Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
25 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
O สายธาร .. กาลเวลา ภาค ๘ .. O










เพลง .. ลาวคำหอม
วงกอไผ่


๗๕๐. ตามแม่ไปอยู่วัง .. แต่ครั้งนั้น
ใช่นานวัน .. หลายหมู่เขารู้ชื่อ-
งดงามรูป .. กริยาเห็น .. ที่เป็น-คือ
ความนับถือ .. รับรู้ .. เชิงผู้ดี


โสมส่องแสง ..


วสันตดิลกฉันท์ ๑๔
(คำที่มีสระอะทั้งหมดให้อ่านแบบมีเสียงสระด้วย)

๗๕๑. คืนค่ำทิฆัม-พ-ระ-สะท้อน
ศ-ศิ-ธระรูจี
ส่องสาดเพราะปราศ-สุ-ริ-ยะสี
ธ-ร-ณีก็เหน็บหนาว

๗๕๒. โผแผ่วระแนว-ช-ละ-ระริก
ว-ตะ-พลิกก็พลิ้วพราว
วงแล่น ณ แผ่น-ท-กะ-สกาว
ข-ณะ-หาวพิลาสเห็น

๗๕๓. วังเวง ณ เพรง-บุ-พะ-สยาม
ข-ณะ-ยามนะเยียบเย็น
อกนวละล้วน-ถ-วิ-ละเพ็ญ
ฤ-จะ-เว้นประหวั่นไหว

๗๕๔. นับกาละผ่าน-ร-ติ-พิลาส
ด-นุ-นาฏะร่วมนัย
รวมพันธะนัน-ทิ-พิ-สมัย
ห-ฤ-ทัยะสุดถอน

๗๕๕. นานเนิ่นเผชิญ-ทุ-ขะ-ระรุม
พิ-ษะ-ทุมนัส-ทอน
ห่วงเห็นบ่เว้น-ฤ-ดิ-นิวรณ์
ฤ-จะ-ซ่อนจะรอนสูญ

๗๕๖. ไกลห่างระหว่างระยะประเทศ
ยุ-พ-เรศะอาดูร
ภพเห-ตุ-เชษ-ฐะ-และ-ผอูน
ต-ละ-สูรยะต่างแสง

๗๕๗. รุมร้อน ฤ ผ่อน-วิ-ต-กะขวัญ
ร-ติ-ทัณฑะทิ่มแทง
สาปใดกระไร-บ่-ผละ-บ่แผลง
ข-ณะ-แว้ง ฤ เหลือหวัง

๗๕๘. เร้ารุมกะทุม(ะ)-นั-สะ-จิต
ระ-อุ-ฤทธิกำลัง
เคลื่อนครองสนอง-ภ-วะ-ภวังค์
ต-ละ-ครั้งก็สุดขืน

๗๕๙. เหยียบย่างระหว่างระยะตะวัน
ทะ-ลุ-คั่นระหว่างคืน
บรรจบประภพ-นิ-ละ-ทะมื่น
ข-ณะ-คลื่นระลอกวน

๗๖๐. แจ่มแจ้งเพราะแรง-อ-ธิ-ษ-ฐาน
พิ-ส-ดารก็บันดล
ด้วยอิทธิฤทธิ์-สั-ต-ยะผล
อ-นุ-สนธิสืบสาย

๗๖๑. ชาติใดฤทัย-ก็-จะ-กระหวัด
ป-ฏิ-พัทธะหนึ่งชาย
ช่วงภพจะลบ-ระ-ยะ-สลาย
จิ-ตะ-หมายจะผูกพัน

๗๖๒. ชาติใดฤทัย-จะ-ป-ฏิพัท-
ธะ-กระ-หวัดเสมอวัลย์
รัดล้อมประนอม-ร-หั-สะฝัน
กระ-จะ-มั่นกระจ่างหมาย

๗๖๓. โดยกาละผ่าน-อุ-สุ-มะยาม
ผิ-วะ-หวามและวุ่นวาย
ย่อมเนตรและเจ-ต-นะ-สยาย
น-ยะ-คล้ายจะรอคอย

๗๖๔. กี่คืนสะอื้น-วิ-ต-กะเศร้า
ทุ-ขะ-เร้าและหยัดรอย
เดือนปี ฤ มี-สุ-ขะ-ทยอย
ยุ-ติ-สร้อย .. และคืนสรวล

๗๖๕. คืนเปลี่ยวและเสี้ยว-ก-ม-ละเยา-
วะ-ก็-เคล้ากะคร่ำครวญ
ห่วงหา .. และอา-ดุ-ระ-กระบวน
ก็-กระ-อวละบีบเค้น

๗๖๖. เคลิ้มคลอพะนอ-ร-ติ-นิวรณ์
ดุ-จะ-อ้อนจะรอเอ็น-
ดูต้อง .. ตระกอง-ประ-ทุ-ษะเข็ญ
ยุ-ติ-เร้นปลาตเลือน

๗๖๗. รูปเอย .. เพราะเผย-ประ-ลุ-สุบิน
อุ-ระ-ถิ่นสะท้าน-เทือน
เพรงภพตระหลบ-บ-ทะ-เสมือน-
ก-ละ-เคลื่อนจะรับคน

๗๖๘. รูปเอย .. เพราะเผย-ป-ฏิ-ปทา
ดุ-จะ-ว่าจะเวียนวน-
รอบกรรม .. เพราะคำ-บุ-ร-พะพ้น
ด-ละ-บนและบำบวง

๗๖๙. ค่ำเปลี่ยวก็เหนี่ยว-บ-ทะ-คะนึง
ระ-อุ-ซึ้ง ณ ในทรวง
หล่อหลอมประนอม-ห-ทั-ยะดวง
ด-ละ-ห่วงคระโหยเห็น

๗๗๐. คาบรัตติกาล-บุ-พะประภพ
ก็-สงบและเงียบ-เย็น
อีกฟากนภา-ลั-ยะ ฤ เว้น-
ชิ-วะ-เล่นระเริงร้อง

๗๗๑. เพรางายผกาย-ป-ฐ-มะแสง
ทะ-ลุ-แทงประเทียบทอง
โชนฉายสยาย-รุ-จะ-ละออง
นิ-ละ-ผองก็ต้องผลาญ

๗๗๒. ผ่านคืนก็คืน-จิ-ตะ-ประหวัด
กิ-จ-วัตระวันวาน
อิ่มเอมเขษม-ก-ม-ละคราญ
บ-ริ-บาลบำเพ็ญบุญ







๗๗๓. งามในฤทัย-อั-ตะ-จริต
ต-ละ-คิดก็เป็นคุณ
อ่อนน้อมละม่อมวั-ตระ-ด-รุณ
ก็-ละ-มุนละเมียดเหลือ

๗๗๔. งามโฉม .. และโส-ม-นั-สะชาย
ก็-ข-จายและจุนเจือ
ปรารมภะชม-บ-ทะ-อะเคื้อ
น-ยะ-เอื้อจะเอ็นดู

๗๗๕. จึงคำ .. เพราะคำ-สุ-ตะ-ระบือ
ระ-บุ-ชื่อและเชิดชู
เทือกเถาและเหง้า-กุ-ละ-พธู
กิ-ระ-อยู่ .. ตลอดยาม

๗๗๖. โอภาสพระศา-ส-นะ-พระพุทธ
บ-ริ-สุทธิโดยความ
นัยธรรมะนำ-จิ-ตะ-สยาม
ทะ-ลุ-ข้ามทะลวงเขลา

๗๗๗. โดยภาษประกาศ-พระ-ชิ-น-วร
ทุ-ขะ-ถอนและบันเทา
โดยธรรมะย้ำ-มรร-คะ-เฉลา
พฤ-ติ-เยาว์ก็งามยล

๗๗๘. รัฐาธิปั-ต-ยะ-สถิต
นิ-ร-มิตะด้วยพล
ด้วยเดชและเจ-ต-นะ-ผจญ
อ-นุสนธิสืบสาน

๗๗๙. รอนภาวะอา-ดุ-ระ-กระบวน
ทุ-ขะ-ล้วนก็ล่มลาญ
บรรสมภิร-ม-ยะ-ประการ
วิ-ญ-ญาณก็ร่มเย็น

๗๘๐. ภิญโญสโม-ส-ร-กวินทร์
ก-ละ-ปิ่นประดับเป็น-
บทบาทะชาติ-สุ-ขุ-มะเพ็ญ
ร-ณะ-เว้นก็ร่วมหวัง



ร่างกุ้ง ..
พศ. ๒๕๓๙







๗๘๑. ไกลห่างระหว่างระยะจะคิด
นิ-ระ-ฤทธิกำลัง
ย้อนกาละผ่าน-จิ-ตะ-ประนัง
ร-ติ-ตั้งประดังตอน

๗๘๒. ต่างฟ้าสถา-นะ-ภ-พะมี
นิ-ระ-ที่จะอาทร
ห่างเห็นก็เข็ญอุระสะท้อน
ระ-อุ-ร้อน ฤ ผ่อนลง

๗๘๓. กิจจาและกา-ละ-บ-ริพัตร
ก็-ส-มรรถะด้วยมง-
คลกรรมะคัม-ภิ-ระ-ประสงค์
ระ-บุ-บ่ง .. และเบ่งบาน

๗๘๔. กิจจาและกา-ละ-ก็-ทะยอย
บ-ทะ-คล้อยและคืบคลาน
ใกล้ตอนจะย้อน-ปุ-ระ-สถาน
ข-ณะ-มานก็มุ่งหมาย

๗๘๕. คำนึงระรึง-ห-ทั-ยะดวง
ร-ติ-ช่วงประโลมชาย
ใครหนอพะนอ .. นั-ย-นะฉาย
ระ-อุ-อายกะแอบอิง

๗๘๖. อุ่นองค์อนงค์-ข-ณะ-ตระกอง
อุ-ระ-พ้องกะพลอดพิง
หวานหอมเพราะอ้อม-ก-ระ-ประวิง
ผั-สะ-นิ่งถนอมนวล

๗๘๗. เมื่องามละลาม-ระ-ยะ-หทัย
ฤ-กระไรบ่เรรวน
งามนั้นก็สรรค์-ภ-วะ-กระสรวล
ระ-อุ-อวละอิ่มเอม

๗๘๘. กี่เห็น .. จะเช่น-บ-ทะ-จรุง
นุ-ชะ-ปรุง .. ลุปรีดิ์เปรม
กี่มอง .. จะต้อง-ภ-วะ-เขษม
อุ-ระ-เขมะเช่นใคร

๗๘๙. รูปงาม ณ ท่าม-ระยะคะนึง
ดุ-จะ-ตรึง ณ ทรวงใน
เกินการณ์จะทาน-ถ-วิ-ละไหว
อุ-ระ-ใครก็ไหม้คา





๗๙๐. รูปเอยเพราะเชย-ร-ติ-นิวรณ์
บ-ทะ-ตอนก็ย้อนตา
ห่อนรู้จะสู่-ป-ก-ติสา-
มั-ญะ-ภาพะพ้นเผา

๗๙๑. ห่อนรู้จะสู่-บุ-พะ-ประภพ
อุ-ระ-นบและแนบเนา
เพียงรู้จะสู่-ทุ-ขะ-ระเร้า
ผิ-วะ-เยาว์บ่ย้อนเยือน

๗๙๒. ขัดแย้ง ณ แหล่ง-ธรร-มะ-พระพุทธ
ก็-ประดุจะตามเตือน
รอว่าจลา-จ-ละ-สะเทื้อน
จะ-เขยื้อนขยับตอน

๗๙๓. เมื่อสงฆะปลง-จิ-ตะ-ประนัง
ชิ-วะ-ทัง ฤ อาทร
มือเปล่าจะเข้า-ร-ณะ-สมร
ผิ-วะ-มรณ์ก็ยังหมาย

๗๙๔. ร่วมจิตเพราะสิท-ธิ-อ-ธิปัตย์
ป-ฏิบัติรำบาย-
ขุ่นข้องกะผอง-ก-ฏะ-ก็หมาย
จะ-สลายจะรั้งลง

๗๙๕. เลือดชุ่ม ณ ลุ่ม-อิ-ร-วดี
ก-ร-ณียะจำนง
แม้นชนมะป่น .. บ่-ละ-ประสง-
คะ-จะ-คงจะคอยขืน

๗๙๖. ภาพฉาย .. ละม้าย-อ-ยุ-ธยา
ร-ณะ-ฆ่า ณ ค่ำคืน
คล้ายเห็นจะเป็น-อั-ค-นิครื้น
ปะ-ทุ-กลืนกะเวียงวัง

๗๙๗. ชีพวอดและทอด-ศ-พะ-อนาถ
ข-ณะ-พาสนะภินท์พัง
มอดไหม้บ่ให้-ห-ทั-ยะหวัง
ระ-อุ-ตั้งประโลมตน

๗๙๘. เพลิงพลุ่ง ณ รุ่ง-สุ-ริ-ยะแรก
ข-ณะ-แปลกก็แทรกปน
เพลิงลามก็ทราม-ภ-วะ-พระมณ-
ฑิ-ระ-ป่นทลายเป็น

๗๙๙. ภาพตอนก็ย้อน ณ นั-ยนา
ชิ-วะ-พร่าก็เพียบเพ็ญ
วายวอดและทอด-ศ-พะ-ก็เห็น-
บ-ทะ-เช่นอดีตฉาย

๘๐๐. ชีพป่น ณ บน-อุ-ระ-ประเทศ
ด-ละ-เจตะกำจาย
แหลกป่นพระมณ-ฑิ-ระ-ทลาย
ดุ-จะ-คล้ายจะคือกัน

๘๐๑. แกล้ว .. ปืน-และคลื่น-ช-นะ-กระบวน
จิ-ตะ-ล้วนจะโรมรัน
ก่อนหล่นระคน-ชิ-พิ-ตะบรร-
ลั-ยะ-นั้นอนาถหนอ

๘๐๒. กี่ใจจะไร้-บุ-ญะ-และบาป
คุ-ณ-ภาพะเพียงพอ
หยัดเงาคละเคล้า-รุ-จะ-พะนอ
สั-ทะ-ทอประเทียบถึง


จากอิรวดี .. สู่เจ้าพระยา ..
พศ. ๒๕๔๐






๘๐๓. เนิ่นกาละผ่าน-ดุ-จะ-ละร้าง
จิ-ตะ-นางก็คำนึง
เงียบหายละม้าย-นิ-ระ-จะพึง-
น-ยะ-ซึ้งบ่ร่วมสาน

๘๐๔. พบเห็น ฤ เป็น-ทิ-พ-ยะดล
ร-ติ-มนตะสู่มาน
พบกันก็พลัน-จิ-ตะ-สะท้าน
ร-สะ-หวานก็วาบไหว

๘๐๕. แต่เลศะเน-ต-ระ-ผกาย
น-ยะ-คล้ายจะคอยใคร
หลังพรากก็ยาก-จิ-ตะ-ไฉน
จะ-ละ-ไห้-ละห้อยหวน

๘๐๖. มีใจก็ใจ-บ่-ละ-สะท้อน
บ-ทะ-ตอนก็ดั่งตรวน-
ตรึงล่าม ณ ท่าม-วิ-ต-กะอวล-
อุ-ระ-นวละหนักหนา

๘๐๗. ขอพ่อจะต่อ-วุ-ฒิ-วิภาค
บุ-พะ-ฟากสยามธา-
นีเขต..และเจ-ต-นะ-จะมา-
จะ-ปะ-หน้า .. กะใครนั้น

๘๐๘. เป็นตาย ฤ ร้าย ฤ-จะ-ภิรมย์-
ฤ-ระทมกะทุกข์ทัณฑ์
คำนึงก็ตรึง-ก-ม-ละขวัญ
ด-ละ-หวั่นระแวงไหว

๘๐๙. ห่างเห็นก็เค้น-อุ-ระ-สะคราญ
ท-ร-มานะด้วยไม-
ตรีซึ้งระรึง-ร-ติ-พิสัย
พิ-ส-มัยก็แจ้งมน







๘๑๐. เหยียบย่างระหว่าง-สุ-ริ-ยะแสง
ประ-ลุ-แต่งประโลม"ตน"
คดเคี้ยวเลาะเลี้ยว-สรร-พะ-ระคน
จิ-ตะ-วนกะปรนเปรอ

๘๑๑. พรรณาประดา-กุ-สุ-มะชา-
ติ-พิลาสะเลิศเลอ
กรองกลิ่นประทิ่น-ร-สะ-เสนอ
ก็-ละเมอสุมาลย์มอม

๘๑๒. ช้อยช่อ .. พะนอ-พิ-ศะ-ขบวร
ว-ตะ-อวล ฤ อดออม
โลมลูบและจูบ-ทะ-นุ-ถนอม
ข-ณะ-หอมระบัดหวน

๘๑๓. เกรียวกรูเพราะรู้-ร-สะ-ประทิ่น
ภุ-ม-รินะเรรวน
แห่ห้อมพะยอม-ข-ณะ-กระสรวล
ระ-อุ-อวละอิ่มเอม

๘๑๔. ก้าวย่างระหว่าง-มรร-คะ-คระลอง
ต-ละ-ปองก็ปรีดิ์เปรม
เฉกภู่เพราะรู้-บ-ทะ-เขษม
ร-สะ-เขมะรุมรม

๘๑๕. โลมพลอดตลอด-รั-ถ-ยะหมาย
จะ-ละลายระหว่างลม
คือใจเลาะไล้-ร-ติ-ภิรมย์
ฤ-จะ-ข่มและอาจขืน

๘๑๖. หลังลมระดม-พ-ละ-กระโชก
พรร-ณะ-โยกและหยัดยืน
อ่อนเอนกระเวน-ภ-วะ-บ่ฝืน
ก็-จะ-คืนจะยังคง

๘๑๗. พร่าพรางธุมางค์-ข-ณะ-ตระหลบ
ฤ-จะ-สบกะรูปทรง
พร่านัยกระไร-จะ-พิ-ศวง
และ-ประสงคะสืบสาว

๘๑๘. แจ้ง, หม่นระคน-บ-ทะ-ประดัง
ต-ละ-ครั้งและต่างคราว
งดงาม ฤ ทราม ฤ-จะ-อะคร้าว
ระ-ยะ-ก้าวก็บงการ

๘๑๙. ก้าวไปและใจ-ก็-ท-รนง
น-ยะ-บ่งก็เบิกบาน
เร้ารุมผชุม-จิ-ตะ-สะราญ
ถิ-ระ-นาน ณ คำนึง

๘๒๐. ร้อน, ร่มและลม-ข-ณะ-กระหน่ำ
จิ-ตะ-ด่ำเพราะเหนี่ยวดึง-
ด้วยภาพกระหนาบ-น-ยะ-ระรึง
บ-ทะ-หนึ่งก็ซึ้งหนอ



แอบใจ ..







๘๒๑. แผ่นน้ำ ณ ท่าม-ศ-ศิ-นะแสง
ดุ-จะ-แต่งระลอกรอ
ผืนกว้าง ณ กลาง-ว-ตะ-พะนอ
ดุ-จะ-รอระริกผืน

๘๒๒. ลมโรยประโปรย-ช-ละ-ระลอก
ดุ-จะ-หยอกจะยั่วคืน
แนวพฤกษ์ผนึก-นิ-ละ-ทะมื่น
ระ-กะ-ตื่นระรื่นตาม

๘๒๓. ดวงจันทร์ถวั-ล-ยะ-โพยม
ด-ละ-โคมนะส่องคาม
ดวงใจไฉนจะผละละหวาม
ฤ-จะ-ห้ามละห้อยเห็น

๘๒๔. ใจคนระคน-ทุ-ขะ-สภาพ
ฤ-จะ-บาปะสาบเป็น-
บ่วงล่าม ฤ ห้าม ฤ ละ ฤ เร้น
ข-ณะ-เค้นก็สุดคลาย

๘๒๕. ฝ่าขวัญประจัน-ฤ-ดิ-พิมล
ปะ-ทุ-ผละพริ้งพราย
แผ่วผ่านประสาร-ก-ม-ละหมาย
สุ-ขะ-ผายก็พร่างพรม

๘๒๖. โหยเห็นบ่เว้นระยะถวิล
ข-ณะ-จินตะจ่อมจม
ห่างเห็นก็เข็ญ-อุ-ระ-ระทม
ฤ-จะ-ข่มฤดีคอย

๘๒๗. หลับฝันก็มั่นจะเจอะจะเจอ
ข-ณะ-เผลอก็เหม่อลอย
ตื่นตาผวา-นั-ย-นะพลอย-
จะ-ละห้อยระโหยเห็น

๘๒๘. เต็มตรองคระลอง-ร-หั-สะนัย
ก็-พิไลพิลาสเพ็ญ
อกใจไฉน-ผิ-วะ-จะเร้น
ก็-จะ-เค้นซะเค็มขม

๘๒๙. อบอุ่นละมุน-ข-ณะ-คะนึง
ระ-ยะ-หนึ่งก็นานนม
รูปหนึ่งก็ถึง-บ-ทะ-ปฐม
ระ-ดะ-ห่ม ณ ห้องใจ

๘๓๐. เมื่อ .. งามละลาม-น-ยะ-ระบัด
ป-ฏิ-พัทธะอำไพ
ดวงมานสมาน-กะ-พิ-สมัย
ระ-ยะ-ใจก็เชื่อมถึง

๘๓๑. เที่ยวทางระหว่างระยะกมล
ร-ติ .. ดละเหนี่ยวดึง
อ่อนเอนกระเวน-บ-ทะ-คะนึง
ด-ละ-ซึ้งผสานเสริม

๘๓๒. ลมรื่นระผืน-ท-กะ-สะท้อน
อุ-ระ-ตอนก็ตวงเติม
หวานซึ้งก็ถึง-ภ-วะ-กระเหิม
ร-ติ-เริ่ม .. ก็เพิ่มแรง

๘๓๓. เหมือนหวานจะซ่าน-นิ-ระ-จะสุด
จะ-ประทุษและเสียดแทง
โอ้ใจ .. ไฉนจะผละจะแผลง
ยุ-ติ-แว้งบ่วกเวียน

๘๓๔. หอมกรุ่นกะสุน-ท-ริ-ยภาค
จะ-ประจาคก็จวนเจียน-
เกินหมายจะถ่าย-น-ยะ-เสถียร-
ฤ-ดิ-เพียระผูกพัน

๘๓๕. เกินการณ์จะผ่าน-น-ยะ-ประพจน์
ม-ธุ-รสะโรมรัน
สุดที่จะลี้จะผละจะผัน
ร-ติ-นั้นนิรันดร


ใจชาย ..


๘๓๖. พรรษาชลา-ลั-ยะ-ละหลั่ง
จิ-ตะ-ทังก็อาทร
งอกงามละลาม-ร-ติ-นิวรณ์
ฤ-จะ- ผ่อนจะพลิกผัน

๘๓๗. ข่าวพี่จะกลับ-ปุ-ระ-สยาม
ข-ณะ-งามก็เงียบงัน
ห่างหายละม้าย-จิ-ตะ-กระนั้น-
นิ-ระ-หวั่นพะวงถึง

๘๓๘. ด้วยงานประการ-ส-ม-ระสรรพ
กิ-จะ-ลับนะเหนี่ยวดึง
เกินการณ์จะผ่าน-ร-หั-สะซึ้ง
และ-คะนึงลุถึงนวล

๘๓๙. ไป่รู้จะอยู่-สุ-ขะ ฤ ทุกข์
อุ-ระ-คลุกกะคร่ำครวญ
ไป่เห็นจะเข็ญ-ทุ-ขะ ฤ สรวล
อุ-ระ-ส่วนเขษมทรง

๘๔๐. ไป่รู้จะสู่-บุ-ร-พะทิศ
ด-ละ-จิตะบรรจง-
มอบวางระหว่าง-ร-หั-สะมง-
ค-ละ-บ่งระบิลความ

๘๔๑. ถามพี่เพราะมี-จิ-ตะ-ประสงค์
ปะ-อนงคะรูปงาม
ถามไถ่เพราะใจ-สุ-ตะ-ละลาม
บ่-จะ-ห้ามจะหักหาย

๘๔๒. รับรู้ .. ก็ผู้-สิ-ริ-วิภาค
ละ-ประจาคะรูปกาย
ใจผู้เพราะรู้ .. อรร-ถะ-ธิบาย
ดุ-จะ-คล้าย .. จะลำเค็ญ

๘๔๓. บรรโลมกะโท-ม-นั-สตอน
น-ยะ-ย้อนก็เยียบเย็น
เวิ้งกว้างระหว่าง-วั-ฏะ ฤ เข็น-
ทุ-ขะ-เค้นและบีบคั้น

๘๔๔. ใจเอย ฤ เคยจะละคะนึง
บ-ทะ-หนึ่ง ณ วานวัน
เผยภาพกระหนาบ-นั-ย-นะนั้น-
ฤ-จะ-หั่นสะบั้นหาย

๘๔๕. เกินการณ์จะผ่าน-ถ-วิ-ละรุม
อ-ร-สุมะรำบาย
วานพี่เพราะมี-ลิ-ขิ-ตะหมาย
จะ-ระบายระบิลความ

๘๔๖. มอบคำเพราะคัม-ภิ-ระ-ประสง-
คะ-อนงค์จะรู้ตาม
รอท่าผิว่า-จ-ระ-สยาม
นิ-ระ-คร้าม .. จะตามคืน

๘๔๗. นาคร ณ ก่อน-บุ-พะ-ประภพ
อ-พ-ยพะลบกลืน
ยังงาม ณ ท่าม-ธ-วั-ชะผืน
สุ-ขะ-ชื่นประโลมชน

๘๔๘. พบหน้า ณ สา-ท-ระ-ประเวศ
อ-นุ-เชษฐะแจ้งกล
เห็นใครและใจ-ดุ-จะ-กระวน
และ-ทุรนทุรายเหลือ

๘๔๙. โอ้หนอ .. จะรอ-ข-ณะ-ก็ยาก
ร-ติ-ภาคบ่จุนเจือ
ทีท่ากริยา-บ-ทะ-อะเคื้อ
วั-ตระ-เนื้อละม่อม-หนุน

๘๕๐. พี่ชายละม้ายจะตริจะตรอง
ฤ-จะ-ป้องนะบาปบุญ
เมื่อพบประจบ-จิ-ตะ-ก็คุ้น
ก็-ละมุนละเมียดหมาย

๘๕๑. คำเอ่ย .. ก็เผย-ภ-วะ-ประอร
สุ-ตะ-ชอนประโลมชาย
มองเนตระเช-ษ-ฐะ-ละม้าย
จะ-สยายและยั่วยิ้ม !



จบภาค ๘

= = = = = = = = = = = = =

หมายเหตุ...
ใครไม่รู้คำศัพท์คำไหน...
ให้ลองหาในพจนานุกรม
ที่ Links แถบขวามือด้านล่างนะขอรับ






Create Date : 25 มีนาคม 2553
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:10:17 น. 8 comments
Counter : 2028 Pageviews.

 
ภาค ๗ ยังอ่านไม่จบเลยค่ะ..
รอคนอ่านบ้างซีค่ะ

ช่วงนี้ยุ่งๆๆ เลยไม่ค่อยมีเวลาอ่านอ่ะ


โดย: อาลีอา วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:6:31:21 น.  

 
พี่ชาย...

...จะติดตาม..ผลงาน..
...๐ สายธาร..กาลเวลา ๐...
...ทุกภาค..ที่มี..นะคะ..
.....ในส่วนลึก ๆ ชอบ..ภาพประกอบ..
ที่พี่ชายนำมาประกอบบทกลอน..ผสมผสาน..
กับดนตรี..ที่ไพเราะมากมาย..ถึงแม้บทกลอน..
จะอ่านแล้วเข้าใจ..คำศัพท์..อยากอยู่ซักนิด..
...แต่ชอบ..ค่ะ..ชอบมากมายนะเจ้าคะ..พี่ชาย..

...มีสาวน้อยสักคนกำลังคิดถึง..บางคน...แน่นอนค่ะ..

มีความสุข..ที่ได้ทำให้ผู้อ่านรืนรมณ์..นะคะ


โดย: ฟาง IP: 118.172.58.35 วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:8:16:43 น.  

 
เย้..อ่านจบแล้ว
พี่ชายเก่งจัง
ม่านยังงงงง




โดย: ม่านคับป๋ม IP: 113.53.46.191 วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:9:31:31 น.  

 
เลิฟ...

อ้อ...งานยุ่ง...แสดงว่าปีนี้ผลประกอบการท่าจะดี
มีเวลาน้อยก็ค่อยๆอ่านไป...อ่านตามหลังก็ได้...
ไม่ต้องรีบร้อน...เหมือนอ่านนิยายเรื่องยาว...แต่เขียนเป็นกลอน...

นางเอกสวยมาก...ขอบอก....555






ฟางน้อย....

ดีจริงที่น้องชอบอ่าน...ภาพประกอบพี่พยายามหา
ให้ใกล้เคียงกับภาพในความคิดให้มากที่สุด...เสียดาย
ที่วาดเองไม่ได้...ไม่งั้นเอาภาพวาดมาลงคงแจ่มกว่านี้
มากมายเหมือนรูปแม่หญิงในรูปที่2...ที่ห่มผ้าแถบนั่น

บางคน..คงกำลังยินดีมากมายนะคะ...พี่ว่า
ที่มีสาวน้อยคอยคิดถึงอยู่เช่นนั้น...ช่างน่าอิจฉาจริงๆ...

ภาค๘..นี้เป็นฉันท์ล้วนๆ...อาจเข้าใจยากนิดนึง...
แต่อ่านเอาเรื่องรวมๆแล้วกันนะคะ...มีสองคู่ค่ะเรื่องนี้





ม่าน...
อ่านเร็วจริง...เพิ่งลงได้ไม่นานเลย...
พอเข้าใจไหม..?

ไม่เข้าใจก็ถามได้นา


โดย: สดายุ... วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:10:11:19 น.  

 
ตาลายเลย อิอิ

เนื่องจากฉันท์ ยังไม่สันทัดนะครับ

เขียนได้ยาวมาก


โดย: Taboonkam วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:15:56:51 น.  

 
กิ่งโศก....

ชอบร้อยกรองต้องลองให้หมด...
วสันตดิลกฉันท์ นี่คือ ราชินีแห่งฉันท์..ลีลาเหมือน
สิงห์โตลากหางขณะย่องจะตะครุบ"กวางน้อย"...555

โคลง...กับ...ฉันท์
ผมถือว่าเป็นศักดิ์ศรีของคนที่ชอบร้อยกรอง...
ต้องไว้ฝีมือกันให้ได้...

ส่วนกลอน...มีให้อ่านจนลายตา...
ทั้งที่ใช้"มือ"เขียน....
และที่ใช้"เท้า"เขียนแบบที่กวีการเมืองห้องราชดำเนิน !!

5555


โดย: สดายุ... วันที่: 25 มีนาคม 2553 เวลา:19:38:37 น.  

 

สดายุ...

นานนานจะเห็นฉันท์ที่ใช้ภาษาไทยเขียนได้อย่างไพเราะเหมาะเจาะ..ปกติจะ"ฉันท์"กันได้นี่ต้องรู้บาลีสันสกฤต..นะ..เก่งมาก...(บังอาจชม 555)

๘๒๖. โหยเห็นบ่เว้นระยะถวิล
ข-ณะ-จินตะจ่อมจม
ห่างเห็นก็เข็ญ-อุ-ระ-ระทม
ฤ-จะ-ข่มฤดีคอย

๘๒๗. หลับฝันก็มั่นจะเจอะจะเจอ
ข-ณะ-เผลอก็เหม่อลอย
ตื่นตาผวา-นั-ย-นะพลอย-
จะ-ละห้อยระโหยเห็น


โดย: บุษบามินตรา IP: 87.173.26.24 วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 เวลา:2:53:17 น.  

 
มินตรา

วสันตดิลก .. เป็นฉันท์ที่หากเขียนบ่อยๆแล้ว ก็ไม่ใช่ของยากอะไร ..

ร้อยกรอง ก็เหมือน ศาสนา ..

คนเรา .. พอเกิดมาก็ถูกครอบหัวไว้ .. ก็โงหัวไม่ขึ้น ก็คิดต่างจากคนครอบไม่เป็น ..

ก็คลุมผ้าบนหัวอยู่โดยไม่รู้ว่าทำไมต้องคลุม ? ..
ก็ไม่กินนั่น ไม่กินนี่ ..
ต้องโขกหัวให้อากาศธาตุวันละ 5 หน
ต้องอย่างนั้น ต้องอย่างนี้ ..

เกิดเพราะ"อุปาทาน"ทั้งนั้น

ฉันใดก็ฉันนั้น .. กบตัวน้อยในกะลาทั้งหลายพอเริ่มร้อยกรอง ก็ กลอน .. กลอน .. และ กลอน .. 555

เพราะคนสอน มันก็ถูกสอน .. กลอน กลอน กลอน มาก่อน

คำทั้งหมด .. ก็คำไทย บาลี สันสกฤต เหมือนกลอน ทุกประการ .. ไม่ใช่คำเยอรมัน สเปน โปรตุเกส ที่ไหน .. จริงไหม ?

แค่เพียงฉันทลักษณ์ที่ต่างกันเท่านั้นเอง .. ที่ว่า ตรงนี้สระเสียงสั้นนะ ตรงนี้สระเสียงยาว .. แค่บทเดียวก็ครบ ที่เหลือก็ทำซ้ำๆ ..

ปกติ ชื่อ นามสกุล ของทุกคนก็ใช้บาลี สันสกฤตเป็นปกติอยู่แล้ว ..

บุษบา .. นี่คำไทยแท้ที่ไหน
มินตรา .. นี่ก็เหมือนกัน ..

หากบ้าคำไทยแท้ๆ .. มีลูกก็ให้ชื่อ บัวผัน บัวเผื่อน สิ ...

แต่จริงๆแล้ว .. ไม่มีใครเอา มันไม่เพราะ .. จริงไหม
ยิ่งพวกเจ๊กที่เปลี่ยนแซ่เป็นนามสกุล ยาวเป็นหางว่าว ล้วนแต่ บาลี สันสกฤต ล้วนๆ

555

ที่เขียนนี่ .. เพราะเบื่อพวก "very thai" มาก !



โดย: สดายุ... วันที่: 7 พฤศจิกายน 2555 เวลา:5:08:07 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.