่อยคะสงสัยมานาน
 
 

โดย: pp IP: 222.123.215.44 วันที่: 21 ธันวาคม 2550 เวลา:10:56:18 น.  

 
 
 
ไม่มีครับ พระเยซู ไม่ได้เกิดวันที่ 25 ธันวาคมครับ
เรื่องนี้คริสเตียนได้พยายามอธิบายตลอดเวลาที่พูดถึงคริสตมาส
วันที่ 25 ธันวาคม ถูกกำหนดขึ้นมาภายหลังครับ
ซึ่งไม่เป็นเรื่องซีเรียสอะไรว่าจะตรงหรือไม่ตรงกับวันประสูติจริงๆของพระเยซู
เพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือ "พระผู้มาบังเกิด" มากกว่าที่จะตรงวันหรือไม่ตรงวันครับ
 
 

โดย: ksk วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:10:44:16 น.  

 
 
 
งั้นก็เป็นเพียงบัญญัติของมนุษย์ที่กำหนดขึ้นมาอะสิคะก็ไม่ตรงตามที่
พระคัมภีร์สอนดังที่มาระโก 7:6-8
6.พระองค์ตรัสกับพวกเขาว่า "ยะซายาห์พยากรณ์ถึงพวกเจ้าคนหน้าซื่อใจคดไว้ถูกต้องแล้ว ดังมีคำเขียนไว้ว่า 'ชนชาตินี้ดีแต่พูดว่านับถือเรา แต่หัวใจพวกเขาห่างไกลจากเรา
7.ที่พวกเขานมัสการเราอยู่นั้นเป็นเพียงไร้ประโยชน์ เพราะบัญญัติที่พวกเขาสอนเป็นเพียงบัญญัติของมนุษย์
8.พวกเจ้าทิ้งพระบัญญัติของพระเจ้าไปยึดถือธรรมเนียมของมนุษย์
ในเมื่อพระองค์ไม่เคยบอกว่าพระองค์เกิดวันนี้แล้วทำไมต้องมาเลี้ยงฉลอง
คริศมาสกันด้วยมันขัดแย้งกันยังไงชอบกลก็เพราะว่ามนุษย์นั้นรักการสนุก
สนานมากกว่ารักพระเจ้า
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.84 วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:14:09:13 น.  

 
 
 
ถูกต้องครับ การจัดปาร์ตี้เฉลิมฉลองคริสต์มาส
เพื่อการสนุกสนานรื่นเริง อย่างที่ทำกันทั่วไป
ก็เป็นไปตามที่พระคัมภีร์ตำหนิเลยครับ

แต่การเฉลิมฉลองอย่างเปรมปรีด์ในจิตใจ
(ซึ่งเกิดขึ้นได้โดยไม่อิงกับเทศกาลที่มนุษย์กำหนด)
ด้วยการนมัสการ สรรเสริญ ขอบพระคุณพระเจ้า
และฉวยโอกาสในการประกาศข่าวประเสริฐเสมอ
(ไม่เว้นแม้แต่เทศกาลที่มนุษย์กำหนด)
ไม่เข้าข่ายที่ถูกพระคัมภีร์ข้อนั้นตำหนิครับ

ลองอ่านเรื่องราวในวันที่มาเรียและโยเซฟพาพระเยซู
ไปเข้าสุหนัตในพระวิหาร แล้วพบกับสิเมโอนและอันนานะครับ
ความชื่นชมยินดีในพระผู้เสด็จมา ไม่มีความผิดปกติอันใดครับ

ส่วนกรณีที่กลุ่มคริสตจักรในเมือง หรือที่ถูกเรียกว่า ฝูงแกะน้อย
มักใช้โจมตีการฉลองคริสตมาส
ผมก็คิดว่าเขาพูดถูกครึ่งหนึ่งนะครับ ส่วนใหญ่ที่พบเห็น
โดยเฉพาะงานที่จัดกันตามบริษัทห้างร้าน แม้แต่ในสถานอโคจร เช่นคลับ บาร์ ผับ เทคฯลฯ
เป็นสิ่งที่เขาตำหนิได้ถูกเลยครับ
แต่พวกเขาคงจะไม่เคยเห็นการเฉลิมฉลองในแบบที่พระเจ้าพอพระทัย

ขำขำ นะครับ
การจงใจละเว้น การเฉลิมฉลอง เพราะสาเหตุของวันเทศกาล
ก็อาจเรียกได้ว่า เป็นการถือวัน เป็นการผิดพระคัมภีร์เช่นกัน
กาลาเทีย 4:9-11
9 แต่บัดนี้เมื่อท่านรู้จักพระเจ้าแล้ว หรือที่ถูกก็คือ พระเจ้าทรงรู้จักท่านแล้ว เหตุไฉนท่านจึงจะกลับไปหาภูตผีปิศาจ ซึ่งอ่อนแอและอเนจอนาถ และอยากจะเป็นทาสของสิ่งเหล่านั้นอีก
10 ท่านถือวัน เดือน ฤดู และปี
11 ข้าพเจ้าเกรงว่าการที่ข้าพเจ้าได้ทำเพื่อท่านนั้นจะไร้ประโยชน์

 
 

โดย: ksk วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:14:56:37 น.  

 
 
 
แล้วทำไมจึงถือว่าพระเยซูเป็นพระเจ้าละคะในเมื่อพระคัมภีร์หลาย ๆ ข้อ
ก็บอกว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้าพระองค์ไม่เคยทำตัวเสมอพระ
บิดาของพระองค์
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.84 วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:15:27:30 น.  

 
 
 
แล้วทราบไหมคะว่าพระเจ้าส่งพระเยซูลงมาบนโลกมนุษย์เพื่อทำอะไร
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.84 วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:15:33:27 น.  

 
 
 
พระเยซูเป็นพระเจ้าครับ
ลองเปิดดู ยอห์นบทที่ 1 นะครับ
"... พระวาทะทรงเป็นพระเจ้า ... พระวาทะมาบังเกิดเป็นมนุษย์... "

พระเยซูเสด็จเข้ามาในโลก เพื่อทำตามพระประสงค์ของพระบิดา
คือเป็นแกะปัสกา เพื่อไถ่มนุษย์จากโทษแห่งความบาปไงครับ

 
 

โดย: ksk วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:17:26:18 น.  

 
 
 
อ่อตรงนี้เหรอเป็นเพราะพระยะโฮวาสร้างพระเยซูเป็นองค์แรกและพระองค์
ก็ทรงใช้ให้พระเยซูสรางสิ่งต่าง ๆ พระเยซูเป็นบุตรของพระเจ้าเลยเปรียบเหมือนพระเจ้าองค์หนึ่งแต่พระเยซู
ไม่ใช่พระเจ้าสูงสูดจากเท่าที่ได้ศึกษาไบเบิลมา
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.84 วันที่: 22 ธันวาคม 2550 เวลา:18:08:37 น.  

 
 
 
จะพูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกนะครับ
พระเจ้าพระบิดา พระบุตร(พระเยซู) และพระวิญญาณบริสุทธิ์
เป็นพระเจ้าเดียว ไม่อาจแบ่งแยกได้ว่าใครสูงกว่าใคร
ทั้งสามพระภาคเป็นพระเจ้าเดียว

คำกล่าวที่ว่า พระบิดา สร้างพระบุตร ไม่ถูกต้องครับ
พระเยซู ทรงมาบังเกิดเมื่อประมาณ 2000 ปีก่อนตามที่พระคัมภีร์บันทึกไว้ถูกต้องครับ
แต่ก่อนหน้านั้นพระองค์ก็ดำรงอยู่ก่อนแล้ว
จำคำที่พระเยซูตรัสได้ไหมครับ "เราดำรงอยู่ก่อนอับราฮัม"
ซึ่งยืนยันได้อีกครั้งจาก ยอห์นบทที่ 1 ว่า พระวาทะดำรงอยู่กับพระเจ้า พระวาทะทรงเป็นพระเจ้า
แปลว่าพระบุตรนั้นดำรงอยู่ก่อนแล้ว
(รวมทั้งพระวิญญาณด้วย เพราะ "พระวิญญาณของพระเจ้าปกอยู่เหนือน้ำนั้น:ปฐมกาล 1)

ส่วนที่ทรงลงมาบังเกิดเป็นพระเยซูนั้น ก็เพื่อภาระกิจแห่งการไถ่บาป

เรื่องของตรีเอกานุภาพอาจเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ยากสำหรับมนุษย์
เพราะเราไม่มีภาพใดๆเปรียบเทียบเรื่องนี้ได้ชัดเจน
เหมือนกับการที่นักวิทยาศาสตร์พูดถึง มิติที่ 11
เราจนปัญญาที่จะหาภาพเปรียบเทียบได้
เพราะเรารับรู้เพียง 4 มิติ คือ กว้าง ยาว สูง เวลา
จะหาอะไรมาเป็นภาพเปรียบเทียบก็ไม่ได้

ผมเข้าใจว่าคุณเป็น พยานพระยะโฮวาห์นะครับ
(ถ้าไม่ใช่ก็ขออภัย) เพราะถ้าเป็นมุสลิม จะไม่รับว่าพระเยซูเป็นพระบุตรของพระเจ้า
ส่วนพยานพระยะโฮวาห์ จะไม่ยอมรับว่าพระเยซูเป็นพระเจ้า
 
 

โดย: ksk วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:15:26:12 น.  

 
 
 
อ่อเข้าใจแล้วละว่าทำไมญาติของคุณถึงไปทางพยานแล้วไม่กลับมา
ก็เพราะ 3 รวมเป็น 1 นี่เอง ^ ^ ไปแล้วไปลับไม่กลับมา
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.84 วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:23:04:20 น.  

 
 
 
เพราะ 3 รวมเป็น 1 นั่นแหละคุณยังบอกเข้าใจยากเลยสำหรับมนุษย์
แต่พระคัมภีร์ไม่ได้สอนให้สับสนวุ่นวายแบบนั้นนี่นา
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.84 วันที่: 23 ธันวาคม 2550 เวลา:23:06:46 น.  

 
 
 
ผมคิดว่าคุณเองกำลังสับสนนะครับ
พระคัมภีร์ไม่ได้สอนให้เราสับสนครับ
เพียงแต่เราควรเข้าใจความจำกัดของมนุษย์เอง
ที่ไม่สามารถเข้าใจพระเจ้าได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
พระคัมภีร์บ่งไว้ชัดเจน ตั้งแต่พระคัมภีร๋เดิม ถึงความเป็น
ตรีเอกานุภาพ แต่ซาตานก็ฉลาดพอที่จะทำให้บางคน
ติดกับดักและมาไม่ถึงความรอด

ผมปรารถนาให้คุณมาถึงความรอดนะครับ
ขอพระเจ้าทรงเมตตาคุณด้วย
 
 

โดย: ksk วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:13:58:07 น.  

 
 
 
อะไรที่ว่าสับสนหรือคะ 3 รวมเป็น 1 อ่ะเหรออืมก็คงจะถูกเพราะมันน่าจะสบสน
จริง ๆ ด้วย พระเจ้า 3 องค์สามารถรวมตัวกันได้เป็น 1
ในพระคัมภีร์ของคุณมีคำว่าพระยะโฮวาหรือเปล่าคะไม่ได้เป็นพยานแต่
กำลังสนใจพระคัมภีร์และได้อ่านและศึกษาด้วยตัวเองเท่าที่อ่านเจอพระองค์
บอกให้รู้ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าสูงสุดที่พึงนมัสการพระองค์ไม่ได้เป็นองค์
เดียวกับพระเยูซู ตอนนี้ก็ยังนับถือพุทธอยู่ตามบัตรประชาชนแต่เห็นว่า
ศาสนากำลังเสื่อมมากเลยสนใจเรื่องศาสนาเป็นพิเศษก็หาข้อมูลทุกศาสนา
ทางเน็ตว่าเค้าสอนอะไรบ้าง เช่น อิสราม พุทธ คริสจักร พยานพระยะโฮวา
มอร์มอน แต่ทุกศานาสอนว่าคนชั่วต้องไปโดนพิพากษาในนรกทุกศานาเลยยกเว้นแต่พยานเลย
จะสนใจของพยานเป็นพิเศษเพราะมุ่งเน้นสอนเรื่องพระคัมภีร์
ได้แม่นยำที่สุดก็เท่านั้นเองพอมาอ่านพระคัมภีร์เองก็เป็นไปตามนั้น
พระคัมภีร์หลายข้อได้บอกว่าพระเยซูเป็นบตรของพระเจ้าคือพระยะโฮวา
พระองค์ไม่เคยทำตัวเสมอพระบิดาของพระองค์
พระเจ้าเป็นความรัก พระองค์คงไม่ทรงสร้างนรกไว้เพื่อทรมานมนุษย์
อีกแน่ตอนที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนเพื่อเรามีคนพูดจาเยาะเย้ย ถมน้ำลายใส่พระองค์แต่พระองค์ไม่เคยโกรธกลับทูลขอพระบิดาของ
พระองค์ให้ ให้อภัยพวกเค้าด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็สอดคล้องกับที่ว่าพระองค์เป็นพระเจ้าแห่งความรักพระองค์
คงไม่สร้างสถานที่ทรมานกับมนุษย์เป็นแน่ พระคัมภีร์บอกว่า อาดามเกิดจากดินเมื่อเค้าตายแล้วก็กลับเป็นดินเช่นเดิม
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.75 วันที่: 24 ธันวาคม 2550 เวลา:16:02:00 น.  

 
 
 
ขอบคุณมากครับที่ตอบกลับมาด้วยความสนใจ
หากคุณกำลังค้นหาความจริง พระเจ้าอยู่ไม่ไกลจากคุณครับ
ผู้ที่แสวงหาพระเจ้า จะพบกับพระองค์ได้

สิ่งที่คุณพูดมา ถูกในบางส่วน แต่ผิดมหันต์ในบางส่วนครับ
ส่วนที่ถูกคือพระเจ้าเป็นผู้สูงสุดที่สมควรแก่การนมัสการ
และพระองค์เป็นพระเจ้าที่มีพระลักษณะตามที่ทรงสำแดงไว้ในพระคัมภีร์
นั่นคือ พระองค์ทรงเป็น "ตรีเอกานุภาพ" สิ่งที่ผมบอกว่าเข้าใจยาก
เพราะคุณ(หรือคนที่ยังไม่รู้จักกับพระองค์) จะพยายามมองหา
ภาพเปรียบเทียบว่า 3 รวมเป็น 1 นั้นเป็นอย่างไร
ซึ่งผมบอกได้ว่า ไม่มีสิ่งใดในโลกที่จะใช้อธิบายได้อย่างชัดเจน
เราทำได้เพียง ฟังว่าพระองค์สำแดงให้เรารู้ว่าพระองค์เป็นอย่างไร
และเชื่อตามนั้น ไม่มีความจำเป็นต้องสับสนแต่ประการใด
แต่หากจะพยายามทำความเข้าใจด้วยสติปัญญาอันจำกัด
ของมนุษย์ คุณจะพบแต่ความสับสน และมาไม่ถึงความจริงของพระองค์
แต่จะหลงไป เหมือนลัทธิเทียมเท็จอื่นๆ

เรื่องผิดมหันต์ที่คุณว่ามาคือ การที่พยายามจะสรุปด้วยตัวเองว่า
พระเจ้าทรงเป็นความรัก จึงไม่น่าจะสร้างนรกไว้เพื่อให้มนุษย์ต้องทนทุกข์ทรมาณ
เรื่องนรกนั้นได้ระบุไว้ชัดเจนในพระคัมภีร์ ดังนั้นจะบอกว่า
ไม่มีนรกก็เป็นการผิดอย่างชัดเจน และการที่พระเยซูทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขนนั้น
วัตถุประสงค์ก็เพื่อ ช่วยผู้ที่สำนึกในความบาปหันมาหาพระเจ้า
ให้ได้รับการอภัยโทษโดยทางพระเยซูที่ได้จ่ายค่าไถ่บาปนั้นให้แล้ว
ส่วนผู้ที่ไม่รับพระเยซู(ไม่สำนึกในความบาป) ก็มีปลายทางอยู่ที่บึงไฟนรกแน่นอนครับ
พระคัมภีร์ระบุไว้ชัดเจน ผมไม่ได้พูดเอง และไม่อาจจะมีใครคิดเป็นตุเป็นตะไปเองได้
ว่าพระเจ้าจะไม่ทรงสร้างนรกไว้เพื่อลงโทษ มารซาตานและสมุนของมัน

ขอพระเจ้าเมตตา หากคุณกำลังแสวงหาความรอดจากโทษของบาป
มีหนทางเดียวเท่านั้นคือ พระเยซู ผู้ได้จ่ายค่าไถ่นั้นแทนคุณบนไม้กางเขน
 
 

โดย: ksk วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:11:30:51 น.  

 
 
 
แล้วทราบไหมคะว่าพระเยซูเสร็จมาแผ่นดินโลกพระองค์ได้ทรงทำอะไรบ้าง
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.75 วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:13:24:32 น.  

 
 
 
เห็นคุณได้แต่บอกพระองค์มาไถ่บาป ๆแล้วจุดประสงค์หลัก ๆ ที่พระองค์
มานอกจากไถ่บาปมีอะไรอีกคะ
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.75 วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:13:30:03 น.  

 
 
 
แล้วคุณกับพ่อของคุณ เป็นคนเดียวกันหรือเปล่า?
 
 

โดย: pp IP: 117.47.44.75 วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:15:12:56 น.  

 
 
 
ไม่ทราบว่าคุณได้เคยอ่านพระคัมภีร์จริงๆหรือเปล่าครับ
ผมเชื่อว่าถ้าได้อ่านก็คงจะเห็นได้ชัดเจนว่า
พระเยซูเข้ามาบังเกิดในโลกด้วยเหตุอะไร

ถ้าไม่รู้จริงๆ ผมแนะนำว่าควรอ่านจากพระคัมภีร์นะครับ
ส่วนถ้าแกล้งทำเป็นไม่รู้ ผมยินดีจะบอกให้ครับ
สิ่งที่พระเยซูได้ทรงกระทำในระหว่างที่ทรงดำเนินอยู่ในโลกนี้
คือ "การสำแดงให้มนุษย์มั่นใจว่า พระองค์เป็นพระเจ้า
และเป็นผู้ที่มาตามคำพยากรณ์ในพระคัมภีร์เดิมครับ"

ส่วนคำถามสุดท้าย
จริงๆก็ถือว่าเป็นคำถามตื้นๆนะครับ
ผมขอตอบเป็น 2 ส่วนก็แล้วกันครับ
1. ตอบแบบตื้นๆ
ในเมื่อพ่อผมเป็นมนุษย์ ผมซึ่งเป็นลูก เป็นมนุษย์หรือเปล่า
ในเมื่อพระบิดาเป็นพระเจ้า ดังนั้น พระบุตร ก็เป็นพระเจ้าเช่นกัน
ซึ่งคุณก็คงจะบอกว่า นั่นไง เห็นไหมล่ะ เป็นคนละคนกัน
แต่คุณสับสนก็ตรงนี้ล่ะ
พระเยซูคือพระเจ้าทรงมาบังเกิดเป็นมนุษย์ ทรงรับฐานะพระบุตรของพระเจ้า
แต่เป็นพระเจ้าเองที่ลงมาบังเกิด

2. ตอบแบบที่ควรจะตอบนะครับ
คุณกำลังสับสนครับ พระลักษณะของพระเจ้ากับมนุษย์นั้นมีตวามแตกต่างกันครับ
การที่คุณกำลังจะเอาภาพเปรียบเทียบของมนุษย์มาเปรียบเทียบ
เพื่อพยายามจะ "จัดพระเจ้าให้เข้าสู่กรอบอะไรบางอย่าง"
ก็เป็นการผิดพลาดตั้งแต่เริ่มต้นแล้วล่ะครับ
ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมอธิบายไว้ก่อนหน้านี้แล้วไงครับ
 
 

โดย: ksk วันที่: 25 ธันวาคม 2550 เวลา:19:06:01 น.  

 
 
 
จากเท่าที่ศึกษาพระคัมภีร์มาพระองค์มาอย่างผู้ถ่อมตน ไม่ได้มาแบบอวด
หรือสำแดงตัวว่าพระองค์เป็นพระเจ้า
มัดธาย 20:28
เช่นเดียวกัน บุตรมนุษย์ไม่ได้มาให้คนอื่นรับใช้ แต่มารับใช้คนอื่น และสละชีวิตเป็นค่าไถ่เพื่อคนเป็นอันมาก
จุดประสงค์ที่พระองค์บนโลกมนุษย์มามี 3 ข้อ
1. เพื่อมาสอนเราให้รู้ความจริงเรื่องพระเจ้า
(โยฮัน 18:37)
ปิลาตจึงถามพระองคืว่า "ถ้าอย่างนั้น เจ้าเป็นกษัตริย์หรือ?" พระเยซูตรัส
ตอบว่า "ท่านมาในโลก เพื่อเราจะเป็นพยานยืนยันความจริง. ทุกคนที่อยู่ฝ่ายความจริงจะฟังเสียงเรา
2. เพื่อรักษาความซื่อสัตย์มั่นคงอันสมบูรณ์ เป็นแบบอย่างให้เราดำเนิน
ตาม
(1 เปโตร 2:21)
ที่จริง ท่านทั้งหลายถูกเรียกให้เดินตามทางนี้เพราะแม้แต่พระคริสต์ก็ยังทรง
ทนทุกข์เพื่อท่านทั้งหลาย ทรงวางแบบอย่างไว้ให้พวกท่านรับทุกข์นั้นจึง
เป็นสิ่งที่พระเจ้าพอพระทัย
3. เพื่อถวายชีวิตพระองค์เป็นเครื่องบูชาเพื่อปลดปล่อยพวกเราให้พ้น
จากความบาปและความตาย เพราะเหตุใดการทำเช่นนั้นี้จึงจำเป็น
(มัดธาย 20:28)
เช่นเดียวกัน บุตรมนุษย์ไม่ได้มาให้คนอื่นรับใช้ แต่มารับใช้คนอื่น และสละชีวิตเป็นค่าไถ่เพื่อคนเป็นอันมาก
พระเยซูมีจุดเริ่มต้นแต่พระยะโฮวาพระองค์ไม่มีจุดเริ่มต้น
(บทเพลงสรรเสริญ 90:2)
ก่อนภูเขาทั้งหลายได้บังเกิดขึ้นและก่อนพระองค์ได้ทรงสร้างแผ่นดินกับ
พิภพโลก พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าอยู่ตั้งแต่อดีตกาลาจนตลอดอนาคต
กาล.
คุณเคยบอกว่าไม่มีใครใหญ่กว่าพระองค์เท่ากันแต่พระคัมภีร์ได้บอกชัด
เจนว่าพระบิดาใหญ่กว่าพระบุตร
(โยฮัน 14:28)
พวกเจ้าได้ยินที่เราบอกว่าเราจะไปแล้วจะกลับมาหาพวกเจ้า. ถ้าพวกเจ้ารักเรา พวกเจ้าจะยินดีที่เราจะไปหาพระบิดา เพราะพระบิดา
ใหญ่กว่าเรา
(1 โกรินโธ 11:3)
แต่ขาพเจ้าต้องการให้ท่านทั้งหลายรู้ว่า พระคริสต์ทรงเป็นประมุขของผู้
ชายทุกคน ผู้ชายเป็นประมุขของผู้หญิง และพระเจ้าทรงเป็นประมุขของ
พระคริสต์
(บทเพลงสรรเสริญ 115:16)
ฟ้าสวรรค์เป็นของพระยะโฮวา แต่แผ่นดินโลกพระองค์ได้ประทานแก่มนุษย์
พระองค์สร้างทุกสิ่ง โลก พระอาทิตย์ พระจันทร์ แม่น้ำ คน สัตว์ทุกครั้ง
พระองค์จะบอกว่า ดีนัก ไม่เห็นมีตอนไหนที่พระองค์บอกเลยว่าพระองค์
สร้างนรกแล้วบอกว่า ดีนัก นรกในที่นี้ที่พระคัมภีร์ได้พูดไว้หมายถึงความตายต่างหาก
คนเป็นย่อมรู้ว่าเขาคงจะตายคนตายแล้วย่อมไม่รู้อะไรดังที่ซะโลโมเคย
พูดเอาไว้
และภาระกิจของพระเยซูคริสที่สำคัญอีกอย่างนึงก็คือการประกาศข่าวดี
เรื่องราชอาณาจักรของพระเจ้าแล้วจะได้รับชีวิตนิรันดร์ชีวิตนิรันดร์บน
แผ่นดินโลกนะไม่ใช่ในสวรรค์อย่างที่เข้าใจผิดกันเพราะใกล้จะถึงอวสาน
ของระบบชั่วบนโลกในระยะเวลาอันไม่ช้านี้
พระเจ้าทรงบรรจุนิรันดร์กาลไว้ในหัวใจเราสังเกตุได้ว่าไม่มีใครอยาก
ที่จะแก่และตายถ้ามีสติและสุขภาพที่ดีความตายนั่นแหละคือนรกในความ
หมายที่พระคัมภีร์พูดถึง
 
 

โดย: pp IP: 222.123.22.24 วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:11:53:09 น.  

 
 
 
เราควรรู้ความจักความจริงว่าพระยะโฮวาเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว
(โยฮัน17:3)
พวกเขาจะมีชีวิตนิรันดร์ ถ้าพวกเขารับความรู้ต่อ ๆ ไปเกี่ยวกับพระองค์ผู้ทรงเป็นพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว และเกี่ยวกับผู้ที่พระองค์ทรงใช้มา คือเยซูคริสต์.
ถ้าพระเจ้าพระยะโฮวาเป็นองค์เดียวกับพระเยซู พระองค์จะใช้ตัวเองมายังโลกทำไมแปลกดีนะแบ่งภาคพระองค์ลงมาอ่ะเหรอ
นี่เหรอที่ไม่เรียกว่าสับสนและในหลาย ๆ ครั้งที่พระเยซูอธิฐานถึงพระบิดา
ของพระองค์ทำไมต้องอธิฐานถึงตัวเองด้วยละไม่เข้าใจจะไปบอกถึงอีกคน
ทำไมในเมื่อตัวเองรู้แล้วและถ้าตัวเองเป็นพระเจ้าที่ใหญ่แล้ว
(มาระโก 10:18)
พระเยซูตรัสกับเขาว่า "ทำไมเจ้าเรียกว่าผู้ประเสริฐ?ไม่มีใครประเสริฐ
นอกจากพระเจ้าองค์เดียว
ถ้าพระเยซูเป็นพระเจ้าทำไมต้องยกการสรรเสริญจากมนุษย์ไปให้พระเจ้า
อีกซึ่งก็บ่งบอกในคำตรัสแล้วว่ายังมีผู้ที่ใหญ่ว่าองค์เองที่ควรได้รับการ
สรรเสริญ
(มัดธาย 3:16,17)
16. เมื่อทรงรับบัพติสมาแล้วพระเจ้าลงมาบนพระองค์ดุจนกพิราบ
17. และมีเสียงตรัสจากฟ้าด้วยว่า "นี่คือบุตรที่รักของเราซึ่งเราพอใจมาก."
มีพระคัมภีร์ข้อนึงที่พระองค์ตรัสกับสาวก
(โยฮัน 14:9)
พระเยซูตรัสกับเขาว่า "ฟิลิปเอ๋ย เราอยู่กับพวกเจ้ามานานแล้ว เจ้ายังไม่รู้จักเราอีกหรือ? ผู้ที่ได้เห็นเราก็ได้เห็นพระบิดาด้วย. เหตุใดเจ้าพูดว่า 'ขอทรงโปรดให้พวกข้าพเจ้าได้เห็นพระบิดา'?
ข้อนี้หรือเปล่าที่คุณสับสนแล้วนำพระองค์ไปรวมกัน
ที่พระองค์ตรัสเช่นนี้เพราะว่าพระยะโฮวาเป็นผู้ที่ใช้พระองค์มาเพื่อให้
สำเร็จตามที่พระทัยประสงค์ของพระองค์ พระองค์ทรงมอบอำนาจให้
พระเยซูในเมื่อใช้พระเยซูมาก็เปรียบเหมือนได้เห็นพระองค์เช่นกัน
จะยกตัวอย่างถ้าเจ้านายใช้เลขาให้ทำภารกิจบางอย่างซึ่งมีเอกสารพร้อม
ลายเซ็นต์ของเจ้านายแล้วคนอื่นเห็นก็ต้องเชื่อสิว่าเป็นคำสั่งเจ้านายใช้มา
จริง ๆเลขาซึ่งเป็นตัวแทนจากเจ้านาย
เช่นกันพระเยซูเป็นตัวแทนจากพระเจ้าพระยะโฮวาเห็นพระองค์ก็เหมือน
เห็นพระยะโฮวาเพราะพระองค์มอบอำนาจมาให้พระเยซูคริสแล้ว
 
 

โดย: pp IP: 222.123.22.24 วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:13:17:05 น.  

 
 
 
ครับ ผมแน่ใจแล้วว่า คุณเป็นพยานพระยะโฮวาห์

สิ่งที่คุณกล่าวมา มีความเข้าใจผิดปนอยู่หลายประการ
คุณคงไม่ได้พูดผิดเสียทั้งหมด เช่น 3 ประการที่พระเยซูได้กระทำ
จริงๆแล้ว จะบอกว่าพระองค์ทำ 7 ประการ หรือ 12 ประการก็ได้ครับ หรือสรุปเพียงสั้นๆข้อเดียวว่า
เพื่อกระทำตามพระประสงค์ของพระบิดา ก็ครอบคลุมหมดเช่นกัน

ผมคิดว่าคุณอาจไม่เข้าใจ "บริบท" ของคำตรัสของพระเยซูนะครับ
การยกเป็นท่อนๆมากล่าวอ้าง จะทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้
เช่นครั้งหนึ่งพระเยซูตรัสว่า "ท่านเรียกเราว่าประเสริฐทำไม
ไม่มีใครประเสริฐเว้นแต่พระเจ้าองค์เดียว" หากหยิบยกมาท่อนเดียว
ก็จะเข้าใจผิดได้ว่า พระเยซูไม่ใช่ผู้ประเสริฐ
แต่ในบริบทนั้น พระองค์กำลังถูกเรียกว่า พระอาจารย์ผู้ประเสริฐ(พระอาจารย์ คือมนุษย์)
พระเยซูกำลังบอกว่า ไม่มีมนุษย์ผู้ใดสมควรถูกยกย่องว่าเป็นผู้ประเสริฐ
มีเพียงพระเจ้าเท่านั้นที่สมควรต่อการยกย่อง อย่างนี้เป็นต้น

ถ้าความคิดของคุณ ยังแบ่งแยกพระเจ้าออกเป็น 3 องค์
คุณก็จะยังสับสนต่อไป ในเรื่องใครใหญ่กว่าใคร
ไม่ว่าจะพยายามยกข้อพระคัมภีร์ใดๆมาหาคำอธิบาย
ก็ยังไม่สามารถปลดปล่อยคุณจากความสับสนนั้นได้
จนกว่าคุณจะยอมรับด้วยความเชื่อ ตามที่พระคัมภีร์ได้สำแดงให้เห็นว่า พระเจ้าทรงเป็น ตรีเอกานุภาพ
คุณจึงจะมาถึงความเข้าใจได้

การที่พระเยซูได้กล่าวยกย่องพระบิดา หรืออธิษฐานถึงพระบิดา
ไม่ได้เป็นสิ่งที่บอกว่า พระองค์ทรงแยกจากพระบิดา
จาก 1 โครินธ์ 11:3 ที่คุณยกมาอ้าง ฉบับภาษาไทย และภาษาอังกฤษก็ได้ใช้คำว่า "พระเจ้าทรงเป็นพระเศียรของพระคริสต์"
ยิ่งยืนยันความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของพระบิดาและพระบุตรต่างหาก
ข้ออื่นๆที่พยานพระยะโฮวาห์ชอบยกมาอ้างก็เช่นกัน

คุณกำลังเดินไปอย่างสับสนด้วยสาเหตุเดิม คือการคิดเอาเอง
ในเรื่องของนรกคุณบอกว่า "ไม่เห็นมีพระคัมภีร์บอกว่าพระเจ้าสร้างนรกแล้วบอกว่าดี"
คุณจึงบอกว่า "ดังนั้นนรกไม่มี"
ถ้าใช้ตรรกะแบบนี้ ทุกคนในโลกก็สามารถรอดได้โดยไม่ต้องมารับเอาความรอดจากพระเจ้าเลย
เพราะก็จะโดนอ้างด้วยประโยคอย่างเดียวกันว่า
"ไม่เห็นมีพระคัมภีร์บอกว่า ในศาสนาบล่าๆๆๆ ไม่มีความรอด
ดังนั้นแปลว่าศาสนาบล่าๆๆๆ ก็สามารถให้ความรอดได้เช่นกัน"
"ไม่เห็นพระคัมภีร์บอกเลยว่าพระองค์สร้างภูเขาไฟ เพราะฉะนั้นภูเขาไฟไม่มีจริง"
"ไม่เห็นพระคัมภีร์บอกเลยว่าพระองค์สร้างจิงโจ้ เพราะฉะนั้นจิงโจ้ไม่มีจริง" บล่าๆๆๆ

คิดดูใหม่นะครับ

คำที่ทำให้ผมมั่นใจว่าคุณคือพยานพระยะโฮวาก็คือเรื่องที่ว่า
แผ่นดินสวรรค์ก็คือโลกนี้
คำหลอกลวงนี้มาจากซาตานครับ คุณจะยอมรับหรือไม่ ผมบังคับคุณไม่ได้
แต่เตือนคุณด้วยความรักของพระเจ้า หากคุณยังยืนร่วมกับพยานพระยะโฮวาห์ต่อไป
ปลายทางของคุณก็คือ นรก ที่ซาตานหลอกคุณว่าไม่มีอยู่จริง
เหมือนที่มันเคยหลอกพวกฮิปปี้ขี้ยาว่า ตายแล้วจบกันไป
สนุกกันให้สุดเหวี่ยง
เพราะสวรรค์ไม่มีจริง เรื่องพระเจ้าเข้าใจยากดังนั้นไม่ใช่เรื่องจริง

และคุณก็ได้ใช้การโกหกในการสนทนากับผมด้วย
ในการตอบของคุณข้างบน เมื่อวันที่ 24 ธค เวลา 16:02 ว่า
"...ไม่ได้เป็นพยาน(พระยะโฮวาห์)แต่กำลังสนใจพระคัมภีร์..."

อยากรู้ไหมครับว่าพระคัมภีร์ได้อธิบายเรื่องนรกไว้ชัดเจนเพียงไร
ลองหาอ่านจากพระคัมภีร์นะครับ หนังสืออื่นใดนอกเหนือจากพระคัมภีร์
ไม่อาจถูกต้องได้เท่ากับพระคัมภีร์ ยิ่งกว่านั้นการจะเข้าใจความหมาย
ของพระคัมภีร์ได้ ต้องเป็นพระวิญญาณของพระเจ้าเป็นผู้เปิดเผยให้เข้าใจ
ไม่ใช่การตีความเอาเองอย่างที่คุณได้พยายามทำอยู่

จงกลับใจเสียใหม่ และต้อนพระเยซูเป็นพระผู้ช่วยให้รอด
ออกมาจากกลุ่มผู้หลอกลวงนั้นเสีย
 
 

โดย: ksk วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:13:27:16 น.  

 
 
 
ดิฉันพูดเรื่องจริงที่ว่าไม่ได้เป็นพยานเพราะการเป็นพยานต้องได้ทำการ
รับบัพติสมาเสียก่อนและรักพระยะโฮวาอย่างสุดจิตสุดใจและพร้อมที่จะทำตาม
พระทัยประสงค์ของพระองค์แต่ตอนนี้กำลังศึกษาอยู่และได้เคยเข้าร่วมประชุม
ของพยานจากคำเชิญที่มีพยานมาประกาศตามบ้านแล้วก็ศึกษาในเวปไซด์
ต่างๆของคริสทั้งหมดเพื่อหาข้อมูลเลยไปร่วมประชุมว่าเค้าพูดถึงอะไรคือตอนแรก
ในความคิดของดิฉันคือจะเหมารวมว่าคริสก็เป็นคริสเหมือนกันคงสอนเหมือนกัน แต่เอาไปเอามาเลยหาข้อมูลทุกศาสนาตามเวปไซด์อย่างที่บอกมาก็อ๋อเค้าสอน
ไม่เหมือนกันนี่นาก็เลยเข้าใจแล้วว่าคริสมีหลายอย่างนี่เอง
อันนี้ก็พูดเรื่องจริงและได้เข้ามาอ่านเจอตรงเวปของ
คุณที่ว่าได้มีญาติของคุณหลายคนได้หลงไปกับพยานซึ่งมันน่าสนใจว่าทำไม
เค้าถึงหลงไปเพราะเหตุใดซึ่งตอนนี้ก็ได้ทราบแล้วว่าพวกเค้าทำไมได้หลง
ไปกับพวกพยานตอนนี้ขอศึกษาคัมภีร์ให้ลึกซึ้งกว่านี้อีกนิดอนาคตไม่แน่
ในบัตรประชาชนคงต้องถ่ายใหม่เพราะยังเป็นพุทธอยู่มีแนวโน้มเช่นกันว่า
จะรับบัพติสมาเพราะอยากมีชีวิตนิรันดร์ในแผ่นดินโลกใหม่ที่พระยะโฮวา
ทรงจัดเตรียมไว้
(ยะซายา 65:17,18)
17. เพราะนี่แหนะเรากำลังสร้างท้องฟ้าใหม่ และพิภพใหม่ และของเก่าๆ นั้นจะไม่จดจำไว้ และเราจะไม่คิดฟื้นขึ้นอีก
18. แต่คนทั้งหลายจะชื่นใจและปราบปลื้มในสิ่งที่เรากำลังสร้างอยู่นั้นร่ำไป
 
 

โดย: pp IP: 222.123.22.24 วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:14:03:23 น.  

 
 
 
ในความที่นับถือพุทธมาก่อนไงคะพอมีพยานประกาศเลยต้องหาข้อมูลว่า
อะไรคือคริสเตียนเลยต้องมาสนธนากับคุณไง อิอิ
 
 

โดย: pp IP: 222.123.22.24 วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:14:14:28 น.  

 
 
 
ถ้าอย่างนั้น ก็ขอบอกให้คุณทราบไว้นะครับ
กลุ่มพยานพระยะโฮวาห์ จัดอยู่ในกลุ่มที่สอนผิดนะครับ
หากคุณต้องการมาถึงความรอดจริงๆ คุณควรออกมาจากกลุ่มนั้นทันทีครับ
หากไม่รู้จะไปหาความจริงเกี่ยวกับคริสเตียนที่ถูกต้องที่ไหน
ช่วยแจ้งบริเวณที่คุณอยู่ให้ทราบหน่อยครับ
ผมจะแนะนำได้ว่า คุณควรไปร่วมนมัสการพระเจ้าที่ไหน
อาจลองไปที่ คริสตจักรใจสมาน สุขุมวิท ซอย 6
หรือที่คริสตจักรไมตรีจิต แถววงเวียน 22
หรือที่คริสตจักรแสงสว่าง แถวสี่แยกบ้านแขก
หรือที่คริสตจักรร่มเย็น แถวบางจาก
หรือที่คริสตจักรใต้ร่มพระคุณแถวราม
 
 

โดย: ksk วันที่: 26 ธันวาคม 2550 เวลา:14:19:51 น.  

 
 
 
ขอบคุณนะคะที่สละเวลาคุยด้วยและให้ความรู้ ^^"
 
 

โดย: pp IP: 222.123.17.38 วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:9:57:08 น.  

 
 
 
ยินดีครับ
 
 

โดย: ksk วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:10:50:26 น.  

 
 
 
เอ้อแล้วเคยถามญาติคุณไหมคะว่าไมเค้าถึงได้หลงไปทางพยาน
 
 

โดย: pp IP: 222.123.17.38 วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:11:58:48 น.  

 
 
 
เคยพบเขานานมาแล้ว แต่ไม่เคยคุยด้วยเลยครับ
สาเหตุก็เพราะ ขาดความเข้าใจเรื่องพระเจ้าอย่างถูกต้อง
วัยเด็กเคยไปโบสถ์บ้าง พ่อแม่ไม่ค่อยได้เอาใจใส่สอนลูก
พอไปเรียนที่กรุงเทพ แล้วมีพวกพยานฯมาแจกใบปลิว
ก็คิดว่าเป็นพวกเดียวกัน ก็เลยตามเขาไป
แถมพาน้องๆไปอีก 2 คน
มาพบญาติพี่น้องคนอื่นๆอีกที ก็หลงไปไกลแล้ว
ตอนนี้อยู่ในระดับเป็นหัวหน้าใหญ่โตในวงการพยานฯด้วย

ยี่สิบปีก่อนเคยมาที่บ้านผม แม่ผมก็เชิญอาจารย์ที่โบสถ์มาอธิบายให้ฟังว่าพยานฯสอนผิดอย่างไร
ถกกันอยู่พักใหญ่ แกจนด้วยเหตุผล ลุกขึ้นยืน สวัสดี แล้วเข้าห้องนอนปิดล็อก ไม่ยอมคุยต่ออีกเลย
 
 

โดย: ksk วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:16:30:18 น.  

 
 
 
อ๋อเป็นเช่นนี้นี่เองขอบคุณคะ
 
 

โดย: pp IP: 222.123.17.38 วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:20:08:15 น.  

 
 
 
โหเป็นหัวหน้าใหญ่เลยเหรอคะแล้วเค้าเป็นที่ไหนที่กรุงเทพอ่ะเหรอคะ
เค้าชื่ออะไรเหรอได้เป็นถึงหัวหน้าใหญ่เลยเอเป็นหัวหน้าแบบนี้เค้ามีเงิน
เดือนให้กันหรือเปล่าคะอยากรู้แล้วพวกบาทหลวงด้วยคะเค้าได้รับเงินเป็น
ค่าตอบแทนในการทำงานของเค้าไหมคะ
 
 

โดย: pp IP: 222.123.17.38 วันที่: 27 ธันวาคม 2550 เวลา:20:15:50 น.  

 
 
 
ครับ อยู่กรุงเทพแหละครับ แต่ที่ไหนนี่ผมไม่รู้จริงๆ
ลองไปถามหาคนชื่อ "แก้ว" นะครับ ผู้ชายท้วมๆใส่แว่น
คนใต้ เชื้อสายจีน บ้านอยู่ อ.ละแม จ.ชุมพร

เรื่องเงินค่าตอบแทน ผมไม่คิดว่ามีนะครับ
การเป็นตำแหน่งใหญ่ในองค์การบางอย่าง เป็นเรื่องของอการอุทิศตัวครับ
น่าเสียดายที่อุทิศตัวไปในเรื่องที่ไม่ถูก

ส่วนบาทหลวง อันนั้นเป็นของคาทอลิกนะครับ
ผมไม่ทราบว่าได้รับการเลี้ยงดูอย่างไร
แต่คนที่ทำงานก็สมควรได้รับการเลี้ยงดูแหละครับ พระคัมภีร์ก็สอนไว้อย่างนั้น

ส่วนของโปรเตสแตนท์ ศิษยาภิบาลได้รับการเลี้ยงดูจากคริสตจักรครับ
คริสตจักรไม่ได้มองศิษยาภิบาลเป็นพนักงาน หรือลูกจ้างนะครับ
เราวางเขาอยู่ในฐานะผู้รับใช้พระเจ้าที่ทำหน้าที่ปรนนิบัติงานในการดูแลฝ่ายวิญญาณ
ซึ่งการเลี้ยงดูเขาก็เป็นมาจากพระเจ้า โดยผ่านทางสมาชิกของคริสตจักร
คริสตจักรในยุคแรกก็เป็นตัวอย่างให้เราเห็นดังนั้นจากพระธรรมกิจการ
 
 

โดย: ksk วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:10:10:15 น.  

 
 
 
อ๋ออย่างนี้นี่เองโอยไมเยอะจังคริสขอบคุณคะที่ชี้แจงให้เข้าใจ
 
 

โดย: pp IP: 222.123.17.38 วันที่: 28 ธันวาคม 2550 เวลา:10:49:53 น.  

 
 
 
ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ เชื่อพระเจ้ามานานแล้วและจะเชื่อต่อไป กำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองในส่วนที่ไม่ดีเพื่อการรับใช้อยู่ค่ะ ได้อ่านกระทู้ที่มีการแสดงความคิดเห็นแล้วก็เครียดแทนค่ะ แต่อย่าท้อนะคะ จำพระคำข้อหนึ่งได้ไหม
ที่บอกว่า "คนป่วยต้องการหมอ" และเมื่อครั้งที่ทรงถูกตรึงบนไม้กางเขน ยังได้สารภาพบาปแทนพวกเรา ให้พระบิดาทรงยกโทษให้.... เมื่อพระองค์เลือกเรา ก็เพื่องานรับใช้ เพื่อประกาศความรอด ยังมีผู้คนหลงหายอีกมากมาย
สู้ต่อไปนะคะ ..
 
 

โดย: นี้ IP: 210.86.208.189 วันที่: 4 มกราคม 2551 เวลา:11:58:02 น.  

 
 
 
หลังจากได้ศึกษาจากพยานและก็ศึกษาเองส่วนตัวโดยการอ่านพระคัมภีร์
เองคิดว่าของพยานไม่สับสนเพราะว่าตัวเราเป็นคนที่เข้าใจอะไรยากสักหน่อย
เลยไม่เข้าใจ ว่าทำไม 3 จึงรวมเป็น 1 ตามแนวทางของคุณ
มันสับสนไปหน่อยสำหรับคนที่มีหัวสมองที่มีปัญญานิดเดียวอย่างเรา
อะไรที่อยากรู้เกี่ยวกับความเชื่อตรีเอกานุภาพก็รู้หมดละจากที่ถามไป
รู้สึกว่าเข้าใจยากแต่พยานเข้าใจง่ายกว่าเยอะเลย ดังนั้นขอเชื่อพวกพยาน
ดีกว่า และที่ไม่เข้าใจอีกอย่างนึงคือเชื่อพระเยซูแล้วจะได้ความรอด รอด
จากอะไรเห็นพูดกันเยอะมากเลย
ขอบคุณที่ให้คำตอบที่อยากรู้ว่าพวกคุณเชื่อและสอนอะไร บ๊ายบาย ลาก่อน
จ้า
 
 

โดย: pp IP: 222.123.17.129 วันที่: 7 มกราคม 2551 เวลา:18:54:56 น.  

 
 
 
น่าเสียดายครับ
ผมเชื่อว่าในโลกนี้ยังมีอีกมากที่คุณไม่สามารถเข้าใจได้
เช่นเรื่องของอวกาศ เรื่องของปฏิกริยาเคมีในสมอง เรื่องของระบบสื่อสารของโลมา ฯลฯ
ถ้าคุณตัดสินใจด้วยเพียงแค่ว่าเข้าใจง่ายกว่าแล้วยอมรับ ก็เป็นความรับผิดชอบของคุณเองครับ
ผมช่วยอะไรคุณไม่ได้จริงๆ เสียใจด้วย
 
 

โดย: ksk วันที่: 8 มกราคม 2551 เวลา:14:32:43 น.  

 
 
 
พระเจ้าเท่านั้นที่รู้
 
 

โดย: -- IP: 118.173.203.160 วันที่: 21 ธันวาคม 2551 เวลา:21:08:39 น.  

 
 
 
เห็นเขาสนทนากันก็เหนื่อยๆ...ความเชื่อไม่ต้องพิสูจน์หรอกน่ะ ถ้าบอกว่าเชื่อก็เชื่อ...เชื่อเถอะเท่านั้นถ้าไม่เชื่อต่อให้เห็นกะตาก็ไม่ยอมเชื่อ..
 
 

โดย: มาอ่าน IP: 125.27.199.62 วันที่: 29 พฤษภาคม 2552 เวลา:17:10:51 น.  

 
 
 
เป็นการสนทนาที่ดีนะ
 
 

โดย: py IP: 124.120.77.129 วันที่: 17 มิถุนายน 2552 เวลา:16:51:24 น.  

 
 
 
ค่ะเป็นการสนทนาที่ดีทีเดียว ขอบคุณพระเจ้าที่มอบสติปัญญาที่หลักแหลมให้แก่คุณksk ค่ะ คุณตอบแทนเราได้ทุกคำ ขอบคุณผู้ถามด้วยนะคะ คุณทำให้คนที่สัญจรผ่านบล็อกนี้ได้มองพระคริสผ่านชาวคริสเตียนอย่างคุณ ksk ได้อย่างน่าทึ่งค่ะ

 
 

โดย: sani IP: 115.67.77.65 วันที่: 18 มิถุนายน 2553 เวลา:0:19:50 น.  

 
 
 
"พระเยซูตรัสกับ(โธมัส) ว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต
ไม่มีผู้ใดมาถึงพระบิดาได้ นอกจากจะมาทางเรา" " [ยอห์น 14:6]

"ในผู้อื่นความรอดไม่มีเลย ด้วยว่านามอื่น ซึ่งให้เราทั้งหลายรอดได้
ไม่ทรงโปรด ให้มีในท่ามกลางมนุษย์ทั่วใต้ฟ้า" [กิจการฯ 4:12]

 
 

โดย: natsinee IP: 125.27.79.194 วันที่: 28 มิถุนายน 2553 เวลา:11:18:44 น.  

 
 
 
หล่อฟาดรู้สึกว่าน้า pp
แกล้งถาม เพื่อหลอกหาข้อโจมตีมากกว่าที่จะหาคำตอบจริงๆ
ลองอ่านไล่มาดีๆซิคับ
แกล้งถามแบบไม่รู้ เหมือนคนสนใจ
เปิดประเด็นเรื่อยๆ
แต่แท้จริงแล้วก็นึกหมายเอาไว้ในใจแล้วว่า พอเค้าอธิบายมาแล้วจะโต้กลับยังไง
มีคำแย้งอยู่ในใจแล้วทุกๆคำตอบ



อันตรายของลัทธิเทียมเท็จ
ที่ใช้เล่ห์กลในการหลอกลวง


หล่อฟาดว่า น้า pp ไม่ใช่ผู้สนใจหรอก

แต่เป็นพยานพระยะโฮวาห์ตัวแม่ระดับแนวหน้าเลยแหละ
แต่แอ๊บแอ้วเป็นผู้สนใจแค่นั้นเอง
 
 

โดย: หล่อฟาด IP: 115.87.208.187 วันที่: 29 มิถุนายน 2553 เวลา:15:40:07 น.  

 
 
 
รู้สึกว่าอ่านแล้วมันน่าใจหายเหมือนกัน
ที่คนเราเมื่อรู้ความจริง พบทางออกแล้วไม่เชื่อ
กลับไปเชื่อสิ่งที่มันหลอกลวง
ขอพระเจ้าที่จะเสริมกำลัง คุณ ksk ต่อไป
อย่างไรก้อตาม แม้ความรักก็มีวันสูญสิ้นไป แต่พระวจนะของพระเจ้าจะไม่เสื่อมสลายไปอย่างแน่นอน
คริสเตียนเราทุกคนคงต้องเริ่มสนใจและเอาจริงเอาจัง
ประกาศและนำผู้ที่หลงผิดกลับมาในทางของพระเจ้าแล้วล่ะ
ขอพระเจ้าอวยพระพรทุกคนที่เชื่อวางใจในพระองค์
ในพระบุตรและพระวิญญาณบริสุทธิ์
ในพระนามพระเยซูคริสต์เจ้า
อาเมน
 
 

โดย: jingjai IP: 117.47.147.64 วันที่: 29 ธันวาคม 2553 เวลา:14:01:27 น.  

 
 
 
ครับ ผมแวะเยี่ยมบทความของคุณจะว่าบังเอิญก็ได้ ยินดีที่รู้จักครับ ผมอยากให้ข้อสังเกตุคุณสักนิด หลังอ่านถาม-ตอบในหัวข้อนี้ว่า ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม เรามีทางเลือกเพียงสองทาง จริง-เท็จ ที่ต้องตัดสินใจ เวลามีไม่มาก พระเจ้ากำลังฝัดร่อนเพื่อเข้าสู่การปฏิบัติการครั้งสุดท้ายในสงครามขององค์พระผู้เป็นเจ้า ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า คุณจะเลือกเส้นทางได้ถูกต้อง? หวังดี.......ครับ

สามารถคุยกับผมได้ที่ revelation01@hotmail.com
 
 

โดย: สุรวิชญ์ IP: 124.122.114.69 วันที่: 23 มิถุนายน 2554 เวลา:22:47:54 น.  

 
 
 
ขอบคุณครับ
 
 

โดย: ksk วันที่: 24 มิถุนายน 2554 เวลา:9:38:20 น.  

Name
Opinion
*ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก

ksk
 
Location :
ยะลา Thailand

[ดู Profile ทั้งหมด]

ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 10 คน [?]




ผมเป็นคริสเตียนครับ
เป็นชาวยะลา เกิดปัตตานี ลูกจีนไหหลำ
จบวิศวกรรมไฟฟ้า(ระบบควบคุม) จากพระจอมเกล้าพระนครเหนือ EL รุ่น 24 รหัส 31 (เคยเรียน ป.วส. IE ห้องอิเล็ก ที่ วทอ. 2 ปี รหัส 29 ห้องเดียวกับ ศิริ แว่น สมชาย สุกิตติ จั๊บ ไพบูลย์ จ่าบุญเลิศ ก่อนย้อนไปเริ่มต้นป.ตรี ปี 1 ใหม่กับรุ่นน้องในคณะวิศวฯ พูดง่ายๆว่า ซิ่ว 2 ปี)
ป.โท วิศวกรรมการบิน(Avionique) จาก SUPAERO
Toulouse FRANCE ปี 1994
เคยรับราชการเป็นอาจารย์ในคณะวิศวฯที่พระนครเหนือ 8 ปี ผลงานก็ไม่มีอะไรมาก KMITNB Robot Camp เป็นสิ่งที่ยังพอให้ภาคภูมิใจเมื่อมองกลับไปที่เทคโนฯ ด้วยความคิดถึง 14 ปี อันแสนหวานกับชีวิตในพระนครเหนือ(มิย.ปี 29 - มิย.ปี 43)
ตอนนี้ลาออกจากราชการ มาหากินด้วยลำแข้ง(ไม่ใช่เป็นนักมวยไทยนะ)
ที่จังหวัดยะลาบ้านเกิด ตั้งแต่มิถุนายน ปี Y2K
กำลังจะรุ่งเรืองแล้วเชียว 4 มกราคม 2547
สถานการณ์ไฟใต้ก็เริ่มขึ้น
สิ่งที่เคยคิดว่าสักวันหนึ่งจะต้องเกิด มันก็เกิด
และยาวมาจนถึงตอนนี้
ผมยังนึกไม่ออกมันจะจบลงแบบไหน free counter

free counter

New Comments
[Add ksk's blog to your web]

 
pantip.com pantipmarket.com pantown.com