all you need is love
Group Blog
 
 
เมษายน 2552
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930 
 
18 เมษายน 2552
 
All Blogs
 
........


ถึง..B612


     เราไม่ค่อยได้เจอกันช่วงนี้ ตอนนี้เธอก็อยู่ถึงตรัง ฉันเลยอยากจะเขียนบันทึกถึง ไม่ได้เขียนบันทึกมานานมากแล้ว  จนจำแทบไม่ได้ว่าครั้งสุดท้ายคือเมื่อไหร่  อาจจะเป็นตั้งแต่เจ้าสมุดบันทึกเล่มเก่าหายไป โดยไม่รู้ว่าตกไปอยู่ในมือใคร กลัวคนรู้ความลับ  หลังจากนั้นจึงเกิดความรู้สึกไม่อยากเขียนบันทึกอีกเลย  แต่จะว่าไปนี่คงไม่เหมือนกับการเขียนบันทึกนักหรอก เรียกว่าเป็นการเล่าสู่กันฟังก็แล้วกันนะ…
     โดยปกติภาษาเขียนกับภาษาพูดก็มีความต่างกันอยู่แล้ว  เราอาจไม่พูดจาเล่าเรื่องราวกันอย่างนี้หรอกยามอยู่ใกล้กัน  เหมือนที่ใครบางคนอาจพูดคำว่า “รัก” ยากกว่าเขียนคำว่ารัก   อาจพูดคำว่า “คิดถึง” ยากกว่าเขียนคำว่าคิดถึง นี่คงเป็นข้อดีของการเขียนล่ะมั๊ง  ว่าไหม... แต่ก็มีใครอีกหลายคนที่ไม่เห็นประโยชน์ของการเขียน ซึ่งก็คงรวมถึงตัวฉัน...ในวันวาน ดังนั้นบันทึกนี้ถ้าเธออ่านแล้วจะรู้สึกแปลก ๆ ไปบ้างก็โปรดเข้าใจไว้นะ
     ต้องบอกว่าเป็นการเดินทางที่ไม่มีจุดหมายปลายทางสำหรับครั้งนี้  นั่งรถไฟออกจากกรุงเทพฯ ราวบ่ายโมง  แต่ก่อนหน้านั้นก็พลาดมาเที่ยวหนึ่งแล้วตอน 8 โมงครึ่ง  แต่ยังดีที่มีหนังสือเป็นเพื่อน และมีเพื่อนอยู่หนึ่งคนจึงทำให้เวลาสามสี่ชั่วโมงไม่ผ่านไปอย่างไร้ความหมายนัก 
     บนรถไฟเที่ยวบ่ายคนไม่เยอะนัก ต่างจากเที่ยวเช้าลิบลับทีเดียว  อย่างว่าอากาศยามบ่ายมันช่างร้อน คงไม่มีใครอยากเดินทางช่วงนี้กันนักหรอกหากไม่จำเป็น  แต่หลายสิ่งหลายอย่างในชีวิตเราก็ไม่สามารถกำหนดกฎเกณฑ์ได้หรอกเนอะ 
 
     ฉันใช้เวลาเดินทางราว 3 ชั่วโมงจากกรุงเทพ ฯ กว่าจะมาถึงตัวเมืองปราจีนบุรี  ที่เลือกมาที่นี่ก็คงเป็นเพราะความ “ใกล้” แท้ ๆ ยิ่งช่วงที่มานี้ตรงกับช่วงเทศกาล บวกกับที่เพิ่งขึ้นมาจากภูเก็ต ความคิดที่จะไปไหนไกล ๆ เลยไม่มี  ลงจากรถไฟจุดหมายยังไม่แน่ชัด  ปลายทางลางเลือนอยู่ว่าจะไปค้างที่อุทยานแห่งชาติทับลานสักคืน  โดยก่อนหน้านั้นอาจจะแวะพักที่ไหนสักแห่งก็ได้ 
 ที่คิวรถในตัวเมือง  หลังจากสอบถามชาวบ้านซึ่งต่างบอกกันเป็นเสียงเดียวว่า ในตัวเมืองนี่ ไม่มีอะไรให้ดูให้เที่ยวนักหรอก ทั้งที่พักก็ค่อนข้างหายาก แต่ฉันก็ไม่ใส่ใจกับคำพูดเหล่านั้นมากนัก  เพราะการมาคราวนี้ก็ไม่ได้หวังอะไรนักอยู่แล้ว  เพียงแต่ได้เคลื่อนย้ายพบเจอสิ่งใหม่ ๆ บ้างเท่านั้นก็พอใจ  ก็นั่นแหละนะ สิ่งสำคัญจริง ๆ น่าจะอยู่ “ใน” ใจของเรามากกว่า
“สิ่งสวยงาม แท้แล้วก็คือสิ่งที่เราพอใจ” ...จริงไหมเธอ
หลังจากสอบถามข้อมูลจากผู้คนที่คิวรถในตัวเมืองแล้ว  ฉันตัดสินใจว่าจะลองไปดูหมู่บ้านเล็ก ๆ ริมน้ำแห่งหนึ่งที่ชื่อว่า “ท่าประชุม”
บนรถเมล์ปรับอากาศด้วยสายลมธรรมชาติช่วยให้ทิวทัศน์รายทางดูงดงามกว่านั่งรถปรับอากาศด้วยแอร์คอนดิชั่นมากมายนัก  ช่วงแรกรถวิ่งเลาะเลียบไปตามริมแม่น้ำบางปะกงที่ขนาบอยู่ทางฝั่งซ้าย  ส่วนฝั่งขวาจะเป็นทุ่งนาเขียวขจีและบ้านเรือนตั้งเรียงราย ต้องบอกว่าแม่น้ำบางปะกงที่นี่เล็กและแคบกว่าช่วงที่ผ่านจังหวัดฉะเชิงเทราอยู่มาก   ทั้งความสวยงามก็ยังเป็นรอง 
     เมื่อถึงตัวตลาด รถค่อย ๆ แล่นผ่านช้า ๆ เปิดโอกาสให้ได้สำรวจตรวจตรา ท่าประชุมเป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ จริงอย่างที่เขาว่า ดูเผิน ๆ แล้วที่นี่ดูเหมือนกับไม่มีอะไร แต่สิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้ทันทีคือความง่ายงามและสงบของหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งนี้ บ้านเรือนแต่ละหลังล้วนเป็นบ้านไม้ ชั้นเดียวบ้าง สองชั้นบ้าง ไม่มีเกินไปกว่านั้น ตัวชุมชนจริง ๆ แล้วมีเพียงไม่กี่ซอย คงราวห้าหกซอย พ้นจากนี้ไปก็จะเป็นทุ่งนาโดยตลอด  แต่ละซอยมีถนนคอนกรีตเล็ก ๆ ตัดลึกมุ่งเข้าไปทางแม่น้ำ บ้านเรือนตั้งขนาบสองฝั่งฟาก มองออกไป เห็นเพียงเด็กตัวเล็กตัวน้อยวิ่งเล่นถีบจักรยานกันอยู่ 
ฉันกับเพื่อนลังเลกันอยู่ครู่ใหญ่ แต่ในใจก็รู้สึกชอบชุมชนแห่งนี้อยู่พอสมควร  จึงกวาดตามองหาที่พักกันตลอด แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เห็นสถานที่แห่งใดที่พอจะเป็นที่พักพิงได้เลย ด้วยความที่หมู่บ้านแห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยวตากอากาศ  ครั้นจะไปขอพักกับชาวบ้านก็ติดจะเกรงใจ และไม่อยากสร้างความลำบากใจให้เจ้าของบ้าน ที่อยู่ดี ๆ จะมีใครก็ไม่รู้มานอนค้างอ้างแรมด้วย  ซึ่งเป็นใครก็ยากที่จะไว้ใจง่าย ๆ  ฉันจึงตัดใจผ่านเลยหมู่บ้านแห่งนี้ไปสู่อุทยานแห่งชาติทับลาน เพียงเพื่อจะมานึกเสียดายในตอนหลัง ในขณะที่กำลังนั่งเขียนบันทึกถึงเธออยู่ตอนนี้
     ฉันมาถึงทับลานเมื่อ ตะวันคล้อยต่ำลงมากแล้ว  ทิวทัศน์ข้างหน้าทับลานสวยงามด้วยเทือกเขาสูงตระหง่าน และต้นไม้ใหญ่ แต่เชื่อไหมว่าในช่วงเทศกาลเช่นนี้จะมีฉันกับเพื่อนเพียงสองคนเท่านั้นที่เป็นคนแปลกหน้าของที่นี่ สอบถามจากคนที่ขายของอยู่ในนี้ ก็ได้ความว่า ช่วงนี้คนไม่นิยมเที่ยวกันนักเพราะฝนตกบ่อย  ซึ่งก็นึกเอะใจตั้งแต่เจ้าหน้าที่อุทยานที่เฝ้าอยู่ตรงปากทางทำหน้าแปลก ๆ เมื่อเห็นเราสองคนเดินเข้ามา  ทั้งยังไม่ต้องพูดถึงก่อนหน้านี้ที่พอเราลงจากรถทัวร์ คนบนรถก็ต่างมองมาที่เราเป็นสายตาเดียวกันด้วยแววตาที่สงสัย ส่วนหนึ่งก็คงเป็นเพราะความไม่มีอะไรของที่นี่ด้วยมั๊ง เธอก็คงรู้อยู่เมื่อคราวมาค่ายเซเว่นบุ๊คส์ที่นี่เมื่อหลายปีก่อน  ยกเว้นช่วงหน้าหนาวที่ลานกางเต็นท์จะเต็มจนไม่มีที่ว่างเลย  ซึ่งก็เป็นธรรมดาของคนไทยที่ชอบสัมผัสกับอากาศหนาว  หลังจากทนร้อนมาทั้งปี

     คืนนี้ที่ทับลานมองเห็นดาวได้น้อยมาก แต่พระจันทร์ยังเห็นอยู่ เมฆฝนบดบังแสงดาวซะเกือบทั่วฟ้า ทั้งฟ้ายังแลบอยู่เป็นระยะ ๆ ยิ่งฟังจากคำบอกเล่าของของคนที่ขายของในนี้ที่บอกว่าเมื่อคืนฝนตกหนักจนพื้นบริเวณที่เรากางเต็นท์นี้เจิ่งนองไปด้ายน้ำ ก็ทำให้หวั่นในใจอยู่เหมือนกัน
แต่เธอเคยบอกฉันว่า “ฟ้าสีหม่น ใช่ว่าฝนจะตกเสมอไป” คำกล่าวนี้เป็นจริงนะ อย่างน้อยก็ในคืนนี้  ไม่นานเมฆฝนก็ถูกลมพัดพาไปที่อื่นเสียหมด 
     ยามนี้บริเวณรอบเต็นท์มืดมิดไปหมดเลย  หยิบหนังสือมาอ่านสองเล่ม แต่จะอ่านก็อ่านไม่ได้ เพราะไม่ได้หยิบอะไรที่พอจะให้แสงสว่างได้มาเลย เป็นครั้งแรกในช่วงเวลาที่นานมากแล้ว ที่ฉันมองเห็นคุณค่าของแสงเทียน แม้เพียงสักเล่ม
     เริ่มง่วงนอนแล้ว ก่อนนอนอยากบอกเธอว่าที่เคยได้ยินกันว่า  “ความคิดถึงต้องใช้เวลาเดินทาง” นั้นน่ะ เป็นเรื่องจริงนะ ฉันรู้สึกได้  เหมือนก่อนหน้านี้ยามใกล้กัน ฉันอาจไม่ค่อยรู้สึกว่าความคิดถึงเป็นอย่างไรนักหรอก  เพราะเราก็เจอกันบ่อย ๆ อยู่แล้ว  
     ก็อย่างที่บอก...เราอาจไม่พูดจาเล่าเรื่องราวกันอย่างนี้หรอกยามอยู่ใกล้กัน  เหมือนที่ใครบางคนอาจพูดคำว่า “รัก” ยากกว่าเขียนคำว่ารัก   อาจพูดคำว่า “คิดถึง” ยากกว่าเขียนคำว่าคิดถึง
      แต่ตอนนี้ฉันอยากบอกเธอว่า “รักและคิดถึงเป็นที่สุด”  แม้ว่าตัวหนังสือของฉันจะไม่มีเสียงก็ตาม
                                                                                               


                                                                                                                                        รัก


 






Free TextEditor


Create Date : 18 เมษายน 2552
Last Update : 19 เมษายน 2552 10:09:29 น. 2 comments
Counter : 242 Pageviews.

 
ฉันจะจบจดหมายฉบับนี้อย่างไรดีนะ
รักและคิดถึงดีไหม
.....
...........
...............
อือ..รักและคิดถึงเช่นกัน



โดย: pangz วันที่: 18 เมษายน 2552 เวลา:17:24:48 น.  

 
อารมณ์ประมาณว่าโดนซุ่มยิง เหมือนตัวเองอยู่ที่แจ้งแล้วมีคนแอบอยู่บนตึกสูง...เหอ เหอ เรื่องสำนวนการเขียนนี่ เหมือนคล้ายๆ ของใครบางคน

เข้ามาดูในบล็อก พยานแวดล้อม เช่น B612 ,
“ความคิดถึงต้องใช้เวลาเดินทาง” ก็พอจะรู้ได้ว่าเป็นใคร
ยิ่งอ่านลงมาเรื่อยๆพบกับ ment แรกนี่ก็พอจะปิด case ได้ว่าเป็นใคร ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ


โดย: จอมมารขาวดำ IP: 119.42.86.55 วันที่: 20 เมษายน 2552 เวลา:8:36:59 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

secret garden
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวนฉันสรรปลูกแต่มะลิ ยามผลิดอกบานหวานชื่น เพลินตาพาฝันวันคืน ไม้อื่นไม่ปองต้องชม... ขาวสวยรวยกลิ่นไกลใกล้ หากไร้ยังได้แซมผม ไร้หนามหยามใจให้ระทม นิยมชมไปไม่ลืม...
Friends' blogs
[Add secret garden's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.