all you need is love
Group Blog
 
<<
เมษายน 2551
 
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930 
 
26 เมษายน 2551
 
All Blogs
 
ชั้นหนังสือในวันธรรมดา

ชั้นหนังสือในห้องไม่ได้จัดมาเนิ่นนานแล้ว  วันนี้เห็นต้องจัดการเสียที  หลายเล่มซื้อมายังไม่ได้อ่าน ลืมเสียสนิทว่ามี  ซื้อซ้ำอยู่ก็บ่อยพอมาค้นเจอก็นึกเสียดาย  บางเล่มซื้อซ้ำ 3 ครั้งยังเคย


นี่แหละนิสัยคนเรา  คิดว่าอยู่กับเราแล้ว ไม่ใส่ใจ  ไว้ก่อน ๆ จนในที่สุดก็หลงลืมกันไป   ยังดีนะที่เป็นหนังสือ   ถ้าเกิดเป็นคน  เราเผลอไผลไปลืมเขาเข้า คงเรื่องใหญ่  ทำร้ายจิตใจกันน่าดู


แต่ใครว่าหนังสือไม่มีชีวิตคงไม่จริง  ฉันเถียง


ชีวิตมากมายบรรจุอยู่ในกระดาษปึกนั้น  หลายครั้งหลายหนอ่านจบแล้วยังนึกสงสัย  เจ้ากระดาษปึกนี้มีโลกอีกโลกหนึ่งซ่อนอยู่ได้อย่างไร 
โลกที่มีทั้งเศร้า  สุข  ทุกข์  เหงา  อ่อนไหวในความรู้สึก  ช่างน่าอัศจรรย์ 


แล้วหนังสือบางเล่มก็เหลือร้าย  ทำให้เราร้องไห้  เสียน้ำตาไปกับมันได้
คนชอบอ่านหนังสือมักเป็นคนอ่อนไหวเสมอ  ใช่ไหม


ฉันชอบหาเวลาจัดชั้นหนังสือในวันธรรมดา  หยุดงานสักวัน  อาจฟังดูไม่มีเหตุผล  แต่นี่แหละคือเหตุผลของฉัน 


คงคล้ายกับเพื่อนคนหนึ่ง  สนิทกัน  เขามักหยุดงานทุกวันศุกร์ราวปลายเดือนเพื่อนั่งฟังเพลง  ฟังเพลงอย่างเดียวจริง ๆ นะเธอ  หยิบแผ่นโน้นแผ่นนี้มาเปิดอยู่ได้ทั้งวัน  ฉันเคยไปนั่งฟังกับเขา
วันอาทิตย์ก็ว่างไม่ใช่เหรอ  นั่งฟังเข้าไปสิ  ไม่เห็นต้องหยุดงานเลย...เคยถามเขาไปแบบนี้


ความรู้สึกในการฟังเพลงวันธรรมดากับวันหยุดสุดสัปดาห์มันไม่เหมือนกัน  เขาตอบ  วันธรรมดามันสงบนิ่งกว่ามาก  เอาเข้าไปคนเรา


แต่ฉันเข้าใจ... เข้าใจความรู้สึกเช่นนี้ดี 


เสียงนกตัวเล็กตัวน้อยร้องจิ๊บจั๊บอยู่ข้างหน้าต่าง   ฉันจำมันได้อยู่ตัวหนึ่ง  มันชอบเอาปากมาเคาะกระจกเหนือบานหน้าต่างในตอนเช้า ๆ ตั้งใจจะปลุกกันหรืออย่างไรก็ไม่รู้ใจนก  ขนาดคนเราพูดคุยกันรู้เรื่องยังเอาใจไม่ถูกเลย  ฟังเสียงนกไปจัดชั้นหนังสือไปมีความสุขดีเหมือนกัน


หนังสือบางเล่มเปิดดูแล้วก็ใจหาย  น้ำตาคลอขึ้นมาซะเฉย ๆ เคยไหม  ด้วยคิดถึงใครบางคนที่ตกหล่นไปตามรายทางระหว่างชีวิต 


ไม่อยากเสียน้ำตา ก็อย่าสร้างความหลังกับใคร ๆ ไว้มากมายเกินความจำเป็น...ประโยคนี้ฉันชอบ 
แต่ใครบางคนก็บอกว่า... เกิดเป็นมนุษย์แล้วไม่มีความหลัง  บั้นปลายนั้นช่างแสนเศร้า


ลองนึกดูก็จริง  ถ้าตอนแก่หง่อม  ไร้เรี่ยวแรง ต้องนั่งอยู่เฉย ๆ แล้วไม่มีอะไร  ไม่มีใครให้นึกถึงเลยนี่คงแย่น่าดู 


บางทีนะ... ยอมเสียน้ำตาอาจจะดีกว่า


รื้อหนังสือเจออยู่เล่มหนึ่ง  ไม่ได้เห็นหน้าตาซะนาน  ชื่อหนังสือเช๊ยเชย  “อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ...ที่รัก” ของไพลิน  รุ้งรัตน์  ใครบางคนมอบให้เมื่อวันเกิดหลายปีผ่าน 


คิดยังไงเธอถึงให้หนังสือเล่มนี้กับฉันเนี่ย  ก็รู้อยู่ว่าไม่ชอบอ่านนิยายน้ำเน่าชวนฝันแบบนี้  แค่เห็นหน้าปกก็เลี่ยนแล้ว
ก็รู้ว่าไม่ชอบไงถึงอยากให้อ่าน  เธอตอบ 


ดูสิคนเรานี่ก็แปลก  ปากบอกไม่ชอบ  แต่เชื่อไหมฉันอ่านหนังสือเล่มนั้นรวดเดียวจบเลย  ยังงงอยู่เหมือนกัน  หนังสือบางเล่มนี่ร้าย  เพียงแค่ประโยคเดียวเอาเราอยู่หมัดเลย  ประโยคที่ดูเหมือนน้ำเน่าประโยคนั้นแหละ


“อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ...ที่รัก” เป็นเรื่องรักของหนุ่มสาวคู่หนึ่ง 
นางเอกของเรื่องเป็นสาวนักอ่าน  ที่ดันมีคุณย่าเป็นทั้งนักอ่านนักเขียน ที่บ้านเธอจึงเต็มไปด้วยหนังสือมากมาย  พระเอกของเรื่องดันเกิดไปหลงรักนางเอกเราเข้า  ก็เลยต้องตกกระไดพลอยโจน  ถูกสาวเจ้าแนะนำหนังสือเล่มโน้นเล่มนี้ให้อ่าน จนท้ายที่สุดก็หลงรักทั้งนางเอกและตัวอักษรไปในที่สุด


อ่านแล้วน่ารักดี  เกิดอยากหาหนังสือที่นางเอกแนะนำให้พระเอกมาอ่านบ้าง... รักกันได้โดยมีหนังสือเป็นกามเทพ   ชวนฝันสุด ๆ เธอว่า


นึกแล้วก็ตลกตัวเอง  หลังจากอ่านเล่มนี้แล้ว ฉันลืม  เชคอฟ  สไตน์เบ็ค  เฮสเส  หรือโกลดิ้ง  ไปเป็นเดือนเลย   ขนหนังสือแนวนี้มาอ่านอีกเป็นตั้ง  จนเธอเห็นแล้วยังแซวอยู่บ่อย ๆ
แหม..คนเรานะ


เขาว่าเซลส์และลักษณะที่บ่งบอกความเป็นตัวเราจะเปลี่ยนทุก 7 ปี  เธอเมื่อ 7 ปีก่อน ก็จะไม่ใช่คนเดียวกับเธอในวันนี้  เธอบอก 
อย่างอื่นเปลี่ยนแต่มีอย่างหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยน  ใจฉันไง  บอกเธอไปอย่างนั้น....
โห  พูดออกมาได้ยังไงนะ  สงสัยอ่านนิยายชวนฝันมากเกินไป  เธอว่า ยิ้มมุมปาก
เธอเอาหนังสือในแบบของเธอมาให้ฉันอ่านอีกหลายเล่ม  หนังสือแต่ละเล่ม  มักขีดเส้นใต้ประโยคที่เธอชอบไว้เสมอ 
เสียดายหนังสือแย่ขีดอะไรเละเทะไปหมด  ฉันว่า
หนังสือมีไว้เพื่ออ่านเพื่อเข้าใจ  ใหม่เก่าไม่สำคัญหรอก  เธอบอก


ค้นไปเจอหนังสืออีกเล่มหนึ่ง ราวกับเจอเพื่อนเก่า


"ดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้ง  และรู้ว่าเธอยังอยู่กับฉันแม้ไม่เหลียวแลมานาน"


หนังสือเล่มบาง  หน้าปกสีชมพูเชย ๆ ไม่น่าสนใจเอาเสียเลย  ครั้งนั้นฉันเห็นแล้วทำหน้าเหยส่ายหัว  บอก...ไม่ชอบอ่านนิยายวิทยาศาสตร์   


เธอว่าอย่าตัดสินหนังสือจากหน้าปก 
ได้...แล้วจะพยายามอ่านแล้วกัน  ฉันตอบทีเล่นทีจริงไปอย่างนั้นเอง


Bicentennial Man ของไอแซ็ค  อาซิมอฟ  เล่มนี้...  ไม่เคยคิดเลยว่านิยายวิทยาศาสตร์จะทำให้เราน้ำตาคลอได้


ตัวเอกหุ่นยนต์ในเรื่องถูกมนุษย์สร้างขึ้นมาไว้ใช้งาน  แต่เกิดผิดพลาด  มีความนึกคิดเป็นของตนเอง  หลัง ๆ เข้าหุ่นยนต์ตัวนั้นเกิดอยากมีความรู้สึกเช่นมนุษย์  อยากรู้ร้อน  รู้หนาว  รู้เจ็บปวด  รู้จักรัก


และท้ายที่สุดเขาอยากรู้จักกับความตาย หลังจากอยู่มานานกว่า 200 ปี


นั่นเป็นสิ่งที่หุ่นยนต์ตัวนั้นต้องการ  แต่มนุษย์เรากลับปฏิเสธ  ปฎิเสธในของขวัญอันวิเศษสุดที่พระเจ้ามอบให้ 


ถ้าให้เลือกอยากมีอายุอยู่ถึง 200 ปีไหม ?  คำถามเก่าล่องลอยมาตามสายลม


ไม่หรอก  มันทรมานเกินไปที่จะเห็นคนที่เรารักมากมายตายไปต่อหน้าต่อตา  คนแล้วคนเล่า  จะมีประโยชน์อันใดกับการที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวทรมานอย่างนั้น  ในขณะที่คนอื่น ๆ ในรุ่นเธอเขาจากไปหมดแล้ว
ใช่... ฉันก็คิดแบบเธอ  มันทรมานเกินไป


ใครว่าหนังสือไม่มีชีวิตคงไม่จริง  ฉันเถียง  ชีวิตมากมายบรรจุอยู่ในกระดาษปึกนั้น 


หนังสือบางเล่มเปิดดูแล้วก็ใจหาย  น้ำตาคลอขึ้นมาซะเฉย ๆ เคยไหม  ด้วยคิดถึงใครบางคนที่ตกหล่นไปตามรายทาง... 










Free TextEditor


Create Date : 26 เมษายน 2551
Last Update : 29 เมษายน 2551 16:51:22 น. 8 comments
Counter : 228 Pageviews.

 
แวะมาทักทายค่ะ ชอบอ่านหนังสือค่ะ แต่มีค่อยได้จัด บ้านเราเลยรก


โดย: Summer Flower วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:13:57:22 น.  

 
อืมม์...

สนใจทั้งสองเล่มที่ถูกกล่าวเลยค่ะ ทั้งของคุณไพลินและของคุณอาซิมอฟ (เรื่องหลังนี่มีแปลเป็นไทยมั้ยหนอ?)

น่าสนใจค่ะ


โดย: สาวไกด์ใจซื่อ วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:14:22:40 น.  

 
“อ่านหนังสือเล่มนี้เถอะ...ที่รัก” น่าอ่านมากเลยคะ ไม่รู้ยังหาซื้อได้มั้ย


โดย: หมูย้อมสี วันที่: 26 เมษายน 2551 เวลา:18:40:57 น.  

 
อ่านเรื่องของคุณ เราเริ่มรู้สึกว่า ควรจะต้องหาวันหยุด มาจัดชั้นหนังสือบ้างดีกว่า

ไม่งั้น ก็ต้องซื้อหนังสือซ้ำ อีกหลายครั้ง
ไอ้ประเภทซ้ำ แล้วปกแตกต่างเนี่ย ไม่เท่าไหร่ ...อาจเป็นเพราะความหลงลืมของเราเอง

แต่ที่ซื้อซ้ำมาแบบเหมือนกันแป๊ะ ฉบับพิมพ์ครั้งเดียวกัน สนพ.เดียวกันเนี่ย
....ต้องเป็นเพราะความเฟอะฟะอย่างมากมายของตัวเองประการเดียวเลย


โดย: นัทธ์ วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:10:54:59 น.  

 
เห็นหนังสือที่บ้านแล้วก็๋ท้อที่จะจัดค่ะ


โดย: BoOKend วันที่: 27 เมษายน 2551 เวลา:13:39:38 น.  

 
จะจัดชั้นหนังสือแต่ละครั้งขึ้นอยู่กับอารมณ์ตอนนั้น
และใช้เวลา 2-3 วันถึงจะเสร็จ

จัดทีละเล่มทีละเล่ม หยิบเล่มโน่นเล่มนี่ขึ้นมาดู
บางเล่มอ่านจบแล้วร้องไห้
บางเล่มอ่านเอาเป็นเอาตายกว่าจะจบ
บางเล่มสุขจนยิ้มคนเดียวยามอ่าน

เวลาเจอหนังสือเล่มที่ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตามานาน
จะชอบเปิดหาข้อความ หรือตอนที่เคยชอบ อ่านซ้ำไปซ้ำมา..เคยเป็นไหม?

ปล. พิบูลศักดิ์ ละครพลเขียนไว้ในเรื่อง "ชูมาน"
ประมาณว่า...
ไม่มีใครคิดถึงใครจนตายหรอก มีแต่หัวใจวายตาย
..น่าคิด :)


โดย: pangz วันที่: 28 เมษายน 2551 เวลา:12:44:03 น.  

 
เป็นคนชอบซื้อหนังสือครับ
เยอะแยะเลยที่บ้าน ยังไม่ได้อ่านอีกตรึม
คงต้องจับมาแยกและไล่เรียงใหม่ ว่าไหนอ่านแล้ว และยังไม่อ่าน


โดย: ตุ๊กตาไล่ฝนจากดวงตา วันที่: 30 เมษายน 2551 เวลา:20:29:01 น.  

 
อยากจะลุกขึ้นมาจัดชั้นหนังสือเหมือนกันค่ะ แต่ไม่ได้ฤกษ์ซักที ความขี้เกียจเกาะกุมอยู่ทุกรูขุมขนค่ะ


โดย: vanillahome วันที่: 15 สิงหาคม 2551 เวลา:15:54:39 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

secret garden
Location :


[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed

ผู้ติดตามบล็อก : 1 คน [?]




สวนฉันสรรปลูกแต่มะลิ ยามผลิดอกบานหวานชื่น เพลินตาพาฝันวันคืน ไม้อื่นไม่ปองต้องชม... ขาวสวยรวยกลิ่นไกลใกล้ หากไร้ยังได้แซมผม ไร้หนามหยามใจให้ระทม นิยมชมไปไม่ลืม...
Friends' blogs
[Add secret garden's blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.