Group Blog
 
<<
กรกฏาคม 2554
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930
31 
 
24 กรกฏาคม 2554
 
All Blogs
 

O เห่ช้า..พญาหงส์....O







เพลง .. ลาวดวงดอกไม้
อัศวลีลา



O คล้ายในค่ำคืนหนึ่ง..รำพึงปวง
ค่อยผ่านล่วงเจตจินต์ให้ยินเสียง
ด้วยกลกานท์ความถ้อย..กอปร-ร้อยเรียง
วาดหวังเพียงเนตรชะม้ายจะชายมา
O หอมหวานแห่งอาลัย..รินไหลเซาะ

....ศุภสารเสนาะเสน่หา
จำลองใจมาในอักขรา
ด้วยจินตนาปรารภนิรันดร
....แสนระทมกรมสวาทระยำยับ
ดั่งสุเมรุทุ่มทับทรวงสมร
เพราะหมายโลมโฉมอินทร์อรชร
จึงรั้งรอนหักจิตเป็นนิจกาล
....คะนึงน้องดั่งปองปทุเมศ
ในขอบเขตมุจลินท์สระสนาน
แสนลำบากยากที่พ้นทรมาน
เพราะไม่หาญที่จะหักมาชมชู
....เชยสร้อยเสาวคนธ์โกมลมาศ
เมื่อลมลาดเพราะลอบเลียบอยู่
แต่ไกลไกลก็จะลักแลดู
แมลงภู่ร่อนร้องแต่เวียนชาย....

O หวังถึงจะเชยสร้อยสุคนธา
ปรารถนามณีสรวงที่ช่วงฉาย
ใจเอยเมื่อหาญกล้าขึ้นท้าทาย
จะยอมพ่ายแพ้ได้อย่างไรกัน
O มณีเดียวช่วงอยู่ไม่รู้ลับ
เพื่อรองรับอาลัยผู้ใฝ่ฝัน-
และหนึ่งความแหนหวงใต้ดวงวัน
ร่วมโอบขวัญรูปเยาว์..ฟังเว้าวอน
O เรื่องราวจากเพรงกาลอันนานเนิ่น
ผ่าน..เชื้อเชิญพร่ำพลอด..ความออดอ้อน
รติรสละเมียดละมุนอันสุนทร
ก็แทรกตอนดื่มด่ำลงรำบาย

....ถ้าเหาะได้เหมือนเหรันตยักษ์
เห็นจะหักได้สะดวกโดยง่าย
นี่สุดเอื้อมที่จะเอื้อมอาจกลาย
ปิ้มจะวายชีพเพราะถวิลมัว
....ถ้าสุมาลย์ร่วงหล่นพ้นสวรรค์
บ้างเล่าเถิดถ้ากระนั้นจะยังชั่ว
ถึงมิน้อมก้านให้ก็ไม่กลัว
ขอแต่ยั่วแย้มหน่อยพอแนมนวล
....สิอยู่ในมุจลินท์สินธุล้อม
เชิญประนอมไมตรีทรามสงวน
ซึ่งสุหร่ายภิปรายเปรียบมาทั้งมวล
ก็ไม่ควรแต่ว่าร้อนนั้นสุดแรง....

O หวังถึงดวงดอกฟ้า..น้อมมาสู่
รับนัยชู้จากชาย..รำบายแฝง-
ความอาวรณ์ใฝ่เฝ้า..ด้วยเจ้าแพง
อย่าหน่ายแหนงคมคำ..ที่รำพัน
O ฤๅเปรียบได้กับงาม..ของยามที่-
เงื่อนไมตรีจากเจ้า..รุมเร้าขวัญ
กลางอุสุมร้อนแรงของแสงวัน
พารอบฉันทาตื่นด้วยรื่นเย็น
O คืองามที่จะงาม..ทุกยามที่-
กอปรจริต..ท่วงทีอย่างที่เห็น
ทั้งแรงชู้ใฝ่เฝ้า..รุมเร้า-เป็น-
ความเอื้อเอ็นดูซึ้ง..รัดรึงทรวง
O หวังถึงเหินเหาะฟ้า..เอื้อมคว้าเอา-
งามรูปเยาว์, ฝ่าแถนทั้งแสนสรวง
ฤๅเปรียบปานอานุภาพอันทาบทวง
ด้วยรัก, หวงแหนนับ..ข้ามกัปกัลป์

.....เชิญรักอารมณ์ภิรมย์รัก
เชิญสมัครหมายขวัญมาน้อมขวัญ
เชิญสมานการโดยกระบวนบรรพ์
วานอย่าฉันทาเคียดรังเกียจกาย
.....เชิญเยื้อนเถิดอย่าถือประยูรยศ
เชิญประชดมุ่งมาดให้เหมือนหมาย
ขอเชิญน้องพร้องเสน่ห์สวาทชาย
กว่าจะวายทำลายชีพปลดปลง.....

O คำตัดพ้อต่อว่าแต่ครานั้น
หมายผูกพันพิสวาทด้วยชาติหงส์
หากครานี้ลึกล้ำด้วยจำนง
รอ-เสริมส่งคันธารสลงจดใจ
O ด้วยแรงรักปรารมภ์บรรสมสร้าง
จะกี่ขวากหลุมพรางฤๅขวางได้
เมื่อถวิลปรารถนา..แรงอาลัย
รอพร้อมให้สืบสมร่วมกลมเกลียว
O ใจเอย...ฤๅเคยคิด-สักนิดว่า-
เมื่อคุณค่าแฝงฝาก..เริ่มกรากเชี่ยว
เหลือแต่ต้องเตรียบใจด้วยนัยเดียว
รับทุกเสี้ยวส่วนงามที่ลามมา
O เห่เอย...เห่กล่อมละม่อมรูป
ความจะลูบโลมให้..อาลัยหา
กลางสนิทหลับฝัน..พี่สัญญา-
จะโอบรูปปรารถนา..ข้ามราตรี
O เห่เอย...เห่ช้าพญาหงส์
เจ้าสูงส่งด้วยสง่าและราศี
คำถนอมกล่อมชาติ..จักวาดวี
ให้ภิรมย์ดวงฤดีอย่ามีคลาย
O รอคอยจะพบกัน..ในวันพรุ่ง
เมื่อวันฟุ้งฟายดวงขึ้นช่วงฉาย
ถนอมเถิดรูปพิไลทั้งใจกาย
รอ-สองปลายสายสวาท..เข้า-พาดพัน


หมายเหตุ....
กลอนที่มีจุดนำหน้าทั้งหมด....เป็นเพลงยาว
ของพระยาตรัง...กวีในรัชสมัยรัชกาลที่ ๒




 

Create Date : 24 กรกฎาคม 2554
5 comments
Last Update : 3 พฤษภาคม 2562 6:44:11 น.
Counter : 2606 Pageviews.

 



อ่านแล้วอยากปรบมือให้ดัง ๆ ไพเราะมาก ชอบค่ะ

งามนักงามหนา งามป๋านเทวา...เปิ้นลงมาปั้น
เอวองค์แค๊วดั่งเสี้ยวจั๋นทร์ อ่อนช้อยงามงัน
ยามย่างเยื่องย้ายอรชร...


 

โดย: ฟ้าเวียงพิงค์ 24 กรกฎาคม 2554 21:48:47 น.  

 


อ้าว!!! เหรอคะ... เป็นบทหวานๆเหรอคะ...

ทำไมอ่านแล้วเศร้าๆก็ไม่ทราบ...

ถึงอย่างไร ก็ขอขอบคุณค่ะ...

 

โดย: Witch IP: 118.172.97.18 25 กรกฎาคม 2554 12:44:16 น.  

 

เห่ช้า เป็นประเภทหนึ่งของทำนองเพลงเก่าใช่ไหมคะ
ต้องต่างจากปี่พาทย์นางหงส์แน่แน่เลย
เคยฟังสักสมัยยังไว้จุกมีเพลง..ชะช้า..พญาหงส์ด้วย

เหมือนในบทนี้กวีจะไม่ได้สอยดอกฟ้า
แต่กำลังคิดจะเอื้อมบัวกลางบึงหรืออย่างไร?
คนสมัยก่อนคงไม่เชี่ยวชาญทางน้ำนะคะ
อ้อ..พบคำวาดวี กับวาดหวังในหลายบทกลอนเลย
วาดหวังคือความปรารถนา วาดวีคือแรงบันดาลใจได้ไหมคะ
มีเรือเร็วมาฝากกันค่ะ วาดหวังมาวาดวี..

//i946.photobucket.com/albums/ad307/dream5168/dream2011-2-25-2.swf

 

โดย: Peakroong 26 กรกฎาคม 2554 8:04:30 น.  

 

ข้างบนพิมพ์ผิด พิมพ์ใหม่ค่ะวาดวีมาวาดหวังต่างหาก

.. ใจเอย...ฤๅเคยคิด-สักนิดว่า-
เมื่อคุณค่าแฝงฝาก..เริ่มกรากเชี่ยว
เหลือแต่ต้องเตรียบใจด้วยนัยเดียว
รับทุกเสี้ยวส่วนงามที่ลามมา..

เตรียบใจ คำนี้แปลกดี
คงให้หมายถึงการรวมแบบตะเกียบคู่
มาจากตาบที่แปลว่าดามหรือเฝือก
เหมือนเอาสองใจมาใส่เฝือกเข้าด้วยกัน
มั่วได้ใจเลย คิคิ

สุขกับการทำงานนะคะ ดูถ้าจะงานเย๊อะ..รักษาสุขภาพกันค่ะ

 

โดย: Peakroong 26 กรกฎาคม 2554 8:28:18 น.  

 

สวัสดีครับคุณฟ้าเวียงพิงค์...
ภาษาเหนือนี่ไพเราะนะครับเวลาผู้หญิงพูดกัน...ผมชอบฟัง
พอดีว่าไปทำธุระมา 3-4 วันเลยตอบช้าไปหน่อย
ต้องขออภัยด้วยครับ





แม่มดน้อย...
อ่านแล้วเศร้าตรงไหนครับ ?

เป็นการเขียนล้อเพลงยาวของพระยาตรังที่ว่ากันว่าถนัดโคลงดั้นมากกว่ากลอนแปด...เท่านั้นเอง

บทเพลงยาวของกวีโบราณนั้น...มักดึงเอาปรากฎการณ์แวดล้อมมาเป็นตัวกระทบเปรียบเปรย...ทั้งในแง่ของคำและในแง่ของเนื้อความ...สังเกตุให้ดีจะเห็นถึงลีลาการสัมผัสอักษรในแต่ละบาทได้ชัดเจน หมายถึงว่ามีความเชี่ยวชาญการใช้ภาษาอย่างยิ่ง

กวีคนนี้ร่วมสมัยกับ สุนทรภู่ แต่มีชื่อทางโคลงมากกว่ากลอน





คุณปีกรุ้ง...
สวัสดีครับ
ความเป็นหญิงที่ต้องไขว่คว้า ยังคงเหมือนกันทั้งในสมัยรัชกาลที่ 2 ทั้งสมัยรัชกาลที่ 9

เพียงแต่การเปรียบเทียบอาจแตกต่างกันอยู่บ้าง...ซึ่งไม่ว่าดอกฟ้า หรือ บัวกลางบึง ยังคงต้องใช้ความเพียรพยายามเอื้อมสอยไม่ต่างกัน...นั่นเป็นความยากลำบากของชาย...

สมัยนั้นอาจนึกได้เพียงอยากเหาะได้เหมือนยักษ์ในรามเกียรติ หรือ นก...แต่สมัยนี้อาจถึงขั้นอยากกลายเป็นผึ้งภู่ภุมรินเที่ยวบินว่อน..เอาเลยทีเดียว...555

วาดหวัง...มาจากวาดความฝัน ความหวังไว้ในความคิด...การวาดคือการสร้างเป็นภาพขึ้นมา

วาดวี...เป็นอาการของไม้ต้องลม...ไหว วี..กวาด..ประมาณนั้น

เตรียบ คือ เตรียม...ผมใช้เพราะเสียงมันดีกว่าเตรียมในบาทนั้น

เตรียบ [เตฺรียบ] (กลอน) ก. เทียบ เช่น เตรียบจันทรสมสูริย์
สถิตย์. (สรรพสิทธิ์); จัดไว้เสร็จ, จัดไว้พร้อม, เช่น
เตรียบตั้งต่อฉาน. (ตะเลงพ่าย).

 

โดย: สดายุ... 28 กรกฎาคม 2554 14:49:08 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 


สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.