Group Blog
 
 
มีนาคม 2553
 
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031 
 
24 มีนาคม 2553
 
All Blogs
 
O สายธาร .. กาลเวลา ภาค ๗ .. O








เพลง .. ลาวดวงดอกไม้



๖๖๐. ตราบถึงสถานทูตด้าว - - - แดนไทย
ร่มรื่นแนวไม้ใบ - - - ปกร้อน
พี่ชายติดธุระไป - - - นอกเขต
วานรูปหนึ่งช่วยต้อน- - - - รับหน้ารอคอย ฯ

๖๖๑. เอนหลังตาหลับพริ้ม - - - พิงพนัก
เมื่อแว่วเสียงกุกกัก - - - ย่างเท้า
ลืมตาก็เห็นพักตร์ - - - พิมพ์รูป งามแล
สบเนตรแววเนตรเจ้า - - - ข่มสะเทิ้นเมินมอง ฯ



บุหลันลอยเลื่อน ..







๖๖๒. หลังสูรย์ลอยล่วงพ้น - - - จึงเผย
แขรูปเพ็ญเลื่อนเกย - - - กอดฟ้า
ขับดวงข่มดาวเลย - - - เลือนส่อง แลแม่
ให้โลกรู้แจ่มจ้า - - - จับจ้องรัศมี ฯ

๖๖๓. งดงามสูงส่งด้วย - - - ดวงเพ็ญ
เมื่อละลานแสงเย็น - - - เยี่ยมฟ้า
อกเอยอ่อนไหวเอ็น- - - - ดูอยู่ กระนี้นา
หลังรูปนั้นเยี่ยมหน้า - - - กี่หน้าอาจเสมือน ฯ

๖๖๔. น้ำค้างหยาดไม้ท่าม - - - จันทร์ทอ
เมื่ออีกน้ำใจรอ - - - เอ่อล้น
แววเนตรวับนั่นหนอ - - - นำสื่อ
ก่ออบอุ่นท่วมท้น - - - แห่งห้วยละหานใจ ฯ

๖๖๕. ครืนครวญแผ่นน้ำคร่ำ - - - ในคืน
จันทร์พร่างใจพลิ้วผืน - - - ผ่องแผ้ว
ห่วงเห็นห่วงหา, ยืน- - - - หยัดท่วง ทีแม่
หนแห่งงดงามแล้ว - - - ยากแล้วเลือนสลาย ฯ

๖๖๖. พลิกพลิ้วแผ่นน้ำเรื่อ - - - รังสี จันทร์แฮ
ลมกระเพื่อมวาดวี - - - วาบเต้น
คลื่นระริกระลอกลี- - - - ลาศวิ่ง ตามนา
เรียมระริกสวาดิเร้น - - - ลอบเร้นด้วยนวล ฯ

๖๖๗. อัคคีโหมแห่งห้วง - - - หฤทัย
เหมือนบาปภพภาพไกล - - - กลับย้อน
ตอกตรึงสาปติดใน - - - เสน่ห์แม่ แลเนอ
จึงระรุมอุระร้อน - - - เร่าร้อนเสน่หา ฯ

๖๖๘. อาวรณ์ระอุเร้า - - - รุมใจ
จึง..หักหาญอย่างไร - - - ยากรั้ง
ตั้งเป็นชาติชอนไช - - - ชนม์ชีพ
โหมระลอกคราวครั้ง - - - ข่มได้ฉันใด ฯ

๖๖๙. สะท้อนความลึกล้ำ - - - ดำรง
ผ่านรูปรอยลุ่มหลง - - - รับรู้
ยากแต่หักใจปลง - - - ปลดบ่วง สวาดิเนอ
ถวิลแต่แม่ยอดชู้ - - - ชั่วฟ้าดินสมัย ฯ



มัคคุเทศก์สาว ..







๖๗๐. อุทธัจเผยในเนตร .. หลบเลศสื่อ
ดูเถิดหรือ .. มองคนเสียจนเขิน
รูปหนึ่งนั่ง .. อีกผู้ก็ดูเพลิน
แววตาเย้าหยอกเอิน .. ไม่เกินเลย

๖๗๑. สมคำลือ .. ผิวพม่าในตาแขก
รูปหน้านี้งามแปลก .. แต่แรกเผย
เนตรคมปลาบอ่อนละมุนพาคุ้นเคย
เมื่อยามเอ่ยเอื้อนคำ .. ก็ย้ำชัด

๖๗๒. ค่อยค่อยผ่านรูปพิจิตร .. ให้พิศเพ่ง
จนความเปล่งปลั่งย้อน .. สุดผ่อนผลัด
ค่อยโหมความหอมหวานเกินทานทัด
ใจชายก็ป่ายปัด .. โดนพัดพา

๖๗๓. คือ .. ผูกพันเอ็นดู-ที่รู้สึก
จำหลักลึกลงทรวง .. เพื่อห่วงหา-
ได้สั่งสมกำลังเหนี่ยวรั้งพา-
ปรารถนาซ่อนเร้น .. ออกเห็นรอย

๖๗๔. บริสุทธิ์สดใส .. รูปใครสั่ง-
มาหยัดหยั่งทรวงแล้ว .. แม้นแผ่วค่อย-
หากอารมณ์ใจหนึ่ง .. เริ่มซึ้ง-คอย
เต็มละห้อยห่วงเห็น .. อยู่เช่นนั้น

๖๗๕. ค่อยค่อยเผยภาคพิจิตรให้พิศเพ่ง
ค่อยค่อยเปล่งความนัย-ความไหวหวั่น-
ให้สัมผัสรัดร้อย .. รอคอยวัน-
ผูกเงื่อนบ่วงสัมพันธ์ .. ให้มั่นคง

๖๗๖. เมื่อพี่ชายกลับมา .. มองตา-เห็น
รอยแฝงเร้น .. ไหวระลอก .. ราวบอก-บ่ง-
ถึงอกใจแววตา .. พะว้าพะวง
อีกรูปองค์ก็มองเห็น .. ว่าเช่นเดียว

๖๗๗. แนะนำให้รู้จัก .. ร่วมทักทาย
นี้ .. น้องชายนายสอง..มาท่องเที่ยว
และ .. มะซาจี .. รูปพิลาสผู้ปราดเปรียว
แก้มอิ่มเสี้ยวหน้านวล .. ก็ชวนมอง

๖๗๘. ผู้เป็นเจ้าถิ่นอยู่ .. ย่อมรู้ที่-
สิ่งงดงามมากมี .. ช่วยชี้ช่อง
วานพาเที่ยวแนะนำ .. ตามทำนอง
แหล่งคนท่องเที่ยวแยะ .. นั่นแหละดี

๖๗๙. ทั้งวัดวาอาราม .. เขางามนัก
คอยดูแลอนุรักษ์ .. เป็นศักดิ์ศรี-
อำรุงให้ใจเกษม .. ให้เปรมปรีดิ์
เป็นหลักที่ยึดมั่นแต่บรรพกาล







๖๘๐. นั่งรถถีบสามล้อ .. วิ่งรอรี
เมื่อถึงที่ .. ก็ดั่งคำคนย้ำขาน
เจดีย์ทองใหญ่โตสูงโอฬาร
ตั้งตระการ .. แสงเชื่อมก็เหลื่อมรับ

๖๘๑. ทั้งยามลุกยามนั่ง .. ต้องฟังคำ
เมื่อต้องแจงบ่อยซ้ำเป็นลำดับ
เนตรก็เผลอชายค้อน .. แววย้อน-วับ
เข้าโจมจับปรารมภ์ให้สมยอม

๖๘๒. กราบพระ-บำบวง .. ผ่านปวงภาษ
ลดามาศก็อวลกลิ่นให้ถิ่นหอม
ผ่านความหมายลึกล้ำ .. ให้ด่ำดอม
จนหล่อหลอมปริศนาอยู่คาใจ

๖๘๓. กราบพระ-บำบวง .. ผ่านท่วงที
ของการที่กราบก้มประนมไหว้
ผ่านกลิ่นควันเทียนธูป .. ผ่านรูปใคร
โปรดช่วยให้สืบถวิล .. ด้วยยินดี







๖๘๔. วันแล้ววันเล่า-ได้ .. อยู่ใกล้ชิด
เป็นมิ่งมิตรสนทนาทำหน้าที่-
ของผู้เหย้าผู้เยือน .. และเหมือนมี-
ความยินดีแฝงเร้น .. คอยเป็นใจ

๖๘๕. วันแล้ววันเล่า .. ใกล้เยาวลักษณ์
อารมณ์หนึ่งก็กุมกัก .. เกินผลักไส
เป็นรูปรอยงดงามแห่งความนัย
ค่อยค่อยไหวเวียนระลอกเผยออกตา

๖๘๖. เมื่อคุณค่าปรากฏ .. เป็นบทบาท
จึงเหมือนช่วงโอภาส .. ส่องสาดหา
ลงล้อมขวัญแผ่ผ่าน .. ฤทธิ์มารยา
จนแจ่มจ้า .. รอยฝันแห่งวันวาน

๖๘๗. กุสุมา .. ลมโชยก็โรยกลิ่น
พาถวิลแนบน้อมความหอมหวาน
หลอมหลั่งรสอันประทิ่นสู่วิญญาณ
กำจายผ่านรูปละม่อมเข้าล้อมทรวง

๖๘๘. เริ่มแล้วหรือ .. ลมอุสุมอันรุมร้อน
จากโชยอ่อน .. ก็เริ่มเริ่มกระเหิมช่วง
โถมฤทธิ์เข้าประดังใจทั้งดวง
เมื่อทาบทวงปฏิพัทธ์เต็มอัตรา

๖๘๙. เผย .. เลศผ่านลานหญ้าแห่งป่าฝน
เข้าตรึงช่วงดวงมน .. ผู้ค้นหา-
รูปนิมิตเฝ้าถวิลในจินตนา
ที่ทรงค่าเหมาะควร .. ทุกส่วนนั้น

๖๙๐. คล้ายรวยรินเบื้องปฐม .. แห่งลมวก
พาคลื่นหนาวแผ่ปก .. ทำอกสั่น
เมื่อจู่โจมโถมจับในฉับพลัน
กลับบีบคั้นทรมาน .. ให้ลาญรอย

๖๙๑. จึงกาละแห่งปฐม .. เมื่อลมร่ำ
พาชื่นฉ่ำเบียดบดกำสรด-สร้อย
ก่อนเยือกเย็นฟองฝนจะหล่นปรอย
ท่ามทรวงหนึ่งแต่ละห้อยเฝ้าคอยเคียง

๖๙๒. ค่อยค่อยโยก .. ค่อยค่อยไหว .. หัวใจหนึ่ง
จนซาบซึ้งเฝ้าถวิลแต่ยินเสียง
ผลิสีสันเฉิดฉายออกรายเรียง
ก็สุดเลี่ยงหลีกล่วงสู่บ่วงนั้น

๖๙๓. คล้ายคล้ายความหอมหวานแต่วารก่อน
ค่อยค่อยย้อนอำรุง .. อย่างมุ่งมั่น
ให้จดจารผ่านคำ .. ออกรำพัน
เป็นคำมั่นสัญญา .. อัตตาตน

๖๙๔. ด้วยคุณค่าจำเพาะต้องเหมาะส่วน
จึงคู่ควรสำแดงกลางแห่งหน
งดงามแห่งความนัย .. น้ำใจคน
จึงจะปนปลาบผกาย .. สู่สายตา

๖๙๕. ค่อยค่อยผ่านภาพพิจิตร .. เคยพิศเพ่ง
ด้วยภาพเปล่งปลั่งละมุน .. สมคุณค่า
เป็นแรงใจมุ่งมั่น .. ช่วยบัญชา
ปรารถนาซ่อนเร้น .. ก็เห็นรอย






จำพราก ..



๖๙๖. ครบลาพัก .. ต้องพรากไปจากหน้า
ก็ราวว่าเปลี่ยวเปล่าและเหงาหงอย-
จะล้อมรอบใจอยู่ .. อย่างรู้คอย
ความละห้อยสุมซ้อน .. เกินผ่อนคลาย

๖๙๗. พี่ชายมองสบหน้า .. ปากตายิ้ม
หากรูปหนึ่งแก้มอิ่ม .. รอยยิ้มหาย
แววเนตรหวานอ่อนละมุน .. เหมือนวุ่นวาย
ความรู้สึกใจหาย .. ก็ฉาย-ทอ

๖๙๘. เก็บงำความรู้สึก .. อันลึกลับ
ที่เริ่มซับซึมแทรก .. เริ่มแตกช่อ
เก็บเอาไว้อุ่นอก .. ไว้ยกยอ-
ขึ้นห้อมห่ออารมณ์ .. คอยบ่มไล้

๖๙๙. ด้วยแตกต่างในระหว่างสถานภาพ
จึงรับทราบขีดคั่น .. แห่งฝันใฝ่
ยอมแค่ความอุ่นเอื้อ .. จู่เนื้อใจ
จะเก็บไว้รับรู้แต่ผู้เดียว

๗๐๐. มองหน้าเห็นแววตา .. เหมือนว่าเหงา
คลุมอยู่ด้วยหม่นเงา .. ความเปล่าเปลี่ยว
เก็บอาการเก่งยิ่ง .. เสียจริงเจียว
จะร้างเกี่ยวข้องเห็นแล้ว .. เป็นปี

๗๐๑. กี่วันเดือนปีเว้น .. ไม่เห็นหน้า
ยินถ้อยชวนสนทนา .. ทำหน้าที่-
มัคคุเทศก์เสียงใส .. ผู้ใจดี
พาผู้เยือนเปรมปรีดิ์ .. ทุกวี่วัน

๗๐๒. พี่ชายปลีกตัวให้ .. อยู่ร่ำลา
จึงก้าวยืนตรงหน้า .. มองตาขวัญ
กล่าวขอบคุณ .. น้ำใจมอบให้กัน
เป็นอยู่ด้วยสุขสันต์ .. หลายวัน-คืน

๗๐๓. ยิ้มด้วยนัยลอบเร้น .. ยากเห็นได้
เก็บซ่อนไว้ .. ห่วงละห้อย .. เฝ้าคอยขืน
จะกุมกักในภวังค์ .. ทุกครั้ง-คืน-
ค่อยแตะตื่น .. เลี้ยงถวิลด้วยจินตนา

๗๐๔. งดงามในบทบาท, พิลาสลักษณ์
ราวสูรย์ผลักแสงพุ่ง ณ รุ่งอุษา
เคลื่อนคล้อยสู่ไมตรี .. สู่ลีลา
แห่งเงื่อนงำเสน่หา .. แห่งท่าที

๗๐๕. ราวสุมาลย์ช่อช้อยขึ้นลอยรับ
รอบระยับลำแสงโลมแต่งสี
เพื่อประทิ่นกลิ่นหอมจะยอมพลี-
ละอองให้ไหววีระหว่างวัน

๗๐๖. ผกากรองไหวกลีบแล้วบีบกลิ่น
แฝงลมรินลิ่วล้อมเข้ามอมขวัญ
ละม่อมหน้าประณีตคำที่จำนรรจ์
แตะร่องรอยร่างฝัน .. ขึ้นกั้นกาง



คำนึงแห่งชายชาญ ..







๗๐๗. ไม่เคยคิดเคยฝัน .. จะพลันพบ
ร่วมบรรจบ, มุ่งหมายเมื่อปลายสาง
เฝ้ารอคอยงามหนึ่ง .. จนครึ่งทาง
พบรออยู่ท่ามกลาง, ครึ่งทางจร

๗๐๘. ไม่เคยคิดเคยฝันจะพลันพบ
ร่องรอยฝันจะตระหลบ, จากหลบซ่อน
ทิพใดโอนเดชช่วยอำนวยพร
ฤๅชาติก่อนบุญทำ .. ร่วมบำเพ็ญ

๗๐๙. ใฝ่เฝ้ามานับนาน .. จนกาลล่วง
ใจทั้งดวงยังละห้อยแต่คอยเห็น
ผ่านคนแล้วคนเล่า .. ทุกเช้าเย็น
ยากแอบเร้นแนบชิด .. ห้วงจิตใจ

๗๑๐. เมื่อไร้ความคู่ควร .. เพียงส่วนเสี้ยว
ยอม-แม้เปลี่ยวเปล่าคู่ .. ก็อยู่ได้
ฟ้าเอย-จงรับรู้และดูไป
รำพันไว้-จักเป็นดั่งเช่นนั้น

๗๑๑. เช่นระลอกอ่อนโยน .. ที่โผนผก-
เข้าแนบ-อก, แนบนัยพาไหวสั่น
จนแนบจิตปักปลูกความผูกพัน
งามก็มั่น .. มุ่งหมาย .. สุดคลายงาม

๗๑๒. โอนอบอุ่นหนุนยั่ว .. ทุกชั่วคาบ
ผ่านอ่อนหวานไหววาบเข้าหยาบหยาม
ซ้ำซ้ำรอยเร้ารุก .. เข้าคุกคาม
อุ่นก็ข้ามเค้นใจ .. เค้นให้ยอม-

๗๑๓. -รับรหัสอ่อนหวานที่ซ่านสู่
ไหวเวียนอยู่ฤๅสิ้น .. ราวกลิ่นหอม-
คันธารสประทิ่นสู่ให้รู้ดอม
จะห่างห้อมหลอมหลั่ง .. สุดยั้งคิด

๗๑๔. อบอุ่นอึงอลอยู่บนขวัญ ..
กระชั้นลามล่วงทั้งดวงจิต
โอ้ใจ .. เอ๋ยใจ .. แต่ได้ชิด
จะมีสิทธิ์คิดหวัง .. สุดหยั่งรู้

๗๑๕. รู้แต่ฟากฟ้าใส .. เมื่อใจล่อง
เข้าตระกองอ่อนหวานเผยผ่านสู่
รู้แต่เมฆขาวฟ่อง .. เมื่อมองดู-
พร้อมแรงชู้เลาะเลี้ยว .. ทุกเสี้ยวใจ

๗๑๖. จะขัดขืนต่อต้าน .. อ่อนหวานนี้
ก็สุดที่สุดทางจะขวาง-ไหว
โหมระลอกซ้ำซ้ำอยู่ร่ำไป
ระลอกความอาลัย .. ให้ว่ายวน

๗๑๗. จากร่องรอยภาพฝันในวันเก่า
เป็นรูปเงาโลมรุกไปทุกหน
โอบขวัญ .. มอบละมุนอบอุ่นจน-
สับสนอลวนอลเวง ..

๗๑๘. ใครนะ .. แห่ห้อมคอยกล่อมเกล้า
ปลดเงียบเหงาเร้ารุม .. เคยกุมเหง
อ้อมคำนึงโอบตัว .. ป้องกลัวเกรง
ตามักเพ่งปกป้อง .. สี่ห้องใจ

๗๑๙. ใครนะ .. ช่างสำคัญในวันนี้
ก็วันที่ .. ภาพฝันเคยสั่นไหว-
ค่อยค่อยชัดแจ่มแจ้ง .. หยุดแกว่งไกว
ค่อยค่อยไขภาพจริง .. แอบอิงทรวง

๗๒๐. เมื่องดงาม .. รุมลาม .. เกินห้ามสิทธิ์
จักเอ่อฤทธิ์อ่อนโยน .. ออกโชนช่วง
ดับฤๅสิ้น เมื่อประดังใจทั้งดวง
เหลือแต่หวงแหนไว้ .. แนบใจตน

๗๒๑. โอบสายลมหนาวร้อน-ต่างตอนโลก
ปล่อยใจโบกบินป่าย .. กับสายฝน
บนฟ้านั่น .. ฟ้าคร่ำเสียงคำรน
พร้อมอกคนครวญคร่ำ .. ถ้อยรำพึง



ใคร่ครวญแห่งนวลนาง ..



๗๒๒. เครื่องบินโผผ่านล่วง .. สู่ห้วงหาว
เมื่อเนตรสาวโรยแสง .. ก็แจ้งถึง-
ความรู้สึกโดดเดี่ยว .. ที่เหนี่ยวดึง-
ให้คำนึงภาพผ่าน .. แห่งวานวัน

๗๒๓. แต่ละที่ .. แต่ละทาง .. ร่วมย่างย่ำ
แต่ละคำ .. ยั่วเย้ากล่อมเกล้า-ขวัญ
แต่ละยิ้มแย้มสู่ .. เหมือนรู้กัน
คือแบ่งปันเยื่อใยแห่งไมตรี

๗๒๔. ตรงหน้าคือเนื้องานต้องสานต่อ
หากวุ่นวายใจหนอ .. ไม่พอที่-
เรื่องคำนึงหลายหลาก .. ไยมากมี
แปลกเหลือที .. ขุ่นมัวกับตัวเอง

๗๒๕. ลูกสาวเล็ก .. คหบดีผู้มีเหง้า-
จำเลยเก่า .. พ่ายยุทธ .. ถูกฉุดเร่ง-
กวาดต้อนสู่แดนดิน .. ท้องถิ่นเตลง
ห้ามกุมเหง .. จึงอยู่เย็นอย่างเป็นมา

๗๒๖. ตั้งใจมาทำงาน .. แค่ผ่านปี
จะเรียนโท .. ต่อสักที่ .. ราวปีหน้า
เห็นจะเป็นเมืองไทย .. ที่ใกล้ตา
ที่คล้ายว่า .. ใจเห็นจะเป็นใจ

๗๒๗. สถาบันเอเชีย .. เขามีชื่อ
เสียงร่ำลือ .. ผ่านยินไม่สิ้นได้
ต่างชาติจากต่างหน .. ทั้งคนไทย
อยู่เรียนร่วมกันไป .. ตามไขว่คว้า

๗๒๘. มาท่องเที่ยวทิ้งไว้แต่รอยเท้า
กับรูปเงา .. ติดตรึง .. คำนึงหา
จากไปแล้ว .. เลือนลับ .. ฤๅกลับมา ?
รู้ไหมว่าพาจิต-ใคร .. ติดตาม

๗๒๙. มาท่องเที่ยวพักผ่อน .. ต่างตอน-ถิ่น
พาเสพจินตนาภาพ .. รสวาบหวาม
เมื่อกลับยังเหนี่ยวได้ .. หัวใจงาม
กลับสู่บ้านเมืองสยาม .. อย่างย่ามใจ !



บ้านอัมพวา ..
พศ. ๒๓๓๒






๗๓๐. หลังสิ้นพ่อ .. ยังร่มเย็น .. ปู่เป็นหลัก
บารมียังแน่นหนัก .. คนรักใคร่
ย่าแม่อยู่ด้วยธรรม .. บ่มนำใจ
พร้อมหนึ่งรูปสดใส .. อยู่ในยาม

๗๓๑. จนหนังสือใบสั่ง .. จากวังใน
มาถึงย่าเรไร .. เพื่อไต่ถาม
ขอตัวแม่ดาราผู้อ่า-งาม
เป็นข้าหลวงติดตาม .. พระพี่นาง

๗๓๒. หมายสืบทอดกิจจา .. ทำหน้าที่
ด้วยเชื้อสายแม่มี .. จักชี้สร้าง-
คอยอบรมจัดกระบวน .. เหล่านวลนาง
เพื่อทุกอย่าง .. ประณีตดังคนวังใน

๗๓๓. ยินดีรับสนอง .. สมเด็จสั่ง
เป็นกำลังเข้าช่วยอำนวยให้
ห่วงแต่รูปแน่งน้อย .. แม่กลอยใจ
หวังตามไปอยู่ด้วย .. ได้ช่วยกัน

๗๓๔. ห่วงแม่ทั้งผูกพัน .. เกินผัน-พราก
จำต้องห่างฝั่งฟาก .. อีกฟ้านั่น
ห่างปู่ย่า .. เคยพร่ำสอน .. อาวรณ์-ครัน
เสียงกล่อมขวัญจะห่างเห็น .. อยู่เป็นปี

๗๓๕. เสี้ยวใจตื่นรับรู้ .. ไปอยู่วัง
ช่วยอบรมปลูกฝัง .. สาววังที่-
เพิ่งถวายตัวเข้ามา .. จึงท่าที-
ต้องขัดเกลามากมี .. หลายลีลา

๗๓๖. เสี้ยวใจตื่นรับรู้ .. ไปอยู่กรุง
ร่วมบำรุงให้ปรากฎซึ่งยศถา-
แห่งราชวงศ์วังหลวง .. อันล่วงมา
คู่ขอบขัณฑสีมา .. ไปช้านาน

๗๓๗. กว่าขวบปี .. ที่ห่างเร้นไม่เห็นหน้า
จมคำนึงเจียนว่าจะพร่าผลาญ
แตกต่างสองช่วงภพ .. หลังพบพาน
กลับห่างให้ทรมานอยู่นานนม

๗๓๘. คิดถึงท่านหญิง .. เสียยิ่งนัก
รูปเรียวพักตร์งามตา .. เมื่อหน้าก้ม-
มองมาด้วยอาทร .. เฝ้าย้อนชม
กรลูบไล้เส้นผม .. แก้มบ่มยิ้ม

๗๓๙. คล้ายห่างเห็นพลัดพรากไปจากกัน
ตราบกัปกัลป์หมุนเอื้อ .. เอาเนื้อนิ่ม-
มาบรรจบซบทราบ .. เอาภาพพิมพ์-
ของแม่ผู้เอิบอิ่ม .. เหมือนพิมพ์เดียว







๗๔๐. ใจงามคอย .. วกวนอยู่อลเวง
คิดไปเอง .. ว่าต้องควรข้องเกี่ยว
ระหว่างแม่ .. กับ .. ท่านหญิง .. แน่จริงเชียว
ดูเถิดทุกส่วนเสี้ยว .. เช่นเดียวกัน

๗๔๑. คงอีกนานจึงกลับไปบ้านย่า
ผ่านล่วงสู่ฝั่งฟ้า .. อีกฟ้านั่น
แต่นี้ได้แต่ละห้อยรอคอย .. วัน
จะพบหน้าผูกพัน .. นิรันดร

๗๔๒. อุ่นในอกเจ้าเอย .. ยากเลยลับ
เมื่ออ้อมแขนโอบกระชับ .. ตอบรับ-อ้อน
ยังติดตรึงใจสาว .. เวียนเว้าวอน
คอยวกย้อนคล้อยเคียงหล่อเลี้ยงใจ

๗๔๓. ภาพใครหนึ่ง .. รอหน้าที่ท่าน้ำ
มอบอบอุ่นลึกล้ำ .. ย่อมจำได้
คาบยามพ้นเนิ่นนานสักปานใด
ยังเก็บไว้ตรึงมั่นในสัญญา

๗๔๔. เป็นหญิงย่อมมีใจ .. มีไหวหวั่น
แม้นผูกพัน .. ยังต้องมี .. คือทีท่า
จะเปิดเผยนัย-ความ .. ต้องงามตา
จึงไร้คนค่อนว่า .. เป็นราคี

๗๔๕. เป็นหญิงมีจารีตคอยกีด-กัก
ให้รับรู้คอยตระหนัก .. ในศักดิ์ศรี
สายสกุลเทือกเถา .. รากเหง้ามี
ย่อมเป็นที่ใครอื่น .. รอชื่นชม

๗๔๖. ลูกหลานว่านเชื้อหงส์ .. ใช่วงศ์กา
ทุกกิจจาจำเพาะต้องเหมาะสม
คำพูด .. คิด .. อิริยา .. ทั้งอารมณ์
เห็นถึงการเพาะบ่ม .. อบรมมา

๗๔๗. ลูกหลานชั้นวงศา .. สืบสาแหรก
แม้นบ้างแปลกแยกทำ .. จนต่ำค่า
ย่อมเช่นกิ่งกาฝาก .. อันยากยา
เพียงเห็นว่าเลือดต่ำ .. มาล้ำปน

๗๔๘. เมื่อมีแม่ .. ย่าปู่ .. เอ็นดูสอน
งามย่อมย้อนสำแดงทุกแห่งหน
เช่นเหลี่ยมเพชร .. แสงผ่านละลานจน-
ต้องตาคนบอกย้ำ .. เพชรน้ำดี

๗๔๙. เมื่อมีใจสำนึก .. หมั่นศึกษา
รู้โอกาส .. รู้เวลา .. รู้หน้าที่
รู้บทบาทกิจวัตรในสตรี
ย่อมเหมือนมีเหตุผลให้คนลือ

๗๕๐. ตามแม่ไปอยู่วัง .. แต่ครั้งนั้น
ใช่นานวัน .. หลายหมู่เขารู้ชื่อ-
งดงามรูป .. กริยาเห็น .. ที่เป็น-คือ
ความนับถือ .. รับรู้ .. เชิงผู้ดี


จบภาค ๗ ..





Create Date : 24 มีนาคม 2553
Last Update : 9 ธันวาคม 2559 13:09:56 น. 4 comments
Counter : 2099 Pageviews.

 


โดย: หาแฟนตัวเป็นเกลียว วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:11:02:45 น.  

 
ตามอ่านไม่ทันเเล้วอ่ะ..


โดย: อาลีอา วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:11:45:58 น.  

 
หาแฟนฯ
สวัสดีครับ...ตอนค่ำๆ




เลิฟ...
ผมอ่านเอง...ใช้เวลาแป๊บเดียวเองอะ
55


โดย: สดายุ... วันที่: 24 มีนาคม 2553 เวลา:18:54:40 น.  

 
ยังไม่มีเวลาอ่านป็นเรื่องเป็นราวเลยค่ะ แต่นั่งฟังเพลงคลอตอนทำงานไปตลอด มีความสุขเหลือเกินค่ะ ขอบคุณเข้าของบลอคมากค่ะ ที่นำเรื่องดีๆ มาลงไว้(แม้ว่ายังไม่ได้อ่าน) ^^


โดย: หลงจันทร์ IP: 61.90.11.96 วันที่: 14 มิถุนายน 2555 เวลา:18:09:26 น.  

ชื่อ :
Comment :
  *ใช้ code html ตกแต่งข้อความได้เฉพาะสมาชิก
 

สดายุ...
Location :
France

[ดู Profile ทั้งหมด]

ให้ทิปเจ้าของ Blog [?]
ฝากข้อความหลังไมค์
Rss Feed
Smember
ผู้ติดตามบล็อก : 150 คน [?]










O แม่ .. O






O เบิกบุญบวงผ่านไท้ - - - เทวา
ดลครอบจิตมารดา - - - ดับร้อน
รื่นรมย์กอปรทุกภา- - - - วะคิด นึกแม่
สัมผัสโลก-โลกสะท้อน - - - สบ-รู้ทันเสมอ


O ภาพนั้นค่อยผ่านวูบ .. เป็นรูป .. เรื่อง
ในตาเบื้องหน้านั้น-ภาพวันเก่า-
ผุดเผยความสดใสแห่งวัยเยาว์
และรูปเงาหนึ่งร่าง .. ที่กลางใจ
O สองมือนั้น .. สำหรับหยิบจับทำ
แดดเคี่ยวกรำเผาเนื้อ .. จนเหงื่อไหล
หากเพื่อลูก .. ร้อนแดด-เถิด .. แผดไป-
ฤๅ หยุดยั้งขวางได้ .. หัวใจนั้น !
O ทั้งคำพูดสอนสั่ง .. เคยดังแว่ว
ยังเหมือนแจ้วเจื้อยอยู่ .. ให้รู้หวั่น-
ผ่านมือไม้รูปเรียวอย่างเดียวกัน-
ไว้ข่มขวัญ .. ฝากคำ .. ความ-ย้ำเตือน
O จากนอนเบาะ .. จำเริญ .. จนเดินวิ่ง
จิตนั้นยิ่งห่วงใย .. ยากใครเหมือน
รักจนปานเหาะหาว .. เก็บดาวเดือน-
มาโปรยเกลื่อนกลาดพื้นให้ชื่นชม
O ทำงานเพื่อหาเงิน .. งกเงิ่นอยู่
ผ่านรับรู้แรงทุกข์ .. แรงสุขสม
เม็ดเหงื่อโทรมรูปกาย .. เมื่อสายลม-
ที่พัดห่มห้อมกาย .. เริ่มคลายตัว
O ทั้งผ้าถุง .. ผ้าแถบ .. ห่มแนบร่าง
ยังคงค้างนัยน์ตา .. เหมือนว่าชั่ว-
มือจับจูงผ่านวัน .. ยังสั่นรัว-
อยู่กับหัวใจลูกที่ผูกพัน
O วันแล้วและวันเล่าที่เฝ้าคอย-
ให้ลูกน้อยเติบใหญ่ .. พร้อมใฝ่ฝัน-
เห็นความดีจักอุโฆษ .. จนโจษจัน-
บทบาทนั้นทั่วไปที่ใจคน
O วันแล้วและวันเล่า .. ใฝ่เฝ้าถนอม
สองแขน, อ้อมอกอุ่น .. ป้อง-ฝุ่น-ฝน
ฤดูกาลผ่านคล้อย .. เฝ้าคอยปรน-
เปรอ ลูกน้อยสุขล้นอยู่บนวัน
O เม็ดเหงื่อหยาดย้อยไหล .. จากไรผม-
พร่างลงพรมเพื่อผ่อน .. แดดร้อนนั่น
หากก้าวยกย่างเหยียบ .. คงเงียบงัน-
ตามโอบอุ้มดวงขวัญ .. มุ่งมั่นนัก
O วันแล้วและวันเล่า .. คอยเฝ้ารอ
ด้วยหัวใจจดจ่อ .. ตาทอถัก-
แววห่วงใยอาทร .. ไม่ผ่อนพัก-
รอลูกรักกลับคอนมาย้อนเยือน
O สัญญาย้อน .. ทุกภาพล้วนภาพแม่
ที่คอยแห่ห้อมใจ .. พาไหลเลื่อน
เรื่องครั้งนั้น .. คราวนี้ .. คอยรี่เตือน-
เป็นภาพเปื้อนป่ายทั่ว .. แนบหัวใจ
O ลูกเติบใหญ่เข้มแข็ง .. แม่แรงลด
ค่อยสิ้นบทบาทผู้ .. อุ้มชูให้-
ลูกยกก้าวเหยียบย่างสู่ทางไป
เมื่อปลายวัยผ่านยุค .. เข้าคุกคาม
O ภาพนั้นทอด .. แผ่เงาทับเงาโศก
ด้วยงดงามบ่ายโบก .. อวดโลกสาม
แววตานั้น .. ลึกล้ำเกิน .. คำ-ความ-
อาจนิยามได้ถึง .. แม้กึ่งนัย
O ภาพสองแขนอุ้มชู .. เอ็นดูลูก
เช่นเชือกผูกรัดพัน .. เกินบั่นไหว
ล่ามร้อยจิตวิญญาณ .. ตราบกาลไกล-
เคลื่อนผ่านใกล้มาถึง .. ยังซึ้งนัก
O ภาพมือลูบหัวหู .. เอ็นดูสอน
ก็ผ่านย้อนมาเยือน .. คอยเคลื่อนกัก-
กุม อารมณ์อาวรณ์ไม่ผ่อนพัก-
เพื่อบ่งบอกความรักของแม่นั้น
O ทั้งรอยยิ้มแย้มว่า .. แววตาขึ้ง-
ที่นึกถึงย้อนไป .. ยังไหวสั่น
เสียงแจ้วเรียกลูกผ่านเมื่อนานวัน
ยังคงก้องครบครันในสัญญา
O ละภาพเคลื่อน .. วันวานก็ผ่านเผย
ความคุ้นเคยแต่น้อยก็คอยท่า
รอบเขตคามบริบทไกลจดตา
เคลื่อนผ่านอย่างแช่มช้า .. ให้ตามอง
O ภาพ .. รอยยิ้ม .. แยกแย้มที่แก้มแม่
ดั่งร่มแผ่เงาป่นความหม่นหมอง
เสียง .. พร่ำสอนผ่านหูให้รู้ตรอง
เพื่อปกป้องความคิด .. ปรุงจิตใจ
O ภาพวันนี้ .. คือแม่ที่แก่เฒ่า
อยู่กับเหย้าเรือนนอน .. นั่งนอนให้-
ลูกหลานย้อนมาเยือน .. อย่าเลือนไป-
ปล่อยแม่ให้เปล่าเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
O ภาพ .. แม่อุ้มเห่กล่อม .. กลางอ้อมแขน
แววตาแสนอ่อนโยน .. ก็โชนฉาย
ซ้อนทับภาพ .. ภาพใหม่เมื่อวัยปลาย
นั่งตากสายลมอยู่ .. เพียงผู้เดียว !





New Comments
Friends' blogs
[Add สดายุ...'s blog to your web]
Links
 

 Pantip.com | PantipMarket.com | Pantown.com | © 2004 BlogGang.com allrights reserved.